หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    จบปัญหา

    "เอ่อ.............!"

     

    เมื่อได้ยินคำแก้ตัวผสมผสานไปด้วยการแสดงอันเเนบเนียนของลั่วอู่หลิน ศิษย์ที่เป็นพยานก็ถึงกับอึ้งงันไปในทันที เขาไม่คิดว่าเหตุการณ์มันจะกลับตาลปัตรเช่นนี้ได้

     

    หากเป็นเป็นจริงอย่างที่ชายหนุ่มกล่าว เหล่าผู้อาวุโสที่มากดดันในตอนนี้จะเสียหน้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากพวกเขาได้กล่าวหาศิษย์ของนิกายไปแล้ว อีกทั้งยังยื่นข้อเสนอลงโทษด้วยการยึดทรัพยากรเจ็ดส่วนอีกต่างหาก และต้องไม่ลืมว่าอีกฝ่ายเป็นศิษย์ของหลินชิงหลวนผู้เป็นบุตรสาวของประมุขนิกาย

     

    หากพวกเขาบริสุทธิ์อย่างที่พูดจริงไม่เพียงแต่เสียหน้าเท่านั้น แต่หลินชิงหลวนจะต้องรีดไถ่พวกเขาอย่างมหาศาลข้อหาที่ไปกล่าวหาศิษย์ของนางอย่างแน่นอนนี่คือสิ่งที่เหล่าผู้อาวุโสเป็นกังวล

     

    "เป็นอะไรไป ศิษย์ข้ายินยอมให้ค้นตัวและที่อยู่แล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงไม่รีบมาค้น"ยังไม่ทันที่พวกผู้อาวุโสจะคิดอะไรไปมากกว่านี้ ฝันร้ายของพวกเขาก็มาถึง หลินชิงหลวนค่อยลอยมาเบื้องหน้าของเหล่าผู้อาวุโสทุกคนและกล่าวด้วยน้ำเสียบที่ราบเรียบ ทำให้บรรยากาศหนักอึ้งในทันใด

     

    เหล่าผู้อาวุโสทั้งห้าคนแม้แต่หลินจางไม่กล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปตรวจค้น การแสดงของลั่วอู่หลินมันแนบเนียนเสียจนพวกเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าทั้งสามไม่มีแร่ปราณอยู่จริงๆ ในเวลานี้จึงทำได้เพียงคิดหาทางเอาตัวรอดจากที่นี้โดยเสียผลประโยชน์น้อยที่สุดให้ได้

     

    ผู้อาวุโสหลินจางกรอกตามองซ้ายขวาไปมา ในที่สุดสายตาของเขาก็ไปหยุดลงที่ร่างของศิษย์ตระกูลหลินที่เป็นพยานคนนั้น การแสดงอันแข็งทื่อของชายวัยกลางคนจึงเริ่มต้นขึ้นในทันใด

     

    "บัดซบ!! เป็นเจ้าที่กล้าหลอกผู้อาวุโสเช่นพวกข้า สร้างความแตกแยกในนิกาย ผู้อาวุโสหลินอี้เอาตัวมันไปจองจำที่คุกเปลวเพลิงร้อยปี!!"

     

    "รับทราบขอรับ!!"

     

    ศิษย์ตระกูลหลินถึงกับหน้าซีดเผือด แข้งขาอ่อนแรง เขาไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ได้ ในใจแม้จะอยากเปิดเผยให้หมดสักเพียงใด แต่ด้วยตอนนี้มีผู้อาวุโสอยู่ด้านหลังพร้อมกับจิตสังหารที่มาหาเขาโดยตรงในใจก็เริ่มหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะพูดสักคำออกมา

     

    ลั่วอู่หลินที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกตลกและเวทนาในเวลาเดียวกัน ตลกในการแสดงอันไม่แนบเนียนของผู้อาวุโสเหล่านั้น ส่วนเวทนาย่อมต้องมีให้แด่คนโลภอย่างศิษย์ตระกูลหลินผู้มาเป็นพยาน เห็นได้ชัดเลยมานอกจากโดนใช้เป็นเครื่องมือแล้ว เมื่อจนตรอกผู้อาวุโสเหล่านั้นก็ทิ้งขวางอย่างไม่ใยดี นี่สินะถึงได้เรียกว่าความโลภสามารถทำให้คนตายได้

     

    "ผู้อาวุโสหลินชิงหลวน เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันกระจ่างแล้วข้าคงต้องขอตัว"หลินจางกล่าวพร้อมกันหันหลังเตรียมจากไป แต่กลับโดนหลินชิงหลวนทักจนหยุดชะงักในทันที

     

    "เดี๋ยว! ผู้อาวุโสหลินจาง ท่านกล่าวหาศิษย์ข้าว่าเอาเปรียบศิษย์คนอื่นก็ดี มักง่ายก็ดี ไม่ซื่อสัตย์ก็ดี ท่านจะรับผิดชอบในคำพูดนี้อย่างไร"เสียงของหลินชิงหลวนเย็นยะเยือกด้วยสถานะของนางย่อมไม่กลัวใครหน้าไหน

     

    "ต้องการอะไร??"

     

    "โอ้ ตรงประเด็นดี เช่นนั้นทรัพยากรสามเดือนของท่านมอบให้เด็กสามคนนี้ที่ท่านกล่าวหาเป็นอย่างไร แค่นี้ผู้อาวุโสหลินจางคงทำได้กระมัง"หลินชิงหลวนยกยิ้ม แต่ทว่าหลินจางกลับสีหน้าบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้ทรัพยากรผู้อาวุโสสามเดือนนั้นมากมายยิ่งแน่นอนเขาไม่อยากเสียมันไป ทว่าในตอนนี้กลับต้องกัดฟันทนยกให้อีกฝ่ายไปก่อนไม่เช่นนั้นเรื่องนี้คงไม่จบสิ้น

     

    "ได้!!"

     

    "อ๊ะ อีกเรื่อง ทรัพยากรของเหล่าศิษย์น่ะคืนพวกเขาไปให้หมดซะ??"หลินชิงหลวนกล่าว

     

    "เรื่องนี้คงไม่ได้ นี่คือการตกลงของเหล่าผู้อาวุโสส่วนใหญ่ของนิกายและตระกูล"หลินจางหันมากล่าวอย่างเคร่งขรึมแต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นรอยยิ้มเย็นของหญิงสาว

     

    "นี่ท่านกำลังจะบอกว่าผู้อาวุโสประชุมข้ามหน้าข้ามตาผู้นำนิกายและผู้นำตระกูลเช่นนั้นหรือ ท่านจะไม่คืนก็ได้แต่ข้าเองก็จำเป็นต้องรายงานเรื่องนี้ให้ผู้นำได้ทราบ หวังว่าพวกท่านทั้งหลายคงจะเตรียมคำตอบที่ดีเอาไว้แล้วนะ"

     

    "อึก!!"

     

    ผู้อาวุโสหลินจางและผู้อาวุโสอีกสี่คนถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดวงตาของพวกเขาเผยแววหวาดกลัวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ หากเรื่องนี้ถึงหูของประมุข ไม่ว่าจะเป็นประมุขนิกายหรือว่าประมูลตระกูล พวกเขาล้วนแต่ต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาดเป็นแน่ เพราะตำหนักเปลวเพลิงโชติช่วงไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้มาก่อน

     

    "ได้! คืนทรัพยากรให้เหล่าศิษย์ทั้งหมด"หลินจางกล่าวจบก็หันกายจากไปพร้อมกับเหล่าผู้อาวุโสอีกสี่คน ในใจมีรู้สึกเดือดดาลยิ่ง การมาครั้งนี้ไม่เพียงแต่ไม่ได้อะไรกลับไป แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับสูญหายไปหมดไม่เว้นแม้แต่ทรัพยากรสามเดือนของตนเองก็ตาม ตอนนี้หลินจางอย่างจะฆ่าน้องและหลานชายของตนเองอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดการสูญเสียที่มหาศาลเช่นนี้

     

    ตัดกลับไปที่ลั่วอู่หลิน และหญิงสาวทั้งสองคนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจากไปแล้วก็พลันยกยิ้มออกมาในทันที รอยยิ้มของพวกเขาครานี้เต็มไปด้วยความสะใจไร้การเสแสร้งเหมือนกับในตอนเล่นละครตบตา

     

    เมื่อหลินชิงหลวนหันมาหา ทั้งสามก็พลันผสานมือคาราวะให้กับผู้เป็นอาจารย์ในทันที หลินชิงหลวนพยักหน้าให้นางยกยิ้มอย่างมีเลศนับและบินเข้าไปยังคฤหาสน์ของนางอย่างรวดเร็ว

     

    ลั่วอู่หลินและสองหญิงงามนั้นเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็นั่งลงจิบชาดังเดิมพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างสนุกปาก เมื่อเวลาล่วงเลยไปถึงตอนกลางคืนทั้งหลี่อิงและหยางเหมยกุ้ยก็พลันติดป้ายปิดด่านเอาไว้หน้าประตูของตนเองและเข้าไปยังหอคอยมหาสมบัติพร้อมกับลั่วอู่หลินก่อนที่จะเข้าไปยังถ้ำบำเพ็ญของตนเอง

     

    ส่วนชายหนุ่มในเวลานี้เขาต้องจัดแจงแร่ปราณที่เขาได้มาเสียหน่อยเพราะมันถึงกับล้นชั้นที่ห้าเลยก็ว่าได้ ต้องบอกก่อนว่าหอคอยชั้นที่ห้ากว้างใหญ่มาก การที่แร่หินปราณจะถึงกับล้นได้ย่อมหมายถึงจำนวนที่ไม่ธรรมดา

     

    ลั่วอู่หลินครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ไฉ่เยว่เอ่อร์จึงเสนอให้เขานำห้าส่วนไปฝังเอาไว้ใต้ดินของหอคอยชั้นที่หนึ่ง เนื่องจากชั้นนั้นมีธรรมชาติป่าไม้ สายน้ำ สายลม และแสงซึ่งเป็นองค์ประกอบหมุนเวียนพลังปราณ การฝั่งแร่หินปราณเอาไว้ที่นั่นไม่เพียงทำให้อากาศดีและพลังปราณหนาแน่นขึ้นเท่านั้น

     

    มันยังทำให้แร่ปราณไม่หมดพลังงานไปเหมือนกับการดูดซับธรรมดาที่ลั่วอู่หลินเคยดูดซับ เนื่องจากมีธรรมชาติคอยหมุนเวียนลมปราณให้มันนั่นเอง แต่ทั้งนี้จะต้องมีแร่ปราณมากพอที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนพลังงาน นี่คือเหตุผลมาทำไมถึงต้องใช้ถึงห้าส่วนด้วยกันในการสร้างวังวนพลังปราณนี้

     

    ชายหนุ่มทำตามในทันทีใช้พลังของหอคอยย้ายเอาแร่ปราณห้าส่วนไปฝั่งเอาไว้ใต้ดินของชั้นที่หนึ่ง อีกห้าส่วนที่เหลือ ชายหนุ่มเก็บเอาไว้ใช้เองสามส่วนด้วยกัน อีกสองส่วนนั้นเขาก็แบ่งเอาไว้ให้กับภรรยาทุกๆคนของเขาเท่าๆกัน

     

    ในที่นี้เองก็เหมารวมหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงไปด้วยแม้ว่าพวกนางจะได้แร่ปราณมาเยอะแล้วก็ตามทีแต่นั้นเป็นสิ่งที่พวกนางได้มาด้วยตัวเอง ส่วนที่ชายหนุ่มจะให้นั้นคือของขวัญที่คนรักของเขาทุกคนควรจะได้รับอย่างเท่าเทียมกัน

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน