ตอนที่ 35: ข้าขอพูด…แม้ไม่มีใครฟัง
ณ ศาลากลางวังหลวง – วันสอบสวนพิเศษ
ราชสำนักเต็มไปด้วยขุนนางน้อยใหญ่
เสียงกระซิบ การแลกเปลี่ยนสายตา และแผ่นบันทึกลับถูกส่งต่อใต้โต๊ะราวคลื่นเงียบ
บนบัลลังก์สูงสุด ฮ่องเต้ประทับนิ่ง
ข้างพระองค์คือราชครูจิ้งเหวิน ซึ่งแม้ยังพันแผลจากการลอบสังหาร…ก็ยังขออยู่ในศาลาด้วยตนเอง
เหยียนซือหรง ยืนอยู่กลางห้อง
ไม่มีอาวุธ ไม่มีเกียรติยศ—มีเพียงความเงียบที่แข็งแกร่งพอจะทำให้ทุกคนต้องเงี่ยหูฟัง
…
“คุณหนูเหยียน”
เสียงขุนนางฝ่ายขวาดังขึ้น
“ท่านเคยมีตำแหน่งในวัง เคยเป็นชายารอง และวันนี้…เป็นผู้ต้องสงสัยว่าก่อการเงา”
“ท่านมีสิ่งใดจะแก้ข้อกล่าวหา?”
…
เหยียนซือหรงยืนสงบ
ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ แต่ชัดเจน
“ข้าจะไม่ปฏิเสธว่า ข้าเคยเป็นเงา”
“แต่ข้าไม่ใช่คนที่ใช้ความมืดเพื่อทำลาย”
“ข้าใช้มัน…เพื่อเปิดโปงผู้ที่ซ่อนตัวอยู่หลังแสง”
…
เสียงฮือฮากระจายขึ้นทันที
องค์ชายเฉิงนั่งอยู่นอกศาลา ใต้ร่มม่าน ไม่ใช่ในฐานะผู้กล่าวแทน…แต่ในฐานะ “ผู้รอฟัง”
สายตาของเขาไม่เคยละจากนางเลยแม้แต่วินาทีเดียว
…
เหยียนซือหรงค่อย ๆ หยิบม้วนเอกสารออกจากอกเสื้อ
วางลงบนโต๊ะกลางศาลา
“นี่คือบัญชีเงาของกลุ่มเสวี่ยอิง และหลักฐานว่าพวกเขาเคลื่อนไหวภายใต้ชื่อข้า”
“พวกเขาส่งมีดมีตราข้าลอบฆ่าราชครู เพื่อโยนความผิดมาให้ข้า”
“ขอให้ศาลาใช้หลักฐานนี้เปิดการไต่สวนเงาอย่างเปิดเผย!”
…
ขุนนางบางคนเริ่มขมวดคิ้ว
บางคนกระซิบกันอย่างตื่นตระหนก—เพราะในรายชื่อเงานั้น มีชื่อของ “ขุนนางที่นั่งอยู่ตรงนี้”
…
และก่อนใครจะพูดอะไร
เสียงฝีเท้าหนักก็ดังขึ้นจากหน้าศาลา
องค์ชายเฉิง ก้าวเข้ามา
ถอดชุดเกราะ นำตราของตำหนักรองออกจากอก แล้ววางลงตรงหน้าฮ่องเต้
“หากนางผิด—ข้าก็ผิด”
“เพราะข้าเป็นคนเดียวที่เชื่อว่านางไม่ใช่คนร้ายตั้งแต่แรก”
เสียงตึงดังทั่วศาลา
ราชินีที่นั่งอยู่หลังม่านข้างพระที่นั่งถึงกับกระชากผ้าปิดหน้าลง
“องค์ชาย!”
“เจ้ากำลังจะโยนราชวงศ์ทิ้งเพื่อสตรีคนหนึ่งงั้นหรือ?”
องค์ชายเฉิงหันไปอย่างไม่ลังเล
“หากราชวงศ์ไม่อาจยืนอยู่บนความจริง ข้ายอมไม่เป็นรัชทายาทเสียดีกว่า”
…
เสียงในศาลาเงียบกริบ
ฮ่องเต้หลับตา
ก่อนจะเปิดพระเนตรช้า ๆ แล้วกล่าวเพียงประโยคเดียว
“เช่นนั้นจงให้ความจริงเป็นคนตัดสิน ไม่ใช่บัลลังก์ ไม่ใช่หัวใจ”
…
ฉากสุดท้ายของบท
หลังการไต่สวน ฮ่องเต้ทรงสั่งตั้ง “คณะสอบสวนพิเศษ”
ให้เหยียนซือหรงอยู่ภายใต้การคุ้มกันของราชครู
และสั่งปลดขุนนางสามคนจากตำแหน่ง…หนึ่งในนั้นมีสายของราชินี
ขณะเดียวกัน—หนานหรูเหยียน ยืนเงียบอยู่บนศาลาริมสระ
ใบหน้าไร้อารมณ์ แต่แววตาเต็มไปด้วยความแพ้พ่ายที่ไม่กล้าพูด
เธอกระซิบกับตัวเอง
“แม้ข้าจะยืนอยู่ในวังนี้…”
“…แต่เขากลับมองไปยังคนที่ยืนอยู่กลางพายุเท่านั้น”
…
และเบื้องหลังม่านวังหลวง
เสวี่ยอิง…ยังไม่หยุด
เธอเฝ้ามองแผนสุดท้ายที่กำลังเริ่มขยับ
เพราะหมากต่อไปของเธอ…
…ไม่ใช่ลอบฆ่า
แต่คือ “การปลุกให้ขุนนางลุกขึ้นต่อต้านราชสำนักเสียเอง”
⸻
จบบท
ตอนที่ 36 จะเป็นจุดเริ่มต้นของ “กบฏขุนนางเงียบ”
เครือข่ายของเสวี่ยอิงขยายเข้าสู่ฝ่ายคลัง ฝ่ายศาล และแม่ทัพบางคน
เหยียนซือหรงและองค์ชายเฉิงต้องตัดสินใจ…จะ “ปกป้องวัง” หรือ “ล้างใหม่ทั้งหมด”