คุณพ่อยอดพระกาฬ

    ตอนที่ 37 : ช้อปปิ้ง

    “สวยจังเลย” เหมิงเหมิง วิ่งขึ้นวิ่งลง ดูนั่นทีนี่ที


    “นี่ยังไม่เท่าไหร่หรอก รอให้แดนในฝันเสร็จดีเมื่อไหร่ หนูก็รู้เองแหละว่าอะไรที่เรียกว่าสวยได้อย่างแท้จริง” จางฮ่าน หัวเราะ


    “ป๊ะป๋าสุดยอดเลย หมัวะๆ ๆ ๆ ” เหมิงเหมิง หอมแก้มจางฮ่านไปหลายที


    “ฮ่าๆ ๆ ” จางฮ่าน หัวเราะลั่น ทุกอย่างที่เขาทำก็เพื่อ เหมิงเหมิง เห็นเธอมีความสุขเขาก็มีความสุขไปด้วย ความสุขแบบนี้ต่อให้เขามีสมบัติมากมายขนาดไหนก็เทียบไม่ได้ แค่ชีวิตเขามี เหมิงเหมิง ก็พอใจแล้ว


    “ป๊ะป๋าๆ เอาของเล่นออกมาให้หน่อย” เหมิงเหมิง ร้องขึ้น


    “ได้เลย เอาให้เดี๋ยวนี้แหละ” จางฮ่าน ส่ายหน้า เดินไปรื้อกระเป๋าออกมา เหมิงเหมิง หยิบของเล่นวางไว้ทั่วทั้งชั้นบนชั้นล่าง ประมาณว่าอยู่ตรงไหนก็หยิบมาเล่นได้ทันที


    “เหมิงเหมิง ไปกัน พ่อจะพาหนูไปช้อปปิ้ง” จ่างฮ่าน พูดขึ้น


    “ดีๆ ๆ ๆ ไปช้อปปิ้ง ป๊ะป๋าอุ้มหน่อย” ไม่ว่าที่ไหนแค่ได้อยู่กับพ่อ เหมิงเหมิง ก็มีความสุข


    จางฮ่าน ขับรถพา เหมิงเหมิง ไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ เพียงห้านาทีก็มาถึง พอพวกเขาลงจากรถก็พบกับคนพิการเหลือแขนแค่ข้างเดียวถือขันนั่งขอทานอยู่บนกระดานเลื่อน


    “อา” เหมิงเหมิง ซุกหัวเข้าในอกของ จางฮ่าน แล้วพูดขึ้น “ป๊ะป๋า ทำไมเขาไม่มีแขนขาล่ะ น่าสงสารจังเลย”


    “เหมิงเหมิง ไม่ต้องกลัว” จางฮ่าน ลูบหัว เหมิงเหมิง เบาๆ หันไปมองชายคนนั้น


    “ก็ได้ๆ ไปก็ได้....” ขอทานคนนั้นพึมพำ


    จางฮ่าน ไม่สนใจเดินตรงไปทางเข้าห้างทันที


    “เหมิงเหมิง พวกเราไม่ต้องไปสงสารคนอื่น เพราะคนอื่นอาจไม่ได้ต้องการความสงสารจากเรา” จางฮ่าน บอก


    “แต่ๆ ...เขา...ไม่มีทั้งแขนและขาเลยนะ....” เหมิงเหมิง พูดขึ้น


    “นั่นเป็นเรื่องของเขา โลกนี้ไม่มีคนที่น่าสงสารแบบที่ไม่สาเหตุหรอกนะ เพราะฉะนั้นต่อไปถ้าเจอเรื่องแบบนี้อีกก็ไม่ต้องไปสนใจ” จางฮ่าน อธิบาย


    “อ้อ...รู้แล้ว”


    จางฮ่าน อุ้มเหมิงเหมิงเข้าไปในห้าง พอไปถึงซูเปอร์มาเก็ต จางฮ่าน ก็ลากรถแบบมีที่นั่งเด็กออกมา จับ เหมิงเหมิง ยัดลงไปในรถเข็นแล้วทำการเดินชอปปิ้ง


    เขาตรงไปล็อกที่ขายเครื่องปรุงรสทันที แต่พอผ่านล็อกที่มีขนม เหมิงเหมิงก็ตาโตขึ้นมาทันที


    “ป๊ะป๋า หนูอยากกินอันนั้น อยากกินอันนี้...” เหมิงเหมิง ชี้ไปที่ขนมพวกนั้น


    “ได้เลย ป๊ะป๋าหยิบให้” จางฮ่าน หัวเราะ หยิบขนมมาสิบกว่าอย่าง


    เหมิงเหมิง เห็นนู่นก็อยากได้ เห็นนี่ก็อยากได้ร้องจะเอาอีก จางฮ่าน เลยชิงพูดขึ้นมา “พอแล้ว เหมิงเหมิง ขนมกินมากไม่ใช่ว่าจะดี แค่นี้ก็เยอะแยะแล้ว”


    “หา?” เหมิงเหมิง หน้าเจื่อน “แค่นี้ไม่พอหนูกินหรอกป๊ะป๋า”


    “ไว้กินหมดแล้วพ่อค่อยซื้อให้ใหม่” จางฮ่าน ลูบหัวเธอเบาๆ


    “อ่อ....งั้นก็ได้” เหมิงเหมิง ได้แต่ตอบตกลง


    เหมิงเหมิง ไม่เหมือนเด็กทั่วไป ที่อยากได้อะไรแล้วไม่ได้ก็แหกปาก อาจเป็นเพราะตั้งแต่เล็กไม่มีพ่อ พอได้อยู่กับพ่อเลยเชื่อฟังเป็นพิเศษ กลัวว่าพ่อจะไม่รัก


    พอมาถึงล็อกเครื่องปรุง จางฮ่าน กวาดสายตาดูแล้วดูอีก จะใช้เครื่องปรุงอะไรบ้างนั้นเขารู้ดี เพียงแต่ไม่รู้จะซื้อยี่ห้อไหน เลยเลือกแบบยี่ห้อไหนแพงก็เอายี่ห้อนั้น เลือกเสร็จก็ไปจ่ายเงิน เอาของไปเก็บที่รถก่อน แล้วค่อยกลับไปซื้อเครื่องครัวอีกรอบ


    ในขณะที่คิดเงินนั้น ที่ข้างๆ เขา อยู่ๆ ก็มีชายแก่คนหนึ่งวูบลงไปขณะที่กำลังยืนเลือกผักอยู่


    “คุณพ่อ เป็นอะไรไปคะ? คุณพ่อฟื้นสิคุณพ่อๆ ๆ ๆ ....” หญิงสาวที่มาด้วยร้องตะโกนขึ้น “ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยด้วย”


    พนักงานรีบวิ่งมาดู ในนั้นเป็นผู้จัดการพูดขึ้น “อย่าเพิ่งทำอะไรคนแก่ ถอยออกไปให้เขาหายใจสะดวกๆ หน่อย ผมโทรเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ” เขาพูดไปพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรเรียกรถพยาบาล


    ผู้หญิงและเด็กที่มาด้วยกันทำอะไรไม่ถูกเอาแต่ร้องไห้


    “จะทำยังไงดี? ใครก็ได้ช่วยที....” เธอโวยวายไม่หยุด


    “ป๊ะป๋า อุ้มๆ ” เหมิงเหมิง ท่าทางกลัว


    จางฮ่าน อุ้มเหมิงเหมิงเดินออกไป


    “ป๊ะป๋า คุณปู่คนนั้นเขาเป็นอะไรเหรอ?” เหมิงเหมิง ถาม


    “คงจะป่วยน่ะ” จางฮ่าน ตอบ สำหรับเขาแล้วชีวิตคนอื่นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขา


    ตลอดช่วงห้าร้อยปีในโลกเซียน เขาเห็นคนตายมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ สำหรับเทพระดับสูงเพียงฝ่ามือเดียวก็ทำลายโลกทั้งใบได้ในชั่วพริบตาเดียว มีคนตั้งมากที่ไม่สมควรตายแต่กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือเทพชั้นสูง เพียงเพราะพวกเขากระจอกไม่ต่างอะไรไปจากมดปลวก ถึงตัวเขาไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นมาก่อน แต่ก็เห็นเรื่องแบบนี้มาไม่น้อย


    พนักงานสองคนที่เฝ้าดูอาการอยู่นั้นร้องขึ้นมา “เขาเริ่มหายใจรวยริน ตัวก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ จะทำยังไงดี?”


    ผู้จัดการหน้าซีดขึ้นมาทันที ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ถึงเรื่องนี้จะไม่ใช่เขาเป็นคนทำแต่มันก็มีผลกระทบกับหน้าที่การงานของเขา


    “ผมเป็นหมอ หลีกทางให้ผมหน่อย”


    ชายวัยสี่สิบตะโกนขึ้นมาจากด้านนอก เขารีบเข้าไปจับคนป่วยแหกตา จับชีพจร จากนั้นก็กดไปที่หน้าอกของชายคนนั้น ก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด


    “คุณพ่อของฉันเป็นอะไรไปคะคุณหมอ?” หญิงสาวคร่ำครวญ


    “ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ถ้ารถพยาบาลมาไม่ถึงในห้านาที น่ากลัวว่า....เฮ้อ.....” เขาส่ายหน้า


    “ฮือๆ ๆ ” หญิงสาวร้องไห้น้ำตานอง


    “แงๆ ๆ ๆ คุณปู่ๆ ...” เด็กที่มาด้วยเริ่มจะเข้าใจ ก็แหกปากร้องใหญ่ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็พากันถอนหายใจไปตามๆ กัน


    จางฮ่านอุ้มเหมิงเหมิงเดินออกมา รู้สึกว่า เหมิงเหมิง เงียบไป ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็ทักขึ้น “เหมิงเหมิง ...” ยังไม่ทันจะพูดอะไรเหมิงเหมิงก็กอดเขาแน่น “ป๊ะป๋า...ป๊ะป๋าต้องแข็งแรงนะ ห้ามป่วยเป็นอะไรทั้งนั้น เหมิงเหมิง ไม่มีป๊ะป๋าไม่ได้...พวกเขาน่าสงสารจังเลย...”


    แต่ที่ เหมิงเหมิง ร้อง ไม่ได้เป็นเพราะคนแก่นั่นกำลังจะตาย แต่เป็นเพราะสงสารเด็กคนนั้นต่างหาก แต่ใครจะไปรู้น้ำตาของ เหมิงเหมิง กลับช่วยชีวิตชายแก่คนนั้นเอาไว้


    “ป๊ะป๋าไม่ป่วยหรอก เหมิงเหมิง สบายใจได้ ไม่ร้องนะไม่ร้อง เอาอย่างนี้มั้ย พ่อไปเรียกให้คุณตานั้นฟื้นขึ้นมาดีมั้ย?” จางฮ่าน พูด


    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดพระกาฬ ที่คุณอ่าน