ตอนที่สามสิบสาม Unification War 16
ใช่แล้วครับอาณาจักรของผมและกองทัพที่เจอกับอาณาจักรที่เล็กกว่าหรือเท่ากันยังมั่นใจว่าพอจะสู้ได้
แต่พอเจอพวก Pacifism รักสันติ อย่างคุรุแห่งไฟที่ไม่ได้ทำสงครามกัน
ผมกลับไปไม่ค่อยจะเป็น
เนื่องจากกองทัพของผมนั้นมีการใช้กองทัพแบบผสมเน้นเครื่องจักรกลไกและอุตสาหรกรรมการสงคราม
ส่วนของคุรุแห่งไฟเน้นนักรบพลังจิตที่นำทัพคนหนึ่งกับพวกม็อบคนคลั่งศาสนาMob Zealot อีกหลายๆคนแถมยังสามารถเสกพวกม็อบคนลคลั่งศาสนามาเพิ่มได้ในฉากแผนที่อีกต่างหาก
ตามข้อมูลใน Lore ข้อมูลของเกมส์
ประมาณว่า
มีความสามารถในการปลุกระดมคนให้เข้าร่วมกับตนเองได้
หมายความว่าตามฉากแผนที่เหมือนไม่มีคนเราบังคับทหารแกล้งๆทำเป็นว่าไม่มีประชาชนอยู่ในฉากแผนที่
แต่คุรุแห่งไฟจะสามารถเปลี่ยนประชาชนธรรมดาที่ล่องหนในฉากแผนที่มาเป็นทหารของเขาได้นั่นเอง
แต่อย่างที่บอกด้วยเหตุผลบางประการ
ไฟดันเป็นการโจมตีที่ OP ที่สุดในเกมส์
ที่โจมตีได้ผลตั้งแต่เอเลี่ยนพรีเดอเตอร์ไปยันยานอวกาศ
แม้แต่ปีศาจก็เผาได้ด้วยไฟ
ที่ไฟเผาไม่ได้น่าจะมีแค่พวกธาตุไฟเหมือนกันอย่างอิฟริท ปีศาจธาตุไฟที่มีการอัญเชิญมาจากต่างโลกเท่านั้น
ทำให้กองทัพของผมถ้าสู้กับคุรุแห่งไฟจะได้โดนเผาแน่นอน
ผมอาจจะชนะได้
แต่การสูญเสียไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการนัก
ทำให้ผมทำผิดตามสูตรที่ใช้มาตลอดในการค่อยๆตอดกินแผนที่ไปทีละน้อยกลายมาเป็นต้องใช้แต้มการเมืองควบรวมคุรุแห่งไฟมาด้วยความรวดเร็วเพราะไม่อยากสู้กับกองทัพของพวกเขา
และได้พบว่าเจอกับอีกปัญหาหนึ่ง
ว่าทั้งเป็นศัตรูกับผมภายนอกหรือเป็นส่วนหนึ่งของผมภายในก็ไม่ต่างกัน
อาณาจักรคุรุแห่งไหนั้นมีขวัญกำลังใจดีมากเพรามีพวกนักบวชอยู่
และดันเป็นพวกที่เน้นการเกษตร ทำการเกษตรตัวอย่างAgrarian Model
ทำให้พวกเขาเกลียดมีค่าความไม่พอใจหากผมจะไปสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ดั้งเดิมที่มีคนนับถือศาสนานี้
แน่นอนมันทำให้ผมไม่สามารถเกณฑ์ประชากรจำนวนมากไปสร้างโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างที่ผ่านมา
แถมยังรักสันติอีกต่างหากและบรรดาคุรุยังมีพลังจิตแบบเดียวกับผมที่มีเสน่ห์ต่อคนทั่วไป
ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตที่มีวิญญาณนั้นตกหลุมรักได้ง่ายหรืออย่างน้อยก็ยังสามารถสื่อสารกันได้แม้สิ่งมีชีวิตนั้นๆจะไม่มีภาษาของตนเองก็ตามแต่หากยังมีพลังจิตก็ยังพอคุยกันได้
ผมแทบจะร้องโอ๊ยจากการที่ผนวกดินแดนมาแล้วประชากรของผมดันกลายเป็นคนคลั่งศาสนาไปกว่า30% เพราะฝีมือของคุรุแห่งไฟล้วนๆ
สมกับเป็นการที่ว่า
ไม่ได้พ่ายแพ้ด้วยฝีมือจากศัตรูภายนอกแต่แพ้ด้วยศัตรูภายในอย่างแท้จริง
ผมได้ใช้พยายามใช้พลังทางการเมือง
หยุดการก่อตั้งรัฐศาสนา Religion State
ของกลุ่มผู้สนับสนุนคุรุแห่งไฟกับเปิดเสรีภาพทางศาสนาและให้เงินทุนสนับสนุนแอบกลืนกินassimilate ดูดกลืน
ศาสนาของลัทธิแห่งไฟให้กลายเป็นศาสนาอื่นบ้างและตั้งลัทธิบูชาตัวบุคคล Cult ofpersonality
ให้มานับถือผมเพื่อให้มีแต้มทางการเมืองเพิ่มขึ้นและพยายามเอาแต้มนั้นไปส่งเสริมศาสนาอื่นๆเพื่อลดปริมาณศาสนาที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศนี้