“หือ? หมายความว่าไง!” นาฟเอ่ยด้วยความสงสัย
เจ้าอ้วนคิมทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลายแม้ว่าคำพูดของเขาจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ปีนี้ไม่มีการแข่งประดิษฐ์หรือประกวดงานฝีมือใดๆทั้งนั้น! แผนกพวกนายก็ไม่ต้องเตรียมงานอะไรเกี่ยวกับการสร้างเลยครั้งนี้จะเน้นเรื่องการต่อสู้เพียงอย่างเดียว เห็นว่าการแข่งขันครั้งนี้สำคัญมากๆ เพราะอาณานิคมจะคัดเลือกอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่เก่งที่สุดห้าคนเพื่อทำภารกิจบางอย่าง!"
นาฟขมวดคิ้ว เขานิ่งไปครู่หนึ่งพลางพยายามประมวลผลข้อมูลนี้
"คัดเลือกห้าคนงั้นหรือ? เพื่อทำภารกิจ...?"
คิมยักไหล่
“ยังไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด แต่มีข่าวลือว่าภารกิจนี้อาจเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ระดับสูงหรือแม้กระทั่งการสำรวจบางอย่างที่อันตรายมากๆนายรู้ไหม ตอนนี้ทุกแผนกกำลังเตรียมพร้อมอย่างเข้มงวดเพื่อฝึกฝนเหล่านักศึกษาที่ดีที่สุดให้พร้อมเข้าสู่การแข่งขันพวกเขาต่างจับตาดูคนที่เก่งกาจที่สุด”
นาฟฟังแล้วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยแต่ในขณะเดียวกันก็มีความสงสัยลึกๆ ในใจว่าทำไมจึงมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเช่นนี้
คืนนั้น ท่ามกลางความเงียบสงัดนาฟครุ่นคิดถึงเรื่องที่เจ้าอ้วนคิมพูดขึ้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมการแข่งขันครั้งสำคัญแม้จะไม่แสดงออกมากนัก แต่ใจของเขากลับเต็มไปด้วยความสงสัยและความกังวลที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น
เมื่อคิดถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ผ่านมาและสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า
ความคิดนี้หนักหน่วงจนนาฟตัดสินใจลุกขึ้นจากสมาธิและเดินตรงไปยังเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะ
นาฟยกอุปกรณ์ขึ้นมา กดรหัสติดต่อครูใหญ่ไม่นานนัก เสียงตอบรับจากปลายสายก็ดังขึ้นเป็นเสียงที่คุ้นเคย ครูใหญ่รองผู้อำนวยการแห่งสถาบันรับสายด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและมั่นคง
“มีอะไรหรือ นาฟ? การฝึกฝนของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”ครูใหญ่ถามอย่างใส่ใจ
นาฟสูดลมหายใจลึกก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกังวล
“ครูใหญ่.... ข้าได้ยินว่า การแข่งขันใหญ่ใกล้จะมาถึงข้าควรเตรียมตัวอย่างไรดีครับ”
ครูใหญ่หัวเราะเบาๆ
“ข้าได้เตรียมสิทธิ์ให้เจ้าเรียบร้อยแล้วเจ้าสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่ต้องกังวล ข้ารู้ดีถึงศักยภาพของเจ้าอย่าให้ความกังวลมาฉุดรั้งเจ้าใช้เวลาที่เหลือนี้เพื่อเสริมสร้างตัวเองให้ดีที่สุด”
คำพูดของครูใหญ่ทำให้ความกังวลในใจนาฟค่อยๆคลายลงไป เขารับรู้ถึงความมั่นใจที่ครูใหญ่มีในตัวเขา “ข้าจะทำให้ดีที่สุด ครับครู....”นาฟกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
"ข้ารู้...! เจ้าจงเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นในความรู้สึกของเจ้า"
ครูใหญ่กล่าวก่อนจะยุติการติดต่อ นาฟวางเครื่องมือสื่อสารลงความคิดของเขากลับมาสงบอีกครั้ง เขารู้ว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และต้องใช้เวลาทุกนาทีเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
สามวันต่อมา หน้าเกทมิติที่ประดับด้วยอักขระเรืองแสงสีน้ำเงินซึ่งเป็นการเดินทางผ่านวงแหวนมิติเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่างๆ
นาฟยืนอยู่หน้าเกทมิติเขารู้สึกถึงแรงกระตุ้นบางอย่างในหัวใจ ราวกับมีสายลมแห่งอดีตพัดผ่านเข้ามา
"ยังพอมีเวลา..."เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ "
เราควรกลับไปแดนนอกสักครั้ง"
ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในใจหลายวันที่ผ่านมาการกลับไปแดนนอกไม่ใช่เพียงเพื่อหวนนึกถึงอดีตแต่ยังเป็นโอกาสที่จะทบทวนบางสิ่งที่เขาคิดว่าตัวเองได้ทิ้งไว้เบื้องหลัง
เมื่อนาฟก้าวผ่านประตูมิติแสงวูบวาบล้อมรอบร่างของเขาชั่วขณะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลง
ทว่า ในมุมเงามืดของตรอกซอยใกล้ๆกลับมีบางอย่างเคลื่อนไหว สายตาเงียบเชียบจับจ้องไปยังทุกการเคลื่อนไหวของนาฟร่างหนึ่งยืนอยู่ในเงามืด มือถืออุปกรณ์สื่อสารที่ส่งสัญญาณลับไปยังบางคน
"เป้าหมายออกนอกพื้นที่แล้ว..."
เมื่อนาฟปรากฏตัวยังอีกฟากหนึ่ง เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในเมืองฝั่งใต้แล้วสายตาเขาสอดส่องดูรอบๆ เมืองแห่งนี้มีบรรยากาศที่ต่างจากฝั่งตะวันตกโดยสิ้นเชิง
อาคารและถนนเรียงรายไปด้วยผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าที่ส่งเสียงโหวกเหวกตลาดแลกเปลี่ยนที่โด่งดังที่สุดของอาณานิคมตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ผู้คนจากทุกสารทิศเดินทางมาเพื่อซื้อขายสินค้าทั้งของหายากและสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันทุกตรอกซอกซอยเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ ที่จำหน่ายเครื่องมือ อาวุธ และสมุนไพรหายาก
ในอาณานิคมที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยความหลากหลายของผู้คนแต่ละเมืองต่างก็มีเอกลักษณ์และวิถีชีวิตที่เป็นเอกเทศเมืองฝั่งตะวันออกเป็นเมืองแห่งนักรบและนักต่อสู้ผู้คนที่นี่หลงใหลในความท้าทายแห่งการประลองโคลิเซี่ยมขนาดมหึมาจึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองถือเป็นศูนย์กลางแห่งความกล้าหาญและความแข็งแกร่ง
ข้ามไปยังฝั่งตะวันตกกลับเป็นดินแดนแห่งความเร็วและการแข่งขัน
ผู้คนมีจิตใจที่กระหายชัยชนะผ่านความตื่นเต้นการแข่งเรซซิ่งสเตรชเชอร์คือกีฬาประจำเมืองเส้นทางอันคดเคี้ยวและอันตรายของการแข่งขันมักจะเต็มไปด้วยเสียงเชียร์
ส่วนเมืองฝั่งใต้แตกต่างจากทั้งสองแห่งที่กล่าวมาเมืองนี้เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจที่คึกคักและมั่งคั่งที่สุดในอาณานิคมตลาดการค้าขนาดใหญ่และคฤหาสน์ของนายทุนเศรษฐีเรียงรายอยู่ตามท้องถนนทำให้เมืองฝั่งใต้มักเป็นที่หมายปองของพ่อค้าและนักลงทุนจากทั่วทุกสารทิศ