สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 8 ตอนที่ 218 พลังดาบทำลายเทพเจ้า

        เกาหยวนหูเพียงคนเดียวฆ่าผู้ฝึกพลังวัตรในขอบเขตจุลภาคขั้นสามตายไปสองคนนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้แสดงพลังที่มีอย่างแท้จริงออกมา

 

       คนในเจียงหูต่างรู้ว่าไม่ควรมีเรื่องกับตระกูลเกาแต่คนอื่นมักจะรู้สึกแบบนี้เพราะคิดว่าตระกูลเกามีราชสำนักคอยให้ความช่วยเหลือคนส่วนใหญ่มักจะลืมไปแล้วว่า หากตอนนั้นไม่มีผู้อาวุโสตระกูลเกาท่านนั้นคอยช่วย ตระกูลมู่ก็ไม่อาจครองแผ่นดินนี้ได้ในเจียงหูมักจะมีเรื่องเล่าของตระกูลเกา แต่ตอนนี้เรื่องเล่าเหล่านี้ไม่ได้แพร่ออกไปแค่คนในเจียงหูแล้ว

 

        ตระกูลเกาเป็นใหญ่ในเจียงหูแผ่นดินเยี่ยนหากจะพูดให้ละเอียดมากกว่านี้ ควรพูดว่าตระกูลเกาเป็นใหญ่ในสังคมมืดของเจียงหูตระกูลหนึ่งที่กล้าปะทะกับราชวงศ์ ใครกล้าพูดว่าไม่แข็งแกร่งจริง?

 

        หอตงนวลเป็นเพียงห้องห้องหนึ่งเท่านั้นเป็นห้องที่อยู่ด้านข้างท้องพระโรง

 

        ตำหนักวิหารสวรรค์มีห้องเรียงกันเป็นแถวยาวด้านหน้าสุดก็คือท้องพระโรงที่ใช้รายงานเรื่องราวในราชสำนัก ด้านหลังตำหนักวิหารสวรรค์ก็คือหอตงนวลทั้งสองแห่งอยู่ห่างกันหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร ขณะนี้ พื้นที่ที่อยู่ระหว่างท้องพระโรงและหอตงนวลเต็มไปด้วยศพนอนเกลื่อนกลาดส่วนองครักษ์กับคนร้ายก็ยังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือด เดิมทีองครักษ์โจมตีคนร้ายและกำลังได้เปรียบแต่เพราะมีจำนวนน้อยกว่าหลายเท่าตัว เพียงครู่เดียวคนร้ายก็กลับมาแข็งแกร่งกว่าแล้ว

 

        ขณะนี้ ท้องพระโรงด้านข้างหอตงนวลได้พังทลายหมดแล้วเหลือเพียงหอตงนวลตั้งอย่างเดียวดาย ส่วนแท่นสูงด้านนอกหอตงนวลก็หายไปกลายเป็นเพียงหลุมขนาดใหญ่เท่านั้น หลุมขนาดสิบกว่าเมตรถูกตราประทับทลายฟ้าผนึกอยู่ภายใต้ผนึกนั้นก็คือร่างผู้ฝึกพลังวัตรในขอบเขตจุลภาค

 

       เกาหยวนหูไม่กล้าเรียกตราประทับทลายฟ้ากลับมา เพราะสองคนนั้นเป็นถึงผู้ฝึกพลังวัตรในขอบเขตจุลภาคเขาจึงไม่แน่ใจว่าผู้อาวุโสทั้งสองที่ถูกผนึกอยู่ตายรึยัง

 

        เขาก้าวยาว ๆ เข้าไปในหอตงนวลจากนั้นก็โค้งตัวพร้อมยกมือคารวะ “เชิญฝ่าบาทเสด็จกลับสู่สวรรค์”

 

        ที่ริมหน้าต่าง ราชามู่ฉางเยียนหรี่พระเนตรมองเกาหยวนหู“เจ้ามาแค่คนเดียว?”

 

        เกาหยวนหูยืนตัวตรง “ฝ่าบาทยังมีอะไรจะรับสั่งอีกหรือไม่?”

 

        ราชามู่ฉางเยียนแย้มพระสรวล“เจ้าจะลองดูก็ได้”

 

        เกาหยวนหูเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พยักหน้า “กระหม่อมจะลองดู”

 

        เขาเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวจากนั้นในมือก็มีประกายลำแสงสีดำที่น่าหวาดกลัวออกมา

 

        ดาบยาววางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าราชามู่ฉางเยียนดาบนี้ดูเรียบง่ายและธรรมดามาก ฝักดาบไม่มีของมีค่ามาประดับประดา และไม่ได้ดูงดงามแต่อย่างใดมันเป็นเพียงของธรรมดาชิ้นหนึ่งเท่านั้น พระหัตถ์ของราชาวางอยู่ข้างฝักดาบและเพราะฝักดาบนี้ทำให้ฝีเท้าของเกาหยวนหูหยุดลง เขามองอย่างละเอียดจากนั้นก็เห็นว่านั่นไม่ใช่ดาบยาว แต่มันเป็นเพียงฝักดาบเท่านั้น 

 

        ฝักดาบที่ไม่มีดาบ

 

        สีหน้าของเกาหยวนหูเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องเห็นได้ชัดว่าเขากำลังลังเลว่าจะเข้าไปดีหรือไม่

 

       “นั่นเป็นของมีค่าที่ราชาองค์ก่อนใช้รบเพื่อครอบครองแผ่นดินนี้?” เกาหยวนหูถาม

 

        ราชามู่ฉางเยียนตรัสขึ้น“ที่แท้เจ้าก็รู้จักมันนี่เอง”

 

        เกาหยวนหูเงียบไปอีกครั้ง ราวกับกำลังชั่งใจว่าตัวเองจะสามารถปลงพระชนม์ราชาได้หรือไม่หลังผ่านไปสองนาที เกาหยวนหูจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “กระหม่อมยังอยากจะลองดู”

 

        ราชามู่ฉางเยียนพยักพระพักตร์ “เข้ามาสิ”

 

        เกาหยวนหูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้งจากนั้นลำแสงสีดำในมือเขาก็ค่อย ๆ กระจายออกมา เพียงชั่วพริบตาเขาก็ถูกควันดำปกคลุมทั่วร่างดูแล้วตอนนี้เขาไม่เหมือนคน แต่เหมือนลำแสงที่อยู่ท่ามกลางควันดำเท่านั้นลำแสงสีดำเคลื่อนไหวไปด้านหน้า ทุกที่ที่ลำแสงนี้เคลื่อนผ่านก็จะกลายเป็นสีดำเหมือนถูกเผาหลังจากลำแสงสีดำเคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้น หอตงนวลจึงเริ่มมีควันขึ้นเล็กน้อยเสาไม้ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ คาดว่าอีกไม่กี่วินาทีหอตงนวลก็คงถูกเผาแล้ว

 

        ราชามู่ฉางเยียนยื่นพระหัตถ์ไปจับฝักดาบจากนั้นก็ทรงขยับไปด้านหน้าเพียงน้อยนิด

 

        ทันใดนั้น ลำแสงสีดำก็หยุดลงแล้วถอยไปด้านหลังอย่างไม่อาจควบคุมได้ ราวกับลำแสงสีดำพุ่งชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นด้านหน้าของลำแสงสีดำแผ่ขึ้นเป็นแนวสูงและเรียบ ดูแล้วช่างน่าประหลาดใจไม่น้อย

 

        ลำแสงสีดำเริ่มสั่นไหว จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเส้นสีดำประดุจงูยักษ์แล้วเลื้อยขึ้นมาบนตัวเกาหยวนหู เกาหยวนหูยังคงจ้องไปที่ฝักดาบนานนับนาทีจากนั้นจึงยื่นมือขวาออกไป ลำแสงงูยักษ์สีดำเลื้อยมาอยู่ที่แขนขวาจากนั้นก็อ้าปากกัดแขนของเขาจนเป็นรูใหญ่ แล้วมุดเข้าไปในนั้นอย่างรวดเร็ว อ๊าก!เกาหยวนหูร้องเสียงดัง จากนั้นแขนของเขาก็กลายเป็นสีดำทั้งหมด

 

        แขนเสื้อด้านขวาของเขาฉีกขาดและปลิวไปทั่วบนแขนสีดำคล้ายมีตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้น แต่ทว่านั่นไม่ใช่ตัวอักษร แต่มันคือจุดที่รวบรวมพลังทั้งหมดในร่างของเกาหยวนหูเขายื่นมือขวาที่มีจุดสีทองกะพริบไปด้านหน้า แล้วมันก็กระทบเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นอีกครั้ง

 

        “ต่อให้จะเป็นของล้ำค่าจากบรรพชน แต่ก็ไม่อาจขวางความตายเจ้าได้!”

 

        เกาหยวนหูคำรามออกมา ดวงตาทั้งสองเปลี่ยนเป็นสีแดงจุดสีทองบนแขนขวาของเขาเปล่งประกายมากขึ้นเรื่อย ๆ ตุ้บ! ราวกับอะไรถูกทำลายจากนั้นแขนขวาก็พุ่งตรงไปด้านหน้า ราชามู่ฉางเยียนทรงกำฝักดาบแน่น ทันใดนั้นเหมือนมีพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นมาจับฝักดาบไว้เช่นกัน แล้วก็เริ่มแย่งฝักดาบจากราชา

 

        สีพระพักตร์ราชามู่ฉางเยียนหนักแน่นมาก ทรงกำฝักดาบแน่นจากนั้นก็ทรงกัดพระชิวหาของพระองค์เอง แล้วพ่นพระโลหิตลงไปบนฝักดาบ ทันใดนั้นฝักดาบก็เปล่งลำแสงสีแดงออกมาเป็นระลอก ๆตามมาด้วยพลังน้ำแข็งที่แผ่กระจายออกไปรอบ ๆ แล้วแช่แข็งพลังที่มองไม่เห็นระหว่างกลางของเกาหยวนหูและราชามู่ฉางเยียนมีเส้นน้ำแข็งยาวนั่นก็คือพลังที่แย่งฝักดาบกับราชามู่ฉางเยียนเมื่อครู่นั่นเอง

 

       ไม่รู้ว่าพลังน้ำแข็งบนฝักดาบน่ากลัวและแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ถึงกับแช่แข็งพลังที่มองไม่เห็นไว้ได้อย่างรวดเร็ว เพียงเสี้ยววินาทีพลังน้ำแข็งก็ปกคลุมแขนขวาของเกาหยวนหูแล้ว เกาหยวนหูคำรามเสียงดัง จากนั้นจุดสีทองบนแขนเขาก็เปล่งแสงจ้าลำแสงสีดำยังคงพุ่งไปด้านหน้า ทำให้พลังน้ำแข็งถอยกลับเล็กน้อย แต่ทว่าลำแสงนั้นสามารถประกายออกมาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นเพราะพลังน้ำแข็งก็ค่อย ๆ กลับมาแช่ปลายมือเกาหยวนหูอีกครั้ง

 

       อีกทั้งพลังการแช่แข็งในครั้งนี้รวดเร็วกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าเพียงชั่วพริบตาก็ปกคลุมไปทั่วแขนขวาของเกาหยวนหูแล้ว

 

        สีหน้าของเกาหยวนหูซีดจนน่ากลัวเขายื่นมือซ้ายออกไป จากนั้นก็เก็บนิ้วทั้งห้ากลับมา ทันใดนั้นตราประทับทลายฟ้าที่ผนึกร่างผู้อาวุโสสองคนในหลุมยักษ์ก็ลอยกลับมาอย่างรวดเร็ว มันพุ่งตรงมายังหอตงนวล

 

        นั่นเป็นอาวุธที่กดทับผู้ฝึกพลังวัตรในขอบเขตจุลภาคขั้นสามจนตายถึงแม้จะไม่ใช่อาวุธระดับสีม่วง แต่ก็เป็นอาวุธระดับสีทองขั้นสูงสุดความแข็งแกร่งของอาวุธขึ้นอยู่กับผู้ครอบครอง ฉะนั้น อย่างน้อยที่สุดเกาหยวนหูต้องมีพลังในขอบเขตจุลภาคขั้นห้าแน่นอนไม่อย่างนั้นจะฆ่านักพรตทั้งสองตายได้อย่างง่ายดายหรืออีกทั้งตราประทับทลายฟ้าผนึกพลังเข้ากับเขาทำให้มันสามารถใช้พลังระดับสีทองขั้นสูงสุดที่มีได้อย่างเต็มที่

 

        ดังเช่นอันเจิงถึงแม้จะมีของวิเศษระดับสีม่วงแต่ตอนนี้ก็ยังไม่อาจใช้พลังของอาวุธระดับสีม่วงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

        ตราประทับทลายฟ้าพุ่งตรงไปยังหอตงนวลแต่ไม่ได้มาเพื่อปลงพระชนม์ราชา มันมาเพื่อปกป้องตัวเกาหยวนหูเองหากเขายังไม่ทำลายพลังของฝักดาบนี้ เขารู้ดีว่าครั้งนี้ตัวเองคงต้องเอาชีวิตเข้ามาทิ้งที่นี่แล้ว

 

        “ข้าเคยบอกแล้วเจ้าเพียงคนเดียวเอาไม่อยู่!”

 

        ราชามู่ฉางเยียนทรงหยิบฝักดาบแล้วพุ่งไปด้านหน้าพลังน้ำแข็งจากฝักดาบก็พุ่งตามออกไปทันที

 

       พลังน้ำแข็งและตราประทับทลายฟ้าปะทะกันกลางอากาศ ทันใดนั้นตราประทับทลายฟ้าก็ถูกแช่แข็งแล้วตราประทับทลายฟ้าที่มีพลังแข็งแกร่งถูกผนึกในชั่วพริบตาและไม่มีแม้กระทั่งพลังที่จะต่อต้าน แกรก...ตราประทับทลายฟ้าหักเป็นสองท่อนจากนั้นก็หล่นลงพื้น

 

        ชิ้นส่วนของตราประทับทลายฟ้ามีขนาดไม่ถึงหนึ่งนิ้วเท่านั้นเมื่อหล่นลงพื้นก็แตกกระจายเป็นฝุ่นไปทั่วอากาศ

 

        อึก! เกาหยวนหูเปล่งเสียงออกมาอาวุธถูกทำลาย ส่วนหัวใจเขาก็ได้รับบาดเจ็บ

 

        เขากระอักเลือดกองโต ยามนี้ในแววตาก็ไม่ได้แน่วแน่เหมือนเดิมอีกแล้วเขากัดฟันยกมือซ้ายขึ้น จากนั้นก็ฟันลงที่ไหล่ขวาประดุจแขนซ้ายเป็นดาบ

 

        ฉับ! แขนขวาของเขาหล่นลงบนพื้นแล้วแตกสลายเป็นเศษน้ำแข็ง

 

        ในขณะนี้เอง ชายชุดดำสองคนก็พุ่งลงมาจากบนหลังคาคนหนึ่งถือมีด อีกคนถือเบ็ดยาว อาวุธทั้งสองเปล่งประกายลำแสงสีทองเห็นได้ชัดว่ามันเป็นของวิเศษที่อยู่ในระดับสูงเขาทั้งสองพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วอย่างถึงที่สุด และพุ่งเข้ามาในขณะที่ราชามู่ฉางเยียนกำลังทรงใช้ฝักดาบทำลายตราประทับทลายฟ้าพวกเขาทั้งสองคนพังหลังคาท้องพระโรงที่อยู่ติดกับหอตงนวลเพียงไม่ถึงหนึ่งวินาทีพวกเขาก็วิ่งมาถึงด้านหน้าหอตงนวลแล้ว

 

        เมื่อเกาหยวนหูเห็นคนทั้งสองเข้ามาจึงอดหัวเราะไม่ได้...ที่แท้เขาก็เป็นตัวตายตัวแทนนี่เองเพียงแค่เป็นตัวตายตัวแทนที่อยู่ระดับสูงขึ้นมาหน่อยเท่านั้น ใช้ชีวิตเขามาล่อของวิเศษและผู้คุ้มครองราชาต่อให้เขาตายขึ้นมาก็คงไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว คนที่เพิ่งวิ่งเข้ามาต่างหากที่เป็นไม้ตายของตระกูลเกาในเมื่อพวกเขาสองคนลงมือเอง ราชาคงต้องสิ้นพระชนม์อย่างแน่นอน

 

        เกาหยวนหูถอนหายใจยาว ๆ...ไม่ว่าอย่างไรก็ถือว่าปลงพระชนม์ราชาแห่งแคว้นเยี่ยนได้แล้ว

 

       ทั้งสองคนที่พุ่งเข้ามาอาจไม่ได้มีพลังวัตรที่แข็งแกร่งไปมากกว่าเกาหยวนหูเพียงแค่พวกเขาออกมาในจังหวะที่เหมาะเจาะเท่านั้นเองต่อให้ฝักดาบจะแข็งแกร่งมากเพียงใด แต่ในเมื่อมันใช้พลังทำลายตราประทับทลายฟ้าอีกทั้งยังทำลายแขนของเกาหยวนหูหนึ่งข้าง มันจึงใช้พลังที่มีออกมาทั้งหมดแล้วสองคนนี้ปรากฏตัวในตอนนี้ คาดว่าคงคำนวณเวลาเอาไว้อย่างดีแล้ว

 

        ด้วยพลังที่ฝักดาบมีการจะต้านทานพลังจากหนึ่งในสองคนนี้ไม่ใช่เรื่องยากแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้านพลังของอีกคนไม่ได้อยู่ดี ภายในระยะเวลาอันสั้นเกาหยวนหูรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนที่น่าสงสารที่สุด นักฆ่าสองคนนั้นมีคนหนึ่งต้องตายอย่างแน่นอน ใช้หนึ่งชีวิตแลกหนึ่งชีวิตแบบนี้ถึงจะรับรองว่าพวกเขาสามารถปลงพระชนม์ราชาได้สำเร็จ

 

        ในขณะนี้เอง เกาหยวนหูเห็นราชามู่ฉางเยียนทรงกำฝักดาบแน่นแล้วพุ่งออกไปทางชายชุดดำที่เพิ่งเข้ามา

 

        ต่อให้ฝักดาบจะแข็งแกร่งมากเท่าไหร่แต่เพราะพลังของราชามู่ฉางเยียนอยู่ในระดับต่ำพลังที่ฝักดาบสามารถใช้ออกมาก็ไม่เต็มที่ หรือราชาทรงไม่รู้ว่าครั้งนี้หนีไม่พ้นแล้ว? เพราะอะไรแววพระเนตรของพระองค์ถึงดูมีความมั่นใจขนาดนั้นยิ่งไปกว่านั้น แววพระเนตรยังประกายความเย้ยหยันออกมาด้วย?

 

        จากนั้นเกาหยวนหูก็เห็นว่า ที่หน้าต่างของหอตงนวลปักธงที่เขียนว่าเหล้าอยู่...น่าแปลกมากเพราะอะไรถึงปักธงนั้นที่หน้าต่างของหอตงนวล? เดิมทีหอตงนวลเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชาไม่ใช่ร้านเหล้าเสียหน่อย

 

        แต่เมื่อดาบของราชามู่ฉางเยียนส่องประกายออกไปเกาหยวนหูก็รู้ว่าครั้งนี้ตัวเองแพ้แล้ว

 

        พลังดาบในธงเหล้าถูกฝักดาบดึงดูดออกมาเกาหยวนหูไม่มีทางเปรียบเทียบพลังและอำนาจของดาบนี้ได้ แต่หลังจากที่เขาเห็นดาบนี้ส่องประกายออกมาเขาแทบจะลงไปคุกเข่าคารวะเลยทีเดียว ในใจก็รู้สึกเหน็บหนาวขึ้นมาทันทีนี่เป็นความรู้สึกหนาวยิ่งกว่าตอนที่แขนถูกแช่แข็งเสียอีกต่อให้ฝักดาบจะมีพลังระดับสูงแค่ไหนก็ตาม เขายังกล้าลองดูสักตั้ง แต่หลังจากที่ดาบนั่นปรากฏเกาหยวนหูก็รู้ได้ทันทีว่า ต่อให้จะมีเขาอีกสองคน ไม่สิ...ต่อให้จะมีเขาอีกห้าคนก็ไม่มีทางต้านทานพลังดาบนี้ได้

 

        ดาบนั่นสามารถทำลายล้างเทพเจ้า

 

        แต่ใต้หล้านี้จะมีเทพเจ้าจริงหรือ?

 

        ตอนนั้นที่โลกมายาในเทือกเขาชางหมาน อันเจิงยืมพลังดาบในนี้ไปกำจัดคนชั่วขณะนั้นอันเจิงยังบ่มเพาะพลังวัตรไม่ได้ด้วยซ้ำแต่สามารถยืมพลังดาบนี้ออกมาใช้ได้ก็ไม่ง่ายแล้ว ตอนนั้นราชามู่ฉางเยียนยังประหลาดพระทัยดาบนั่นมีพลังมากพอที่จะทำลายเทพเจ้า...แต่อันเจิงกลับใช้มันมาฆ่าคนต่ำต้อย ช่างเป็นการลดระดับของดาบเสียจริงแต่ยังโชคดี พลังดาบที่อันเจิงยืมออกมาไม่ได้ทำให้ดาบเกิดความเสียหายแต่อย่างใดและมันก็ยังคงยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งดังเดิม

 

        พลังดาบผ่านไป

 

        ร่างของคนร้ายทั้งสองคนถูกตัดขาดกลางอากาศจากนั้นชิ้นส่วนร่างกายก็หล่นลงมาสี่ชิ้น มีดแหลกสลาย ส่วนเบ็ดก็ถูกตัดขาด

 

        พลังดาบส่องประกายออกไปรอบด้านจากนั้นก็กวาดออกไปเป็นแนวยาว ภายในรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร หลังคาตำหนักถูกตัดขาดทันที

 

        สีหน้าเกาหยวนหูย่ำแย่เหมือนกำลังจะตาย

 

        พลังดาบนี้ไม่มีใครต้านทานได้

 

       เกาหยวนหูนึกไม่ออกว่าในตระกูลเกาจะมีใครต้านทานพลังดาบนี้ได้เพียงแค่ธงเหล้ายังอยู่ ไม่ว่าใครก็ปลงพระชนม์ราชามู่ฉางเยียนไม่ได้

 

        แควก!

 

        ธงเหล้าฉีกขาดออกทันที ในพระทัยราชามู่ฉางเยียนเหมือนถูกบีบแน่น

คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน