"ความจริงของเื่นี้เป็อย่างไร ข้าคิดว่าผู้นำตระกูลอูหม่าคงจะกระจ่างแจ้งยิ่งกว่าผู้ใด" ผู้นำตระกูลซูจ้องมองผู้นำตระกูลอูหม่าด้วยสายตาลึกซึ้ง
ผู้นำตระกูลอูหม่าตอบกลับอย่างมีเหตุผลว่า "ความจริงก็คือ หลานชายของข้าทำเทียบเชิญเสียหายโดยไม่ตั้งใจ คนตระกูลซูของพวกเ้ากลับถือโอกาสเอารื่องเล็กมาทำเป็เื่ใหญ่"
ชายหนุ่มสวมชุดผ้าไหมยาวสีขาวที่ยืนอยู่ข้างกายผู้นำตระกูลอูหม่า เอ่ยผสมโรงขึ้นว่า "ถูกแล้ว คนตระกูลซูของพวกเ้าช่างใจแคบเหลือเกิน ตามที่ข้าเห็น พวกเ้าไม่ได้มีความจริงใจที่จะเชื้อเชิญพวกเราั้แ่แรกเลยด้วยซ้ำ"
"ผู้นำตระกูลอูหม่า ท่านแน่ใจหรือว่าจะทำให้เื่ราวบานปลายใหญ่โต?"
ดวงตาของผู้นำตระกูลซูหรี่ลงเล็กน้อย "ท่านไม่กลัวหรือว่า หากเื่ราวบานปลายไปแล้วจะยากแก่การจบลง?"
"ข้าฟังไม่เข้าใจความหมายของเ้า" ผู้นำตระกูลอูหม่าทำท่าทางผ่อนคลายสบาย ๆ "ข้าเพียงอยากเรียกร้องความเป็ธรรมให้แก่หลานชายมีสิ่งใดผิดหรือ?"
ผู้นำตระกูลซูโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ ทว่าจำต้องสะกดข่มอดทนไว้ จ้องมองผู้นำตระกูลอูหม่าด้วยสายตาเ็า "เช่นนั้นท่าน้าอย่างไร?"
"ง่ายดายยิ่ง ขอโทษเสีย"
ผู้นำตระกูลอูหม่ายิ้มกล่าว "ข้าก็ไม่ได้บีบคั้นสร้างความลำบากแก่พวกเ้า ขอเพียงพวกเ้าเอ่ยขอโทษแก่หลานชายของข้า เื่ราวในครั้งนี้ ตระกูลอูหม่าของข้าจะไม่ติดใจเอาความอีก มิเช่นนั้นแล้ว..."
"มิเช่นนั้นแล้วอย่างไร?"
"หากพวกเ้าไม่ยินยอมขอโทษ เช่นนั้นตระกูลอูหม่าของพวกเราก็ทำได้เพียงใช้วิธีการของพวกเราเอง เพื่อเรียกร้องความเป็ธรรมกลับคืนมาให้แก่หลานชายของข้า"
แม้ผู้นำตระกูลอูหม่าจะกำลังแย้มยิ้ม แต่น้ำเสียงกลับเ็าอย่างยิ่ง "ผลลัพธ์ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นตามมา ตระกูลซูต้องเป็ผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว"
เมื่อได้ฟังคำกล่าวนี้ สีหน้าของผู้นำตระกูลก็เ็าลงโดยสิ้นเชิง "อูหม่าหลาน ความอดทนของข้ามีขีดจำกัด อย่าได้รังแกกันเกินไปนัก!"
"เสี่ยวเหยียน ดูท่าแล้วตระกูลซูแห่งนี้จะไม่ต้อนรับพวกเราจริง ๆ "
ผู้นำตระกูลอูหม่าไม่ได้ใส่ใจผู้นำตระกูลซู หากแต่หันไปเอ่ยกับชายหนุ่มข้างกาย
"ช่างเถิด ในเมื่อสถานที่แห่งนี้ไม่ต้อนรับพวกเรา เช่นนั้นพวกเราก็กลับกันเถิด จะได้ไม่ต้องอยู่ตรงนี้ให้ขวางหูขวางตาผู้อื่น"
ซูเก๋อมองผู้นำตระกูลอูหม่า ก่อนจะเอ่ยปากขึ้น "ผู้นำตระกูลอูหม่าโปรดรั้งฝีเท้าก่อนขอรับ"
ผู้นำตระกูลซูเหลือบมองซูเก๋อแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้เอ่ยขัดขวางเขา
"โอ้?" สายตาของผู้นำตระกูลอูหม่าตกอยู่บนร่างซูเก๋อ "เ้าคือผู้ใดกัน?"
"ผู้น้อยซูเก๋อ ผู้นำตระกูลอูหม่าคงเคยได้ยินนามของข้ามาบ้าง" กิริยามารยาทของซูเก๋อไร้ข้อตำหนิใด ๆ
"เหอะ ที่แท้เ้าก็คือตัวเอกของพิธีบรรลุนิติภาวะในวันนี้" ผู้นำตระกูลอูหม่ายิ้มอย่างไร้ความจริงใจ "เมื่อห้าปีก่อนเคยได้ยินว่าพร์ของเ้าไม่ธรรมดา บัดนี้ได้พบเห็น คล้ายว่าจะไม่มีสิ่งใดพิเศษเลยนี่"
"ความรู้ความสามารถอันต้อยต่ำของผู้น้อย ย่อมไม่เข้าตาของผู้นำตระกูลอูหม่าอยู่แล้วขอรับ"
ซูเก๋อสุขุมนุ่มลึกยิ่งนัก อุบายยั่วโมโหของผู้นำตระกูลอูหม่าไม่อาจสร้างผลกระทบอันใดต่อเขาได้เลยแม้แต่น้อย เมื่อได้มองดูซูเก๋อผู้สงบนิ่ง ผู้นำตระกูลอูหม่าก็เลิกคิ้วขึ้น เ้าหนุ่มคนนี้มีของไม่เบาเลยทีเดียว
"เ้าอยากจะเอ่ยสิ่งใด?" ผู้นำตระกูลอูหม่าเอ่ยถามตรง ๆ
"ผู้น้อยเพียงอยากจะขอเรียนถามคำถามสามข้อจากผู้นำตระกูลอูหม่าขอรับ" ซูเก๋อแสดงสีหน้าจริงจัง เอ่ยอย่างถ่อมตนขอคำชี้แนะ
ผู้นำตระกูลอูหม่าประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นบนใบหน้าก็ปรากฏความเย่อหยิ่งขึ้นมาสายหนึ่ง
"ได้ ในเมื่อเ้าเป็ตัวเอกของพิธีบรรลุนิติภาวะในวันนี้ ข้าจะไว้หน้าตอบคำถามของเ้าสักสองสามข้อ เ้าถามมาเถิด"
ซูเก๋อเอ่ยขอบคุณอย่างมีมารยาท จากนั้นจึงถามขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
"ขอเรียนถามว่า ผู้นำตระกูลอูหม่า... หากเปรียบเทียบกับองค์จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยแล้ว เป็อย่างไรบ้างขอรับ?"
"ระวังคำพูดด้วย" สีหน้าของผู้นำตระกูลอูหม่าเปลี่ยนไปเล็กน้อย "ข้าอูหม่าหลานเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งในเมืองเฉียนหลง จะไปเทียบเคียงบารมีกับองค์จักรพรรดิได้อย่างไร?"
ซูเก๋อพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยคำถามที่สอง "ขอเรียนถาม ผู้นำตระกูลอูหม่า... หากเปรียบเทียบกับผู้าุโมั่วปู้อวี่แล้ว เป็อย่างไรบ้างขอรับ?"
"ยิ่งถามยิ่งเพ้อเจ้อไปใหญ่แล้ว" ผู้นำตระกูลอูหม่าเอ่ยด้วยสีหน้าเ็า "ผู้าุโมั่วปู้อวี่คือเทพผู้ปกปักราชวงศ์ต้าเซี่ย ข้าไม่อาจเทียบเคียงได้แม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งในหมื่น"
"คำถามสุดท้ายขอรับ" ซูเก๋อถามอย่างจริงจัง "ขอเรียนถาม ผู้นำตระกูลอูหม่า... หากเปรียบเทียบกับวัฏจักรธรรมชาติแห่งการหมุนเวียนของฟ้าดิน เปรียบเทียบกับวิถี์แล้ว เป็อย่างไรบ้างขอรับ?"
ผู้นำตระกูลอูหม่าฟังคำถามพิสดารเหล่านี้ของซูเก๋อไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย คิ้วของเขาขมวดมุ่นพลางเอ่ยว่า "มนุษย์จะไปเปรียบเทียบกับวิถี์ได้อย่างไร?"
"ขอบพระคุณขอรับ" ซูเก๋อเอ่ยขอบคุณอย่างนอบน้อม
"เ้าหนุ่ม เ้าหมายความว่าอย่างไร?" ผู้นำตระกูลอูหม่าสีหน้ามืดมน ในใจรู้สึกเหมือนกำลังถูกหยอกเย้าปั่นหัว
ซูเก๋อเอ่ยอย่างสงบเรียบง่ายว่า "ความหมายของผู้น้อยง่ายดายยิ่งนัก"
"องค์จักรพรรดิทรงปกครองราชวงศ์ต้าเซี่ย พระดำรัสเด็ดขาด ตรัสคำไหนคำนั้น ตัดสินใต้หล้าได้... ทว่าผู้มีสถานะสูงส่งมหาศาลถึงเพียงนั้น ก็ยังจำต้องมีหลักฐานจึงจะสามารถตัดสินความผิดของผู้อื่นได้"
"ผู้าุโมั่วปู้อวี่หนึ่งคนหนึ่งกระบี่ ปกปักษ์รักษาบ้านเมือง คมกระบี่ชี้ไปทางใด กองซากศพพวกมารนอกพิภพทับถมประหนึ่งขุนเขา... แต่ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้น ก็ยังต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทางโลก อยู่ภายใต้กรอบข้อบังคับของคุณธรรม"
"วิถี์หมุนเวียนชั่วกาลนาน ยิ่งใหญ่เหนือสรรพสิ่ง ผู้บำเพ็ญเพียรนับล้านยึดถือเป็ความศรัทธา... แต่วิถี์อันสูงส่ง ก็ยังจำต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ"
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ซูเก๋อก็เงยหน้าขึ้น สายตาเฉียบแหลมประหนึ่งคมมีดพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจของผู้นำตระกูลอูหม่า
ในเวลาเดียวกัน น้ำเสียงของเขาก็พลันฮึกเหิมก้องกังวานขึ้นมา
"ผู้นำตระกูลอูหม่าคิดว่าตนเองมีอำนาจยิ่งใหญ่กว่าองค์จักรพรรดิ คิดว่าตนเองมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้าุโมั่วปู้อวี่ คิดว่าตนเองมีสถานะสูงส่งยิ่งกว่าวิถี์อย่างนั้นหรือขอรับ? มิเช่นนั้นแล้ว เหตุใดเพียงคำกล่าวลอย ๆ ของผู้นำตระกูลอูหม่าก็จะบีบบังคับให้ตระกูลซูของพวกเราต้องก้มศีรษะเอ่ยขออภัยให้ได้เล่า?"
น้ำเสียงที่ดังกังวานลอยเข้าสู่โสตประสาทของทุกคน เมื่อฟังคำกล่าวของซูเก๋อจบ ผู้นำตระกูลซูก็อดไม่ได้ที่จะปรบมือด้วยความตื่นเต้น
"ดี! พูดได้ดี!"
เพียงสามคำถามของซูเก๋อก็แทงจุดสำคัญของคู่สนทนาทันที นั่นก็คือ... ผู้นำตระกูลอูหม่าไม่มีหลักฐานใด ๆ เลยแม้แต่น้อย และในทางตรงกันข้าม ทางฝั่งตระกูลซูกลับสามารถแสดงหลักฐานได้ นั่นคือเทียบเชิญที่ถูกฉีกทำลายใบนั้น
"อูหม่าหลาน หากท่านคิดจะผละจากไปจริง ๆ ข้าก็จะไม่รั้งไว้" ผู้นำตระกูลจ้องมองผู้นำตระกูลอูหม่า "แต่หากท่านคิดจะสาดน้ำโคลนใส่ตระกูลซู โปรดนำหลักฐานออกมาแสดงเสียก่อน"
ผู้นำตระกูลอูหม่าสีหน้ามืดมน คิดไม่ถึงเลยว่าซูเก๋อจะคลี่คลายกลอุบายของตนเองได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ เขาสูดหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง จากนั้นจึงเผยรอยยิ้มชั่วร้ายเ็าออกมา
"เป็เ้าหนุ่มที่ฝีปากกล้าคารมคมคายยิ่งนัก ตาแก่เช่นข้าสู้เ้าไม่ไหวหรอก แต่เ้าอย่าได้ใจเร็วเกินไปนัก..."
ผู้นำตระกูลอูหม่ายังเอ่ยไม่ทันจบประโยค เสียงอันราบเรียบสายหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมากะทันหัน
"สิ่งใดที่ว่าอย่าได้ใจเร็วเกินไปหรือ?"
ผู้นำตระกูลอูหม่าไม่พอใจอย่างยิ่ง จึงเงยหน้าขึ้นหมายจะด่าทอผู้ที่เอ่ยขัดจังหวะ ทว่าคำพูดสบถยังไม่ทันหลุดออกจากปาก เขาก็พลันตะลึงงันไปแล้ว
"ท่าน... ท่านเ้าเมือง" ผู้นำตระกูลอูหม่ารีบก้มศีรษะลง รีบก้มหัวคารวะตงฟางเยี่ยนที่กำลังก้าวยาว ๆ เดินเข้ามา
"อูหม่าหลาน คารวะท่านเ้าเมือง"
ในใจของเขาตื่นตะลึงเป็อย่างยิ่ง ตงฟางเยี่ยนมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
"ท่านเ้าเมือง"
พวกซูเก๋อและผู้นำตระกูลต่างก็พากันค้อมคำนับเคารพตงฟางเยี่ยนเช่นกัน
ด้านตงฟางเยี่ยน เขาโบกมือให้ทุกคน ก่อนหันไปเอ่ยถามซูเก๋อว่า "ซูเก๋อ ข้ายังรอเ้ากลับไปนั่งสนทนาด้วยกันอยู่ เหตุใดเ้าถึงมัวยืนแช่อยู่ตรงนี้เล่า หรือเ้ามีเจตนาหลบหน้าข้ากัน?"
'สะเพร่าไปเสียแล้ว' ผู้นำตระกูลอูหม่าหัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ฟังจากน้ำเสียงของตงฟางเยี่ยนแล้ว คล้ายว่าจะสนิทสนมกับซูเก๋อเป็อย่างยิ่ง ทั้งยังให้ความสำคัญกับซูเก๋อไม่ใช่น้อย
เพียงแต่ผู้นำตระกูลอูหม่าคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก ตระกูลซูไปเกาะต้นไม้ใหญ่เช่นตงฟางเยี่ยนั้แ่เมื่อใดกัน?
ตามข่าวกรองของตระกูลอูหม่า ่นี้ตระกูลซูไม่ได้ติดต่อกับตงฟางเยี่ยนเลย ส่วนซูเก๋อที่เป็เด็กเมื่อวานซืน ยิ่งเป็ไปไม่ได้ที่จะอาศัยความสามารถของตนเองไปเกาะต้นไม้ใหญ่ระดับท่านเ้าเมืองได้...
สมองของผู้นำตระกูลอูหม่ามึนงงไปหมด หากไม่ใช่เพราะได้เห็นกับตาตนเอง เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าตงฟางเยี่ยนจะให้ความสนใจเ้าเด็กเมื่อวานซืนของตระกูลซูถึงเพียงนี้
"ท่านเ้าเมืองเข้าใจผิดแล้วขอรับ" ซูเก๋อเอ่ยอธิบายผ่าเผยไร้ความพรั่นพรึง
"เมื่อครู่ทางฝั่งนี้เกิดเื่ขึ้นเล็กน้อย ผู้นำตระกูลอูหม่า..."
หนังตาของผู้นำตระกูลอูหม่ากระตุกวูบอย่างแรง รีบเอ่ยแทรกขึ้นทันทีว่า "เป็หลานชายของข้าเองที่สะเพร่าเลินเล่อ ทำเทียบเชิญฉีกขาดโดยไม่ตั้งใจ เมื่อครู่ข้ากำลังเอ่ยอธิบายเื่นี้กับผู้นำตระกูลซูและซูเก๋ออยู่ขอรับ จะได้ไม่ทำให้พวกเขาคิดมาก"
"ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง" ตงฟางเยี่ยนเข้าใจกระจ่างแจ้ง ไม่รู้ว่าเชื่อคำกล่าวเพ้อเจ้อของผู้นำตระกูลอูหม่าจริง ๆ หรือแสร้งทำเป็เชื่อกันแน่
"เช่นนั้นเ้าอธิบายจบแล้วหรือยัง?"
"เกือบจบแล้วขอรับ" ผู้นำตระกูลอูหม่ายิ้มกล่าว "ผู้นำตระกูลซูใจกว้างเป็อย่างยิ่ง เอ่ยบอกว่าไม่ติดใจเอาความกับหลานชายข้า ถูกต้องหรือไม่ขอรับ ผู้นำตระกูลซู?"
ในที่สุดผู้นำตระกูลอูหม่าก็ยอมสงบลง ผู้นำตระกูลซูดีใจแทบไม่ทัน มีหรือจะไปเปิดโปงฉีกหน้าอีกฝ่าย เพราะอย่างไรเสีย ต่อให้ฉีกหน้าผู้นำตระกูลอูหม่าไป ก็ไม่อาจสร้างความเสียหายอันใดแก่ตระกูลอูหม่าได้ อย่างมากก็แค่สร้างความขัดเคืองใจให้อีกฝ่ายเท่านั้น
"ในเมื่อเป็เช่นนี้ ก็เข้าไปนั่งข้างในกันเถิด" ตงฟางเยี่ยนเอ่ยกับทุกคน "พวกเ้าในฐานะสามตระกูลใหญ่แห่งเมืองเฉียนหลง ในบางครั้งก็เป็ตัวแทนภาพลักษณ์ของเมืองเฉียนหลง การเอื้อนเอ่ยกระทำสิ่งใด ขอให้ยับยั้งชั่งใจไว้บ้าง อย่าได้สร้างเื่ให้ผู้อื่นนำไปหัวเราะเยาะเอา" คำกล่าวนี้แฝงไว้ซึ่งการตักเตือนสั่งสอนเล็กน้อย
"ขอรับ ท่านเ้าเมืองกล่าวได้ถูกต้องแล้ว" ผู้นำตระกูลอูหม่าทำท่าทางนอบน้อมรับฟังคำสั่งสอน คำกล่าวยังแฝงไว้ซึ่งการประจบประแจง "ท่านเ้าเมืองเชิญด้านในขอรับ"
ทว่าตงฟางเยี่ยนกลับส่ายศีรษะ "พวกเ้าเข้าไปก่อนเถิด ข้าจะรอคนอยู่ตรงนี้ก่อน"
เมื่อได้ฟังดังนั้น หัวใจของทุกคนต่างะเืขวัญสั่นสะท้านขึ้นมาพร้อมกัน