ณ ดาวเกรปเหนือขึ้นไปบนท้องฟ้าเมื่อมองผ่านหมู่เมฆขึ้นไปจะพบกับม่านพลังบาง ๆ ที่เป็นชั้นบรรยากาศทำหน้าที่คอยปกป้องดวงดาวไม่ให้เผชิญกับรังสีและสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายจากภายนอกอวกาศอันกว้างใหญ่
ภายใต้วงโคจรของดวงดาวพบยานอวกาศขนาดไม่ใหญ่มากนักลอยนิ่งเคลื่อนไปตามวงโคจรของดวงดาว!
“เมื่อไหร่เราจะไปจากดาวดวงนี้ซักทีนะข้าล่ะเบื่อจะแย่อยู่แล้ว!”น้ำเสียงเบื่อหน่ายออกมาจากคนผู้หนึ่ง
“เอาเถอะน่าทีโนส (Tinos) ข้าขอเล่นสนุกอีกไม่นานหรอกใกล้ถึงเวลาที่มันจะทำสงครามแย่งชิงอาณาจักรกันแล้วข้าอยากจะรู้ว่าใครในสามอาณาจักรจะเป็นผู้ชนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!” เสียงคนผู้หนึ่งตอบกลับ
“ข้าล่ะไม่เข้าใจเจ้าเลยจริง ๆ เมมบา (Memba)วัตถุดิบที่เราเก็บเกี่ยวมาได้ก็นับว่ามีมากเกินพอแล้ว เจ้าจะมัวเล่นเกมส์วางแผนการรบอะไรของเจ้าอีกแค่เข้าครอบงำผู้คนบนดาวหลอกให้มันหาวัตถุดิบให้ข้าว่ามันก็เสียเวลาและยุ่งยากมากพออยู่แล้ว”
“เป็นข้าจะบังคับให้มันขนวัตถุดิบให้จากนั้นก็สังหารพวกมันให้หมดสิ้น!แล้วรีบกลับไปยังศูนย์บัญชาการ ข้าจะได้ไปทำอย่างอื่นต่อไม่มัวมาบ้าเล่นเกมส์กับพวกดวงดาวล้าหลังแบบที่เจ้ากำลังทำหลอก!” ทีโนสผู้ที่ทำน้ำเสียงเบื่อหน่ายบ่นยืดยาวให้แก่เมมบา
“แหม่! เจ้าก็บ่นซะยืดยาวเลยทีโนสนาน ๆ ข้าจะได้เล่นสนุกแบบนี้ซักทีก็ขอซักครั้งเถอะน่าอยู่ที่ศูนย์บัญชาการข้ามีแต่ถูกพวกระดับสูงกดหัวใช้ ว่าแต่เจ้าเอสโทรล (Astrol)ยังไม่ติดต่อกลับมาเลยแฮะ มันมัวทำอะไรของมันอยู่กัน!” เมมบากล่าวกับทีโนส
“มันก็คงกำลังสนุกแบบเดียวกับที่เจ้าเป็นล่ะมั้งเจ้าเป็นคนแนะนำมันเองไม่ใช่รึไงว่าให้ลองลงไปเล่นเป็นเทพปกครองผู้คนในอาณาจักรดูเจ้าสองคนมันก็เพี๊ยนพอกัน อีกคนเล่นเป็นเทพ อีกคนก็หลอกให้คนบนดาวตีกันเองเสียเวลาเป็นบ้า” ทีโนสกล่าวตอบ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็คงจะเป็นอย่างที่เจ้าว่า!!” เมมบา
..............................................................................................................
ณ เมืองแกลเลีย จินที่กำลังยืนมองความปั่นป่วนวุ่นวายอยู่ภายในเมืองที่เต็มไปด้วยความโกลาหลชาวบ้านภายในเมืองต่างพากันเก็บข้าวของ ทหารประจำเมืองพากันวิ่งกวาดต้อนผู้คนตามบ้านข้าวของที่พังเกลื่อนกราดกระจายตามท้องถนนผู้คนกรีดร้องและอ้อนวอนแก่ทหารที่เข้าไปรื้อค้นยังบ้านและที่พัก
เพล้งง!! กรี๊ดดด! ได้โปรดอย่าเอาลูกข้าไป!! โอ๊ยย! ไม่นะ!
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน? ทำไมภายในเมืองถึงได้วุ่นวายแบบนี้นะ!” จินบ่นกับตัวเอง
เมื่อเห็นชาวบ้านคนหนึ่งกำลังวิ่งผ่านตัวเองไปจินจึงได้จับแขนหยุดคนผู้นั้นไว้แล้วสอบถามถึงเรื่องราว“เฮ้เดี๋ยวก่อนพี่ชาย? นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?ทำไมภายในเมืองถึงได้วุ่นวายแบบนี้ล่ะ?”
ชาวบ้าน!?“นี่เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา เจ้าไม่รู้รึไงว่าตอนนี้ภายในอาณาจักรได้ประกาศสงครามแล้ว?พวกทหารเองก็ได้รับคำสั่งให้มากวาดต้อนพวกชาวบ้านที่ยังหนุ่มยังแน่นเพื่อไปเป็นกองกำลังส่งไปยังชายแดนของอาณาจักรเจ้าเองก็รีบหนีไปเถอะเจ้าหนุ่มไม่งั้นคงได้ถูกนำตัวไปเป็นทหารเหมือนกันส่วนข้าจะรีบไปตามหาลูกชายข้าก่อน ข้าไปล่ะ!”
จิน!? “สงครามอย่างนั้นรึ?ให้ตายสิ! เข้าเมืองมาปุ๊ปก็เจอสงครามเลยเรอะ! อะไรกันวะเนี่ย?”
ขณะที่จินกำลังยืนมองสภาพความปั่นป่วนวุ่นวายภายในเมืองอยู่ก็มีทหารกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามายังจิน จากนั้นจึงได้ล้อมจินเอาไว้?
“เฮ้!?นี่เจ้าเป็นนักรบรับจ้างไม่ใช่รึไง? ทำไมถึงยังมายืนตรงนี้อยู่อีกทางหัวหน้าสมาคมนักรบรับจ้างได้มีการเรียกรวมกลุ่มไปแล้วไม่ใช่รึไง?” ทหารผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มได้พูดขึ้นเมื่อสังเกตเห็นตราสัญลักษณ์ที่อยู่บนหน้าผากของจิน
จิน? “เอ่อ..พอดีข้าเพิ่งเดินทางมาจากเมืองนอมไอรอนน่ะเลยยังไม่ทราบข่าวน่ะพี่ชายว่ากำลังมีสงครามเกิดขึ้น?”
ทหารผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม“นักรบรับจ้างสังกัดเมืองนอมไอรอนอย่างงั้นรึ? ไม่เป็นไรยังไงก็ถือว่าเจ้าเป็นนักรบอาณาจักรเดียวกัน!เจ้าจงไปรายงานตัวยังสมาคมนักรบรับจ้างของเมืองแกลเลียและจงเข้าร่วมสงครามซะไม่อย่างงั้นจะถือว่าเจ้าเป็นกบฏต่ออาณาจักรที่คิดต่อต้านทางการ!”
จิน!! “ได้เลยพี่ชายเดี๋ยวข้าจะรีบไปรายงานตัวเลยแล้วกันนะ!”
หลังจากนั้นกลุ่มทหารก็ได้เริ่มออกกวาดต้อนผู้คนต่อส่วนจินก็ได้แต่ทำทีเดินทางไปยังสมาคมนักรบรับจ้างของเมืองแกลเลียเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุพร้อมกับครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี
‘อะไรกันเนี่ยเราเพิ่งมาอยู่บนดาวดวงนี้แค่ไม่กี่วันเองก็ต้องมาเข้าร่วมสงครามของดาวดวงนี้แล้วเรอะ?จะเอายังไงต่อดีวะเนี่ย?’ จินเดินไปพร้อมกับครุ่นคิด
จากนั้นไม่นานจินก็ได้เดินทางมาถึงยังด้านหน้าสมาคมนักรบรับจ้างสังกัดเมืองแกลเลียซึ่งกำลังเห็นเหล่านักรบรับจ้างกำลังรวมตัวกันอยู่ไม่นานก็ได้มีบุคคลซึ่งเป็นหัวหน้าสมาคมเดินออกมาเพื่อประกาศถึงแนวทางและจุดยืนของสมาคมนักรบรับจ้าง
หัวหน้าสมาคมนักรบรับจ้าง “ทุกคนจงฟังให้ดี!ขณะนี้ได้เกิดสงครามระหว่างทั้งสามอาณาจักรเกิดขึ้นข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้ยังไง?แต่ทางสมาคมนักรบรับจ้างของเราขึ้นตรงกับผู้ปกครองอาณาจักร ดังนั้นจงกระจายข่าวไปยังนักรบรับจ้างคนอื่นๆ ว่าพวกเราจะเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ พวกเจ้าทุกคนจงหยิบอาวุธของเจ้าซะแล้วตามข้ามาเราจะเดินทางไปสมทบกับสมาคมนักรบรับจ้างของเมืองอื่น ๆ ในทันที!!”
จิน!? ‘เอาวะ ตอนนี้ก็ทำเนียนเข้าร่วมไปก่อนแล้วกัน ถ้าดูแล้วท่าไม่ดีค่อยหาทางชิ่งหนีทีหลังก็แล้วกัน!’
หลังจากนั้นจินจึงได้เดินตามขบวนเข้าร่วมไปกับกลุ่มนักรบรับจ้างสังกัดเมืองแกลเลียเดินทางสู่เขตชายแดนระหว่างทั้งสามอาณาจักรซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งรับของบรรดาสมาคมนักรบรับจ้างของทุกเมืองและเหล่าทหารของอาณาจักรที่ประจำอยู่ทุกเมืองมารวมตัวกัน
หลังจากผ่านมาสามวันในระหว่างที่เดินทางจินพบว่ากองกำลังของนักรบรับจ้างที่ตนร่วมเดินทางนั้นมีจำนวนประมาณหนึ่งพันคนซึ่งหากรวมเข้ากับเมืองอื่นๆ อีกประมาณสิบเมืองจำนวนของนักรบรับจ้างในสมาคมทั้งหมดก็จะมีประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันคน
ซึ่งแตกต่างกับจำนวนทหารของอาณาจักรที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่านักแค่ทหารที่เกณฑ์มาจากเมืองแกลเลียนั้นก็มีจำนวนกว่าสามหมื่นคนแล้วหากรวมเข้ากับทุก ๆเมืองที่อยู่ในอาณาจักรแบล็คไอรอนทั้งหมดน่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่าห้าแสนคนเลยทีเดียว
ในขณะที่จินกำลังสำรวจกองกำลังอยู่นั้น ก็ได้มีนักรบรับจ้างของสมาคมบางคนได้เข้ามาพูดคุยกับจิน
“สวัสดี ข้าชื่อบากีม (Bageem) เจ้าชื่ออะไรรึ?” บากีม นักรบรับจ้างผู้หนึ่งได้เข้ามาชวนจินคุย
“สวัสดี ข้าชื่อจินน่ะ เจ้าถามทำไมรึ?”จินกล่าวตอบพร้อมกับถามกลับไป
บากีม “ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่เพียงอยากรู้ชื่อเจ้าน่ะข้ารู้สึกไม่คุ้นหน้าเจ้าเลย เจ้าไม่ได้เป็นคนของเมืองแกลเลียเช่นนั้นสิ?”
จิน “ใช่แล้วข้าเป็นนักรบรับจ้างจากเมืองนอมไอรอนน่ะ”
“เมืองนอมไอรอนอย่างนั้นเรอะ? เหอะ! ก็แค่เมืองของพวกอ่อนปวกเปียกนี่นา!!”นักรบรับจ้างอีกผู้หนึ่งกล่าวแทรกขึ้นมา
จิน “....!!?”
บากีม! “เฮ้ เจ้ากามมู (Gammu) เจ้าอย่าได้ดูถูกคนจากเมืองอื่นให้มันมากนักข้าว่าเจ้าหนุ่มจินนี่ดูไม่ธรรมดาอยู่นา!”
กามมู “เหอะ! ไม่ธรรมดาอย่างงั้นเรอะ?อาวุธซักชิ้นข้ายังไม่เห็นจากมันเลย ข้าว่าที่ไม่ธรรมดาคงจะเป็นความยากจนเสียมากกว่ามั้ง!!”
บากีม “เฮ้อ!...เจ้าอย่าได้ไปถือสาเจ้ากามมูมันเลยนะปากมันก็เป็นแบบนี้แหล่ะ ว่าแต่เจ้าเถอะ! เจ้าไม่มีอาวุธติดตัวมาเลยเรอะหรือว่าจะยากจนอย่างที่เจ้ากามมูมันว่าล่ะ?ข้ามีดาบหลายเล่มสามารถให้เจ้ายืมได้นะ”
บากีมที่ได้เข้ามาทำความรู้จักกับจินเพราะว่าตนนั้นรู้สึกถูกชะตากับจินเป็นพิเศษโดยที่บากีมนั้นเป็นบุรุษวัยกลางคนตัวสูงใหญ่ คิ้วสีเงินเข้ม สวมใส่เกราะบริเวณไหล่และตาข่ายเหล็กช่วงกลางลำตัวมีอาวุธเป็นดาบสองเล่มที่ไขว้อยู่กลางหลังและยังมีที่ห้อยอยู่บริเวณเอวอีกฝั่งละหนึ่งเล่ม
ส่วนกามมูที่พูดจาดูถูกจินนั้นเป็นบุรุษวัยกลางคนรูปร่างอ้วนเตี้ยคิ้วเหลี่ยมแววตาเจ้าเล่ห์ สวมใส่เกราะเหล็กช่วงกลางลำตัวมีอาวุธเป็นลูกตุ้มเหล็กมีหนามแหลมคมห้อยอยู่กับโซ่ที่มีด้ามจับ
จิน “ข้าไม่ถือสาอะไรหรอกครับส่วนอาวุธนั้นข้าไม่มีหรอก ข้าใช้อาวุธไม่เป็นน่ะเวลาสู้ข้าใช้เพียงแค่หมัดนี่แหล่ะ”
บากีม!?“ใช่แต่เพียงหมัดเนี่ยนะ? โอ้? แสดงว่าเจ้าคงจะแข็งแกร่งน่าดูเลยสินะ”
กามมู “หึ! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นจอมพลังรึไง?คิดจะใช้แต่เพียงหมัดเข้าสู่รบในสงครามเนี่ยนะ? ข้าว่าหาเรื่องตายเปล่าเสียมากกว่ามั้ง?”
จิน “ข้าก็ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้นหรอกครับเพียงแต่ข้าไม่เคยหยิบจับอาวุธมาก่อนเลย ที่ผ่านมาข้าใช้แค่หมัดนี่แหล่ะที่สังหารสัตว์อสูรดวงดาวมาตลอด!”
บากีม “…..!!!??” ‘ว่ายังไงนะ?...ใช้แค่เพียงหมัดก็สามารถสังหารสัตว์อสูรดวงดาวได้อย่างงั้นเรอะ?’
กามมู “......!!!!!??”
จากนั้นทั้งสามก็ไม่ได้พูดอะไรกันต่อตลอดทางได้แต่เดินทางตามขบวนเหล่านักรบรับจ้างไปอย่างเงียบ ๆและแล้วก็ผ่านไปอีกสองวันจึงเดินทางมาถึงจุดที่ใช้สำหรับรวมตัวกันของสมาคมนักรบรับจ้างแห่งอาณาจักรและเหล่าทหารแห่งอาณาจักรทั้งหมดก็ได้เริ่มทยอยเดินทางมาถึงการสู้รบอันดุเดือดของสงครามกำลังจะอุบัติขึ้นแล้ว!!