หริ่นหลันที่ได้ยินคำพูดของกงจือ ตัวนางเริ่มไม่สบอารมณ์ ดวงตาฉายแววอำมหิตออกมา แม่นางผู้นี้ มองดูเหมือนนิสัยขี้เล่นแต่แฝงด้วยอันตรายอย่างมาก หากไม่ระวัง คงติดกับนางเป็นแน่
หริ่นหลันไม่พูดพล่ามอีกต่อไประเบิดปราณพลัง สร้างดาบใหญ่ขึ้นมาไว้ในมือ ก่อนจะเหวี่ยงฟาดไปที่ กงจือ อย่างแรง
กงจือยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "เจ้าช่างใจร้อนเสียจริง ข้าพูดแทงใจดำเจ้างั้นหรือ"
กงจือพ่นควันสีชมพู ออกมาจากริมฝีปาก ขวางกั้น ดาบใหญ่ที่ฟาดเข้าใส่ตัวนาง
เสียงปราณพลังทั้งสองเสียดสีกันอย่างรุนแรง ก่อนที่ดาบใหญ่ที่สร้างจากปราณพลังของหริ่นหลันจะหยุดชะงัก ไม่อาจฟันทะลุควันสีชมพูเข้าไปได้
หริ่นหลันถึงกับใจสั่นสะท้านตัวนางออกแรงฟาดเข้าไปเต็มที่ กลับไม่สามารถเจาะทะลุหมอกควันสีชมพูเข้าไปได้ ควันสีชมพูนั้นคืออะไรกันแน่เหตุใดมันถึงดูดซับการโจมตีได้ หมอกควัน สีชมพู ขยายตัวอย่างรวดเร็วคิดจะกลืนกิน หริ่นหลัน ตัวนางไร้ทางเลือกหากโดน หมอกควันกลืนกิน เข้าไปตัวนางสลัดไม่หลุดเป็นแน่
หริ่นหลันไม่คิดเก็บออมปราณพลังอีกต่อไปหาก พลาดท่าโดนหมอกควัน สีชมพู ตัวนางน่าจะถูกกักขัง จนต้องแพ้แบบคนก่อนหน้านี้เป็นแน่
ตัวนางถอยหลบออกไปหลายสิบก้าว ก่อนจะถอนหายใจ หากตัวนางไม่เอาจริง คงจะจบการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้
หริ่นหลันระเบิดปราณพลัง วาดมือกลางอากาศ สำแดง
"วิชาดาบทลายสวรรค์" ปราณพลังของนางถูกสูบกลืนไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมีวงแหวนสีทองขนาดใหญ่ก่อรูปกลางอากาศกินเนื้อที่
เกือบทั้งลานประลอง วงแหวนขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว
หริ่นหลัน วาดมือลงมา ก่อนจะตะโกนก้อง "จงร่วงหล่น" ดาบเล่มใหญ่เท่าบ้านหลังหนึ่ง โผล่ออกมาจากวงแหวน ก่อนที่จะพุ่งลงมาใส่กงจือ
ฝูงชนที่ชมการประลองยังใจสั่นสะท้าน ดาบเล่มนั้นที่ตกลงมาใหญ่เป็นอย่างมาก นางคงเสียปราณพลังในการสร้างไปมากเช่นกัน
กงจือที่เห็นดาบใหญ่ตกลงมาใส่ตัวนาง ระเบิดปราณพลัง ออกมาอย่างบ้าคลั่ง ริมฝีปากของนางเปลี่ยนเป็น สีม่วงอย่างรวดเร็ว
ก่อนจะพ่นควันสีม่วงออกมาจากปาก รอยขึ้นไปบนฟ้า ด้านบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยควันสีม่วงหนาแน่น
ดาบใหญ่ที่สร้างจากปราณพลังที่ตกลงมา เมื่อถูกควันสีม่วงกลับถูกหลอมละลาย ดาบใหญ่ที่สร้างจากปราณพลังถูกกัดกินไปอย่างรวดเร็ว
เกิดช่องโหว่หลายแห่ง คล้ายจะพักทลาย
ฝูงชนต่างตาเบิกกว้างอ้าปากค้าง เหนือลานประลองเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดดาบใหญ่ถึง สลายหายไปหลายส่วน
หริ่นหลันที่ควบคุมดาบอยู่ นางพยายาม กดมือลง หมายบังคับดาบให้ตกลงไปยังพื้นเบื้องล่าง ดาบที่นางสร้างค่อยๆ ถูกกัดกร่อน
จนเกิดรอยร้าว ไม่นาน วงแหวนที่นางสร้างก็ เริ่มพังทลาย "เป็นไปได้อย่างไร วิชานี้ของนางถูกทำลายงั้นหรือ"
ตัวนางตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าวิชาของนางจะถูกทำลายง่ายดายเช่นนี้
ควันสีม่วง ที่กงจือ สร้างค่อยๆ ร่วงหล่นลงมา รอบลานประลอง
อาภรณ์ของหริ่นหลัน เริ่มเปลือยยุ่ยจากการหลอมละลาย" เจ้าๆ กล้าเล่นสกปรกงั้นหรือ"นางที่โดน ควันสีม่วง รู้ได้ในทันที ควันสีม่วงมีพลังในการหลอมละลาย ยังดีที่รอบๆ ควันสีม่วงไม่หนาแน่นไม่อย่างนั้นร่างของนางได้ถูกทำลายเป็นแน่
กงจือยกยิ้ม "หากเจ้ายังไม่อยาก เปลือยกาย ต่อหน้าผู้คน รีบยอมแพ้เสีย"
หริ่นหลัน เม้มปากแน่นกัดฟันกรอด ชายเสื้อของนางเริ่มเปื่อยยุ่ยหลุดร่วง หากเป็นแบบนี้ต่อไปนางได้อับอายต่อหน้าผู้คนเป็นแน่
หริ่นหลันตะโกนก้อง "ยังหรอกน่า ลองรับการโจมตี ข้าอีกครั้งดู"
ตัวนางที่เห็นควันสีม่วงพวกนี้ มีดีแค่การหลอมละลาย ไม่สามารถป้องกันการโจมตีของนางได้ หริ่นหลันปล่อยปราณพลังสร้างดาบใหญ่ขึ้นมาไว้ในมือ ก่อนจะ เหยียบพื้นอย่างแรง พุ่งเข้าประชิด กงจือในเสี้ยววิ ง้างดาบใหญ่ในมือเข้าฟาดฟันทันที
"เอาการโจมตีข้าไปกินเสีย"
กงจือ ถึงกับเบิกตากว้าง หญิงสาวผู้นี้ไม่หวาดกลัวควันสีม่วง จะหลอมละลายร่างของนางเลยงั้นหรือ นางที่เห็นร่างของหริ่นหลัน
หลุดลอก หลอมละลายไปหลายส่วน อาภรณ์ของนางถึงกับเปื่อยยุ่ย จนเห็นผิวขาวภายในกายาบางส่วน
ตัวนางเองก็ไม่สามารถป้องกันการโจมตีของหริ่นหลัน ที่พุ่งเข้ามาได้ เวลานี้พลังของนางไม่มีพลังป้องกัน
กงจือ พยายามป้องกัน การโจมตีของ หริ่นหลันไว้ หากนางรอดจากการโจมตีครั้งนี้นางก็จะชนะ
กงจือระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่งสร้างเกาะป้องกันล้อมกายาไว้
เสียง"ตู้ม"ดังก้อง ปราณพลังทั้งสองเสียดสีกันอย่างรุนแรง หริ่นหลันระเบิดปราณพลังส่งเข้าไปใส่ดาบใหญ่ที่อยู่ในมืออย่างบ้าคลั่ง นางกดดาบใหญ่ในมือลงอย่างแรงคิดเจาะการป้องกันกงจือ ให้ได้ เสียงเกาะป้องกันเริ่มแตกร้าว ก่อนจะแตกสลาย
กงจือถูกฟาดจน ถอยกระเด็นออกไปหลายสิบก้าว เกาะป้องกันถึงกับแตกละเอียด อาภรณ์ของนางบางส่วนถึงกับฉีกขาดเลือดสาดกระเซ็น
ตัวนางกระอักเลือดออกมาคำใหญ่
ผู้ชมบางคนยังมีคนแอบมองเรือนร่างของสองสาวงามไม่วางตา
กงจือที่ยันร่างขึ้นมาได้ นางยกยิ้มไปที่ หริ่นหลันทันที "เป็นอย่างไรบ้างควันสีม่วงของข้า น่าจะออกฤทธิ์แล้วสินะ"
หริ่นหลัน ได้ยินถึงกับหนังตากระตุกอย่างรุนแรง นางรีบสำรวจกายาของนางทันที ชุดของนางเปลือยยุ่ยไปมาก เพียงโดนเบาๆ ก็เหมือนจะขาด
แต่ที่น่าตกใจ ผิวของนางถึงกับเป็นสีม่วง เนื้อบางส่วนถูกหลอมละลายจนเห็นกระดูก "เจ้า เจ้า หรือว่าควันของเจ้ามีพิษอยู่ด้วย"
อยู่ๆ ตัวนางก็เริ่มมึนหัวอย่างแรง เริ่มทรงตัวไม่ได้
กงจือยกยิ้ม ก่อนจะเอ่ยพูด "ใครบอกเจ้าว่าควันที่ข้าสร้างมี ดีแค่หลอมละลาย เจ้าประมาทเอง"
หริ่นหลัน มึนหัวเป็นอย่างมากก่อนจะเอ่ยพูดด้วยความ แค้นเคือง "เจ้าช่างไร้ยางอายเสียจริง ถึงกับใช้พิษ"
กงจือค่อยๆ เดินเข้าหา หริ่นหลัน ก่อนที่นางจะเตะตัวของหริ่นหลัน อย่างแรง เสียง"ตูม"ดังก้อง
หริ่นหลันลอยกระเด็นออกมาไกล ร่างของนางถึงกับมีรอยปริแตก เลือดไหลซึมที่มุมปาก อาภรณ์ของนางถึงกับฉีกขาดไปหลายส่วน
เผยให้เห็นส่วนที่สงวนของนางไว้
อี้เฉินที่เห็นถึงกับหน้ามืดทะมึน กงจือนางผู้นี้ช่างโหดร้ายเสียจริง
หากหริ่นหลันตกกระแทกพื้นอีกละก็ตัวนางได้บาดเจ็บหนักเป็นแน่
อี้เฉินพุ่งออกไปรับตัวนางไว้ทันที กายาของนางน่าจะติดพิษหมดสติไปแล้วตัวเขาไม่รู้พิษที่ กงจือใช้รุนแรงถึงตายหรือไม่
อี้เฉินส่งปราณจิตไปหากงจือทันที "เจ้าก็เห็นไม่ใช่หรือตัวนางไร้แรงต่อต้านแล้ว เหตุใดยังลงมือโหดเหี้ยมเช่นนี้"
กงจือ ที่เห็นอี้เฉินส่งปราณจิตออกมาพูดคุย กงจือยกยิ้มก่อนจะส่งปราณจิต กลับมาพูดคุยกับอี้เฉิน "นางกล้าทำให้กายาข้ามีบาดแผลข้าต้องสั่งสอนนาง อีกอย่างเจ้าสบายใจได้พิษที่ข้าใส่อีกไม่นานมันก็สลายไปเอง"
หญิงสาวสำนักศักดิ์สิทธิ์เอ่ยพูด "เจ้าปล่อยอนุชน สำนักศักดิ์สิทธิ์ของเราเสียเจ้าเป็นใครกล้ามาแตะต้องศิษย์สำนักศักดิ์สิทธิ์ของเรา"
อี้เฉินที่เห็นหน่วยแพทย์สำนักศักดิ์สิทธิ์ เขาปล่อยหริ่นหลัน ลงในทันที
"ข้าเข้าใจแล้วดูแลนางให้ดีๆ ด้วย" อี้เฉินที่เห็นพวกนางเป็นคนของสำนักศักดิ์สิทธิ์ อี้เฉินจึงถอยออกมา เขาไม่อยากก้าวก่ายกับสำนักอื่นมากเกินไป มันอาจจะสร้างปัญหาขึ้นมาได้
....
ฝูงชนต่างด่าทอเมื่อเห็นอี้เฉินเข้าใกล้สาวงามพวกเขาต่างอิจฉาตาร้อน "ไอ้เด็กผมขาวนั้นมันคิด จะหลอกแต๊ะอั๋งสาวงามสำนักศักดิ์สิทธิ์ แน่เลย"
ชายหนุ่มอีกคนใส่ไฟเต็มที่ "ข้าว่ามันต้องเป็นพวกหื่นกามแน่เลย ดูซิถึงขนาดเข้าไปจับกายาของนางตรงๆ"
พวกเขาต่างตะโกนก้อง "จัดการไอ้คนระยำเสีย อย่าให้มันมีที่ยืน"
อี้เฉินได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน เขาแค่ไปช่วยคนที่เขารู้จักไม่ได้มี เจตนาร้ายเหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้
แม้แต่ผู้ชมบางคนที่ดูยังส่ายหัวกับฝูงชน แต่ก็มีบางคนสะใจอยากเห็นสำนักเซียนพ่ายแพ้ไปโดยไว
....