บทที่0003 ไปกับฉันเดี๋ยวนี้
ไม่ว่าลั่วหว่านเหยียนจะสูดลมหายใจลึกแค่ไหนเธอก็ทนไม่ไหวแล้ว เธอปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ลงอย่างแรงก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋าไป
“ไป๋เวยอี นี่เธอยังจะกินข้าวอะไรอีก อย่างเธอไปกินยาได้แล้วมั้ง” เธอพูดประชดด้วยเสียงเ็านี่เป็ครั้งแรกที่เธอแข็งข้อกับไป๋เวยอี“ที่หนิงจื้อหย่วนชอบเธอเนี่ยถือเป็กรรมชาติที่แล้วของเขาจริงๆเลยนะ ชาตินี้ก็เลยต้องมาชดใช้กรรมแบบนี้”
พูดจบ เธอก็เดินออกไปทันที
ไป๋เวยอีหน้าเปลี่ยนสีนังแพศยานี่ กล้ามาด่าเธองั้นหรือ?
“ลั่วหว่านเหยียน นังแพศยา แกกล้าด่าฉันหรือ หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะกลับมาเดี๋ยวนี้”
แต่ถึงอย่างนั้นลั่วหว่านเหยียนก็ไม่ได้หันกลับมา
เพราะขาของไป๋เวยอีใช้งานไม่ได้เธอเข็นรถเข็นก็ตามไม่ทันสองขาของลั่วหว่านเหยียน
ด้วยความโมโหไป๋เวยอีปัดแจกันดอกไม้ที่อยู่ข้างๆตกแตก พอเธอหายใจหอบเสร็จ ก็ะโเสียงแหลมเรียกคนรับใช้ “เอาโทรศัพท์มาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะโทรศัพท์ไปหาพี่จื้อหย่วน”
นังลั่วหว่านเหยียนกล้ามาชักสีหน้าใส่เธอ คอยดูละกันว่าเธอจะจัดการนังแพศยาตัวนี้ยังไง?
ลั่วหว่านเหยียนออกมาจากคฤหาสน์เธอบึ่งไปที่สนามบิน เธอคอยพูดเร่งคนขับแท็กซี่ตลอดเวลาในที่สุดเธอก็มาทันจนได้
หลังจากคุยงานกับเพื่อนร่วมงานจนสำเร็จเธอก็ยังคงโดนเซี่ยลี่เฟินด่าไปชุดใหญ่
ลั่วหว่านเหยียนยิ้มแห้งๆพร้อมขอโทษ เธอพยายามเก็บความโมโหไว้
ระหว่างที่รอขึ้นเครื่องเธอก็รีบหยิบคอมพิวเตอร์ตัวเองขึ้นมาตรวจดูน้ำน่ะแห้งไปหมดแล้ว แต่ตัวเครื่องก็ยังคงเปิดไม่ได้เหมือนเดิมคงได้แต่รอถึงที่คุยงานตรงนั้นแล้วค่อยส่งไปซ่อมแล้วล่ะ
เธอเก็บคอมพิวเตอร์ไปก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูจากนั้นเธอก็พบว่าหนิงจื้อหย่วนโทรมาหาเธอตั้งสามครั้ง
จู่ๆ เธอก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา ลั่วหว่านเหยียนลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะปิดเครื่องไปซะเลย
เพราะยังไงเธอก็ทำหนิงจื้อหย่วนโมโหไปแล้วเอาไว้รอให้เธอกลับมาจากทำงานแล้วค่อยว่ากันดีกว่า
ในที่สุดก็ได้เวลาขึ้นเครื่องสักทีลั่วหว่านเหยียนหยิบของ ตัวเธอยังไม่ทันจะลุกขึ้น ก็ได้ยินเสียงเ็าดังมาจากด้านหลังของเธอ
“ลั่วหว่านเหยียน นี่เธอกล้ามากจริงๆ นะ”
ลั่วหว่านเหยียนสะดุ้งเฮือกเธอหันกลับไปมองด้วยตัวที่แข็งทื่อ
หนิงจื้อหย่วนมาจากบริษัทเขาสวมชุดสูทใส่รองเท้าหนังชุดสูททำด้วยมือจากอิตาลีนั้นแนบกับร่างกายสูงผอมของเขาอย่างพอดิบพอดีขาที่ยาวและรองเท้าหนังสีดำของเขาก็เดินเข้ามา
คนที่อยู่แถวนั้นก็หันมามองเขาอยู่หลายครั้ง
ลั่วหว่านเหยียนกำมือแน่นเธอจับสายกระเป๋าตัวเองไว้ไม่ปล่อย
หนิงจื้อหย่วนไม่แม้แต่จะสนใจคนรอบตัวที่หันมามองเขาเขาเดินไปข้างๆ ลั่วหว่านเหยียน ก่อนจะโอบเอวเธอไป
ลั่วหว่านเหยียนตัวแข็งไปเธอพูดเสียงเบา “หนิงจื้อหย่วน มีเื่อะไรเอาไว้ฉันกลับมาจากทำงานก่อนแล้วค่อยคุยกันได้ไหม?”
หนิงจื้อหย่วนยิ้มท่าทางสง่างามของเขาค่อยๆ เข้ามาใกล้หูเธอ จากนั้นเขาก็พูดกระซิบกับเธอเบาๆ“ลั่วหว่านเหยียน นี่เธอลืมข้อตกลงบนสัญญาของเราแล้วหรือเปล่า”
ในใบสัญญาเขียนว่าลั่วหว่านเหยียนจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขาไม่ว่าเื่อะไร เธอก็ห้ามพูดคำว่า “ไม่” เด็ดขาด
แต่ว่า...
“ไป๋เวยอีไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย อีกอย่างงานนี้สำหรับฉันแล้วมันสำคัญมากเลยนะ” ลั่วหว่านเหยียนเงยหน้าขึ้นมาจ้องตาหนิงจื้อหย่วนั์ตาของเธอมีความดื้อรั้นออกมาแบบที่หาได้ยาก
หนิงจื้อหย่วนขมวดคิ้วดวงตาสีดำของเขาเองก็จ้องเธอ
เพราะไฟของสนามบินนั้นสว่างมากแสงไฟระยิบระยับอยู่ในดวงตาเธอทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของเธอดูเป็ประกายสดใส และสวยงามมาก
ยังไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นลั่วหว่านเหยียนผู้หญิงคนนี้มีหน้าตาที่สวยงามมาก
หนิงจื้อหย่วนสติหลุดลอยไป่หนึ่งแต่มันก็แค่เสี้ยวนาที ไม่ทันไรเขาก็กลับมานิ่งและเ็าเหมือนเดิม
เขายังคงโอบเอวเธออยู่เหมือนเดิมพอคนอื่นเห็น มันก็เป็ภาพที่ว่าทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนิทสนม
“ฉันเคยบอกแล้วไงว่าตัวเธอทั้งตัว ก็ไม่สำคัญเท่ากับผมเส้นเดียวของเวยอีหรอกนะเื่นี้ฉันไม่อยากจะพูดกับเธอเป็รอบที่สาม” แต่เสียงที่เขาพูดกับเธอข้างหูนั้นมันโหดร้ายจริงๆ “ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอมีงานอะไร ตอนนี้กลับไปดูแลเวยอีที่คฤหาสน์เดี๋ยวนี้”