ฮูหยิน เจีย นางมีสีหน้าไม่พอใจสามีของนาง อยู่ไม่น้อย "ท่านไม่กลัวจะชักนำ หายนะมาสู่ดินแดนของเราอย่างนั้นหรือ หากฟังจากที่ยี่ผิง เล่ามา เด็กหนุ่มผู้นั้นในสายตา ข้าถือว่าไม่ธรรมดาเลย เขาอาจจะมีมหาอำนาจใหญ่คอยหนุนหลังก็เป็นได้"
ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย เขาโบกฝ่ามือ ประหนึ่งให้นางหยุดพูด ก่อนบอกกล่าว ตัวนางออกไป "เหมือนยี่ผิง จะถูกอกถูกใจเด็กหนุ่มผู้นั้น ไม่น้อย ..แล้วอีกอย่าง ข้ารู้สึกว่าไอ้เด็กนี้มันซ่อนความลับบางอย่างไว้ หากเราดึง เขามาเข้าร่วมเผ่าสงคราม มันก็ดี ไม่น้อยไม่ใช่หรือฮูหยินของข้า"
ฮูหยิน เจีย ส่ายหัว น้อยๆ "ท่านทำอะไรเอาแต่ใจ บุ่มบ่ามเกินไปแล้ว" ก่อนนางจะเดินจากไป ไม่สนใจสามีของนางอีกต่อไป ทว่าใจลึกๆ ก็อดเป็นห่วงยี่ผิง ที่นางรักเหมือนลูกสาวคนหนึ่งของนางไม่ได้ ..ไม่รู้บุรุษผู้นี้ จะเป็นคนเยี่ยงไร ตัวนางรับรู้ได้เป็นอย่างดี ผู้ที่มีศักยภาพ พลังอำนาจ สูงล้ำ ยืนเหนือปุถุชน คนนับล้าน มักจะกระหายในชัยชนะ และหญิงงามล่มเมือง นางจึงคิดจะไปสอดส่องดูด้วยตาตนเอง ว่าชายหนุ่มผู้นี้จะเป็นคนเช่นไร มีค่าพอให้เก็บมาใส่ใจหรือไม่
..ทางด้าน ยี่ผิงนางหน้าตาตื่นไม่น้อย เร่งเดินทาง ไปหมู่บ้านไม้ไผ่ด้วยความเร่งรีบ ทว่ามันกลับต้องทำให้นางเดินทางช้าลง เมื่อพบเจอเหล่าคุณชายของหลายๆ ตระกูลเข้ามาพูดคุย กว่านางจะเดินฝ่าฝูงชนบริเวณป่าไผ่ เข้าไปใจกลางหมู่บ้านได้ก็เสียเวลาไม่น้อย
"คุณหนูยี่ผิง นางออกจากการชี้แนะจาก บรรพบุรุษ ยี่ลั่วหยาง มาเยือนหมู่บ้านป่าไผ่แล้ว ดูสีสมแล้วที่เป็นไข่มุกเม็ดงาม ของเผ่าสงครามของเรา" ชายหนุ่มเผ่าสงคราม กล่าวด้วยความโอหัง ครั้นเหล่าผู้คนสัมผัสได้ถึงพลังของเขา คงจะเป็นยอดฝีมือของเผ่าสงครามเป็นแน่
ทว่าหญิงสาวหลายๆ คน ที่อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ พวกนางอิจฉา ยี่ผิงไม่น้อย นางได้ทั้งผสานเข้ากับหินเทพเจ้า ไหนจะกลายเป็นที่โปรดปรานของเหล่าผู้คน ยังไม่รวมเรื่องที่นางจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษในภายภาคหน้าอีก มันจึงทำให้หญิงสาวหลายๆ คน อดที่จะอิจฉาไม่ได้ ครั้นเห็นเหล่า คุณชายรุมล้อมตัวนางไม่ขาด จนกลายเป็นจุดสนใจ
คุณหนูยี่ผิง นางไม่คิดสถานที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยเหล่าคุณชาย ไม่ว่าจะตระกูล จากเผ่าสงคราม หรือตระกูลเผ่าอื่นๆ โดยรอบ มาเยือนยังหมู่บ้านไม้ไผ่ หลายสิบคนเช่นนี้ เมื่อนาง ยกฝ่ามือคำนับ ทักทายพูดคุยกับเหล่าพวกคุณชาย เสร็จสิ้น นางหันไปหา คุณหนูชางอี้ในทันที ก่อนไต่ถามตัวนาง ออกไป "ชางอี้ ยามนี้ พี่สาวของข้า เจียหลิน นางอยู่สถานที่ใด"
คุณหนู ชางอี้ ครั้นได้ยิน นางรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เหตุใด ยี่ผิงถึงมีท่าทีเร่งรีบ แถมเหมือนว่านาง ไม่อยากจะพูดคุยกับเหล่าคุณชายอย่างไรอย่างนั้น แม้แต่พี่ ชางเหยียน ที่เป็นอันดับหนึ่งของเผ่าสงคราม ยังไม่ได้รับการสนใจ จากตัวนาง ก่อนนางจะบอกกล่าวสิ่งที่นางรู้ออกไป "พี่ เจียหลิน อยู่กระท่อมไม้ไผ่ปลายสุดทะเลสาบ เจ้ามีอะไรงั้นหรือ ยี่ผิง" ทว่านางยังพูดไม่ทันหมดประโยค หญิงสาวก็พลิ้วกายา ไปเสียแล้วก่อนบอกกล่าวตัวนางออกมา "ชางอี้ ฝากเจ้าดูแลเหล่าคุณชายแทนข้าด้วย"
"อืมๆ ข้าเข้าใจแล้ว" ชางอี้ ตอบรับคำของนางอย่างว่าง่าย ทว่าเหล่าคุณชาย ไม่น้อยพวกเขาไม่แม้จะสนใจ ชางอี้ แม้ตัวนางจะงดงามไม่น้อยไปกว่า ยี่ผิง ครั้นเมื่อหนุ่มๆ มอง สิ่งรอบๆ ก็ดูไร้ความงดงาม ทว่าก็มีเพียงคุณชายบางคนที่สนใจนาง ครั้นเห็นความเอาใจใส่ของ ชางอี้ สตรีผู้อยู่ตรงหน้า
...พวกที่ตามคุณหนูยี่ผิง ไปดูเรื่องสนุกเองก็มีอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะเหล่าคุณชาย ที่ไม่ยอมแพ้ ครั้นพวกเขาได้ยินชื่อ เจียหลิน ไข่มุกเม็ดงามอีกเม็ดหนึ่งของดินแดนนี้ จึงอยากจะยวนโฉมใบหน้าของนางสักครา แม้นางจะอยู่ในขั้นเทพสวรรค์ ยากที่จะอาจเอื้อมก็ตาม
ยี่ผิง ครั้นมาหยุดที่กระท่อม ปลายทะเลสาบ เมื่อเห็น พี่หญิงเจียหลิน ของนางนั่งสมาธิขัดเกลาตนเอง อยู่ด้านบนหลังคากระท่อมไม้ไผ่ นางไม่รอช้ายกฝ่ามือเรียว ขาว คำนับ พี่หญิงของนางอย่างนอบน้อมในทันที แม้แต่หมู่ชนที่ตามมาดู เห็นใบหน้า งามล่มเมืองของ เจียหลิน หนุ่มน้อยหลายคนถึงกับตาลอยไปครู่หนึ่ง ราวกับต้องมนต์สะกด ไม่อาจละสายตาจากนางไปได้ ครั้นเห็นแวบแรกก็ตราตรึงใจไม่น้อย
เจียหลิน ที่เปิดเปลือกตาออกมา จ้องมองไปที่ น้องหญิงของนางด้วยสายตาคมกล้า ทว่าเมื่อรับรู้ถึงพลังที่มากมหาศาล ภายในกายน้องหญิงที่หลับใหล ปั่นป่วนอยู่ไม่น้อย นางรีบเก็บสายตาคมกล้าของนางกลับไปในทันที ก่อนไต่ถามไปที่ ยี่ผิง "เจ้ามีธุระอะไรกับข้า อย่างนั้นหรือ ยี่ผิง ยามนี้ ไม่ใช่ว่าเจ้าห้ามจิตใจปั่นป่วน หรอกหรือ?"
ยี่ผิง นางยิ้มเจื่อนๆ กลบเกลื่อนในทันที "พี่เจียหลิน ในช่วง3วันมานี้ ท่านพ่อพาใครมายังหมู่บ้านป่าไผ่หรือไม่"
เจียหลิน ครั้นนางได้ยิน ตกอกตกใจไม่น้อย เหตุใดยี่ผิงถึงรู้ว่าท่านพ่อ นำพาเด็กหนุ่มมาอาศัยยังสถานที่แห่งนี้ ทว่าเมื่อเตรียมจะบอกกล่าว ยี่ผิง เสียงบุรุษภายในกระท่อมไม้ไผ่ ก็เอ่ยทักทายออกมา "ยี่ผิง อย่างนั้นหรือ ข้าคิดว่าข้าจะไม่ได้เจอเจ้าเร็วๆ นี้เสียแล้ว ไม่คิด ข้าจะถูกจับมาเฉกเช่นนี้"
ยี่ผิง ครั้นมองทะลุม่านไม้ไผ่ เห็นใบหน้าอี้เฉิน รางๆ มันก็ทำให้นางถอนหายใจออกมายาว "เจ้าอดทนหน่อย ข้าจะหาโอกาสบอกกล่าวท่านพ่อให้ปล่อยตัวเจ้าไปเอง"
อี้เฉินถอนหายใจ "พ่อเจ้าคงไม่ได้โง่ หรือ บ้าหรอกนะ ยี่ผิงคิดหาเห่าใส่หัวตนเอง เฉกเช่นนี้"
ยี่ผิง ครั้นได้ยิน นางยิ้ม แหยงๆ ไม่คิดอี้เฉินจะกล้าพูดจาออกมาเฉกเช่นนี้ ...เจียหลิน นางเดือดดาลเป็นโทสะปลดปล่อยขั้นพลังเทพสวรรค์ ออกมาไม่ขาด หมายมั่นกดดันร่างชายหนุ่มภายในกระท่อมไม้ไผ่ แม้แต่หมู่ชนที่มามุ่งดู ยังหอบหายใจหนักถี่ ไม่คิดชายหนุ่มจะใจกล้าห่อฟ้า ด่ากราด ผู้นำเผ่าสงครามเฉกเช่นนี้
แต่เมื่อผ่านไปหลายชั่วอึดใจ ชายหนุ่มก็ยังอยู่ภายในกระท่อมได้ มันก็ทำให้หลายคนประหลาดใจไม่น้อย แม้ว่าจะโดนขั้นพลังเทพสวรรค์ กดดัน ความตั้งมั่นของชายผู้นี้ก็ไม่มีแปรเปลี่ยน เสื่อมคลาย "พี่หญิงยั้งมือก่อน อี้เฉินเป็นสหายของข้าเอง แม้ว่าเขาจะปากหมา อย่างไรเขาก็คือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของข้าไว้"
เจียหลิน ครั้นได้ยิน นางเก็บแรงกดดันที่โหมซัดออกมา กลับไปในทันที ทว่าใจลึกๆ นางก็อดที่จะชื่นชม ความยึดมั่นของชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้ ทว่าเหล่าคุณชายไม่น้อย พวกเขาไม่สบอารมณ์ กับคนภายในกระท่อมไม้ไผ่เป็นอย่างมาก แม้แต่จะแสดงตัวตน ทักทายก็ยังไม่ทำเอาแต่อยู่ภายในกระท่อมไม้ไผ่ ราวกับเป็นเต่าหดหัว มีเพียงแต่ปาก ที่ชอบเห่าหอน
ชางเหยียน อนุชน ผู้เป็นอันดับหนึ่งของเผ่าสงคราม ผู้ที่ถูกคาดการณ์ ว่าจะได้หมั้นหมายกับยี่ผิง เขาเอ่ยพูดออกมาด้วยความเดือดดาล "เจ้าไม่คิดจะออกมาทักทายพวกเราเหล่าคุณชายหน่อยหรือ แถมยังกล้า ว่าร้ายผู้นำเผ่าของเรา โง่เขลาอีก เจ้านี่มันช่างใจกล้าห่อฟ้าจริงๆ"
ยี่ผิง เมื่อนางเห็นบรรยากาศโดยรอบ เริ่มที่จะเดือดดาล คุกรุ่นไปด้วยอายสังหาร นางได้แต่ส่ายหัวถอนหายใจ รับรู้ถึงความไม่สบอารมณ์ของ อี้เฉิน มันจึงทำให้เขาพูดจา โอหังเฉกเช่นนี้ออกมา ทว่าเมื่อนางได้ยินคำพูดของชายหนุ่มอีกครา นางอยากจะเดินเข้าไปตบหัวอี้เฉิน สักฉาดสองฉาด
"พวกเจ้านั่นแหละมัวเห่าหอนอะไร หน้าที่พักข้า กลับไปได้แล้ว อย่ามารบกวนการฝึกของข้า หรือพวกเจ้าอยากจะโดนผู้ดูแลของข้าจัดการ เจียหลิน เจ้าสั่งสอนพวกมันเป็นบุญตาให้ข้าดูหน่อยสิ" ครั้นหมู่ชนได้ยิน คำพูดของอี้เฉินมันก็ราวกับเป็นระเบิดลูกใหญ่ ตกใจกลางหมู่ชน ใบหน้าของหลายๆ คน เดือดดาลเป็นโทสะ
..ไข่มุกเม็ดงาม เจียหลิน นางถึงกับเดือดดาล บ้าคลั่ง ใบหน้าบวมตุ๊บป่อง มันจึงทำให้หลายๆ คน เลิกที่จะบ้าคลั่ง ไม่อยากทำให้ เจียหลิน อับอายไปมากกว่านี้ 'ไม่คิดไอ้หนุ่มนี้มันจะไร้ยางอายถึงเพียงนี้ สิ่งใดที่มันหยิบจับมาใช้ได้ ถูกมันเอามาใช้เป็นหมากเสียหมด' ..แม้แต่ ฮูหยินเจีย ที่แอบดูอยู่ห่างๆ ยังส่ายหัวในความ กะล่อนของอี้เฉิน
ทว่า ชางเหยียน อนุชน ผู้เป็นอันดับหนึ่งของเผ่าสงคราม เขาหรือจะจากไปด้วยความอดสู ก่อนประกาศกร้าว ท้ารบอี้เฉิน ต่อหน้าหมู่ชน "ข้าขอท้าเจ้า พรุ่งนี้เราจะแข่งกัน ใครจะยืนอยู่ภายใน สนามประลองปราณจิต ได้นานกว่ากัน เจ้ากล้าหรือไม่ หากเจ้าแพ้ เจ้าต้องเนรเทศ ตนเองไปจากสถานที่แห่งนี้"
ครั้นอี้เฉินได้ยินเขารับคำท้าในทันที ข้าอยากจะหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้เต็มแก่แล้ว "ได้ๆ ข้ารับคำท้าเจ้า"
หมู่ชนได้ยิน ชายหนุ่มรับคำท้าน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่มีสะทกสะท้าน ก็ต่างกลืนน้ำลายลงไปคำใหญ่ หรือมันผู้นี้จะไม่รู้จัก อนุชน ผู้เป็นอันดับหนึ่งของเผ่าสงคราม "ข้าไม่คิดเลยว่า มันจะไม่กลัวอับอายต่อหน้าประชาชี พรุ่งนี้พวกเราคงได้เห็นความขายหน้าของมันแน่"
ครั้นหลายคนได้ยินเช่นนั้นก็พากันเดินจากไป จากบริเวณกระท่อมที่พักอี้เฉิน รอชมเรื่องสนุกวันพรุ่งแทบไม่ไหว