ซูลั่วโอนเงินสามแสนเหรียญดวงดาวไปยังบัญชีของคุณนายซู ถือเป็นการชดใช้ค่าเลี้ยงดูทั้งหมดที่ตระกูลซูจ่ายไปกับเธอตลอดสิบปีที่ผ่านมา
จากนั้น เธอก็มุ่งหน้าไปยัง ‘ภัตตาคารเว่ยยาง’ อันเลื่องชื่อของมหาวิทยาลัยจักรวรรดิ
ในยุคแห่งดวงดาวที่ผู้คนใช้สารอาหารเหลวเป็นหลัก อาหารเลิศรสที่ขายในภัตตาคารเว่ยยางจึงถือเป็นของล้ำค่า และแน่นอนว่าราคาก็สูงลิบลิ่วเช่นกัน สมัยที่ซูหนานจิ่นยังเรียนอยู่ที่นี่ ซูลั่วเคยตามเขามากินครั้งหนึ่ง
วันนี้เป็นวันที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองอย่างยิ่ง
เธอเพิ่งตัดขาดกับตระกูลซู
‘เฮเดส’ เริ่มวางขายแบบแปลนเมคคาอย่างเป็นทางการแล้ว และอีกเรื่อง...เธอถูกจับแต่งงานแล้วด้วย
ซึ่งก็อาจจะหย่าในอีกไม่ช้า
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ควรจะกินมื้อใหญ่เพื่อฉลองเสียหน่อย
ซูลั่วสั่งอาหารรวดเดียวแปดอย่าง ภาพหญิงสาวที่นั่งกินอาหารอยู่คนเดียวท่ามกลางโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายนั้นดูแปลกตา แต่ก็แฝงไปด้วยความยิ่งใหญ่ในที
และขณะที่ซูลั่วกำลังเพลิดเพลินกับมื้อใหญ่อยู่นั้น เจียงเฉินซึ่งสวมชุดนักศึกษาปีหนึ่งสีน้ำเงินขาวแบบเดียวกัน ก็เดินเข้ามาในโรงอาหารพร้อมกับเพื่อนร่วมห้องของเขาพอดี
เพื่อนร่วมห้องใช้ไหล่กระทุ้งเจียงเฉินเบา ๆ “เฮ้ นั่นซูลั่ว คู่หมั้นของนายไม่ใช่เหรอ?”
เจียงเฉินหรี่ตามอง แม้ว่าเขาจะมีพันธะหมั้นหมายกับซูลั่ว แต่ปกติแล้วผู้หญิงคนนี้ทั้งเย็นชาและไม่เคยอ่อนโยนเลยสักนิด บางทีอาจเป็นเพราะเธอเป็นบีสต์แมนเผ่าหมาป่า
เจียงเฉินไม่ชอบคู่หมั้นแบบนี้เลย
สัญญาหมั้นหมายของทั้งสองเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ ที่ผ่านมาจึงเป็นแค่คู่หมั้นกันในนามเท่านั้น
จนกระทั่งซูเสี่ยวซีกลับมา เจียงเฉินก็ตกหลุมรักในความอ่อนโยนและความน่ารักของเธอทันที โดยเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้ที่ช่วงเวลาอ่อนไหวของเขาปะทุขึ้น และเป็นจังหวะที่ซูเสี่ยวซีอยู่ข้างกายพอดี พวกเขาทั้งสองจึงได้ใช้เวลาสามคืนอันแสนวิเศษร่วมกัน
ล่าสุด ผู้ใหญ่ของทั้งสองบ้านกำลังนัดคุยเรื่องงานแต่งงานของเขากับเสี่ยวซี
ส่วนซูลั่ว...อย่างไรเสียเธอก็เป็นแค่ลูกบุญธรรมของตระกูลซู ในขณะที่เสี่ยวซีคือคุณหนูตัวจริง ไม่มีใครสนใจเธอหรอก
เจียงเฉินตอบด้วยสีหน้าเย็นชา “อย่าพูดจาเหลวไหล เธอไม่ใช่คู่หมั้นของฉันอีกต่อไปแล้ว”
“อะไรนะ? จริงดิ ทำไมล่ะ? ฉันว่าซูลั่วก็สวยดีออกนะ”
เจียงเฉินเม้มปากไม่พูดอะไร
ซูลั่วได้ยินบทสนทนาของพวกเขาทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ยังคงละเลียดอาหารรสเลิศตรงหน้าต่อไปอย่างใจเย็น
ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานรสชาติกลมกล่อม ปลาตุ๋นซีอิ๊วหอมเย้ายวน กุ้งทอดพริกเกลือกรอบอร่อย และซุปหม่าล่าเครื่องในกับเลือด (เหมาเสวี่ยวั่ง: 毛血旺 - Máo xuè wàng) ช่างเผ็ดร้อนสะใจยิ่งนัก
เพื่อนร่วมห้องของเจียงเฉินมองซูลั่วที่กินจุขนาดนั้นแต่ท่วงท่ายังคงสง่างาม ก็ถึงกับตกตะลึง “กินเก่งขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นบีสต์แมนเผ่าหมาป่า อ้อ จริงสิ ฉันได้ยินมาว่าระดับการกลายร่างของเธอสูงกว่านายอีกเหรอ?”
นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เจียงเฉินไม่ชอบซูลั่ว
ระดับการกลายร่างของซูลั่วสูงกว่าเขา! พลังจิตของเธอก็แข็งแกร่งกว่าเขา!
เจียงเฉินแค่นเสียงเย็นชา “นายดูเธอสิ มีตรงไหนเหมือนผู้หญิงบ้าง! ผู้หญิงแบบนี้เหมาะที่จะเป็นเพื่อนร่วมชั้น เป็นเพื่อนร่วมทีม แต่ไม่เหมาะที่จะเป็นภรรยาหรอก!”
“แต่ว่า...”
ขณะที่เพื่อนร่วมห้องของเจียงเฉินกำลังจะแย้ง ทันใดนั้นก็มีกระดูกไก่ชิ้นหนึ่งลอยหวือมา โดนถ้วยซุปข้างมือของเจียงเฉินเข้าอย่างจัง จนน้ำซุปหกกระจายเปรอะเปื้อนชุดนักศึกษาใหม่ของเขา!
เขาหันไปจ้องซูลั่วอย่างเกรี้ยวกราด “ซูลั่ว! เธอทำบ้าอะไร!?”
ซูลั่วเพิ่งจะกินอาหารคำสุดท้ายเสร็จพอดี เธอค่อย ๆ เช็ดมุมปากอย่างไม่รีบร้อน “ชุดนักศึกษาของนายต้องซักแล้วล่ะ ถือโอกาสซักปากของนายไปด้วยเลยนะ เหม็นเกินไปแล้ว”
“เธอมันหยาบคาย เทียบกับเสี่ยวซีไม่ได้เลยสักนิด!”
ซูลั่วหัวเราะเบา ๆ “ใช่สิ ฉันเทียบซูเสี่ยวซีไม่ได้หรอก เพราะงั้นการที่นายจะแต่งงานกับเธอน่ะ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้ว”
พูดจบ ซูลั่วก็ลุกขึ้นเดินจากไป
เพื่อนร่วมห้องของเจียงเฉินยังคงงุนงง “อาเฉิน เธอหมายความว่ายังไงน่ะ?”
เจียงเฉินหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดคราบน้ำซุปบนตัวพลางแค่นหัวเราะ “จะหมายความว่ายังไงได้ ก็คงอยากจะรั้งฉันไว้น่ะสิ! แต่ฝันไปเถอะ ฉันไม่มีวันชอบผู้หญิงแบบนี้เด็ดขาด!”
พอดีกับที่จินแอนนี่และเพื่อน ๆ นั่งกินข้าวอยู่โต๊ะข้าง ๆ เธอจึงไม่พลาดที่จะถ่ายรูปเหตุการณ์นี้แล้วโพสต์ลงในฟอรัมของมหาวิทยาลัยทันที
[#ใครบางคนถูกคู่หมั้นทิ้ง เลยโมโหจนคลั่ง#]
จินแอนนี่ไม่ถูกกับซูลั่วมาโดยตลอด เพราะซูลั่วเก่งกว่าเธอในทุกด้าน ทั้งระดับการกลายร่างที่สูงกว่า คู่หมั้นที่ดูดีกว่า ตอนนี้พอเห็นเจียงเฉินทิ้งซูลั่ว เธอก็รู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง
ตระกูลซูและตระกูลเจียงต่างก็เป็นตระกูลขุนนางชั้นสูงของดาวอัลฟ่า กระทู้ของเธอจึงกลายเป็นกระทู้ร้อนแรงในเวลาอันรวดเร็ว
[ซูลั่วสวยมาก ระดับการกลายร่างก็สูง ทำไมเจียงเฉินถึงทิ้งเธอล่ะ?]
[ฉันรู้เรื่องวงใน ได้ยินมาว่าซูลั่วเป็นแค่ลูกบุญธรรม แล้วคุณหนูตัวจริง ซูเสี่ยวซีก็กลับมาแล้ว ช่วงนี้เจียงเฉินเลยสนิทกับซูเสี่ยวซีมาก]
[นี่เรียกว่าวงในอะไรกัน ที่ฉันรู้สิของจริง! เมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่เจียงเฉินเข้าสู่ช่วงเวลาอ่อนไหว คนที่อยู่กับเขาก็คือซูเสี่ยวซี!]
เมื่อจินแอนนี่เห็นความคิดเห็นนี้ ดวงตาแมวของเธอก็พลันเบิกกว้าง!
เวรเอ๊ย! ที่แท้ก็เพราะเรื่องช่วงเวลาอ่อนไหว เจียงเฉินถึงได้ทิ้งซูลั่วเนี่ยนะ?
สารเลวจริง ๆ!
แม้ความจริงเจียงเฉินจะเลวจริง ๆ แต่เพราะซูลั่วเป็นแค่ลูกบุญธรรม คนส่วนใหญ่ในโลกออนไลน์จึงมองว่าการแต่งงานของสองตระกูลนี้ เดิมทีก็ควรจะเป็นเจียงเฉินคู่กับซูเสี่ยวซีอยู่แล้ว
จินแอนนี่ยิ่งอ่านก็ยิ่งโมโห เธอจึงลบกระทู้ที่ตัวเองเป็นคนโพสต์ทิ้งทันที!
เธอลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไปหาซูลั่ว
ยัยหมาป่าดวงซวยนั่น คงกำลังแอบกอดหางร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ในหอพักแน่ ๆ !
เธอไม่ได้จะไปปลอบใจยัยนั่นหรอกนะ
แค่จะไปดูตอนยัยนั่นร้องไห้เท่านั้นแหละ!
ในขณะนั้นซูลั่วก็กลับมาถึงหอพักแล้วจริง ๆ แต่เธอไม่ได้ร้องไห้ขี้มูกโป่ง แต่กำลังคุยโทรศัพท์กับคุณนายซูอยู่
คุณนายซูเพิ่งจะได้รับเงินก้อนนั้น เธอตกใจมากจึงรีบโทรกลับมาทันที
“ลั่วลั่ว! ลูกไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน? หรือว่าลูกเดินในทางที่ผิด!?”
อาจเพราะไม่เคยเข้าใจกันเลย ความเข้าใจผิดถึงได้ลึกซึ้งขนาดนี้
เพราะหัวใจมันเย็นชาไปแล้ว ซูลั่วจึงไม่รู้สึกเสียใจ เธอแค่ตอบกลับไปอย่างสงบนิ่ง “ที่มาของเงินถูกกฎหมายแน่นอนค่ะ คุณนายซูวางใจได้”
“เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ จะหามาได้ง่าย ๆ ได้ยังไง? ลั่วลั่ว แม่รู้ว่าลูกเป็นคนหัวรั้น เอาเงินนั่นคืนไป อย่าสร้างปัญหาให้ตระกูลซูและตัวลูกเองเลยนะ!”
ซูลั่วเงียบไป
บุญคุณที่เลี้ยงดูกันมาสิบปี ถูกกรีดเฉือนลงทีละน้อยด้วยคำพูดที่นิ่มนวลแต่ทิ่มแทงเหล่านี้
ซูลั่วตัดสายทิ้งทันที จากนั้นก็จัดการบล็อกเบอร์ของคุณนายซู เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ไม่โอนเงินกลับมาอีก
ซูลั่วหันกลับไปมองเงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่บนกระจกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย
ปีนั้น ตอนที่คุณนายซูไปรับเธอที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ซูลั่วดีใจมากจริง ๆ
เธอถูกทิ้งไว้ที่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังเล็ก ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร ในที่สุดก็จะได้มีบ้าน มีพ่อแม่ ซูลั่วในวัยเด็กจึงพยายามทำตัวดีและตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ดยุกซูและคนอื่น ๆ ต้องผิดหวัง
แม้แต่ตอนที่ซูเสี่ยวซีเพิ่งกลับมา ซูลั่วก็พยายามทำดีกับเธอ แต่ผลลัพธ์ล่ะ?
พวกเขามองซูลั่วเป็นแค่ตัวแทนของซูเสี่ยวซี เมื่อตัวจริงกลับมา ตัวแทนก็หมดประโยชน์
“ซูลั่วเอ๋ย...ต่อไปนี้ เธอก็กลับมาอยู่คนเดียวอีกแล้วสินะ”
ภาพใบหน้างดงามของฉู่ซิงหลานแวบเข้ามาในหัว ซูลั่วหัวเราะเยาะตัวเองแล้วส่ายหน้า จะไปคิดถึงเขาทำไม ในเมื่อสุดท้ายการแต่งงานครั้งนี้ก็ต้องจบลงด้วยการหย่าอยู่ดี
ในตอนนั้นเอง จินแอนนี่ก็เคาะประตูแล้วเดินเข้ามา เธอเองก็ดูประหลาดใจเล็กน้อย “ซูลั่ว เธอย้ายมาอยู่ห้องคู่แคบ ๆ แบบนี้เนี่ยนะ? เจียงเฉินทิ้งเธอแล้ว ตระกูลซูก็จะทิ้งเธอด้วยเหมือนกันเหรอ?”