เทียนคิดว่านี่ท่านเทพสวรรค์มาเกี่ยวข้องด้วยอีกแล้ว ทำไมไม่จัดการซะให้เรียบร้อยไปเลย รออีก สองพันปีให้สร้างปัญหาขึ้นมาอีก ใกล้เวลาพระจันทร์ขึ้นแล้ว เทียนได้ไปยืนอยู่บนกำแพง โดยมองไปที่เบื้องล่าง เห็นผู้ช่วยท่านผบ.ซันเทีย กำลังวางค่ายกลสายฟ้า โดยรอบกำแพงเมือง
“ ท่านเซอร์คาร์ลอส จอมภูติหิมะจะปรากฏตัวหรือไม่” ผบ.ซันเทียนถามอย่างหวาดกลัว
“ ถ้าหากเป็นไปตามที่ท่านพ่อคาดไว้ จอมภูติหิมะโผล่มาแน่ๆ เท่าที่เสด็จพ่อบอกไม่มีใครสังหารมันได้ มันเป็นอมตะ พอสังหารมันตาย มันก็ปรากฏร่างมันขึ้นมาอีก” เซอร์ คาร์ลอสกล่าวด้วยความกังวลเช่นกัน
“ อาจจะเป็นร่างแปลง หรือว่ามันจะมีหัวใจอมตะ?” เทียนถามไปที่เซอร์คาร์ลอส
“ ไม่มีบันทึกไว้ แล้วท่านพ่อก็ไม่ทราบเช่นกัน” เซอร์คาร์ลอสกล่าวตามจริง
“ มาแล้ว พวกมันออกมากันแล้ว” เสียงตะโกนจากผู้ช่วยทั้งสี่ที่รีบกลับเข้าในกำแพงเพราะเห็นฝูงภูติหิมะนับหมื่นปรากฏแล้ว โดยมี จอมภูติหิมะ ขึ่เสือดาวหิมะตัวใหญ่นำหน้า แล้วทำท่ายกมือสั่งโจมตีทันที
เทียนสั่งกองกำลังให้กระจายไม่ให้ภูติหิมะ เข้ามาในเมืองได้ หากหลุดมาได้จะทำให้ชาวบ้านล้มตายเป็นจำนวนมาก โดยมีเซอร์คาร์ลอส องค์ชายตงฟาง องค์ชายโจวซี ท่านบีเจวัน และอีกตัวแทนอีก 4 เมืองเข้าร่วมช่วยกันต่อต้าน ภัยจากภูติหิมะในครั้งนี้ รวมทั้งองค์ชายหนันเป่ย และ ท่านผบ.ซันเทีย กับลูกน้องอีกสี่คนช่วยกันไม่มีใครถอยเลยซักคน โดยเทียนมุ่งเป้าไปที่จอมภูติหิมะเพียงผู้เดียว
เทียนใช้พลังลมพายุพัดส่งเหล่าภูติหิมะที่ขวางทางกระเด็นออกไปไกล จนเทียนได้มายืนเผชิญหน้ากับจอมภูติหิมะ ที่ดูแล้วยังคล้ายเป็นเด็กหนุ่มวัย 20 ปีเท่านั้น
เพียงแต่ผิวพรรณซีดขาว ผมยาวสีขาว ดูหล่อเหลาคมคาย ไม่อยากเชื่อจะเป็นปีศาจที่เข่นฆ่าคนมาเป็นจำนวนมาก
“ ข้าสงสัยจริงเจ้าจะเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ เหล่านี้ไปเพื่ออะไร” เทียนสงสัย
“ สิ่งที่ข้าต้องการคือการมีอำนาจเหนือแผ่นดินแห่งนี้ ข้าจะทำให้ท่านแม่ได้เห็น
ว่าข้าก็ทำได้ ข้าจะเป็นราชาแห่งราชันทั้งหลายปกครองทั่วดินแดนแห่งนี้” จอมภูติหิมะกล่าวด้วยความมั่นใจว่าทำได้
“ เพ้อฝันเก่งเสียจริงๆ “ เทียนต่อว่าจอมภูติ ตรงๆ แล้วลองขว้างหมัดที่ใส่พลังลมเข้าใส่จอมภูติหิมะทันที ตูม ! จอมภูติหิมะเพียงแค่คิดหิมะก็พุ่งขึ้นมาเป็นกำแพง
ป้องกันพลังหมัดของเทียนทันที จอมภูติหิมะ ชี้นื้วไปที่เทียน หิมะบริเวณโดยรอบก็พุ่งเข้าปกคลุมใส่เทียนจนเทียนกลายเป็นรูปปั้นหิมะ ทันที
แต่เทียนก็ปล่อยพลังไฟให้ออกจากร่าง ไม่นาน หิมะที่ปกคลุมเทียนไว้ก็เจอความร้อนที่เทียนปล่อยมาก็ละลายหายไป จอมภูติหิมะ วาดฝ่ามือสะบัดไปที่เทียนอีก
ครั้ง เข็มน้ำแข็งจำนวนมากต่างพุ่งเข้าใส่เทียนไม่มีทางหมด เทียนสร้างพลังเป็นม่านป้องกัน พอกระทบกัน เข็มน้ำแข็งก็กระเด็นแตกไปจนหมด
เทียนใช้พลังเปลวเพลิงสีน้ำเงินรวมรวมเป็นก้อนกลมก้อนใหญ่ แล้วแบ่งออกเป็นแปดก้อน แล้วเหวี่ยงเข้าใส่จอมภูติหิมะ “ ลองเจอพลังเพลิงสีน้ำเงินดูซิว่าเจ้าจะรับได้ไหม เจ้าภูติหิมะ” เทียนนึกในใจ จอมภูติหิมะ เร่งสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นป้องกัน แต่ว่าไม่สามารถป้องกัน ลูกเปลวไฟได้เลย สร้างความตี่นตระหนกแก่จอมภูติหิมะเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ทำการหายตัวหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าเทียนตามไปดักหน้าเอาไว้ แล้วฟาดมือขวาที่บรรจุเพลิงไฟสี่น้ำเงิน เข้าไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลา
เปรี้ยง ! ภูติหิมะ โดนเข้าไปจึงเซไปตามฝ่ามือ แล้วเทียนก็ใช้เท้าซ้ายช้อนเข้าไปที่ปลายคาง โครม หงายท้องไปตามแรงเท้า เทียนใช้ฝ่ามือพุ่งเข้าไปที่หัวใจของภูติหิมะ จนทะลุแล้วควักหัวใจภูติหิมะออกมา ที่แท้ก็ร่างแปลงนี่เอง
เทียนใช้จิตไปสัมผัสเพื่อจะตามร่างจริง ว่าอยู่ที่ไหน ... ในที่สุดก็เจอ เทียนเผาหัวใจของร่างแปลงจนกลายเป็นไอหายไป เหล่าภูติหิมะพอสัมผัสได้ว่าจอมภูติตายแล้วก็เลยถอยกลับเข้าป่ากันไปอย่างรวดเร็ว
เทียนกลับไปรวมตัวกับทุกคนที่กำแพงเมือง ดูสภาพแต่ละคนเหมือนผ่านศึกหนักกันมาทั้งนั้น แต่ก็ไม่มีใครเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
“ ท่านหมอเทียน ท่านสังหารภูติหิมะสำเร็จแล้วใช่ไหม” ผบ.ซันเทียกล่าวอย่างตื่นเต้น ทุกคนหันมามองที่เทียนพร้อมกัน เพราะได้เห็นเทียนควักหัวใจของจอมภูติหิมะ ออกมา
“ มันเป็นแค่ร่างแปลง ร่างจริงมันยังอยู่” เทียนเอ่ยความจริง
“ แล้วจะทำอย่างไรดี พวกเรายังคงไม่ปลอดภัย” องค์ชายหนันเป่ยเอ่ย
“ ไม่ต้องห่วง ข้าพอรู้ว่าร่างจริงมันอยู่ที่ไหน ข้าจะชวนพวกท่านไปหามันพร้อมกัน” เทียนบอกกล่าวกับทุกคน ซึ่งตอนนี้แต่ละคนพร้อมที่จะสู้ต่อ เพราะรู้ว่าเทียนสามารถฆ่ามันได้
เทียนให้ทุกคนมารวมกันแล้วใช้พลังให้เข้ามาอยู่ในเขตพลัง แล้วพาทุกคนเคลื่อนย้าย ไปปรากฏที่หน้าถ้ำแห่งหนึ่ง หน้าถ้ำแห่งนี้ เป็นถ้ำที่ใหญ่มาก
มีหิมะปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทั้งภูเขา
“ ที่นึ่คงเป็นที่กักขัง จอมภูติหิมะ ทุกคนระวังตัว เพราะข้าสัมผัสได้ถึงอันตรายที่อยู่ภายใน ทำไมท่านเทพสวรรค์ สร้างค่ายกลที่มีอันตรายกับผู้คนที่เข้าไปด้วยนะ” เทียนสงสัย
ทั้งหมดเดินเข้าไปภายในถ้ำ ความเย็นยิ่งเย็นระเยือก บรรยากาศอับชื้น ทันใดนั้นก็มีไอพิษหิมะก็พุ่งเข้ามาจากด้านใน เทียนใช้มือซ้ายปล่อยพลังต้านไว้แล้วหยิบไข่มุกดูดวิญญานออกมาดูดพิษที่ปล่อยออกมาจนหมด สภาพอากาศเริ่มดีขึ้น
ทันใดนั้นบรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไป บริเวณรอบๆ กลายเป็นแดนหิมะ มีภูติหิมะนั่งรายล้อมกลุ่มของเทียนเกือบร้อยตัว มีจอมภูติหิมะนั่งอยู่บนเสือดาวหิมาะอยู่ด้านหน้า
“ ข้านึกแล้วพวกเจ้าต้องเข้ามาในที่นี่ เวลานี้พวกเจ้าอยู่ในมิติของข้า พวกเจ้าไม่มีทางรอดไปได้แล้ว ฆ่ามันให้หมด “ จอมภูติหิมะสั่งทันที
“ พวกเราช่วยข้าต้านมันไว้ จอมภูติหิมะปล่อยข้าจัดการเอง “ เทียนสั่งการเช่นกัน
จอมภูติหิมะ หายตัววับไป แล้วหิมะกลายเป็นรูปคนมีแขนเป็นดาบ นับสิบตน
พุ่งเข้าใส่เทียนเป็นจุดเดียว เทียนใช้หมัดพลังเพลิงฟาดไปโดยรอบ หิมะที่ก่อตัวเป็นรูปคนล้วนละลายกลายเป็นน้ำระเหยไปสิ้น จอมภูติหิมะปรากฏตัวด้านหน้าพร้อมปล่อยหมัดหิมะใส่เทียน โดยหมัดนี้ถ้าโดนเทียนจะกลายเป็นน้ำแข็งทันที
เทียนใส่หมัดพลังเพลิงแล้วใส่เกลียวเข้าไปจนทะลุหมัดหิมะโดนลำตัวของภูติหิมะ จนกลายเป็นขี้เถ้าระเหยไป แต่มันยังไม่ตายกลับไปปรากฏอีกด้านหนึ่ง แล้วปล่อยเข็มน้ำแข็งใส่เทียนต่อด้านข้างอีก เทียนหายตัวไปไม่สู้กับภูติหิมะ
กลับไปหาเสือดาวที่เป็นพาหนะ ของภูติหิมะ แล้วใช้ดาบฟันไปที่คอของเสือดาวหิมะ ฉัวะ ! คอขาด กระเด็นออกมา แล้วเทียนก็ใช้มือแทงทะลุหัวใจของเสือดาวและหยิบหัวใจมันออกมา ปรากฏว่าหัวใจของมันมีสองสี สีแดงกับสีขาว
“ อย่า” เสียงร้องตะโกนจากภูติหิมะห้ามเทียนดังลั่น แต่ช้าไปแล้ว เทียนเผาหัวใจ2สีของมันจนไหม้ละลายหายไปจนไม่เหลือ จอมภูติหิมะก็ละลายเหยไปเป็นน้ำ
ส่วนภูติหิมะ ก็ค่อยๆ กลายร่างเป็นคนธรรมดาไม่มีพลังภูติหิมะอีกต่อไป
“ ท่านหมอเทียนท่านรู้ได้อย่างไร มันมีหัวใจอมตะ และฝากไว้กับเสือดาวหิมะ”ผบ.เทียนถามซึ่งทุกคนก็สงสัย ด้วยเช่นกัน
“ ข้าสังเกตสายตาของมันมักมองไปที่เสือดาวตัวนั้นบ่อยๆ แล้วสัมผัสหัวใจในตัวจอมภูตินั้นไม่มี แต่เสือดาวนั้นเปี่ยมด้วยพลังซึ่งผิดปกติ ข้าเลยเดาดู สุดท้ายก็คิดถูกต้อง” เทียนอธิบายให้ทุกคนฟัง
หลังจากจอมภูติหิมะตายไปแล้ว ไอพิษคำสาป ก็ถูกถอนไปในทันที เหล่าภูติหิมะก็กลายเป็นมนุษย์ปกติ ดินแดนตอนเหนือก็คงสงบสุขเสียที
“ ท่านหมอเทียนข้าอยากรู้ องค์ชายสิบมีส่วนในการตายของท่านพ่อข้าอย่างไร”เซอร์คาร์ลอสเริ่มสอบถามเทียนทันที เพราะเห็นเรื่องราวของภูติหิมะจบลงแล้ว
แต่น้ำเสียงที่พูดกับเทียนนั้นมีความอ่อนน้อมลงมาก
“ พวกเรากลับไปแล้วเชิญองค์ชายสิบ มาสอบสวนกัน” เทียนเอ่ยเสียงเรียบ
ทั้งหมดเดินทางกลับมาที่ปราสาทเมืองอุดร ทุกคนก็ยังอยากรู้เรื่องการลอบสังหาร ราชันอุดรองค์ก่อนด้วย จึงยังไม่ยอมกลับเมืองของตน
ตอนนี้คนที่ ตื่นเต้นมากที่สุดก็คือ ท่านผบ. ซันเทีย เพราะองค์ชายสิบนั้นเปรียบเหมือนเจ้านายของตน แต่ว่าตนกลับไม่ช่วยอะไรเลย ไม่รู้กลับเมืองหลวงคราวนี้จะโดนลงโทษด้วยหรือไม่
ณ ห้องโถงปราสาทราชันอุดร เทียนถูกบังคับให้ต้องนั่งบนที่นั่งของราชันอุดรทำให้เทียนรู้สึกแปลกๆ ไม่ค่อยชินเท่าไร โดยมีองค์ชายสิบยืนอยู่ตรงกลางยืนอยู่อย่างอิสระ โดยไม่ได้ถูก มัดแต่อย่างไร
“ พวกเจ้าช่างกล้านัก กล้ามาจับข้าได้อย่างไร แถมยังมากล่าวหาว่าข้าลอบสังหารท่านราชันอุดรอีก เรื่องนี้หากเสด็จพ่อข้ารู้ พวกเจ้าทั้งหมดเดือดร้อนแน่” องค์ชายสิบโกรธมาก ที่ถูกจับแล้วยังโดนข้อหาร้ายแรง เลยขู่กลับ
“ ท่านได้รับพลังจากท่านราชันอุดรมาได้อย่างไร” เทียนถามเสียงเรียบ
“ พลังราชันอุดรอะไร ข้าไม่รู้เรื่อง” องค์ชายสิบโวยวายเสียงหลง
“ ท่านเซอร์คาร์ลอส ท่านน่าจะสัมผัสได้ถึงพลังของท่านพ่อของท่านได้นะ” เทียนเอ่ยกับเซอร์คาร์ลอส
“ อย่าเข้ามานะ “ องค์ชายสิบเห็นเซอร์คาร์ลอสเดินเข้าใกล้ตัวของเขา เทียนใช้พลังปล่อยไปที่องค์ชายสิบ ไม่ให้เคลื่อนไหว เซอร์คาร์ลอสเลยไปสัมผัสที่หน้าอกขององค์ชายสิบ สีหน้าเซอร์คาร์ลอสก็แปรเปลี่ยนไปในทันที
“ ท่านได้รับพลังของท่านพ่อข้ามาได้อย่างไร” เซอร์คาร์ลอส เริ่มรู้สึกโกรธแล้ว
“ อะไรพูดอะไร ข้าไม่รู้เรื่อง” องค์ชายสิบยังคงปฏิเสธ ไม่ยอมรับ
“ องค์ชายสิบ ท่านพูดความจริงออกมาเถอะ เพราะอย่างไรก็ไม่มีใครทำร้ายท่านได้ จะผิดหรือถูก ท่านองค์มหาเทพจักรพรรดิ จะเป็นผู้ตัดสินท่านเอง” ผบ.ซันเทียพูดให้องค์ชายสิบเปิดเผยความจริง ไม่ต้องห่วงอะไร เพราะอย่างไรเขาก็ต้องถูกนำกลับไปเมืองหลวงอยู่ดี
“ ข้าไม่พูด พวกเจ้าจะทำอะไรข้าได้” องค์ชายสิบยังไม่กลัวใคร
เทียนขว้างเข็มสังหารไป สิบห้าเล่ม เข้าปักที่องค์ชายสิบทั้งหมด ปุ ปุ ๆๆๆๆๆๆๆ
ทุกคนตกใจกับสิ่งที่เทียนกำลังจะทำ เทียนเดินลงมาจากที่นั่ง แล้วค่อยๆเดินเข้าไปใกล้องค์ชายสิบ แล้วพูดว่า
“ ท่านมีสิทธิ์ที่จะไม่พูด ไม่มีใครห้ามท่านได้ แต่ข้าก็มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรกับท่านก็ได้เช่นกัน “ เทียนพูดจบ ก็ตบ เปรี้ยงไปที่ใบหน้าอันขาวนวล พอโดนตบไปที ใบหน้าขาวนวลกับบวมแดงขึ้นมาอย่างกระทันหัน เทียนเอาเข็มจิ้มไปที่โหนกแก้ม1เข็มไม่ให้ร่างกายรักษาตัวเองได้ทันที ทุกคนตะลึง ทันทีที่เห็นตบไปที่ใบหน้าขององค์ชายสิบ
“ ข้าจะดูดพลังของท่านออกมาจนหมด ให้ท่านกลายเป็นคนธรรมดา แล้วข้าจะใช้พลังดูด ความทรงจำของท่านออกมาเอง ท่านไม่ต้องห่วง ข้าใช้เวลาไม่นานนักหรอก” พูดจบเทียนก็หยิบ ไข่มุกดูดวิญญานออกมา แล้วกำลังจะวางไปที่หน้าผากขององค์ชายสิบ
“ ยอมแล้ว ข้ายอมบอกแล้ว”