“เดินสำรวจหน่อยดีกว่า”
หลังจากจัดข้าวของเสร็จ แอชเชอร์พบว่ายังมีเวลาอีกมากกว่าที่พระอาทิตย์จะตกดิน วันนี้พวกเขามีคำสั่งให้พักผ่อนและอ่านคู่มือของชุดเกราะมาร์คเซเว่น เขาที่อ่านจนเข้าใจแล้วจึงใช้เวลาว่างที่เหลือเดินดูตึกแห่งนี้ที่มีหลายอย่างให้เขาใช้ฝึกฝนด้วยตัวเอง
จากการปฐมนิเทศเขาไม่ต้องทำอะไร เสื้อผ้ามีคนซักให้ อาหารกินได้ตามที่ต้องการ ที่เขาต้องทำมีเพียงแค่การฝึกเท่านั้น แอชเชอร์รู้สึกพอใจมากกับค่ายฝึกแห่งนี้ ในชีวิตก่อนเขาเคยได้ยินความพิเศษของค่ายฝึกพิเศษมาบ้างแต่ก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไป เพราะระดับการซิงโครไนซ์น้อยเกินกำหนด มันสงวนสิทธิ์ให้เพียงแค่ผู้ที่มีการซิงโครไนซ์ระดับ A ขึ้นไปเข้ามาฝึกในค่ายแห่งนี้ วันนี้เขากลับได้เข้ามาในสถานที่สุดพิเศษ มีทั้งห้องจำลองการต่อสู้ที่ดูเหมือนจะพิเศษกว่าของค่ายฝึกกองทัพที่ 7 ที่นักวิจัยให้เขาใช้งานก่อนเดินทางมาที่นี่
ดังนั้นเขาจึงเดินทางไปยังโซนออกกำลังกายเพื่อยกน้ำหนัก มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ร่างกายของเขาพัฒนาได้ สิ่งที่แอชเชอร์จะทำต่อจากนี้ไปในทุกๆวันคงเป็นการยกน้ำหนักและเพิ่มกล้ามเนื้อส่วนต่างๆจนกว่าเขาจะหมดแรง จากนั้นเขาก็เริ่มเข้าสู่ห้องจำลองการต่อสู้กับมอนสเตอร์ แม้ร่างกายของเขาจะอ่อนแรงจากการยกน้ำหนัก แอชเชอร์กลับคิดว่ามันเป็นการดีเพราะเขาจะได้ฝืนตัวเองในทุกๆวัน มันจะเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง
“ยกน้ำหนักก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวค่อยวิ่ง”
แอชเชอร์เดินไปยังเครื่องยกน้ำหนักจากนั้นก็เปลี่ยนน้ำหนักเป็น 100 กิโลกรัม การฝืนร่างกายไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน เขาเพียงแค่ทำให้กล้ามเนื้อล้าก็เพียงพอแล้วเนื่องจากระบบแนะนำเขาออกกำลังกายให้ถูกจุดจะได้ผลมากกว่าออกกำลังมั่วๆโดยใช้เวลานาน หากเขาออกกำลังกายอย่างถูกจุดแม้จะใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้นมันก็มากพอจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเขา จนแต้มสถานะเพิ่มขึ้น
ตึง ตึง ตึง
การยกน้ำหนักเริ่มต้นขึ้นโดยแอชเชอร์ไม่สนใจใดๆ การเดินสำรวจอาคารแห่งนี้ของเขาแปลกไปจากนักเรียนคนอื่นๆที่กำลังเดินตัวปลิวไปสำรวจสิ่งต่างๆเป็นกลุ่ม การสำรวจของเขาคือการเข้าไปใช้บริการ จากแผนที่วางเอาไว้วันนี้เขาน่าจะใช้บริการทุกอย่างภายในตึกนี้ได้ทั้งหมดก่อนเที่ยงคืน
ตึง~!
การเปลี่ยนท่าออกกำลังกายดำเนินขึ้นเรื่อยๆ โดยแอชเชอร์ให้ระบบเป็นสิ่งที่คอยตรวจสอบความก้าวหน้าของกล้ามเนื้อที่จะพัฒนา ตรงจุดไหนของร่างกายที่ไม่มีการใช้งานเขาจะออกกำลังกายจนกว่าจุดๆนั้นจะถูกเขากระตุ้น กระทั่งผ่านไป 2 ชั่วโมงแอชเชอร์ก็เริ่มจัดเก็บทุกอย่างเข้าที่เหมือนเดิม เพื่อให้คนต่อไปที่มาใช้งานไม่ต้องปรับแต่ง
ติ๊ด~!
ลู่วิ่งเปิดใช้งาน แม้จะเหนื่อยแอชเชอร์ยังคงไม่ลืมที่จะวิ่งเพื่อเพิ่มสถานะความเร็ว สถานะโจมตีและสถานะป้องกันเขาได้จากการยกน้ำหนักแต่ละส่วนแล้ว จึงเหลือเพียงแค่ความเร็วที่เขาต้องทำผ่านการวิ่ง ซึ่งการวิ่งแอชเชอร์ก็ทำให้คนที่อยู่รอบข้างหันมอง เนื่องจากเขาไม่ได้วิ่งเบาๆเพื่อคลายกล้ามเนื้อเตรียมจะยกเลิกการออกกำลังกายในวันนี้ แม้เขาจะเหนื่อยเขากลับวิ่งเต็มกำลังด้วยสกิลวิ่งเร็วบนลู่วิ่งจนความเร็วของเขาอยู่ที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันเป็นตัวเลขที่เร็วมากๆจนยากจะมีใครทำได้
“ดี แบบนี้แหละดี”
จากเดิมเหนื่อยหอบแอชเชอร์ก็เริ่มฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ในค่ายฝึกของกองทัพที่ 7 เขาถูกลดความสามารถในการฝึกลงเพราะมันเป็นการฝึกร่วมกับคนอื่นๆ ความเร็วที่เขาทำได้ ความอึดที่เขามีล้วนถูกกดให้ต่ำ แต่ตอนนี้เขาสามารถฝึกด้วยตัวเองได้มากเท่าที่ต้องการ ทุกๆอย่างที่เขาใช้งานจึงเป็นขีดสุดของเขา
หากแอชเชอร์ยังทำแบบนี้ต่อไปเขาจะพัฒนาแต้มสถานะได้รวดเร็วมาก ไม่แน่มันอาจจะทะลุ 10 แต้มที่ทางระบบคำนวณให้กับเขาว่ามันเป็นแต้มสูงสุดที่เขาจะได้และควรที่จะพอเพราะแต้มที่ 11 ของสถานะทั้ง 3 ด้านเพิ่มยากมาก
“เด็กใหม่เหรอ ทำไมเขาถึงรีบจัง”
“คงเพราะอยากจะโชว์มากกว่ามั๊ง หากไม่ได้ทำเพราะโชว์ก็ดีไปแต่หากทำเพื่อโชว์คงอยู่ไม่ถึง 20 ปี”
เหล่าทหารหันมองแอชเชอร์จากนั้นพวกเขาก็เริ่มออกกำลังกายต่อไป นอกจากนักเรียนใหม่ที่ต้องออกกำลังกาย 3 ชั่วโมงต่อวัน เหล่าทหารที่อยู่ในค่ายแห่งนี้ก็ต้องทำเช่นกันเพื่อให้ร่างกายของพวกเขาพร้อมเสมอ ทันใดนั้นเองแอชเชอร์ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากทางระบบทำให้เขาดีใจมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก
[แจ้งเตือนได้รับสกิลปอดเหล็ก]
“สกิลปอดเหล็ก ระบบ สกิลนี้มันทำงานยังไง”
[โฮสต์จะมีปอดที่แข็งแรง สามารถรองรับอากาศได้เป็นจำนวนมาก ด้วยการรับอากาศที่เยอะจะทำให้โฮสต์สามารถวิ่งได้อย่างต่อเนื่อง]
แอชเชอร์ลองตั้งสมาธิกับการวิ่งก่อนที่เขาจะพบว่าการหายใจไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เขาสามารถวิ่งเร็วได้เรื่อยๆโดยไม่มีการหายใจติดขัด ปอดของเขาเหมือนกับได้รับการขยายมากยิ่งขึ้นจนทำให้รับเอาอากาศเข้าไปได้มากกว่าเดิม สิ่งที่หลงเหลือจากการวิ่งในตอนนี้มีเพียงแค่อาการเหนื่อยจากการเผาผลาญพลังงานเท่านั้น
ติ๊ด~!
ความเร็วของลู่วิ่งถูกปรับขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อลองฝืนวิ่ง ปรากฎว่าสิ่งที่แอชเชอร์เจอกลับเป็นพละกำลังที่ถูกเผาพลาญไปอย่างรวดเร็ว การหายใจของเขายังคงปกติไม่มีปัญหาใดๆเลยสักนิดเดียว
“แบบนี้ก็ดีสิ หากมีแรงวิ่งก็สามารถวิ่งได้เรื่อยๆ” จากเดิมเขายังคงมีความสามารถไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป ต่อให้เขาจะวิ่งเร็วมากแค่ไหนสุดท้ายเขาก็ต้องหยุดพัก แต่ตอนนี้เขาเปรียบได้กับม้าตัวหนึ่ง สามารถวิ่งระยะไกลได้เป็นเวลานาน ยิ่งวิ่งเขาก็ยิ่งรู้สึกดีเพราะต่อไปนี้สิ่งที่ทำให้เขาหยุดวิ่งได้คงมีเพียงแค่พละกำลังหมดหรือไม่ก็มีอาการบาดเจ็บที่ขา
ตึง~!
การวิ่งจบลงไปหลังจากแอชเชอร์พบว่าตัวเองเหนื่อยมากจนแทบจะก้าวขาไม่ได้ ถึงอย่างนั้นเขากลับตัดสินใจเดินไปยังห้องจำลองการต่อสู้ ตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่ดีมาก หากเขาฝืนต่อสู้กับภาพจำลอง ร่างกายของเขาก็เหมือนกับได้ก้าวผ่านขีดจำกัด
“พี่ครับ ถ้าห้องไม่มีใครเข้าไปแบบนี้ผมจะต้องจองไหมครับ”
แอชเชอร์ถามทหารรุ่นพี่ภายในชั้น เขาอยากรู้ว่าห้องว่างเข้าไปใช้งานได้เลยหรือไม่ จำเป็นต้องจองหรือเปล่า เมื่อรู้ว่าการใช้งานห้องว่างไม่จำเป็นต้องจองเขาจึงเข้าไปใช้งานพลางระบุเวลาที่เขาจะใช้อยู่ข้างในห้องแห่งนี้
“2 ชั่วโมงน่าจะถึงขีดจำกัดแล้ว”
แอชเชอร์ใส่เวลาให้กับห้องฝึก หากทุกห้องเต็ม ระบบจองห้องจะเปิดใช้งาน คนที่ต่อห้องของเขาจะสามารถเข้ามาได้ เมื่อแอชเชอร์เข้าไปด้านในเขาก็มองไปยังชุดเกราะที่ตั้งเอาไว้ในห้อง มันเป็นชุดที่สร้างมาเพื่อห้องจำลองแห่งนี้ ด้วยรูปลักษณ์ของมันต่างจากที่แอชเชอร์เคยใช้ในค่ายฝึกของกองทัพที่ 7 มันดูบางเบากว่าและดูทันสมัยสวมใส่ง่ายกว่า เขาจึงนำชิ้นส่วนชุดเกราะขึ้นมาสวมจากนั้นก็เปิดระบบจำลองมอนสเตอร์ขึ้นมา
ติ๊ด~!
“คล้ายๆกันสินะ”
แอชเชอร์ทดลองขยับเคลื่อนไหว เขารู้สึกว่ามันให้การเคลื่อนไหวที่ง่ายกว่าชุดที่เขาเคยสวมใส่มาก่อนหน้า ไม่เพียงเท่านั้นระบบสัมผัสของแรงกระแทกที่ชุดเกราะนี้มอบให้ยังสมจริงกว่า จนรู้สึกเหมือนกับว่าแอชเชอร์ต่อยตีมอนสเตอร์จริงๆจากการที่ระบบสร้างมอนสเตอร์ออกมาให้เขาลองสัมผัสเพื่อปรับชุดเกราะ
“เริ่ม”
[ระบบจำลองจะเริ่มในอีก 10 วินาที โปรดเลือกระดับดาว]
“มอนสเตอร์ 1 ดาวอะไรก็ได้”
[ยืนยัน ทำการสุ่มมอนสเตอร์ระดับ 1 ดาว จะเริ่มใช้งานห้องจำนวนในอีก 10 9 8]
การนับถอยหลังดังขึ้นเรื่อยๆกระทั่งมอนสเตอร์ปรากฎในห้องแอชเชอร์ก็เริ่มเปิดใช้งานสกิลพุ่งเข้าไปหามันด้วยความรวดเร็วแล้วใช้ดาบในมือซ้ายตัดไปยังปากของมัน ตามด้วยใช้มีดในมืออีกข้างจิ้มไปยังดวงตา ด้วยการโจมตีกระทันหันแบบสายฟ้าฟาด แอชเชอร์ที่เห็นมอนสเตอร์เปิดปากร้องลั่นการโจมตีของเขาก็ได้แทงดาบเข้าไปในปากของมันจนล้มตัวลงไปตาย
[ได้รับ 1 แต้ม]
“หืม” แอชเชอร์ตกใจกับเสียงของคอมพิวเตอร์ที่พูดผ่านลำโพงบอกจำนวนแต้มที่เขาได้จากการฆ่าเมื่อครู่ ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาอยากรู้ถึงแต้มที่ได้มา
“ระบบ แต้มใช้ทำอะไร”
แอชเชอร์สอบถามเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมห้องแห่งนี้ แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นความเงียบ ดูเหมือนว่าคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมห้องจะไม่ใช่เอไอ สิ่งที่เขาทำจึงเหมือนกับการเล่นเกม เขาสามารถเลือกโหมดได้ในตอนแรกจากนั้นก็เล่น ในระหว่างเล่นจะไม่มีการสอบถามแต่อย่างใด หนำซ้ำการต่อสู้ที่เกิดขึ้นยังไม่มีนักวิจัยคอยบอกจุดอ่อนให้เขาได้รู้อีก จึงทำให้แอชเชอร์ต้องใช้ประสบการณ์ของเขาเองในการฆ่ามอนสเตอร์ที่คอมพิวเตอร์สุ่มออกมา
[ได้รับ 1 แต้ม]
เสียงนับแต้มดังขึ้นเรื่อยๆโดยแอชเชอร์ไม่สนใจ สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงแค่การฆ่ามอนสเตอร์ให้ได้เท่านั้น เขาเสียใจเช่นกันที่พวกมันตายเร็วเกินไป เพียงแค่เขาแทงถูกจุดอ่อนพวกมันก็ถูกนับว่าตายแล้ว หากเป็นมอนสเตอร์จริงๆ เขาต้องต่อสู้กับช่วงสุดท้ายของชีวิตมอนสเตอร์ที่ถูกโจมตีจุดอ่อน แม้พวกมันจะบาดเจ็บหนักพวกมันกลับมีแรงสุดท้ายในการฮึดสู้ จนเขาต้องโจมตีซ้ำๆ
[ได้รับ 1 แต้ม]
การฆ่าสำหรับแอชเชอร์ตอนนี้เป็นสิ่งที่ง่ายดายมาก เพียงแค่หลบแล้วหาทางสวนกลับ หากมันไม่ตายเขาก็มองหาช่องว่างเพื่อเข้าไปซ้ำให้มันตาย มอนสเตอร์หลายตัวที่จำลองมาเหมือนกับที่เขาเจอในห้องจำลองของค่ายฝึกกองทัพที่ 7 จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะฆ่ามัน แต่ตอนนี้สิ่งที่เป็นปัญหาจนทำให้การต่อสู้ของแอชเชอร์ลดต่ำลงคือสภาพความเหนื่อยของเขา ที่ไปออกกำลังกายมาก่อน ทำให้ทุกๆการเคลื่อนไหวเขารู้สึกเหมือนกับยกภูเขาไปด้วย
ฉั๊วะ~!
“หวังว่ามันจะพัฒนาจริงๆนะ”
แอชเชอร์หอบหายใจ ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่คิดจะหยุดพักทำการโจมตีมอนสเตอร์ตัวใหม่ที่ปรากฎออกมา กระทั่งเขารู้สึกชินกับชุดเกราะของห้องจำลองใหม่ แอชเชอร์ก็เริ่มปรับระดับดาวของมอนสเตอร์ขึ้นไปเรื่อยๆ จนไปถึง 3 ดาว ในระดับนี้นับว่าเป็นมอนสเตอร์ที่รับมือยากเพราะการโจมตีของพวกมันมีหลากหลาย ไม่ใช่เพียงแค่การพุ่งชนหรือปลดปล่อยพลังโจมตีออกจากจุดใดจุดหนึ่งของร่างกาย มอนสเตอร์ระดับ 3 สามารถโจมตีได้หลากหลายรูปแบบ มันเป็นจุดเริ่มต้นของความน่ากลัวที่มอนสเตอร์แสดงออกมาให้เห็น
ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊วะ
ด้วยแรงที่ตกลงไปทำให้การฆ่ายากยิ่งขึ้นแต่แอชเชอร์กลับเป็นฝ่ายสนุกเพราะเขาต้องออกแรงมากขึ้นเพื่อฆ่ามอนสเตอร์ที่พยายามฆ่าเขา มันไม่ใช่การฟันครั้งเดียวจบเหมือนที่ผ่านๆมา เป็นการดิ้นรนที่เขาต้องการ หากผ่านไปได้จะทำให้เขาแข็งแกร่งแน่นอน
[ได้รับ 3 แต้ม]