ครั้นเมื่อประกายตาในกรอบสายตาอี้เฉิน ผสานเข้ากับสายตาของหญิงสาว ที่มีน้ำใส่ไหลซึมที่หางตา สายตาที่วูบไหวของหลินเฟย ก็ไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป น้ำตาของนาง ไหลซึมออกมา เปรอะเปื้อนพวงแก้ม ใบหน้างามล่มเมืองของนางในทันใด ก่อนฝีเท้าของนางจะขยับพุ่งปราดมาหาอี้เฉิน

อี้เฉิน ที่เห็นสายตาของหลินเฟย เขาเองก็พุ่งปราด เข้าไปกอดเอวคอดของหญิงสาวไว้จนแน่น ในใจจึงมีความรู้สึกผิดต่อนางไม่น้อย เมื่อทั้งสองสบสายตาในระยะที่ใกล้ชิดกัน อย่างไม่วางตา ความอบอุ่นภายในใจก็แล่นพล่านไปทั่วกายา ราวกับได้พบเจอความสงบในใจอีกครา หลายคนที่มองทั้งสอง ยังใบหน้าแดงน้อยขึ้นมาโดยพลัน เมื่อรับรู้ถึงความสัมพันธ์ ที่ไม่ธรรมดาของพวกเขาทั้งสอง ประหนึ่งเป็นหงส์ เคียงคู่มังกร
ก่อนอี้เฉินเอื้อมฝ่ามือลูบไล้ เช็ดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าหญิงสาวออก กล่าวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นอยู่เล็กน้อย พร้อมกับสายตาที่ทอประกาย "เจ้าสบายดีหรือไม่ น้องหญิงของข้า"
หญิงสาวในกรอบสายตาอี้เฉิน พยักหน้ารับคำอยู่เล็กน้อย เมื่อรับรู้ถึงฝ่ามือที่อบอุ่นของอี้เฉิน นางยกฝ่ามือมาเอื้อมจับนิ้วมืออี้เฉิน ก่อนจะลูบไล้แล้วกุมมันไว้แน่น "เจ้าล่ะเป็นเช่นไรบ้าง ไม่เจอกันเกือบจะ15ปี เวลานั้นไม่น้อยเลยนะ ..เจ้ามีคำพูดให้ข้าแค่นี้เองหรืออี้เฉิน ข้าคิดว่าเจ้าจะลืมคำสัญญานั้นของเรา ไปแล้วเสียอีก"
ทันใดผู้คนภายในจวนรักษา ต่างก็พากันเงียบงัน หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ ที่มาเกี้ยวพาราสีนาง ถึงกับกำหมัดไว้จนแน่น เมื่อเห็นนางฟ้าในใจของพวกเขา อย่างแม่นางหลินเฟย คลอเคลียอยู่กับบุรุษหนุ่ม เป็นภาพบาดตาอยู่ในตอนนี้
อี้เฉินก้มศีรษะลงไปแนบชิด หน้าผากขาวผ่องหลินเฟยโดยพลัน ทำให้หลินเฟย นาง ใบหน้าแดงร้อนฉ่าขึ้นมาในทันใด ริมฝีปากอวบอิ่มกระตุกเล็กๆ แม้แต่เสียงลมหายใจรดกัน ยังได้ยินออกมาชัดเจน ทำให้หัวใจหญิงสาวเต้นตึกตักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เกือบจะห้ามริมฝีปากของตนเองไม่อยู่อีกต่อไป
ก่อนอี้เฉินจะส่งคำพูดบางอย่าง เข้าไปภายในโสตประสาทของหลินเฟย ทำให้หลินเฟย นางหยุดชะงักไปชั่วครู่ "ข้าจะกลับไปยังดินแดนเบื้องล่างพักหนึ่ง เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่ หลินเฟย แต่เส้นทางข้างหน้าค่อนข้างอันตราย"
ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ที่เห็นภาพบาดตา กลัวว่าอี้เฉินจะทำอะไรที่มากเกินกว่านี้ นางกระแอมไอออกมาเสียงดังในทันที "อะแฮ่ม!!" แม้แต่เหล่าสตรีงามที่อยู่โดยรอบ ไม่เว้นแม้แต่ แม่นางน้อย เหม่ยเซียน ยังใบหน้าแดงน้อย รู้สึกอิจฉา หลินเฟยขึ้นมาในกรอบสายตา อยากจะถูกบุรุษหนุ่มเช่นนี้ กอดเอวคอดไว้แน่นเช่นกัน
ครั้นทั้งสองละออกจากกันได้ ทำให้หลินเฟยผิดหวังอยู่เล็กน้อย แม้แต่อี้เฉินยังรับรู้ยิ้มหน้าเจื่อนออกมา ก่อนคารวะออกไปหาผู้อาวุโสชรา "ข้าพร้อมจะออกไปสืบข่าวคนแดนพุทธแล้ว โปรดท่านเปิดปราการด่านผาแต้มโลหิต"
"ข้าเองก็จะไปกับอี้เฉินด้วยเช่นกัน" หลินเฟยนางเอ่ยตอบ ออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนส่งปราณจิตออกไป กล่าวลาท่านแม่บุญธรรมของนาง "ท่านแม่ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้าจะกลับลงไปยังดินแดนบ้านเกิดของข้าอีกครา"
ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ที่ได้รับข้อความผ่านปราณจิต ทำให้นางไม่อยากเชื่อ 'หากข่าวคราวนี้แพร่งพรายออกไป ว่ามีคนเปิดดินแดนเบื้องล่างได้ ได้กลายเป็นหายนะของดินแดนเบื้องล่างแน่' ข้อนี้นางรับรู้เป็นอย่างดี เนื่องด้วยภายในดินแดนเบื้องล่างเคยเกิดการต่อสู้เป็นตาย ของจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น ในยุคสมัยบรรพกาล ของล้ำค่าของจักรพรรดิ จึงหลับใหลอยู่ภายในสถานที่นั้น ทว่ามันปิดตายมานาน ไม่สามารถเปิดได้ มาร่วมหลายพันปี ทำให้สีหน้าแววตาของนางตกตะลึงไม่น้อย
"พวกเจ้าทั้งสองคน เอาจริงหรือ" ชายชราคุมยอดเขาสวรรค์ กล่าวไต่ถามออกมา พร้อมกับจ้องมองปฏิกิริยา ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ทว่ามันกลับผิดคาดชายชราไม่น้อย เมื่อไม่เห็นสตรีผู้ถือดี คัดค้านคำพูดลูกบุญธรรมของนาง ก่อนชายชราจะถอนลมหายใจออกมายาว แล้วส่งมอบแผ่นป้ายออกไปให้อี้เฉิน
"นี่คือป้ายประจำตัวของเจ้าอี้เฉิน ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็นหน่วยข่าวกรอง" สิ้นคำพูดของชายชรา เขาก็นำพาร่างอี้เฉินกับหลินเฟยไปในทิศทาง ปราการด่านผาแต้มโลหิตในทันที ก่อนสั่งการไปที่ผู้อาวุโสคุมค่ายกลป้องกัน "เปิดประตู ปราการด่านผาแต้มโลหิต"
"รับทราบ!" "รับทราบ!"ผู้อาวุโสชราทั้ง4ต่างก็ขานรับคำของ ชายชราคุมยอดเขาสวรรค์ ค่ายกลป้องกัน ถูกขับเคลื่อนอย่างเร็วจี๋ เผยให้เห็นหิมะขาวโพลนที่ตกโปรยปรายอยู่เบื้องหน้า ไม่ขาดสาย เมื่อประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ที่อี้เฉินคุ้นตา
หลวงจีนชรา เทียนหมิง กล่าวบอกอี้เฉินด้วยความจริงใจ "อามิตตาพุทธ ขอให้ประสบจงเดินทางราบรื่นปลอดภัย หากคิดว่าไม่ไหว เจ้าถอยกลับมาได้ทุกเมื่อหนุ่มน้อย ไม่มีใครถือโทษเจ้าอย่างแน่นอน"
อี้เฉินพยักหน้ารับคำ ก่อนหันไปจ้องมองด้าน หลินเฟย ที่แม่บุญธรรมของนาง ผูกชุดคลุมกันหนาวให้เป็นอย่างดี พวกนางทั้งสอง ไม่ได้เอ่ยพูดถ้อยคำใดออกมาแม้แต่น้อย แต่อี้เฉินก็รับรู้ได้ว่า ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน นางรักหลินเฟยเหมือนลูก แท้ๆ ของนาง คนหนึ่ง
"เช่นนั้นข้าขอตัวทุกท่าน" อี้เฉินจับมือหลินเฟยไว้แน่นสืบฝีเท้า เข้าไปภายในแดนนรกสีขาว ซึ่งเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ฟ้าดิน อย่างไม่ลังเล ไม่นานทั้งสองก็หายลับตา จนมองไม่เห็นพวกเขาอีกต่อไป จากหิมะที่ตกหนา แม้แต่กายาขั้นเทพสวรรค์แท้จริงอี้เฉิน ยังรู้สึกหนาวเย็นเสียดแทงกระดูกภายในร่าง หลินเฟยที่อยู่ในขั้นพลังครึ่งก้าวเทพสวรรค์ จึงต้องแบกรับภาระของร่างกายอยู่ไม่น้อย ยังดีที่นางมีผ้าคลุมกันหนาวอย่างดี
ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดบอกกล่าวหลินเฟย "สถานที่แห่งนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรจากสวนหลังบ้านของข้า แม้ว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยก็ตาม"
หญิงสาวครั้นได้ยินก็ขานรับกับคำพูดของอี้เฉิน "อืมๆ ข้าเข้าใจแล้ว" ฝ่ามือที่กุมมืออี้เฉินไว้แน่นจึงผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับเดินทางไปอย่างระมัดระวัง ปราณพลังถูกเก็บซ่อนจนแทบไม่หลงเหลือ เสียงต่อสู้เองก็ยังมีดังเล็ดลอดออกมาไม่ขาด
..เพียงเวลาผ่านไปไม่นานที่พวกเขาทั้งสอง สืบฝีเท้าเข้าไปภายในส่วนลึก ของแดนนรกสีขาว หลบเลี่ยงกฎเกณฑ์ฟ้าดิน ที่จะทำอันตรายมาได้หลายครั้งหลายครา อี้เฉินจุปาก บอกกล่าวตัวนางผ่านปราณจิตในทันใด เมื่อสัมผัสได้ถึงปราณพลัง ของกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ ราวๆ 30ชีวิต ตั้งค่ายฟื้นฟูปราณพลัง แถมยังมี นายกองขั้นเทพสวรรค์แท้จริง อยู่ด้วย
"เราต้องเลี่ยงเส้นทาง ที่ปลอดภัยแล้วล่ะหลินเฟย เจ้าเอาสิ่งนี้ไป หากเกิดอะไรขึ้น ขับเคลื่อนมันขึ้นมาป้อมกันกายของเจ้าเสีย"
ก่อนอี้เฉินจะส่ง วิชาสมบัติกระดูกเต่าโบราณออกไปให้หญิงสาว เพียงแค่ขับเคลื่อนปราณพลังเข้าไปภายในกระดูก วิชานี้ก็จะสามารถสำแดงออกมาได้ แทบไม่ต่างอะไร ไปจากค่ายกลป้องกัน ดี ดีนี่เอง
อี้เฉินเขายอมเสียเวลานิดหน่อย เพื่อที่จะเลี่ยงการปะทะกันให้มากที่สุด เร้นกายหายเข้าไปภายในหิมะหนา ไปพร้อมกับหญิงสาว ผ่านช่องเขาที่อันตราย เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ฟ้าดิน ที่หนาแน่นอย่างไม่ลังเล กายาเต็มไปด้วยสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จากกฎเกณฑ์ฟ้าดิน ทำให้ทั้งเขาและหลินเฟย กายาหนักอึ้ง แม้แต่การบินทะยานยังถูกปิดกั้น แต่อี้เฉินเขาที่เคยศึกษากฎเกณฑ์ของฟ้าดิน ทำให้สถานที่แห่งนี้ ไม่เป็นอุปสรรคกับเขามากนัก
ผิดกับหลินเฟยที่กายาต้องแบกรับภาระหนักอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังกุมมืออี้เฉินไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมือจากอี้เฉิน เหมือนนางกลัวว่า หากปล่อยมือจากอี้เฉิน อี้เฉินจะหายลับไปจาก กรอบสายตาของนาง
ทว่าเมื่อเดินทางมาหลายชั่วยาม แววตาของนางก็เริ่มอิดโรย อย่างเห็นได้ชัดถนัดตา จวนดวงตาจะปิดสนิทอยู่แล้ว ความหนาวเย็นของแดนนรกสีขาว เองก็เริ่มทำให้ กายาของนางเกิดบาดแผลที่ข้อเท้า เริ่มเดินผ่านช่องเขาที่เต็มไปด้วย กฎเกณฑ์ฟ้าดิน ช้าลงอย่างเห็นได้ชัดถนัดตา
แม้แต่อี้เฉินยังรับรู้เป็นอย่างดี แต่เมื่อเห็นความดื้อรั้นของหลินเฟย ไม่เอ่ยปากพูดสิ่งใดออกมา นางกลัวว่าจะกลายเป็นตัวถ่วงของอี้เฉิน มันก็ทำให้อี้เฉินพูดอะไรไม่ออกเช่นกัน
เมื่อเห็นหญิงสาวในกรอบสายตาหมดสติ ปล่อยมือออกจากฝ่ามือเขา มันก็ทำให้อี้เฉินเบิกตาออกกว้าง รีบรับตัวนางไว้ในทันใด ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดพึมพำออกมา "เหตุใดเจ้าไม่บอกกล่าว ข้าเล่าหลินเฟย"