หลังจากที่ลั่วอู่หลินกำราบเหล่าผู้อาวุโสไป ผู้คนภายในตระกูลก็ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกเลย เนื่องจากหวาดกลัวพลังอำนาจของชายหนุ่มที่แสดงออกมา และนั่นคือสิ่งที่ลั่วอู่หลินต้องการ
เวลาผันผ่านไปสามวัน ในช่วงเย็นลั่วอู่หลินและเฟยหรงตอนนี้กำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่ตำหนักใหญ่ ซึ่งเซียนเจียงเฉินสั่งจัดเอาไว้ให้ลั่วอู่หลินโดยเฉพาะ และสั่งห้ามให้ผู้ใดรบกวนโดยเด็ดขาด นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาให้ความสำคัญกับหลานชายคนนี้มากเพียงใด
"อู่หลิน ท่านมีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ ข้าอยากไปหาภรรยาแสนสวยแล้ว"ในขณะที่นั่งดื่มชา เฟยหรงก็พลันกล่าวถามอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ลั่วอู่หลินยกยิ้มบาง
"ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะไม่พูดอ้อมค้อมให้มากความ ข้าต้องการ ทรายทอง ดอกบัวจิตวิญญาณ และผลพฤกษาดารา"
"หืม วัตถุดิบสร้างกายเนื้อพิเศษ ท่านกำลังคิดจะคืนชีพให้แก่ดวงวิญญาณ?"เฟยหรงกกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ
"ใช่! ข้าจะคืนชีพผู้มีพระคุณของข้า ภรรยาและลูกที่อยู่ในทะเลแห่งจิตใจ"ลั่วอู่หลินกล่าว ทันใดนั้นก็มีเสียงของไฉ่เยว่เอ่อร์ดังสวนออกมาในใจ 'ใครเป็นภรรยาเจ้ากัน!'
"เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นต้องใช้วัตถุดิบพวกนั้นเลย แค่กายหยาบสี่ร่างข้าสามารถสร้างให้ท่านในตอนนี้ก็ยังได้ จะให้ประทานพรกับร่างกายทั้งสี่ด้วยหรือไม่ล่ะ"เฟยหรงกล่าวถาม
"เฮ้! ในอดีตเจ้าบอกว่าจะไม่ช่วยข้าไม่ใช่หรอกหรือ ไฉนถึงได้เปลี่ยนใจได้"
"หึ ข้าไม่ได้ช่วยเหลือท่านเสียหน่อย ข้าช่วยคนรอบข้างท่านต่างหาก เพราะฉนั้นถือว่าไม่ทำผิดกฏแต่อย่างใด"เฟยหรงแถไปหน้าด้านๆ เขาสบัดมือออกไปหนึ่งครั้งก็พลันมีแสงสีทองสี่สายพุ่งออกไปยังสถานที่ๆหนาวที่สุดบนดินแดน
จากนั้นร่างทั้งสี่ร่างก็เริ่มก่อตัวขึ้นจากความหนาวเย็นและความว่างเปล่า ก่อนที่จะมีแสงทองอร่ามบนท้องฟ้าสาดส่องลงมาบนร่างกายทั้งสี่ร่างนั้นและมันคือการประทานพรจากพระเจ้า
เมื่อร่างทั้งสี่ก่อตัวและได้รับการประทานพรเรียบร้อยแล้ว เฟยหรงพลันสะบัดมืออีกคราทำให้ตัวเขาและลั่วอู่หลินหายไปจากในตำหนักพร้อมๆกับร่างกายทั้งสี่ร่างนั้น
ชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระเจ้าพาลั่วอู่หลินมาถึงดวงจันทร์ จากนั้นก็ผายมือให้ชายหนุ่มได้เห็นร่างกายทั้งสี่ที่ยืนตระหง่านอยู่ในทันที ลั่วอู่หลินยกยิ้ม ให้ตายสิ! เจ้านี่ก็ชอบเล่นใหญ่เหมือนกัน
"โห กายมังกรหยินและเส้นลมปราณมังกรหยิน เฟยหรงเจ้าช่างไม่มีความคิดสร้างสรรค์เอาเสียเลย"ลั่วอู่หลินกล่าวหยอกล้อ จนทำให้เฟยหรงถึงกับหน้ามุ่ย
"ช่างเถอะน่า นี่ก็ถือว่าพิเศษมากแล้วนะหากท่านยังบ่นอีกข้าจะทำลายพวกมันทิ้งเดี๋ยวนี้"
"ฮ่าๆๆเจ้าเป็นเด็กหรือไงกัน ตกลงๆ ข้าขอโทษเจ้าก็ได้" กล่าวจบลั่วอู่หลินก็ทำการกรีดเลือดและหยดลงบนร่างกายทั้งสี่ในทันทีจนเกิดเเสงสีทองประกายเจิดจ้า
จากนั้นก็ดึงเอาดวงจิตของทั้งไฉ่เยว่เอ่อร์และลั่วปิงปิงออกมาจากทะเลแห่งจิตใจและใส่ลงไปยังร่างกายสองร่างแรก อีกทั้งยังหยิบเอาผลึกจิตวิญญาณของเทพจักรพรรดิเหมันต์และเจ้าหญิงมารออกมาใส่เอาไว้ในอีกสองร่างสุดท้าย
"ที่เหลือก็แค่ถ่ายเทลมปราณแห่งการสร้างสรรค์และพลังชีวิตลงไปก็เสร็จสิ้น"ลั่วอู่หลินยกยิ้ม ในขณะเดียวกันเฟยหรงก็เสกบัลลังก์ราชันออกมาและนั่งดูชมกระบวนการเหล่านี้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
ลั่วอู่หลินปลดปล่อยพลังแห่งพฤกษาจรัสแสงจนทำให้เกิดร่างจำแลงต้นไม้สีทองขนาดใหญ่อยู่เบื้องหลัง จากนั้นก็ไม่รอช้าเร่งถ่ายเทพลังชีวิตและปราณแห่งการสร้างสรรค์เข้าไปยังร่างกายทั้งสี่ร่างในทันที
จนเวลาผ่านไปถึงเจ็ดวันด้วยกัน ร่างทั้งสี่ร่างก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในทันที จากร่างที่ไม่มีน่าตาที่แน่ชัดเริ่มเเปรเปลี่ยนไป
ร่างแรกเป็นร่างของเด็กสาวผมสีแดงดูน่ารักน่าชังมาในชุดอาภรณ์สีขาว
ร่างที่สองเป็นหญิงงามผมสีขาวรูปร่างยั่วยวนที่มาพร้อมกับอาภรณ์สีขาวลายเกล็ดหิมะ
ร่างที่สามคือหญิงงามที่รูปร่างยั่วยวนเช่นเดียวกัน แต่ทว่าสีผมของนางกลับเป็นสีดำและมีดวงตาสีแดงฉานราวกับโลหิตและมาในอาภรณ์สีแดงโลหิตสมฉายาเจ้าหญิงมารของนาง
ส่วนร่างสุดท้ายคือชายหนุ่มรูปงามแต่เย็นชาผมสีดำอาภรณ์ฟ้า บุคลิกของเขานั้นช่างดูสงบเสงี่ยมยิ่ง
ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นภาพเช่นนี้ก็ยกยิ้มอย่างยินดี ผสานพลังเข้าไปอีกแม้ในตอนนี้เขาจะเริ่มหน้าซีดแล้วก็ตาม เนื่องจากการดำเนินการนั้นผ่านมาเก้าส่วนแล้ว อีกไม่นานก็จะเสร็จสิ้นและเขาไม่สามารถที่จะทำพลาดได้
ทางด้านเฟยหรงนั้นในตอนนี้ก็นั่งเท้าคางอยู่บนบัลลังก์อย่างสบายใจ ความจริงกระบวนการนี้แค่เขาสบัดมือก็เสร็จสิ้นอย่างง่ายดาย แต่ที่ให้ลั่วอู่หลินเป็นคนทำก็เพราะว่านี่คือครอบครัวและผู้มีพระคุณของตัวลั่วอู่หลินเอง การที่เขาให้ร่างกายทั้งสี่ร่างไปก็ถือว่าได้มีส่วนร่วมมากแล้ว
"วาบ!"
"สำเร็จ!"
ลั่วอู่หลินอุทาน จากนั้นตัวเขาเองก็ไม่รอช้าเริ่มนั่งสมาธิกลางอากาศและดูดกลืนพลังปราณจักรวาลเพื่อฟื้นฟูพลังของตนเองทันที
ในขณะนั้นร่างทั้งสี่ร่างก็เริ่มได้สติแล้วค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นในเวลาต่อมาด้วยสภาพที่ดูงุนงงยิ่ง โดยเฉพาะเจ้าหญิงมารและเทพจักรพรรดิเหมันต์พวกเขาพากันมองสำรวจร่างกายของตนเองก่อนที่จะผสานสายตากันในเวลาต่อมา
"สามี!"
เป็นเจ้าหญิงมารที่กล่าวออกมาและพุ่งเข้ากอดเทพจักรพรรดิเหมันต์ ส่วนทางด้านของเทพจักรพรรดิเหมันต์นั้นก็กอดนางกลับเช่นเดียวกันและยกยิ้มด้วยความดีใจ
ทางด้านไฉ่เยว่เอ่อร์ นางยังไม่คิดจะเข้าไปขัดทั้งสองคนแต่อย่างใด และเพียงอุ้มลูกสาวของนางเอาไว้และหันไปมองลั่วอู่หลินที่กำลังฟื้นฟูร่างกายอยู่ด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินบรรยาย ชายคนนี้นำพาปาฏิหาริย์มาสู่ชีวิตนางจริงๆ
"ท่านพ่อๆ"ลั่วปิงปิงเมื่อเห็นผู้เป็นบิดาก็ร้องเรียกได้ความตื่นเต้นดีใจ ในเวลานั้นเองเฟยหรงก็ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของทั้งสี่คนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นกันเองยิ่ง
เมื่อทั้งสี่คนสัมผัสได้ถึงการมาถึงของเขาก็พลันหันมามองอย่างพร้อมเพรียงกัน และเป็นไฉ่เยว่เอ่อร์ที่ผสานมือคาราวะชายที่อยู่เบื้องหน้าก่อนเป็นคนแรก
"คาราวะ พระเจ้าแห่งมังกรเจ้าค่ะ"