“ท่านปรมาจารย์ไป่อยู่ที่ห้องหนังสือผมจะไปแจ้งให้ท่านทราบนะครับ” ลุงหวงก้มหัวอย่างนอบน้อมสำหรับตัวตนของชายเบื้องหน้านั้นแน่นอนว่าเขาต้องให้การเคารพ
เพราะเขาก็เป็ปรมาจารย์ผู้หนึ่ง!
ในกองทัพที่เต็มไปด้วยเสือสิงห์ชายหนุ่มที่ดูท่าทางอ่อนแอผู้นี้กลับได้รับยศพลเอกั้แ่อายุยังน้อย เป็ถึง 1 ใน4 พลเอกของกองทัพที่ควบคุมกองกำลังพิเศษเหยี่ยวดำ
อย่าให้ภาพภายนอกหลอกตาหากเขาไม่มีความแข็งแกร่งที่แท้จริงต่อให้มีเื้ัทรงพลังขนาดไหนก็มาไม่ถึงจุดนี้
“แค่กๆ รบกวนหน่อยนะครับ”
ไม่เพียงแต่ท่าทางจะอ่อนแอ เพราะชายคนนี้เหมือนคนป่วยจริงๆใบหน้าของเขาเริ่มซีดและไอออกมาในขณะที่กำลังสนทนาแล้ว
ทำให้ลูกน้องสองสามคนของเขาต้องรีบลงมาจากรถเพื่อดูอาการหัวหน้าอย่างเป็ห่วง
“รบกวนรอสักครู่”
ลุงหวงหายตัวไปจากหน้าบ้านอย่างรวดเร็วจนลูกน้องของหลิวเยี่ยนเฟยประหลาดใจ
“พ่อบ้านเมื่อครู่เป็จอมยุทธ์?”
“เขาคนนั้นเป็คนสนิทของนายใหญ่ตระกูลถังน่ะ”หลินจิ้งเองก็มาเช่นกัน เขาเดินตามลงมาจากรถและมองอย่างไม่เชื่อสายตา
“แต่จำได้ว่าเขาเป็แค่จอมยุทธ์ขั้นต้นไม่ใช่เหรอ?”
หลินจิ้งหันไปถามผู้ช่วยอย่างงุนงงเพราะความเร็วและการเคลื่อนไหวเมื่อครู่มันอยู่ระดับเดียวกับจอมยุทธ์ขั้นกลางเช่นเขาไปแล้ว
“ใช่ค่ะหัวหน้าหวงจื่อหานได้รับาเ็ในตอนหนุ่มๆทำให้พลังฝึกตนของเขาหยุดชะงักที่จอมยุทธ์ขั้นต้นมาโดยตลอดในประวัติของเขาคือจอมยุทธ์ขั้น 2 ค่ะ”
ผู้ช่วยของเขาก็รายงานด้วยความแปลกใจ
“นี่น่าสนใจจริงๆนั่นแหละ”
หลิวเยี่ยนเฟยเองก็อดพึมพำเบาๆด้วยความสนใจไม่ได้
เพียงครู่เดียวกองกำลังพิเศษเหยี่ยวดำก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบริเวณบ้านโดยการนำทางของเด็กน้อยทั้งสองเพราะหากคิดจะมาติดตามไป่ฟานเซียนแล้วลุงหวงจึงค่อยๆสอนวิธีเป็ผู้ติดตามที่ดีให้ทั้งสองคนอย่างช้าๆ
เริ่มจากการช่วยงานทั่วไปเสียก่อน
กลุ่มคนที่เข้าไปในบ้านนั้น นอกจากหลิวเยี่ยนเฟยที่จูงมือเด็กทั้งสองเดินนำไปด้วยรอยยิ้มก็มีหลินจิ้งและผู้ช่วยสาวของเขาคนหนึ่งเท่านั้นที่ตามเข้ามาส่วนที่เหลือถูกหลิวเยี่ยนเฟนสั่งให้รออยู่ด้านนอกไม่ให้เป็การรบกวน
ผู้ช่วยสาวขณะที่เดินนั้นก็จับจ้องไปที่ถังเย่เย่อย่างแปลกใจเธอจ้องนานเสียจนหลินจิ้งถ้องหันมาถาม
“เธอมองอะไรน่ะ?”
“หัวหน้าหน่วยคะ เด็กคนนั้นใช่ถังเย่เย่ไหมคะ?”
เธอถามคอมพิวเตอร์ในมือก็เริ่มทำงานแล้วหาข้อมูลทันที
“เมื่อวานนี้ดิฉันไม่ได้สังเกต แต่เด็กคนนั้นตามข้อมูลป่วยเป็โรคประหลาดที่รักษาไม่ได้จนต้องนอนติดเตียงอยู่ที่บ้านมาหลายปีแล้วค่ะ”
ผู้ช่วยสาวขมวดคิ้ว
“แต่ตอนนี้นอกจากหายดีแล้วยังร่าเริงสุดๆเลยนี่”หลินจิ้งมองเด็กน้อยที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้า
“นั่นแหละค่ะที่น่าแปลก”หญิงสาวหันมาสบตากับหลินจิ้งที่เริ่มจะเข้าใจเื่ราวขึ้นมาแล้ว
“หมายความว่า...มีคนรักษาให้พวกเขาสินะ”
พวกเขาทั้งสองคนพูดจบก็มองไปยังหัวหน้าของตัวเองด้วยสายตาที่มีความหวัง...
“ชาค่ะ ระวังร้อนนะคะ”
ฮุ่ยเอ๋อถือถาดน้ำชามาเสิร์ฟให้แขกอย่างสุภาพเด็กน้อย่นี้กำลังเรียนรู้อย่างขยันขันแข็งจากหวงจื่อหานถึงจะไม่ได้ถึงขนาดไร้ที่ติแต่เพราะความจริงจังที่แผ่ออกมาจากใบหน้าเล็กๆนั่นมันน่าเอ็นดูจนไม่ว่าใครก็อมยิ้ม
“ขอบคุณนะ”หลิวเยี่ยนเฟยรับชาร้อนมาจิบไปอึกหนึ่ง เขาสำรวจบ้านหลังนี้ด้วยความแปลกใจนอกจากพวกเขาแล้วมีเพียงพ่อบ้านชราและเด็กอีกสองคนเท่านั้น
เขาััไม่ได้ถึงตัวตนของไป่ฟานเซียนในระยะัั์ไม่ได้ด้วยระยะของัั์ของเขาที่มีระยะมากกว่า 25เมตรก็น่าจะครอบคลุมบ้านหลังนี้ได้ในระดับหนึ่ง
หรือเธอจะอยู่ส่วนอื่นของบ้าน?
ขณะที่เขาขบคิดอยู่ ร่างงดงามของไป่ฟานเซียนก็ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียงในมือของนางถือหนังสือเล่มหนึ่งที่คงจะอ่านค้างไว้อยู่
การโผล่ขึ้นมากะทันหันของหญิงสาวทำให้หลิวเยี่ยนเฟยสะดุ้งจนชาในมือเกือบกระฉอกออกจากแก้วแต่ตัวตนระดับพลเอกของกองทัพสามารถเก็บอาการได้อย่างรวดเร็วเขาจิบชาไปอึกหนึ่งแล้วประเมินหญิงสาวเบื้องหน้าเงียบๆ
ใบหน้าของนางงดงามอย่างยิ่งยิ่งกว่ารูปที่ปรากฏในโซเชียล่นี้เสียอีกแต่สิ่งที่เหนือกว่านั้นก็คือความรู้สึกแปลกประหลาดที่อยู่รอบตัวนาง
มันทำให้นางนั้นดูสูงส่งและแข็งแกร่งอย่างยิ่ง!
ที่สำคัญคือัั์ของเขาััถึงการมีตัวตนของนางก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยสักนิด!
“สวัสดีครับท่านปรมาจารย์ไป่”หลินจิ้งที่อยู่ด้านข้างรีบลุกขึ้นมาทักทายนายหญิงของบ้านราวกับติดสปริงเขายังรู้สึกหวาดกลัวต่อแรงกดดันอันมหาศาลของหญิงสาวนางนี้ไม่หายแค่เธอปรากฏตัวขึ้นก็ทำให้ร่างกายของเขาขับเหงื่อเย็นๆออกมาโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว
ส่วนผู้ช่วยของเขาถึงขนาดขาสั่นไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นมาเธอมองหน้าไป่ฟานเซียนด้วยริมฝีปากสั่นระริกอย่างช่วยไม่ได้
“อืม...”
แน่นอนว่าไป่ฟานเซียนไม่ได้สนใจนางเพียงเดินมานั่งที่โซฟาฝั่งเ้าบ้านด้วยท่าทางเงียบสงบเท่านั้น
“สวัสดีครับคุณไป่ ผมชื่อหลิวเยี่ยนเฟย”หลิวเยี่ยนเฟยลุกขึ้นแนะนำตัวอย่างมีมารยาท แต่สิ่งที่ได้รับมามีเพียงเสียงอืมอย่างเกียจคร้านเท่านั้นเสียนี่
หลิวเยี่ยนเฟยถึงกับไปต่อไม่เป็ ั้แ่มาอยู่ในสถานะอย่างปัจจุบันนี้เขาไม่เคยแนะนำตัวเองแล้วได้รับปฏิกิริยาตอบสนองแบบนี้มาก่อน
ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มแห้งๆแล้วนั่งลงอย่างกะอักกะอ่วน
หลินจิ้งสมเป็ลูกน้องที่ดีเขารีบเอ่ยถึงจุดประสงค์ที่เดินทางมาที่นี่ในวันนี้ให้ไป่ฟานเซียนฟัง
“ท่านปรมาจารย์ไป่ เกี่ยวกับเื่เมื่อวาน...”
“คุณไป่พวกเราหน่วยเหยี่ยวดำมาวันนี้เพื่อขอขมาสำหรับความไร้มารยาทเมื่อวานนี้”ไม่รอให้หลินจิ้งพูดจบหลิวเยี่ยนเฟยก็ลุกขึ้นแล้วก้มหัวเพื่อขอโทษอย่างจริงใจให้ไป่ฟานเซียนลูกน้องทั้งสองจึงต้องรีบลุกตามขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“หวังว่าคุณไป่จะไม่ถือสา”หลิวเยี่ยนเฟยเงยหน้าขึ้นมา แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็ไป่ฟานเซียนที่เริ่มนอนเหยียดตัวไปกับเก้าอี้และอ่านหนังสือในมือต่อจนลุงหวงที่อยู่ด้านข้างไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไรแล้ว
จะร้องไห้ก็ไม่ได้ จะขำก็ไม่ออก!
คนเขากำลังขอโทษอย่างจริงใจ ท่านปรมาจารย์ไป่อย่างน้อยก็ช่วยมองเขาหน่อยไม่ได้เหรอครับ!
“ท่านปรมาจารย์ไป่...”ลุงหวงก้มลงไปกระซิบข้างๆไป่ฟานเซียน
“อ้อ? เ้าว่าอะไรนะ?”ไป่ฟานเซียนเงยหน้าขึ้นมองลุงหวง ชายชรารับรู้ได้ทันทีว่านายหญิงของบ้านคนนี้ไม่ได้สนใจแขกั้แ่แรกแล้วนี่นา!
“ท่านพลเอกหลิวเยี่ยนเฟยมาเพื่อขออภัยเื่เมื่อวานน่ะครับ”ลุงหวงรีบสรุปให้ฟัง
“งั้นรึ? เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม?”
ไป่ฟานเซียนทำท่าจะลุกขึ้นแล้วจากไปจริงๆเหมือนหนังสือในมือนางจะน่าสนใจกว่าแขกที่เป็ถึงระดับปรมาจารย์เสียอีก!
“คุณไป่รอก่อนสิครับ”
หลิวเยี่ยนเฟยรีบเบรกหญิงสาวไว้ก่อน เขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งนี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกหนักใจเื่ผู้หญิงจริงๆ
“นอกจากคำขอโทษแล้ว เรายังเตรียมของขวัญมาด้วย”
เมื่อพูดจบหลินจิ้งก็ส่งสัญญาณให้คนในหน่วยที่อยู่ด้านนอกขนเอากล่องใบหนึ่งเข้ามา ไป่ฟานเซียนที่ััถึงบางสิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นได้จับจ้องมันอย่างไม่วางตา
กล่องนั้นขนาดไม่ใหญ่นักแต่ก็วางจนเต็มโต๊ะหลินจิ้งออกแรงเปิดฝากล่องด้วยตัวเองจนสิ่งที่อยู่ด้านในเผยโฉมขึ้นมา
มันเป็ไข่มุกเม็ดหนึ่ง
เพียงแต่แทนที่จะเป็สีขาวนวลทั่วไปมันกลับเปล่งประกายสีแดงสดใสออกมาแทนยามที่ัักับแสงไฟก็คล้ายจะมีออร่าสีแดงจางๆแผ่ออกมา
ลุงหวงที่ได้เห็นสมบัติในกล่องถึงกับดวงตาเบิกกว้างเขาไม่คิดว่าครั้งนี้กองทัพจะทุ่มทุนขนาดงัดเอาสิ่งนี้ออกมา
“มุกธิดาอัคคี?”
สมบัติระดับ 4 มุกธิดาอัคคี!
สมบัติพิเศษธาตุไฟ มีฤทธิ์ในการส่งเสริมปราณหยางลดโอกาสเกิดธาตุไฟเข้าแทรกนอกจากนี้ยังยกระดับพลังของผู้สวมใส่ได้อย่างน้อยก็ขั้นย่อยขั้นหนึ่ง!
เป็สมบัติประเภทของวิเศษสามารถนำมันไปสร้างเป็เครื่องประดับเช่นสร้อยหรือกำไลข้อมือได้สบายๆ
กองทัพไปได้มาจากการประมูลในตลาดประมูลของเหล่าผู้ฝึกตนเมื่อหลายปีก่อน
ไม่มีใครรู้ว่ามันโผล่มาจากไหน แต่มันสามารถสร้างเสียงฮือฮาเป็อย่างมากในการประมูลครั้งนั้นทั้งตระกูลใหญ่หลายตระกูลที่ทุ่มสุดตัวแต่สุดท้ายกลับถูกกองทัพประมูลไปในท้ายที่สุดเสียนี่
ด้วยความที่มันเป็ถึงสมบัติอุปกรณ์ระดับ 4ทำให้มันเป็ที่หมายตาจากหลายฝ่าย ผู้ฝึกตนหลายคนในกองทัพต่างเคยส่งคำขอเพื่อใช้งานมันแต่ก็ถูกตีตกปฏิเสธไปทั้งหมด
ไม่คิดว่ากองทัพจะยอมยกมันเป็ของขวัญให้ไป่ฟานเซียนจริงๆ
ไป่ฟานเซียนมองมุกธิดาอัคคีเม็ดนั้นอย่างลึกซึ้งนางครุ่นคิดอะไรในใจไม่มีใครรู้ มือของนางวาดเบาๆบนอากาศไข่มุกสีแดงสดนั้นก็ลอยเข้ามาอยู่ในมือนาง
หญิงสาวมองไข่มุกเม็ดนั้นอย่างเงียบสงบอยู่พักหนึ่งไม่มีใครสักคนในห้องกล้าส่งเสียงออกมารบกวนนางแม้แต่หลิวเยี่ยนเฟยที่ถือว่าเป็ระดับปรมาจารย์เช่นกันก็ทำเพียงยกชาขึ้นมาจิบแล้วเฝ้ารออย่างสงบเท่านั้น
“ฮุ่ยเอ๋อ...”ไป่ฟานเซียนละสายตาออกมาเรียกเด็กน้อยให้เข้าไปหา
“นายหญิงคะ?”
เด็กน้อยเดินเข้าไปหาอย่างงุนงงเมื่อนายหญิงของเธอไม่พูดอะไรและเอาแต่จ้องมองใบหน้าของเธอสลับกลับไข่มุกเม็ดนั้น
“ไม่ใช่หรอกหรือ...” ไป่ฟานเซียนพึมพำเบาๆฮุ่ยเอ๋อที่อยู่ใกล้นางที่สุดััถึงสายตาที่หมองหม่นลงไปของไป่ฟานเซียน
“ช่างเถิด...มุกเม็ดนี้ยกให้เ้าก็แล้วกัน”
ไป่ฟานเซียนหลับตาลงมุกสีแดงสดลอยเข้าไปวางอย่างสงบบนมือเล็กๆของฮุ่ยเอ๋อที่กำลังสับสน หญิงสาวลุกขึ้นลูบหัวฮุ่ยเอ๋อเบาๆแล้วเดินจากไปพร้อมกับหนังสือในมือโดยไม่ใส่ใจแขกในห้องอีกครั้งแล้ว
และครั้งนี้นางจากไปจริงๆจนลุงถังต้องหันมาขอโทษขอโพยหลิวเยี่ยนเฟยที่ทำตัวไม่ถูกอีกครั้งเช่นกัน!