Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 364 ความเข้าใจผิด

ความเข้าใจผิด

 

            กัสเผลอนับจำนวนข้ารับใช้ของท่านหญิงมิวลีฟไปโดยไม่รู้ตัวและลอบตกตะลึงอยู่ในใจเมื่อพบว่าจำนวนข้ารับใช้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นมีมากถึง 150 คนเลยทีเดียว

            ข้ารับใช้ทั้งหมดนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 50 คนเท่าๆ กัน ทั้งยังมีระดับความแข็งแกร่งที่ใกล้เคียงกันมาก

            ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอายของพลังชีวิตที่เล็ดลอดออกมาหรือคลื่นพลังวิญญาณที่แผ่ขยายออกมาจากร่างกาย ทั้งหมดนี้บอกให้รู้ว่าหญิงสาวทุกคนล้วนอยู่ในระดับเตรียมทั้งสิ้น

            ทั้งยังเป็นระดับเตรียมเทพอสูรและเตรียมครึ่งเทพอีกด้วย ส่วนตัวแทนทั้งสามคนนั้น ถึงกับอยู่ในจุดสูงสุดของระดับเตรียมทั้งสองขอบเขตอีกด้วย

            กัสลอบตกตะลึงอยู่ในใจกับความแข็งแกร่งของข้ารับใช้และจำนวนที่มากจนน่ากลัวของท่านหญิงมิวลีฟ

            แต่กัสก็สนใจเรื่องนี้ได้ไม่นานนักเพราะหลังจากเสร็จสิ้นการทักทายที่เรียบง่าย ตัวแทนทั้งสามก็เริ่มถามหาตัวท่านหญิงมิวลีฟในทันที ซึ่งทำให้เขารู้สึกลำบากใจอย่างบอกไม่ถูก

            “คือ..ข้าต้องขออภัยด้วย ข้าไม่ทราบจริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านหญิง ทว่าตอนนี้ท่านหญิงมิวลีฟยังไม่ตื่นขึ้นมาเลยครับ”

            สีหน้าของกัสดูแย่มาก คนอื่นๆ เองก็เช่นกัน แต่ก็น่าแปลกที่หลังจากข้ารับใช้สาวได้ยินแบบนั้น พวกเธอกลับมีสีหน้าปกติ ไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจหรือประหลาดใจอะไรเลย

            ตัวแทนของกลุ่มรอยัลเมดถึงกับถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ เป็นเชิงปลอบโยนซึ่งทำให้กัสและทุกคนเริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา

            “ดูเหมือนว่าท่านหญิงจะทำให้ทุกท่านลำบากสินะคะ ข้าต้องขออภัยด้วยจริงๆ ค่ะที่ไม่ได้มาให้เร็วกว่านี้ แต่ทุกท่านไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติค่ะ ท่านหญิงมิวลีฟมักจะนอนเป็นเวลานานๆ เช่นนี้เสมอ ท่านกัสโทนีย่าไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรอกค่ะ”

            กัสนิ่งฟังด้วยความรู้สึกอึ้งและสับสน ก่อนจะกลายเป็นความโล่งใจที่ทำให้เขาและทุกคนเผลอถอนหายใจออกมายาวๆ โดยไม่รู้ตัว

            ปฏิกิริยาตอบสนองของข้ารับใช้กลุ่มนี้มีเพียงรอยยิ้มที่อ่อนโยนและความเห็นใจเพียงเท่านั้น

            “ถ้ายังไงรบกวนท่านกัสโทนีย่าพาข้าไปยังตำแหน่งที่ท่านหญิงมิวลีฟนอนอยู่ได้หรือไม่คะ”

            “อ่า! แน่นอนๆ ไม่มีปัญหา เชิญ!”

            พูดจบกัสก็ผายมือออกไปด้านข้างเป็นการเชื้อเชิญ ทว่าเมดสาวกลับยิ้มหวานโดยไม่ขยับไปไหนและจ้องมองกัสอยู่เงียบๆ ซึ่งทำให้เขาตระหนักว่าเขาเผลอแสดงตัวเป็นผู้น้อยไปจนหน้าแดงขึ้นมา

            พอรู้สึกตัวกัสก็เดินนำไปโดยมีกลุ่มข้ารับใช้ทั้ง 150 คนติดตามมาอย่างใกล้ชิด

            เพียงอึดใจทุกคนก็ไปถึงป่าที่ท่านหญิงมิวลีฟนอนอยู่ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้จากระยะห่างหลายร้อยเมตรเพราะขนาดตัวที่ใหญ่โตราวกับภูเขาของท่านหญิง

            เมื่อกลุ่มข้ารับใช้สาวมาถึงตำแหน่งที่ท่านหญิงนอนอยู่ พวกเธอก็โค้งตัวให้กัสเล็กน้อย พลางกล่าวขออภัยออกมาเบาๆ จากนั้นก็เดินออกไปด้านหน้าแล้วออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว

            “ลงมือได้!”

            สิ้นคำสั่งเหล่าการ์เด้นเนอร์ทั้งหลายก็เดินออกไปด้านหน้าแล้วยกมือขึ้น พริบตานั้นมังกรที่ดูเหมือนต้นไม้ตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างกายของพวกเธอ ก่อนจะอ้าปากแล้วพ้นละอองแสงสีเขียวออกมาพร้อมกันจนเกิดเป็นม่านแสงสีเขียวกระจายตัวออกไปยังเบื้องหน้าแล้วค่อยๆ แผ่ขยายออกไปโอบล้อมป่าที่ท่านหญิงมิวลีฟนอนอยู่อย่างรวดเร็ว

            พร้อมกันนั้นรอยัลไนท์ก็ก้าวเดินออกไปแล้วสะบัดมือ มังกรที่มีลักษณะเหมือนกลุ่มทรายก็ปรากฏตัวขึ้นก่อนจะเคลื่อนตัวไปรอบทิศทางจนเกิดเป็นวงกลมขนาดใหญ่โอบล้อมป่าเอาไว้

            สุดท้ายคือรอยัลเมดที่ยกมือขึ้นและปรากฏเป็นมังกรวารีตัวใสที่ลอยออกมาจากฝ่ามือก่อนจะบินขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วกระจายละอองน้ำไปทั่วพื้นที่ทำให้ป่าเต็มไปด้วยความชุ่มชื้นและความมีชีวิตชีวา

            อึดใจต่อมาความอุดมสมบูรณ์ของป่าก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ก่อนที่ต้นไม้ใบหญ้าในป่าจะถูกตัดด้วยมือของมังกรธาตุทั้งสามชนิดที่บินวนเวียนไปรอบป่า

            ภาพที่น่าทึ่งนี้ทำให้ทุกคนสับสนมึนงงไปหมด การเคลื่อนไหวชุดแรกนั้นดูเหมือนจะเป็นการทำให้ป่าอุดมสมบูรณ์ขึ้น แต่หลังจากทำเสร็จแล้ว พวกเธอกลับลงมือตัดไม้ทำลายป่าต่อ

            เรื่องแบบนี้ไม่ว่าใครก็ต้องสับสนเพราะไม่เข้าใจว่าพวกเธอทำไปเพื่ออะไร

            แต่หลังจากยืนมองได้ไม่นาน เหล่าการ์เด้นเนอร์ก็เคลื่อนขบวนเข้าไปในป่าและเริ่มเก็บเกี่ยวของป่าและผลไม้ป่าทั้งหมดที่อยู่ในป่าอย่างรวดเร็ว

            เพียงชั่วครู่ป่าขนาดใหญ่ก็ถูกเก็บเกี่ยวจนไม่เหลืออะไรเลยนอกจากท่อนไม้ กองหญ้าและเศษไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อย

            ส่วนที่ถูกเก็บเกี่ยวมานั้นถูกกองรวมกันไว้อย่างเป็นระเบียบที่ด้านข้างของกัสและทุกคน จากนั้นตัวแทนของกลุ่มรอยัลเมดก็หันกลับมาหาเขา

            “เชิญท่านกัสโทนีย่าเก็บผลผลิตทั้งหมดนี้ได้เลยค่ะ”

            กัสตอบรับอึ้งๆ ขณะที่มองดูผลผลิตกองโตเป็นภูเขา จากนั้นก็หันไปหาแองจี้และขอให้เธอจัดหุ่นยนต์แรงงานมาเก็บไป

            แองจี้ตอบรับอย่างรวดเร็ว จากนั้นไม่นานหุ่นยนต์จำนวนมากก็เคลื่อนขบวนเข้ามาพร้อมกับหุ่นยนต์แรงงานนับร้อยที่เดินเข้ามาเก็บเกี่ยวผลผลิตใส่กล่องอย่างระมัดระวัง

            การเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์แรงงานนั้นดึงดูดความสนใจของข้ารับใช้กลุ่มนี้มากทีเดียว พวกเธอจ้องมองการกระทำของพวกมันด้วยความประหลาดใจ ยิ่งตอนที่เห็นหุ่นยนต์แรงงานเก็บผลผลิตใส่กล่องเก็บของด้วยแล้ว เหล่าหญิงสาวก็มีสีหน้าประหลาดใจและสนใจมากขึ้นไปอีก

            แม้กระทั่งตัวแทนข้ารับใช้ทั้งสามก็ยังไม่สามารถหยุดความสนใจได้ พวกเธอหันกลับมามองกัสด้วยความสนใจ แต่ก็หยุดยั้งความคิดของตัวเองไว้ในทันทีเพราะพวกเธอรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่พวกเธอจะถามได้

            เหตุผลที่ตัวแทนทั้งสามไม่กล้าถามก็เพราะพวกเธอรู้ดีว่าเทคโนโลยีในการสร้างจักรกลมนตรานั้นเป็นความลับของตระกูลอันดูวเดธ ซึ่งต่อให้ตระกูลเทพมังกรสนิทสนมกับตระกูลอันดูวเดธมากแค่ไหน

            แต่เรื่องที่เป็นความลับเช่นนี้ก็ไม่ควรที่จะถามและจำต้องระวังให้มากเพราะมันอาจจะกลายเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งของสองตระกูลได้

            ทว่ากัสนั้นเหมือนจะไม่ได้คิดถึงจุดนี้เท่าไหร่ เมื่อเขาเห็นสีหน้าสนอกสนใจของเหล่าข้ารับใช้ เขาก็แนะนำหุ่นยนต์แรงงานให้พวกเธอรู้จักทันที

            ถึงกัสจะไม่เข้าใจรายละเอียดทั้งหมดของหุ่นยนต์แรงงาน แต่เขาก็พอจะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้ว่ามันมีความพิเศษยังไง ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่เหล่าหญิงสาวให้ความสนใจอีกด้วย

            หลังจากทราบถึงเหตุผลที่ทำให้หุ่นยนต์แรงงานสามารถใช้อุปกรณ์ของดันเจี้ยนได้แล้ว สีหน้าของข้ารับใช้ทั้ง 150 คนก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นยินดีและดูเป็นมิตรมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

            “น่าสนใจมากค่ะ ไม่ทราบว่าตระกูลอันดูวเดธยินดีที่จะขายหุ่นยนต์แรงงานหรือไม่ค่ะ หากท่านยินดีข้าขอทำหน้าที่เป็นตัวแทนของท่านหญิงมิวลีฟเพื่อขอซื้อหุ่นยนต์แรงงานจากท่านค่ะ”

            “เออ..เรื่องนี้มัน”

            ข้อเสนอของตัวแทนรอยัลเมดนั้นทำให้กัสตกใจไปชั่วขณะ ก่อนจะนึกลังเลใจเพราะสิ่งนี้ไม่ใช่สินค้าที่ผ่านการตรวจสอบของตระกูล เขายังไม่สามารถส่งขายได้ นอกจากนั้นแล้วมันยังมีข้อจำกัดในการผลิตทำให้ยากที่จะผลิตเป็นจำนวนมากได้

            กัสลังเลใจอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะหันไปหาแองจี้เพื่อขอความเห็นเพราะว่าเธอนั้นเป็นผู้พัฒนาหุ่นยนต์แรงงานเหล่านี้ เธอน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่าเขา

            เมื่อกัสหันไปหาแองจี้ ตัวแทนรอยัลเมดก็หันไปมองแองจี้ด้วยเช่นกันและรอคอยอย่างใจเย็น

            “เรื่องนี้เกรงว่ายังไม่สามารถส่งขายได้ในตอนนี้ค่ะ เนื่องจากหุ่นยนต์แรงงานเหล่านี้เป็นเพียงรุ่นต้นแบบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ นอกจากนั้นมันยังมีเงื่อนไขในการผลิตที่ค่อนข้างสูงทำให้ยากที่จะผลิตเป็นจำนวนมากได้ค่ะ ข้าเกรงว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะส่งออกค่ะ”

            หลังจากเข้าใจเรื่องนี้ตัวแทนของทั้งสามกลุ่มก็มีท่าทีผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้กัสแอบสงสัยว่าอะไรทำให้พวกเธอผิดหวังถึงเพียงนี้

            “น่าเสียดายนัก..เช่นนั้นข้าคงไม่รบกวนท่านกัสโทนีย่าแล้วละค่ะ แต่ข้าคงต้องขอสิทธิ์ในการควบคุมป่าแห่งนี้จากท่านกัสโทนีย่าเป็นการชั่วคราว หวังว่าท่านจะอนุญาตนะคะ”

            “แน่นอน! ตามสะดวกเลย หากขาดเหลืออะไรก็บอกข้าได้ไม่ต้องเกรงใจ”

            “ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะท่านกัสโทนีย่า เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวไปทำหน้าที่ของข้าก่อนนะคะ”

            พูดจบตัวแทนข้ารับใช้ทั้งสามก็เดินออกไปเพื่อสมทบกับข้ารับใช้คนอื่นๆ และเริ่มทำงานของพวกเธออย่างแข็งขัน

            การทำงานของพวกเธอนั้นมองดูแปลกประหลาดมากในสายตาของกัส เหล่าการ์เด้นเนอร์พยายามปลูกต้นไม้ให้เติบโต เหล่าอัศวินทำหน้าที่ทำลายล้างต้นไม้ใบหญ้าทั้งหมดด้วยดาบและในเวลาเดียวกันทุกคนก็ใช้มังกรธาตุของพวกเธอพรวนดินเพื่อเตรียมพื้นที่ในการเพาะปลูกรอบต่อไป

            ส่วนเหล่าเมดนั้นจะทำหน้าที่สนับสนุนทั้งสองฝ่าย ทั้งการจัดเตรียมต้นอ่อนของต้นไม้เพื่อปลูกและการจัดการกับเศษซากของพืชที่ถูกตัด

            ทั้งหมดนี้ประกอบเป็นภาพรวมของกิจกรรมที่แปลกประหลาดซึ่งยากจะเข้าใจ

            หลังจากมองดูอยู่หลายนาทีกัสก็ยังไม่เข้าใจว่าพวกเธอทำอะไร สุดท้ายเขาก็จากไปเพื่อพักผ่อนด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งหลังจากเคร่งเครียดมานานหลายวัน

            ไม่ได้มีแค่กัสที่เหนื่อยจนอยากพัก ทุกคนเองก็ด้วย แม้กระทั่งเหล่าครึ่งเทพก็ยังมีสีหน้าผ่อนคลายหลังจากรู้ว่าไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับท่านหญิงมิวลีฟ

            สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในใจของทุกคนมีเพียงเรื่องของท่านหญิงมิวลีฟเพียงเท่านั้น

            ปัญหาในครั้งนี้เกิดจากความไม่รู้ของพวกเขาจึงไม่แปลกที่หลังจากปัญหาผ่านไปพวกเขาจะอดนึกสงสัยขึ้นมาไม่ได้ว่าทำไมท่านหญิงมิวลีฟถึงได้นอนหลับเป็นเวลานานๆ เช่นนี้แล้วคนของตระกูลเทพมังกรเป็นเช่นนี้เหมือนกันหมดหรือไม่

            ทว่าความสงสัยก็เป็นเพียงความสงสัยเพราะรู้ว่ายังไงก็ไม่มีโอกาสถาม ทุกคนก็เลยสลัดความสงสัยนี้ทิ้งไปในที่สุดและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง

            กัสเองก็เช่นกัน หลังจากสลัดความเครียดที่กดทับจิตใจของเขามานานถึง 1 อาทิตย์ เขาก็เริ่มหันไปให้ความสนใจสิ่งที่เขาควรจะสนใจอย่างเจ้าสาวของเขาบ้าง

            คริสตัลคือคนที่เขาให้ความสนใจที่สุดเนื่องจากเขายังไม่ได้ทำให้เธอกลายเป็นภรรยาของเขาอย่างแท้จริง ต่างกับบลูอายและลิลลี่ที่ได้รับความรักความเอ็นดูจากเขามาแล้วทั้งสิ้น

            ทันทีที่คิดถึงเรื่องนี้กัสก็ตัดสินใจกำหนดแผนการของค่ำคืนนี้ในทันที

            กัสมองไปยังกำหนดการของค่ำคืนนี้ที่ถูกวางไว้โดยเหล่าภรรยาของเขาและสังเกตเห็นรายชื่อของบลูอายที่ปรากฏอยู่บนตารางของวันนี้ จากนั้นก็มองไปยังชื่อของคริสตัลที่ปรากฏขึ้นในอีกสองวันต่อจากนี้

            เห็นแบบนั้นกัสก็รู้ในทันทีว่าเขาต้องทำอะไร เขาเดินเข้าไปหาบลูอายที่นั่งพักผ่อนอยู่ในห้องรับแขกแล้วโอบกอดเธอจากด้านหลัง

            สัมผัสที่คุ้นเคยนี้ทำให้บลูอายที่พักสายตาอยู่อุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะยิ้มหวานเมื่อเห็นว่าคนที่กอดเธอคือกัส จากนั้นไม่นานรอยยิ้มที่อ่อนหวานก็กลายเป็นความไม่พอใจเล็กๆ

            “ใจร้ายนะกัส..มาอ้อนข้าแบบนี้ อยากได้อะไรละ”

            กัสยิ้มฝืนๆ กับท่าทางที่ทำตัวราวกับเป็นแม่เขาของบลูอาย ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ พลางซุกไซ้ซอกคอของเธอแล้วจูบเบาๆ ที่ต้นคอจนบลูอายครางออกมาเบาๆ

            “คืนนี้เป็นคิวของเจ้าใช่ไหมอาย..”

            “อืม..ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น..ทำไมหรอ เจ้าอดใจไม่ไหวหรือไงกัส”

            เสียงครางที่อ่อนหวานดังออกมาเบาๆ ขณะที่ฝ่ามือของกัสค่อยๆ ลูบไล้ไปตามหน้าท้องที่แบนราบไปจนถึงพื้นที่ลับของบลูอายเพื่อสัมผัสกับทุ่งหญ้าผืนน้อยที่อ่อนนุ่ม

            สัมผัสนี้ทำให้บลูอายครางออกมาด้วยความสุขสม ร่างกายของเธอร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับลมหายใจที่เร่งร้อนขึ้นอย่างช้าๆ

            กัสหอมแก้มของบลูอายเบาๆ แล้วดึงเธอเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม ไม่นานนักเปลวไฟแห่งความปรารถนาของทั้งสองก็ก่อตัวขึ้น

            โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายใดๆ ทั้งสองคนจูงมือกันขึ้นไปบนห้องในทันที ก่อนจะเปิดศึกรักที่เร่าร้อนหลังจากที่ห่างหายไปนานนับเดือนอย่างดุดันยาวนานหลายชั่วโมง กว่าที่ทั้งสองคนจะสงบลงอย่างช้าๆ

            กัสนอนอยู่บนเตียงโดยมีเรือนร่างที่งดงามของบลูอายนอนอยู่ข้างกาย พวกเขาสองคนหอบหายใจน้อยๆ ขณะที่โอบกอดกันและกันด้วยความรักที่ลึกซึ้ง

            “เจ้าชอบไหมอาย..”

            “อืม..ข้าพอใจมากเลยละ! แล้ว..เจ้าอยากได้อะไรละกัส พยายามเอาใจข้าขนาดนี้อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าทำไม”

            กัสยิ้มฝืนๆ ขณะมองดูใบหน้าของบลูอายที่แดงระเรื่อด้วยความสุขสม จนดูงดงามมากยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะสายตายั่วยวนที่ทำให้กัสอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปอีกครั้ง ก่อนจะพลิกตัวเธอกลับมาแล้วเปิดศึกรักที่หนักหน่วงอีกรอบหนึ่ง

            ช่วงเอวที่ขยับอย่างเร่งร้อนทำให้บลูอายที่อ่อนแรงได้แต่ส่งเสียงครางออกมาไม่หยุด ร่างกายของเธอบิดส่ายไปมาภายใต้ร่างกายกำยำของกัสตามจังหวะการเคลื่อนไหวที่เร่งร้อนของเขา

            ทั้งสองขยับไหวอย่างต่อเนื่องไม่หยุดอีกสิบกว่านาทีก่อนที่กัสจะครางออกมาเบาๆ แล้วกดน้ำหนักของเขาใส่บลูอายเต็มแรงและปลดปล่อยความสุขสมที่ร้อนระอุของเขาออกมาอีกครั้ง

            เสียงกรีดร้องของทั้งสองผสานกันอยู่ครู่ใหญ่ๆ ก่อนที่ร่างกายของพวกเขาสองคนจะผ่อนคลายลงอย่างช้าๆ ในขณะที่ยังหอบหายใจอย่างหนักหน่วง

            กัสมองดูเรือนร่างที่กลายเป็นสีชมพูของบลูอายแล้วยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

            “อาย..คืนนี้เจ้าสลับคิวกับคริสตัลได้ไหม..”

            “ได้สิ..ข้าก็คิดว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็เรื่องนี้เองหรอกหรอ ถ้าเป็นเรื่องนี้เจ้าไม่ต้องพยายามหนักขนาดนี้ก็ได้..หรือว่าเจ้าจงใจหืม!”

            บลูอายพูดดุๆ พลางขยับตัวอย่างเหนื่อยอ่อนและครางออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกปวดหนึบที่ช่วงเอวหลังจากถูกกัสกระแทกซ้ำๆ จนแทบจะลุกขึ้นนั่งไม่ได้

            กัสเห็นสภาพของบลูอายก็ยิ้มฝืนๆ พลางแก้ตัวในใจว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นเพราะเขาไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มานานต่างหากเขาเลยอดใจไม่ไหว

            บลูอายเองแม้จะมองค้อนกัสอย่างไม่พอใจแต่ที่มุมปากของเธอยังมีรอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่ไม่จางหาย

            “เข้าใจแล้วๆ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ตั้งใจ..แค่ข้ารู้ว่าเขาอดใจไม่ไหวเพราะข้าแบบนี้ข้าก็พอใจแล้วละ คืนข้าจะยกคิวของข้าให้คริสตัลของเจ้าก็ได้..เพราะยังไงข้าก็คงรับมือเจ้าไม่ไหวแล้วละ”

            บลูอายพูดออกมาแบบปนดุปนขำ ก่อนจะบิดตัวน้อยๆ เพื่อคลายความปวดเมื่อยหลังจากเปิดศึกรักกับกัสมานานนับชั่วโมง

            หลังจากนั่งพักจนเริ่มหายเหนื่อย เธอก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆ พลางส่งเสียงครางออกมาเบาๆ เพราะความเจ็บก่อนจะเริ่มแต่งตัวแล้วเดินออกไปจากห้องในที่สุด

            กัสมองภาพนี้แล้วยิ้มน้อยๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ที่แผนการแรกของเขาประสบความสำเร็จ จากนั้นก็คิดถึงค่ำคืนที่กำลังจะมาถึงก่อนจะยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นจนเกิดความปรารถนาขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง

            ทว่าครั้งนี้กัสตัดสินใจสะกดความต้องการของเขาเอาไว้เพื่อเก็บรักษาพลังเอาไว้เพื่อใช้ในศึกรักที่จะมาถึงในค่ำคืนนี้

            อีกด้านหนึ่งบลูอายเดินลงไปอย่างช้าๆ ก่อนจะสังเกตเห็นคริสตัลที่พักผ่อนอยู่ในห้องนั่งเล่นแล้วยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเธออย่างใจเย็น

            “บลูอาย..เกิดอะไรขึ้นหรอ”

            คำถามของคริสตัลนั้นทำให้บลูอายยิ้มขำพลางส่ายหน้าน้อยๆ เป็นเชิงปฏิเสธก่อนจะนั่งลงอีกด้านหนึ่งของคริสตัลแล้วมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเธอ

            สีสันของความรู้สึกที่คริสตัลแสดงออกเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ความสงสัย ความเป็นห่วง ทั้งหมดล้วนเป็นความรู้สึกอันบริสุทธิ์ที่น่าประทับใจ

            เมื่อเห็นสีสันเช่นนี้บลูอายก็นึกชอบคริสตัลมากขึ้นไปอีก ก่อนจะยิ้มขำๆ แล้วพูดออกมาเบาๆ

            “เจ้าอยากรู้หรือคริสตัล..ถ้าเจ้าอยากรู้เช่นนั้นคืนนี้เจ้าสลับคิวกับข้าก็แล้วกัน หลังจากนั้นเจ้าก็รู้เองว่าข้าเป็นอะไร”

            พูดแล้วบลูอายก็หัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นใบหน้าของคริสตัลที่แดงก่ำขึ้นมาทันที แสดงให้เห็นว่าเธอเข้าใจความหมายของบลูอายแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

            ในความเป็นจริงในบ้านนี้คงจะมีเพียงแค่คริสตัลเท่านั้นที่มองดูอาการของบลูอายแล้วไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอทั้งที่มันเด่นชัดขนาดนี้

            ทั้งการเดินที่ไม่ปกติและสีหน้าอิ่มเอิบมีน้ำมีนวลของหญิงสาวที่เพิ่งได้รับความรักความเอ็นดูจากสามี

            สภาพเช่นนี้มันชัดเจนจนไม่จำเป็นต้องใช้คำอธิบายอะไร ทว่าคริสตัลที่ไม่เคยสัมผัสกับประสบการณ์แบบนี้มาก่อนจะไม่ทราบก็ไม่แปลก และเธอยังไม่มีประสาทสัมผัสที่แหลมคมของเผ่าอสูร เธอย่อมไม่สามารถสูดกลิ่นของกัสที่ติดอยู่ในตัวของบลูอายได้