ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่466 ไฟวิเศษเคียงคู่

        จู่ๆ ใต้บึงน้ำมืดมิดก็ส่องแสงสีทอง สว่างพร่างพราว เมื่อภายในโสตประสาท อี้เฉินตอบสนองกับบางสิ่งของสถานที่แห่งนี้ ก่อนร่างเงา เหล่าฝูงมังกรทอง ภายใต้บึงน้ำใหญ่จะเปิดเผยสู่สายตา ชายหนุ่มที่อยู่ใต้บึงน้ำ ทำให้อี้เฉินในยามนี้ ตกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นรอบบริเวณที่เขาอยู่ เต็มไปด้วยสัตว์อสูรแหวกว่ายไปมา
 


        ทว่าเมื่อเห็น สัตว์อสูรมังกรทองบรรพกาล เหล่านั้นที่ปิดล้อมวนรอบตัวเขา ไม่ไปไหน ราวกับพวกมันหวาดกลัวในแสงสีทองพร่างพราว ที่ฉายออกมาจากภายในโสตประสาท ของอี้เฉิน

 


       มันก็ยิ่งทำให้อี้เฉินประหลาดใจ จนดวงตาเบิกกว้าง รูม่านตาขยายออกจนสุด แต่เมื่ออี้เฉิน สัมผัสได้ถึง ป้ายแนะนำตัวขององค์หญิงอิงฮวา ที่อยู่ภายในทะเลความรู้ของเขา ส่องสว่างพร่างพราว ตอบสนองกับสัตว์อสูรเหล่านี้

 


        ประหนึ่งว่า พวกมันพบเจอ สายเลือดบรรพชนที่สูงล้ำกว่าพวกมันมาก มาพร้อมกับแรงกดดันแผ่ซ่าน จากสายเลือดที่บริสุทธิ์และเข้มข้น ทำให้พวกมันเหล่านั้น ไม่เข้ามาโจมตีรุมทึ้งอี้เฉิน ในยามนี้ ราวกับพวกมันหวาดเกรงสายเลือดที่บริสุทธิ์เข้มข้น ขององค์หญิงอิงฮวา ภายในแผ่นป้ายแนะนำตัวที่เล็ดลอดออกมาไม่ขาด



       แม้ว่ามันจะเป็นสัตว์เดรัจฉาน ยังไม่ได้บำเพ็ญ ตบะ จนสูงล้ำมีความคิดเฉกเช่นมนุษย์ แต่เมื่อมันพบเจอ สายเลือดบรรพชนของพวกมัน มันจึงเกิดความหวาดเกรง ถูกสายเลือดกดข่ม ทว่าแววตาของมันกลับไม่ยินยอม ที่จะจากไปเช่นนั้น

 


        อี้เฉินยกยิ้มน้อยๆ ขึ้นมาได้อีกครา ภายใต้บึงน้ำแห่งนั้น ไม่คิดว่าป้ายแนะนำตัวที่มีสายเลือด ขององค์หญิงอิงฮวา จะช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้

 


ครั้นเมื่อ อี้เฉิน เหยียบใต้ผืนน้ำ พุ่งปราด แหวกว่าย เข้าไปด้านในส่วนลึกได้ เขาจึงไม่ลังเลที่จะเร่งฝีเท้า จากไปจากสถานที่แห่งนี้

 


ด้านบนผิวน้ำ กลุ่มคนที่ตามไล่ล่าฆ่าสังหาร อี้เฉิน เมื่อพวกเขาเห็นใต้บึงน้ำมีแสงสว่างสีทองพร่างพราวขึ้นมาบนผิวน้ำ อย่างเห็นได้ชัดถนัดตา

 


       หลายคนก็ต่างขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันเป็นปม แม้แต่เทียนเฟิงที่ปิดขั้นพลัง ฟื้นฟูปราณพลังในยามนี้ ยังเปิดเปลือกตาขึ้นมาสำรวจ ตรวจสอบ ทว่าเมื่อพวกเขาเหล่านั้นเห็น แสงสีทองเริ่มขยับไหวเข้าไปด้านในส่วนลึกของบึงน้ำมืด มันก็ทำให้หลายๆ คน ต่างกำฝ่ามือไว้จนแน่น มาพร้อมเสียงกระดูกมือ แตกหักดังออกมาลั่น "บัดซบ! บัดซบ! ไอ้เวรนั้น เหมือนว่ามันจะยังไม่ยอมถอดใจหนีสินะ เราจะเอาเช่นไรดี ท่านเทียนเฟิง"

 


       หลายคน เสียกำลังไปมากในยามนี้ พวกเขาต่างก็ลงแรงกันไปไม่น้อย แล้วยิ่งเห็นอี้เฉินยังไม่ตายตก จะให้พวกเขา ไม่เดือดดาลบ้าคลั่งได้เยี่ยงไรเล่า แต่หากพวกเขา ยังดึงดันที่จะตามอี้เฉินไป เกรงว่าอาจเป็นพวกเขาที่ตาย กลายเป็น ผีเฝ้าบึงแห่งนี้ก็เป็นได้ สายตาหลายคนจึงไม่ยินยอม ให้เป็นเช่นนั้น

 


      เทียนเฟิงเขาในยามนี้ หน้าบูดหน้าเบี้ยวไม่น้อย ก่อนกล่าวออกไปด้วยแววตาที่เดือดดาล บ้าคลั่ง พร้อมกับระเบิดปราณพลัง ออกมาด้วยความเจ็บแค้น หากไม่เห็นอี้เฉิน ตายตกเต็มสองตา เขาไม่อาจนิ่งนอนใจเรื่องของอี้เฉินได้ในยามนี้

 


     "พวกเราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น อย่างไรมันก็ต้องออกมาจากเขตบึงน้ำมืดแห่งนี้ อีกไม่ช้า แดนลับ มรดกเซียน ก็จะเปิดขึ้นภายใต้หน้าผาหมื่นยอด เหล่าเผ่าพันธุ์บรรพกาลที่ไม่อาจเข้าร่วมได้ จะต้องซื้อตัวเหล่ากลุ่มคนดินแดนเทพ แสวงหา ซากของเซียนเทวะ มาให้อนุชนของพวกเขาครอบครองอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ช้า ซากของเซียนเทวะ จะกลายเป็นที่แย่งชิง หากมันคิดจะก้าวเดินไปในเส้นทางข้างหน้า มันต้องเผยตัวออกมาอย่างแน่นอน ระหว่างนี้พวกเจ้าเร่งปิดขั้นพลังเสริมกำลังรบเสีย"

 


      ครั้นสิ้นคำพูดของเงาสังหาร เทียนเฟิง กลุ่มของพวกเขาก็ต่างเสาะหาของล้ำค่า รอบๆ บริเวณบึงน้ำมืด ที่สามารถสำรวจได้ในยามนี้ หมายมั่นจะกลายเป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ เสริมกำลังรบให้แข็งแกร่งขึ้นในช่วงเวลานี้ อย่างไรพวกเขาต้องฆ่าสังหารอี้เฉินให้ได้ หากได้ผูกชะตาแค้นแล้ว อย่างไรก็ต้องทำให้มันจบสิ้น วาสนาต่อกัน

 


       ตัดมาทางด้านอี้เฉิน ที่รอดพ้นฝูงแมลงดื่มเลือด ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำได้ เขาถึงกับถอนลมหายใจออกมายาว ด้วยความอ่อนล้า ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด แต่หากเขาเป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ การหายใจภายใต้บึงน้ำลึก จะไม่เป็นอุปสรรคกับเขาอีกต่อไป บ่งบอกถึงว่า หากไปแตะในขั้นพลัง ครึ่งก้าวเทพสวรรค์ พวกเขาเหล่านั้น จะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป เหยียบเท้าเข้าไปสู่ผู้เป็นเทพแท้จริง แม้แต่จะหายใจบนชั้นบรรยากาศ ก็ยังสามารถทำได้เช่นกัน



       ครั้นคิดเช่นนั้นได้ อี้เฉินจึงเริ่มเสาะหาไฟวิเศษ จากรอบบริเวณ เกาะแก่งตามแหล่งบึงน้ำ ทว่าอี้เฉินที่เดินทางมาร่วมวัน พอเจอไฟวิเศษระดับ ต่ำอยู่บ้างประปราย แต่ไฟเหล่านั้นไม่เข้าตาเขาเลย แม้แต่น้อย

 


       แต่เมื่ออี้เฉินเห็นภูเขาหินลูกใหญ่ กลางเกาะบึงน้ำ ราวกับเป็นแผ่นดินผืนเล็กๆ เต็มไปด้วยหมอกควันของกลุ่มแก๊สหนา ลอยตลบอบอวล จนบดบังวิสัยทัศน์โดยรอบ ราวกับพื้นที่แห่งนี้เคยมีผู้คนอยู่อาศัยมานานนม มันจึงทำให้ อี้เฉินรู้สึกขนหัวลุก เมื่อพบเจอสถานที่ที่น่าวังเวงเฉกเช่นนี้



      แต่ยามนี้ อี้เฉินมีทางเลือกมากที่ไหน ด้วยร่างกายที่สูญเสียเลือด ภายในร่างไปไม่น้อย พร้อมกับกายาที่บอบช้ำ เต็มไปด้วยบาดแผลฉีกขาดของเขา อย่างไรเขาก็ต้องหา สถานที่พักฟื้นร่างกายในยามนี้ แม้จะต้องเร่งรีบที่จะเป็นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ ก็ตาม



        "หวังว่าสถานที่แห่งนี้ จะไม่มีอสูรที่ดุร้ายอยู่นะ" ครั้นอี้เฉินเอ่ยประโยคนั้นเสร็จสิ้น เขาก็นั่งลง บนแผ่นหิน ปิดขั้นพลังฟื้นฟูร่างกายที่บาดเจ็บไม่มีชิ้นดี ของเขาในทันที จนไม่สนว่าสถานที่แห่งนี้น่าขนหัวลุกถึงเพียงใด

 


        หลังจากนั้น เพียงเวลา2วันบาดแผล ที่ฉีกขาดของอี้เฉิน ก็ค่อยๆ สมานเข้าหากัน จนหายสนิท อาจจะด้วย เต๋าฟื้นฟู ที่เขาเคยมีในยามก่อน ยังหลงเหลือแทรกซึมอยู่ในกาย แม้จะไม่สามารถขับเคลื่อนพลังของมันมาใช้รักษาได้อย่างฉับพลัน เฉกเช่นแต่ก่อน แต่ช่วยให้การฟื้นตัวของอี้เฉินรวดเร็ว กว่าปกติทั่วไปมาก



        ครั้นอี้เฉิน เปิดเปลือกตาสูดลมหายใจ เข้าไปเต็มปอดได้ เขาจึงเร่งเสาะหาไฟวิเศษ ระดับสูงต่อในทันที จนเขาไปเจอสถานที่ ที่เคยมีคนอยู่อาศัย อี้เฉินเหยียบเท้า เข้าไปภายในหมู่บ้านร้าง ที่ดูเรียบง่ายแต่กลับไร้คนอยู่อาศัยมาเป็นเวลาหลายร้อยปี มองเห็นเศษดินเศษฝุ่นหนาเป็นชั้น ตามลานบ้าน มันก็ทำให้อี้เฉินคิดถึงหมู่บ้านของเขาในทันใด หากเขากลับไปเจอหมู่บ้านลมหวนของเขากลายเป็นเฉกเช่นนี้ หัวใจของเขาคงแตกสลายไม่น้อย

 


"ท่านปู่ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะต้องกลับไปหาท่านให้ได้"

 


         ทว่าเมื่อสิ้นคำพูดของอี้เฉิน จู่ๆ กลับมีบางอย่างเรียกหาตัวเขา ประหนึ่งว่าสิ่งที่เขาเรียนรู้มาได้ถูกเติมเต็ม มันเป็นอย่างที่อี้เฉินคาดคิดจริงๆ ไฟเทพ มันจะตอบสนองเรียกหา ผู้ที่มันยอมรับ ใบหน้าอี้เฉินจึงยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาในทันใด ก่อนเร่งฝีเท้าขานรับข้อเสนอของมัน ตามแรงดึงดูดนั้นไป ภายในภูเขาหิน ลูกใหญ่

 


         มันจะต้องเป็นไฟเทพระดับสูงอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงอี้เฉินใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เขาก็เข้ามาด้านในใจกลางของภูเขาหิน ทว่าภายในถ้ำแห่งนั้น ราวกับเป็นธาราสองขั้ว เมื่ออี้เฉินพบเจอไฟเทพ ทั้งสองเคียงคู่ อยู่ไม่ห่างกันมากนัก อยู่ใจกลางพื้นถ้ำน้ำแข็ง ที่มีแสงจันทราจากผืนฟ้า สาดส่องลงมาตกกระทบ มันก็ทำให้ดวงตาอี้เฉินเบิกกว้าง ตกใจสุดแสน

 


        อี้เฉินเขาไม่คิดว่า เขาจะเจอกับไฟเทพระดับตำนานสีขาว ราวกับเป็นไฟแห่งความศรัทธา ทว่าไฟเทพดวงนั้น มันไม่ได้เรียกหาตัวเขา กลับเป็นไฟที่เคียงคู่ไฟเทพสีขาว ที่อยู่ในระดับสูงสีแดงฉาน ราวกับเป็นไฟแห่งความโกรธแค้น ให้ความรู้สึกที่ น่าสะอิดสะเอียน

 


        ทว่าเมื่ออี้เฉินคิดจะเข้าไป หยิบจับไฟเทพสีขาวดวงน้อย ระดับตำนานที่หายากยิ่ง มันกลับแผดเผาร่างของเขาจนรู้สึกแสบร้อน แขนสั่นไหวน้อยๆ ออกมาด้วยความเจ็บปวด ราวกับมันข่มขู่ตัวเขาอย่างไรอย่างนั้น อี้เฉินจึงหยุดชะงักไม่เข้าไปหามันในทันที เหมือนว่ามันจะมีความนึกคิดเป็นของตนเอง

 


        แต่เมื่ออี้เฉิน จ้องมอง ไฟเทพระดับสูง สีแดงฉาน ที่เรียกหาตัวเขา มันเองก็แปลกประหลาดไม่น้อย ราวกับมันมีชีวิตความนึกคิดเป็นของตน ทั้งๆ ที่มัน ไม่ได้อยู่ใน ระดับตำนานเสียด้วยซ้ำ