ตอนที่ 173
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ 2
"เปิดประตู" หนิงเซียนแสดงป้ายอาญาสิทธิ์ที่ได้จากฮัวเหวินเยี่ยน สั่งองครักษ์ที่มีหน้าที่ดูแลคุกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ทำการเปิดประตูห้องคุมขังเสวี่ยหมิงเพื่อให้นำตัวนักโทษออกมาส่งมอบให้กับตนเอง
ซึ่งข้ออ้างที่หนิงเซียนเอ่ยกับฮัวเหวินเยี่ยน ก็เพื่อนำตัวเสวี่ยหมิงมาทดสอบวิชาฝีมือของตนเองว่าใช้กับตระกูลหลงได้ดีแค่ไหน หากเกิดการปะทะกันจะได้มีข้อได้เปรียบ แต่เหตุผลซ่อนแฝงที่แท้จริงคงมีเพียงแต่หนิงเซียนเท่านั้นที่รับรู้ "นำตัวนักโทษไปยังห้องฝึกของข้า" หนิงเซียนที่อ่อนโยนเสมอมากลับใช้น้ำเสียงเข้มขรึม ต่างจากที่ผู้คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะเคยรับรู้
"ค่ะ เทพธิดา"องครักษ์เตรียมจะมัดมือเสวี่ยหมิงด้วยเชือกสะกดปราณ ก่อนจะปลดโซ่ตรวน แต่หนิงเซียนกลับดึงมือของนางเอาไว้ พร้อมเอ่ยว่า...ไม่เป็นไร ลำพังฝีมือของนักโทษหากคิดหลบหนี นางสามารถสังหารนักโทษผู้นี้ได้ภายในพริบตา แม้วัยวุฒิของหนิงเซียนนั้นจะน้อยกว่าศิษย์ส่วนใหญ่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะสงสัยในระดับการฝึกตน และพรสวรรค์ในการฝึกปรือทักษะยุทธ์ของนางแม้แต่ผู้เดียว
หลังจากที่องครักษ์นำตัวเสวี่ยหมิงมายังห้องฝึกบงกชอัคคี นางก็ถูกหนิงเซียนไล่ให้กลับไปก่อนที่หนิงเซียนจะรีบปิดประตูห้องฝึกทันที
ฟู่...หนิงเซียนระบายลมออกจากปาก
"พี่เสวี่ยหมิง ไม่ต้องทำหน้าล้อเลียนข้าเลยนะ"
หลังจากที่ประตูปิดลงเสวี่ยหมิงก็ไม่อาจหุบยิ้มลงได้ เพราะตั้งแต่ตอนที่อยู่ในคุกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ หนิงเซียนก็ทำตัวเคร่งขรึมจนออกจะเกร็งแข็งราวกับหุ่นไม้ ยามเอ่ยวาจาล้วนพยายามดัดเสียงหวานให้ดุขึงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ให้เสวี่ยหมิงที่รู้เรื่องราวต่าง ๆ ต้องฝืนกลั้นหัวร่อตลอดทางที่เดินมายังห้องฝึกบงกชอัคคีแห่งนี้ "ได้ ๆ ข้าไม่ล้อเจ้าก็ได้"
"ดีมากเพราะถ้าท่านพี่เสวี่ยหมิงยังล้อข้าอีก ข้าจะไม่ให้ท่านได้พบกับ..."หนิงเซียนทำหน้าเจ้าเล่ห์ พร้อมพยายามแสดงออกว่าตนเองกำลังปิดบังบางสิ่งที่เสวี่ยหมิงอยากรู้อยู่
"พบกับ...อะไรกันรึ"
"อา แน่นอนว่าท่านพี่ของข้า เมื่อได้พบกับคนผู้นี้แล้วย่อมต้องชมเชยการกระทำของน้องสาวผู้นี้อย่างแน่นอน"
"คนผู้นั้นคือใครกัน" เสวี่ยหมิงนึกหวนไปถึงผู้แซ่หลงที่เป็นอาจารย์ของหนิงเซียน แต่พอมาคิดย้อนกลับไป หากพบเจอได้ง่ายเช่นนั้น เมื่อคราที่อยู่ในคุกอัคคีผลาญหนิงเซียนคงไม่ร้องไห้คิดถึงผู้เป็นอาจารย์ให้เสวี่ยหมิงได้เห็นน้ำตาอย่างแน่นอน "หนิงเซียน เจ้าอย่าได้ปิดบังพี่อีกเลย นำผู้คนออกมาให้พี่ชายคนนี้ชมดู จะได้รู้ว่าคนที่เจ้านำมาจะทำให้พี่ดีใจได้ไหม"
"ฮิ ฮิ ท่านพี่เสวี่ยหมิงค่อยดูก็แล้วกัน"
"อืม" เสวี่ยหมิงครางในลำคอพร้อมพยักหน้ารับ
หนิงเซียนเดินหายลับไปที่เนินเขาเตี้ยภายในห้องฝึก บ่าวรับใช้ที่นางนำมาจากสำนักหงส์อัคคีกำลังนั่งสมาธิฝึกฝนอยู่ในภวังค์ตามคำสั่งของหนิงเซียนโดยที่ไม่ได้รับรู้ว่าตอนนี้ในห้อง นอกจากนางและหนิงเซียน ยังมีผู้คนเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
"พี่สาวตื่นได้แล้ว"
"อา นายหญิง..."
หนิงเซียนทำท่าจุ๊ปาก ส่งสายตาดุใส่หลิงจือ "เวลาอยู่กันเพียงลำพังเช่นนี้ อย่าเรียกข้าเป็นนายหญิงอีกเรียกข้าว่าหนิงเซียนก็พอ"
"แต่ว่า..."
"เข้าใจไหม" หนิงเซียนย้ำ
"ค่ะ" หลิงจือฉีกยิ้มกว้างรับ
"มา ๆ ข้าจะพาเจ้าไปพบกับ...คนที่อยากจะพบกับเจ้า" หนิงเซียนทำท่าอมยิ้ม "รับรองเจ้าต้องยินดีแน่ ๆ"
"มีคนอื่นในห้อง..."หลิงจืออุทานขึ้นเมื่อหนิงเซียนเอ่ยคำ นางก็แผ่พุ่งพลังจิตวิญญาณออกไป ทำให้รับรู้ว่ามีผู้คนเข้ามาภายในห้องอีกหนึ่งคน แต่เพราะคำพูดของหนิงเซียนที่ว่า...คนที่อยากพบกับเจ้า ทำให้หลิงจือคิดไปถึงจ้าวฮุย ใบหน้าของนางจึงกลายเป็นหมองเศร้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแทนที่ "คือข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย...อยากจะขอนายหญิง..." หนิงเซียนทำตาดุใส่ "หนิงเซียนให้ข้าไปพักผ่อนที่ห้องด้วย"
"อะไรนะ เจ้าไม่ค่อยสบาย" หนิงเซียนย่นคิ้วสงสัย "เอาเถอะงั้นเพียงแค่พบหน้า แล้วเจ้าก็ไปพักเถอะ"
รอยยิ้มจางของหลิงจือปรากฎแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป กลายเป็นสีหน้าเหน็ดเหนื่อยดุจเดิม
"ท่านพี่เดินมาที่หลังเนินนี่หน่อย"
คำ...ท่านพี่ของหนิงเซียนทำเอาหลิงจือรู้สึกแปลกใจมิใช่น้อย เพราะนางไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า เหตุใดหนิงเซียนที่มีฐานะสูงส่งยิ่งนัก จึงได้เรียกจ้าวฮุยว่า...ท่านพี่
"อืม"เสวี่ยหมิงรับคำ พลางเดินไปยังเนินเตี้ยที่หนิงเซียนเดินลับตาไปก่อนหน้า
อึดใจต่อมาเมื่อหลิงจือพบว่าผู้ที่เดินมาเป็นเสวี่ยหมิง นางก็แข็งค้าง หน้าซีดปากสั้นด้วยความตื่นเต้น คำเอ่ยที่หนิงเซียนเอ่ยก่อนหน้า...คำท่านพี่ของข้า วนเวียนสับสนอยู่ในสมองของนางจนหัวหมุนมึนงง
"ฮือ" เสวี่ยหมิงมองไปยังหลิงจือ ก่อนจะละสายตากลับมาที่หนิงเซียนซึ่งกำลังเริงร่าราวเด็กที่กำชัยชนะอยู่ในมือเป็นมั่นเหมาะ "ไหนผู้คนที่เจ้านำมากัน"
หนิงเซียนเบิกตากลมโต พร้อมชี้นิ้วไปที่หลิงจือที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ "ก็นางนี่ไง"
"หา"เสวี่ยหมิงอ้าปากค้าง "นางเนี่ยนะ"
หนิงเซียนที่กำลังอยู่ในห้วงความรู้สึกสนุกสนานดี ๆ ความสุนกนั้นก็ถูกทำลายลงในฉับพลัน ถึงกับพูดไม่ออก เพราะในสมองของเด็กสาวล้วนคิดไปเองว่าเสวี่ยหมิงกับหลิงจือนั้นคือคนรักกัน
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เมื่อรับรู้แน่ชัดว่าคนที่หนิงเซียนหมายมั่นให้เสวี่ยหมิงพบหน้าคือหลิงจือ เสวี่ยหมิงก็ระเบิดหัวเราะขึ้นอย่างไม่อาจระงับได้อีก "เด็กน้อย พี่แปลกใจยิ่งนักว่าเหตุใดเจ้าถึงคิดเช่นนั้น"
"ก็...ก็..."หนิงเซียนอับจนคำกล่าว หันไปหาหลิงจือ "หลิงจือ เจ้าไม่ค่อยสบายนี่นะ เจ้าเดินกลับห้องพักเองไหวไหม"
"ค่ะ วะวะไหวค่ะ" หลิงจือที่นึกถึงคำโกหกก่อนหน้าของตนเองก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา ที่โพล่งอะไรออกไปโดยไม่ยินยอมรับรู้เรื่องราวให้ละเอียดเสียก่อน ยามนี้จะเอ่ยปฏิเสธก็ใช่ที่ ทำให้นางจำต้องเดินออกจากห้องฝึกไป ทั้งที่ยามเดินจากไปล้วนจับจ้องเสวี่ยหมิงอย่างไม่วางตา พร้อมคำกล่าวของหนิงเซียนว่า...คนที่อยากพบหน้าเจ้า วนเวียนอยู่ในสมองจนคิดเตลิดไปไกล
"เอาละเมื่อนางจากไปแล้ว เจ้าก็บอกพี่เสวี่ยหมิงคนนี้มาได้แล้ว ว่าเหตุใดเจ้าถึงคิดว่าข้าต้องดีใจเมื่อพบหน้านางกัน"
"ก็"หนิงเซียนทำหน้างอนแก้มป่อง "ก็ นางทั้งสวยน่ารัก"
เสวี่ยหมิงไม่ได้เอ่ยขัด แต่กลับจับจ้องใบหน้ายามงอนแก้มป่องของหนิงเซียนไม่วางตา พลางอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา
"ท่านพี่ อืม..."หนิงเซียนหน้าแดงเขินอายก่อนจะโพล่งความคิดที่เก็บเอาไว้มาพักใหญ่ "ก็ข้าแอบได้ยินว่าท่านกับนางเคยอยู่ด้วยกันในสภาพเปลือยเปล่ามาก่อน ข้าก็เลย..."
เพ้ย...!!!
เสวี่ยหมิงสบถพร้อมพ่นลมดังด้วยความตกใจ