คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 101 :ไต้อ๋องสั่งข้ามาลาดตระเวนภูเขา

    ตอนที่ 101 :ไต้อ๋องสั่งข้ามาลาดตระเวนภูเขา

             

    “อย่าถามข้ามาจากไหน

     

    และอย่าถามข้าจะไปไหน

     

    ข้าต้องเด็ดดอกไม้ที่งามที่สุด

     

    กำนัลให้กับองค์หญิงน้อยของข้า...”

             

            ขณะที่ร้องเพลงหลิวจือเซียได้เอื้อมมือไปเด็ดดอกมะลิสีขาวจากกระถางดอกไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะ แสดงท่าทางในการดมอย่างเกินจริงจากนั้นก็ถือดอกมะลิไปให้เยว่เยว่อย่างประจบประแจง

             

            เยว่เยว่ตาเป็นประกายเด็กน้อยหยิบดอกมะลิขึ้นมาดม จากนั้นก็นำไปทัดไว้ที่หูของหลิวจือเซีย

             

            ผู้ชมหัวเราะอย่างสนุกสนานขณะเดียวกันผู้ชมก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเนื้อเพลงในท่อนที่มีคำว่าปีศาจน้อยเอย ต้าหวางเอย อีกทั้งองค์หญิงน้อยนั้นหมายความว่าอย่างไร ?

             

            อินเตอร์เน็ตในยุคนี้ไม่ได้มีการพัฒนาเหมือนในยุคที่หลิวจือเซียจากมา ภาษามากมายที่ใช้ในอินเตอร์เน็ตในโลกก่อนของเขาไม่อาจหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตในยุคนี้ได้ดังนั้นบรรดาผู้ชมจึงไม่รู้ว่าองค์หญิงน้อยหมายความว่าอย่างไร

             

            “ไอ๊หยาเกือบลืมไปแล้ว ! ” หลิวจือเซียที่หูทัดดอกมะลิอยู่พลันตบหน้าผากแล้วร้องเพลงต่อ

             

            “ไต้อ๋องสั่งข้ามาลาดตระเวนภูเขา

             

            ข้าจะท่องโลกมนุษย์สักครา

             

            ตีกลองข้าให้ดัง

             

            ตีฆ้องข้าให้ดัง

             

            ให้ชีวิตเต็มไปด้วยท่วงทำนอง...”

             

            หลิวจือเซียลุกขึ้นยืนในท่วงท่าที่สบายๆ ขณะที่กำลังร้องเพลงอยู่นั้น เขาก็โยกตัวไปมาซ้ายขวาตามจังหวะดนตรี เหมือนกับว่าเขากำลังเต้นระบำอยู่อย่างนั้นเขาเพลิดเพลินกับเวทีเล็ก ๆ ของเขา หมุนตัวไปมาด้วยอารมณ์สุนทรี

             

            บทเพลงนี้ทั้งในแง่ของเนื้อเพลงและทํานองต่างไพเราะน่าฟังอีกทั้งยังเป็นเพลงติดปากเหมือนเพลง ‘คุณพ่อ จะไปไหน ? ’ ทำให้ผู้ชมที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และหน้าจอโทรศัพท์มือถือต่างตื่นเต้นบางคนก็ฮัมเพลงตามเบา ๆ บางคนก็โยกตามเพลง

             

            “ไต้อ๋องสั่งข้ามาลาดตระเวนภูเขา

             

            จับพระรูปนั้นมาทำมื้อเย็น

             

            น้ำในห้วยภูเขานี้หวานล้ำหาใดเปรียบ

             

            ไม่ต้องอิจฉาคู่รักไม่ต้องอิจฉาเทพเซียน...”

             

            ด้านหน้าของบรรดาผู้ชมปรากฏภาพสดใสมีภูเขาป่าไม้และลำน้ำ นางฟ้าน้อยแสนน่ารักคนหนึ่ง กระโดดวิ่งเล่นขึ้นลงระหว่างภูเขาและลำน้ำ

             

            บรรดาท่านผู้ชมแทบจะทุกคนต่างฮัมเพลงและโยกตามจังหวะไปมา

             

            ส่วนทุกคนในห้องรับแขกซงจิงจ้าน ไป่เหลียนเฉิงพวกเขาต่างบิดตัวตามแม้แต่หลางเวิ่นซิงที่ก่อนหน้านี้ใบหน้าบึ้งตึง เมื่อได้ฟังบทเพลงนี้ บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มที่หาได้ยาก

             

            ในส่วนของเพลงหลักได้จบลงแล้วจังหวะพลันเบาลง ตามด้วยเยว่เยว่ที่เปิดปากขับร้องออกมา

             

             “ดวงตะวันกระพริบตาให้ข้า

             

            นกน้อยร้องเพลงให้ข้าฟัง(จิ๊บจิ๊บ)”

             

            น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของเยว่เยว่ถึงจะร้องผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่เมื่อฟังดูแล้วกลับมีความรู้สึกเข้ากันได้ดี

             

             “ข้าพยายามทำงานอย่างหนึ่ง

             

            ปีศาจน้อยยังไม่สนิทกับผู้คน...”

             

            สองประโยคสุดท้ายขับร้องโดยหลิวจือเซียพ่อและลูกสาวสบตากัน ขณะร้องเพลงทั้งคู่ได้แสดงอารมณ์โต้ตอบกันมากขึ้น เย่วเยว่หัวเราะคิกคักค่อย ๆ บีบหูของหลิวจือเซีย ส่วนหลิวจือเซียนั้นก็ก้มหน้าให้ความร่วมมือ แสดงบทบาทสีหน้าอยากร้องไห้ออกมา

             

            ท่อนเพลงที่สองสองประโยคหน้าเป็นเยว่เยว่ร้องเช่นกัน

             

            “อย่าถามข้ามาจากไหน(ฮี ฮ่า)

             

            และอย่าถามข้าจะไปไหน”

             

             “ข้าต้องเด็ดดอกไม้ที่งดงามที่สุด

             

            กำนัลให้กับองค์หญิงน้อยของข้า...”

             

            หลิวจือเซียรับช่วงต่อดอกมะลิสีขาวที่ทัดตรงใบหูสั่นแล้วร่วงลงมาอยู่บนมือ เวลานั้นเยว่เยว่ฉวยโอกาสหยิบมันขึ้นมาวางไว้บนศีรษะของเธอ

             

            เมื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเด็กน้อยเกิดอาการหน้าแดงด้วยความเขินอาย มือทั้งสองข้างกุมกันแน่น

             

            “ว้าวเยว่เยว่น่ารักมาก ! ”

             

            “อย่านะเจ้าปีศาจน้อย อย่ารังแกเยว่เยว่ของฉัน ! ”

             

            “องค์หญิงคืออะไร? ฉันคิดว่าเพลงนี้ฟังดูเหมือนจะเกิดขึ้นจากเรื่องจริงเลย ?”

             

            ความสัมพันธ์ระหว่างหลิวจือเซียและลูกสาวถ่ายทอดไปยังท่านผู้ชมทุกคน

             

            บรรดาผู้ชมที่มีลูกมองลูกของตัวเองสนุกไปกับบทเพลงนี้ กำลังกระโดดโลดเต้นและคิดว่าตัวเองรู้สึกผิดต่อลูกของตนอยู่บ้าง

             

            เด็กทุกคนต่างเป็นเหมือนดอกไม้เด็กทุกคนต่างมีนิสัยเป็นของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องบังคับให้พวกเขาเรียนโน่นเรียนนี่ เพราะโลกใบนี้ ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าความสุขของลูกอีกแล้ว !

             

            แล้วผู้ชมที่ยังไม่ได้แต่งงานและไม่มีลูกล่ะ?

             

            พวกเขาตัดสินใจว่าหลังจากที่มีลูกก็อยากจะมีลูกสาวที่น่ารักอย่างเช่นเยว่เยว่ !

             

            ………………….

     

            หลี่เมิ้งอีที่อยู่เมืองจิ่นเฉิงมณฑลเสฉวนอันห่างไกล เธอเพิ่งจะถ่ายทำเสร็จวันนี้ก็รีบร้อนกลับมายังโรงแรมฮัวโตวฮอลิเดย์

             

            เมื่อเข้ามาในห้องยังไม่ทันได้ล้างตัว หลี่เมิ้งอีก็เปิดคอมพิวเตอร์ของตัวเองย่างเร่งรีบ เข้าระบบของแพนด้ามิวสิคและค้นหาการถ่ายทอดสด‘ห้องเชือด’ ของหลิวจือเซีย

             

            เมื่อเข้าไปในห้องถ่ายทอดสดก็เห็นหลิวจือเซียคุกเข่าข้างเดียวอยู่บนพื้นใบหน้าแสดงความประจบประแจงอยู่ต่อหน้าเยว่เยว่ เด็กน้อยที่บนศีรษะมีดอกมะลิวางอยู่สองมือปิดหน้าทำท่าเขินอาย

             

            “ว้าวเยว่เยว่... น่ารักจัง ! ”

             

            เหอจิงจิงที่ตามหลี่เมิ้งอีเข้ามาในห้องนั่งลงข้างหลี่เมิ้งอี“วันนี้ไม่ใช่การแข่งขันระหว่างหลิวจือเซียกับจินฉือถังหรือ ? ”

             

            “ทำไมในห้องถ่ายทอดสดไม่เห็นจินฉือถังแต่กลับเป็นสองพ่อลูกที่กำลังทำการแสดงอยู่ล่ะ ? ”

             

            ไม่รู้ว่าเพราะความละอายใจหรือเป็นเพราะเหตุผลอื่น จินฉือถังจึงไม่เอ่ยสิ่งใดสักประโยคและออกจากห้องไลฟ์ไป

             

            ตอนนี้ระหว่างที่ถ่ายทอดสดนอกจากการเชื่อมต่อของหลิวจือเซียแล้ว ก็เหลือแค่หลินเยว่ หวงปิ่งคุนและคนอื่นสี่คนที่อยู่บนหน้าจอ

             

            “ฉันไม่แน่ใจเหมือนกัน! ”

             

            หลี่เมิ้งอีส่ายหน้าตอนที่เธอเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าหลิวจือเซียและเยว่เยว่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดในใจกลับรู้สึกโล่งใจ “การแข่งขันคงจะจบแล้ว จือเซียชนะแล้วมั้ง ! ไม่งั้น เธอดูสิสองพ่อลูกจะดีใจขนาดนี้ไหม? ”

             

            “เธอพูดถูก! ” เหอจิงจิงพยักหน้า “หืม นี่มันเพลงอะไร ? ไม่ได้มีเพียงแต่ท่วงทำนองที่สนุกสนานเท่านั้นแต่เนื้อเพลงก็น่าสนุกมากเหมือนกัน ! ”

             

            “อืมฉันก็ไม่เคยได้ยินเพลงนี้เหมือนกัน คงจะเป็นเพลงใหม่ที่เพิ่งแต่งขึ้นมา”

             

            หลี่เมิ้งอีหัวเราะออกมาขอแค่หลิวจือเซียไม่เป็นไร ต่อให้ไม่ได้ดูถ่ายทอดสด เธอก็สบายใจแล้ว

             

            “บทเพลงนี้สนุกมากจริงๆ ! ” เหอจิงจิงพลันดึงมือหลี่เมิ้งอีแล้วเอ่ยว่า “ไม่ได้ กลับไปเธอต้องไปขอเนื้อเพลงมาจากจือเซียฉันจะฝึกร้องเพลงนี้ ! ”

             

            “ได้เลย! ” หลี่เมิ้งอีตอบรับด้วยใบหน้าเฉยเมย “โตขนาดนี้แล้ว ยังจะเล่นไม้นี้อีก ! ”

             

            ……………………..

     

             “ไต้อ๋องสั่งข้ามาลาดตระเวนภูเขา

             

            ข้าจะท่องโลกมนุษย์สักครา

             

            …………………………..

     

            น้ำในห้วยภูเขานี้หวานล้ำหาใดเปรียบ

             

            ไม่ต้องอิจฉาคู่รักไม่ต้องอิจฉาเทพเซียน...”

             

            หลิวจือเซียไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าหญิงสาวรูปงามผิวดุจดั่งหิมะที่อยู่แดนไกลนั้นรู้สึกคลายกังวลจากการแข่งขันของเขาในวันนี้ช่วงเวลานี้เขาอุทิศหัวใจของเขาทั้งหมดอยู่กับการเล่นสนุกกับเยว่เยว่

             

            เมื่อร้องเพลงท่อนแรกจบหลิวจือเซียโน้มตัวลงให้เยว่เยว่ขึ้นนั่งบนหลัง จากนั้นเขาโน้นตัวลงหมุนไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว

             

            เด็กน้อยหัวเราะคิกคักดูตาคู่สวยโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มีความสุขดั่งกระรอกน้อยตัวหนึ่ง

             

            ทันใดนั้นดนตรีก็หยุดลง ท่วงทำนองที่ซับซ้อนตื่นเต้นเปลี่ยนเป็นเรียบง่าย เยว่เยว่ที่เกาะอยู่บนหลังของหลิวจือเซียยื่นมือน้อย ๆ จับไหล่ของหลิวจือเซียและถามว่า “เสียงดนตรีหายไปไหนแล้ว ? ”

             

            “ว่ายังไงนะ? ” หลิวจือเซียวางเยว่เยว่ไว้กับพื้นแล้วทำท่าทางสงสัย

             

            “เจ้านั้นไร้ซึ่งปัญญา? ” เยว่เยว่โมโหดึงหูหลิวจือเซีย “เจ้าทำพระพุทธรูปหล่นหายในแห่งหนใด? ”

             

            ดวงตาของหลิวจือเซียกรอกไปมาและวิ่งไปข้างหน้าปากก็ตะโกนร้องว่า “ไต้อ๋องไว้ชีวิตข้าด้วย ไต้อ๋องไว้ชีวิตข้าด้วย...”

             

            เยว่เยว่ยกมือเท้าเอวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“เหอะ ข้าไม่เคยเห็นใครไร้ปัญญาเท่าเจ้ามาก่อนเลย ! ”

             

            “ไต้อ๋องไต้อ๋อง สั่งข้ามาลาดตระเวนภูเขา

             

            ไต้อ๋องไต้อ๋อง สั่งข้ามาลาดตระเวนภูเขา

             

            ไต้อ๋องไต้อ๋อง สั่งข้ามาลาดตระเวนภูเขา...”

             

            หลิวจือเซียวิ่งไปด้วยและพูดประโยคเดิม ซ้ำ ๆ เสียงพูดกระทบภูเขาทำให้เกิดการสะท้อนคล้ายเสียงดนตรีประกอบ

             

            “ไต้อ๋องไต้อ๋อง สั่งข้ามาลาดตระเวนภูเขา

             

            ข้าจะท่องโลกมนุษย์สักครา

             

            ……

             

            น้ำในห้วยภูเขานี้หวานล้ำหาใดเปรียบ

             

            ไม่ต้องอิจฉาคู่รักไม่ต้องอิจฉาเทพเซียน...”

             

            เนื้อเพลงสนุกสนานในที่สุดก็ร้องถึงท่อนสุดท้ายแล้ว แต่หลิวจือเซียและเยว่เยว่ก็ยังคงซุกซนจนถึงตอนสุดท้าย

             

            หลิวจือเซียคุกเข่าลงและมองเยว่เยว่อย่างประจบประแจงมือทั้งสองจับไว้ที่ใต้คางและถามอย่างซื่อตรง “ไต้อ๋อง ไต้อ๋อง เหตุใดบนภูเขาถึงไม่มีพระพุทธรูปเก่าแก่กัน? ”

             

            กล่าวถึงตรงนี้หลิวจือเซียจงใจผายมือออกเป็นลักษณะท่าทางบ่งบอกว่าจนปัญญา

             

            “เจ้านั้นสิ้นไร้ปัญญาเสียจริง? ” เยว่เยว่จ้องหน้าหลิวจือเซียด้วยสายตารังเกียจจากนั้นก็หมุนตัวโบกมือ “จบการแสดง ! ”

             

            “ฮ่าๆๆ ! ”

             

            ห้องถ่ายทอดสดเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนานท่านผู้ชมรู้สึกขบขันกับการแสดงโต้ตอบของสองพ่อลูก หัวเราะกันจนหงายหน้าหงายหลัง

             

            ผ่านไปสองสามนาทีข้อความแสดงความคิดเห็นก็เริ่มปรากฏขึ้นบนหน้าจอภายในห้องถ่ายทอดสดอย่างต่อเนื่อง

             

            “หลิวจือเซียฉันขอตัวลาก่อน ฉันจะไปเป็นแฟนคลับของเยว่เยว่แทน ! ”

             

            “ไต้อ๋องหิวแล้วเจ้าปีศาจน้อยช่างไม่รู้เรื่องอะไรจริง ๆ ! ”

             

            “ไม่ได้แล้วไม่ได้แล้ว มีดของฉันกระหายเลือดแล้ว ฉันจะสับปีศาจน้อยให้ตาย ! ”

             

            ผู้ชมหลงเสน่ห์การใช้เสียงโทรต่ำสูงรวมไปถึงท่าทางเย่อหยิ่งของเยว่เยว่ก็พากันส่งข้อความเพื่อแสดงการสนับสนุนเยว่เยว่และเหยียบหลิวจือเซีย

             

            ต้องกล่าวว่านี่คือตัวอย่างรักลูกสาวแล้วลืมพ่อที่ดี!

             

            “เฮ้พวกคุณพูดแบบนี้ ผมไม่ยอมสูญเสียลูกน้อยของผมไปง่าย ๆ หรอก ! ”

             

            หลิวจือเซียยังคงทำท่าทางน่ารักและตอบโต้กับบรรดาผู้ชมโดยตรง

             

            “ฟู่! เมื่อกี้ฉันเพิ่งเคยเห็นอะไรน่ารักจนเลือดพุ่ง ! ” ในห้องรับแขกไป๋เหลียนเฉิงเกือบพ่นน้ำออกมาจากปากเพราะไม่เคยเห็นหลิวจือเซียปล่อยตัวขนาดนี้

             

            “เฮ้ไม่เคยนึกเลยว่าจือเซียยังมีมุมขี้เล่นแบบนี้อยู่ด้วย” หลางเวิ่นซิงส่ายหน้า“ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เคยรู้มาก่อน ? ”

             

            “แล้วปีศาจน้อยองค์หญิงน้อย พระถังซัมจั๋ง พวกเขาหน้าตาเป็นอย่างไรกัน ? ” ซ่งจิงจ้านถามออกมาด้วยความสงสัย

             

            และนอกจากบรรดาผู้ชมถ่ายทอดสดจะไม่เข้าใจแล้วหลินเยว่เองสมองก็เต็มไปด้วยเมฆหมอก

             

            “เสี่ยวหลิวเอ๊ยบทเพลงนี้ไม่ว่าจะเป็นท่วงทำนองหรือคำร้อยต่างก็สนุกสนานมาก อีกทั้งจังหวะเร็ว ๆ ทำให้คนติดปากลูกสาวของคุณ... ชื่อเยว่เยว่ใช่ไหม ? ”

             

            ในห้องถ่ายทอดสดหวงปิ่งคุนยิ้มและแสดงความคิดเห็น “เด็กน้อยไม่ได้มีเพียงแต่ความสวยเท่านั้นแม้แต่ตอนร้องเพลงยังน่ารักมาก โดยเฉพาะวิธีร้องแร็ป ทำให้คนแก่อย่างฉันหัวเราะจนเมื่อยใช้คำพูดแบบวัยรุ่น เท่ ๆ น่ารัก ๆ คนแก่อย่างฉันไม่เคยยอมใครแต่ครั้งนี้ต้องยอมให้แต่เยว่เยว่จริงๆ ”

             

            “ฮ่าๆๆ เหล่าหวงชมมากเกินไปแล้วครับ” หลิวจือเซียลูบหน้าผากน้อย ๆ ของเยว่เยว่“ยังไม่รีบขอบคุณคุณตาหวง แล้วก็พวกพี่ ๆ ที่ดูถ่ายทอดสดที่ชื่นชมอีก ? ”

             

            เยว่เยว่ทำตามที่พ่อบอกเธอเงยหน้าขึ้นมา โค้งคำนับต่อหน้ากล้องอย่างคล่องแคล่ว “ขอบคุณคุณตาหวงขอบคุณพี่ป้าน้าอาทุกคนค่ะ ! ”


     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน