โจวเถาเถาหยิบขนมซานจาขึ้นมาสองชิ้นมอบให้ลุงผู้นั้นโดยไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
“วันก่อน ..ข้าก็ซื้อขนมซานจาจากแม่นางคนนี้ไม่ผิดหรอก”
บางคนเริ่มออกหน้าให้โจวเถาเถาท่านลุงหยิบขนมซานจาทั้งสองชิ้นส่งคืนให้กลับโจวเถาเถาอย่างนอบน้อม แล้วะโใส่หวังเฉียงว่า
“เ้ายังจะมีหน้ามาพูดอะไรได้อีก”
คนทั้งหลายเริ่มเข้ามารุมที่แผงของซุนผอไหลกันอีกครั้ง
“นี่…นี่เกิดอะไรขึ้น? !!” นางซุนผอไหลเริ่มตื่นตระหนกอีกครั้ง แม้นางจะพูดเก่งเอาตัวรอดได้แต่พอเจอเหตุการณ์แบบนี้นางก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน หวังเฉียงสามีของนางคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนพูด กับผู้คนรอบๆ ด้าน
“พวกข้าไม่รู้จริงๆ ว่าสูตรนี้ผิดพลาดที่ตรงไหนกันแน่ ถ้าเช่นนั้นข้ายินดีที่จะจ่ายเงินให้พวกท่านเป็สิบเท่าของค่าขนมที่ท่านซื้อไปก็แล้วกัน”
“เ้าเสียสติไปแล้วหรือ?”
ซุนผอไหลรีบขัดหวังเฉียงขึ้นมาทันที “ถ้าเราจ่ายเงินไปถึงสิบเท่าแบบนี้ เงินเก็บของเรามิหมดเลยหรือ?”
“หุบปาก” หวังเฉียงตวาดขึ้นมาทันที “เ้ายังคิดเื่เงินอยู่อีกหรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าเราจะเสียเงินมากขนาดนี้หรือ? ผู้คนตั้งมากมายเ้าจะจัดการได้อย่างไร?” นางซุนผอไหลได้ยินแบบนั้นนางจึงไม่กล้าปริปากโต้แย้งอะไรขึ้นมาอีก เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น บางคนก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะจะได้เงินคืนถึงสิบเท่า หากแต่มีบางคนไม่พอใจเช่นกัน ตอนนี้เองที่ท่านลุงก็ได้พูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า
“ต่อให้จ่ายเงินชดใช้สิบเท่า ร้อยเท่า พันเท่าแต่เงินจะเทียบได้กับชีวิตคนหรือ?”
“ใช่ๆ ข้าเห็นด้วย”
ตอนนี้หลายคนก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจเงินค่าตอบแทนสิบเท่าขึ้นมาอีก พวกเขาพากันผสมโรงก่นด่ากันมากขึ้น
“ช่างไม่ละอายใจเลย "
นางซุนผอไหลนั่งนิ่งราวกับเป็อัมพาตไปแล้ว ตอนนี้นางที่เป็คนฉลาดหัวไวกลับคิดอะไรไม่ออกเลย หวังเฉียงเองยังคงยิ้มแต่ก็พึมพำว่า"สิบเท่า สิบเท่า” พร้อมกับเหงื่อที่ไหลท่วมหัว หากเขาต้องชดเชยจ่ายเงินให้กับผู้ที่ซื้อขนมไปทุกคน หวังเฉียงไม่เพียงแต่จะเสียเงินที่เขาขายของมาทั้งหมดไป หากยังรวมไปถึงเงินเก็บของครอบครัวอีกด้วย!!
ชีวิตในหมู่บ้านกัวเทียนนั้นก็ยากลำบากอยู่แล้ว ถ้าครอบครัวไหนไม่มีเงินเก็บเงินออมเอาไว้ ก็ยากที่จะผ่านพ้นฤดูหนาวที่หนาวเหน็บไปได้ ครอบครัวของหวังเฉียงก็เช่นกัน ..เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว โจวเถาเถาก็ได้แต่ถอนหายใจพูดกับตัวเองว่า
เฮ้อ..เดิมทีข้าก็ไม่ได้อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยอยู่แล้ว แต่ท้ายสุดก็อดใจอ่อนไม่ได้ ..เอาเถอะเพื่อผลประโยชน์ของหมู่บ้าน ถึงแม้ว่าบ้านหวังเฉียงจะเป็ฝ่ายผิดแต่ก็ไม่สมควรที่เขาจะเสียเงินเก็บไปทั้งหมด แค่สอนบทเรียนให้พวกเขาก็พอแล้ว”
เมื่อคิดแบบนี้แล้ว โจวเถาเถาก็เดินไปซุนผอไหล กล่าวกับลุงอย่างเป็กันเองว่า “ท่านลุง ท่านช่วยกรุณายกโทษให้พวกเขาได้หรือไม่? ถ้าท่านไม่โลภซื้อของถูกในวันนั้นแล้วซื้อขนมของข้าแทน เื่แบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น”
“นี่.นี่..” ลุงเริ่มเป็ฝ่ายพูดไม่ออกขึ้นมา
“จริงอยู่ที่ลุงหวังเฉียงเองเป็ฝ่ายผิด แต่เป็เพราะพวกท่านก็หวังได้ของถูกแต่ไร้คุณภาพเหมือนกัน ..เช่นนั้นแล้วก็ควรรับผิดชอบร่วมกันสิ!! ถ้าให้ลุงหวังจ่ายเงินให้ถึงสิบเท่านี่มิใช่เรียกว่าฉ้อโกงหรือ? ..ท่านคิดเช่นไร?”
เมื่อทุกคนที่ได้ยินสิ่งที่โจวเถาเถาพูด ใบหน้าก็พากันเปลี่ยนสีในพริบตา คำพูดของนางช่างตรงไปตรงมาไร้ความปรานีจริงๆ ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงเกิดอาการละอายแก่ใจกันขึ้นมาโดยถ้วนหน้าจนไม่อยากได้เงินเพิ่มจากหวังเฉียงอีก
***********
ผรร: เพื่อนๆ คงสงสัยว่าทำโจวเถาเถาไม่พูดอะไรเลยแค่ส่งขนมให้ดูเฉยๆ นักเขียนก็ไม่ได้เปิดเผยอะรไคิดว่าน่าจะดูแค่ขนมก็เห็นความแตกต่างกันแล้ว แบบนี้มากกว่านะคะ (ของจริงของก้อปน่าจะดูแตกต่างกันโดยที่โจวเถาเถาไม่ต้องไปแก้ตัวอะไรเลยค่ะ)
”