เจียงหงหย่วนคิดว่าเงินเก็บส่วนตัวของหลินหวั่นชิวน่าจะมาด้วยวิธีนี้หลินหวั่นชิวไม่ชี้แจงแต่อย่างใด ยอมรับอย่างคลุมเครือ
นางถือโอกาสพูดว่า “…ครั้งก่อนตามกุ้ยเซียงเข้าไปในตำบลข้าไปถามที่ร้านหนังสือมาแล้ว งานคัดหนังสือที่ร้านให้เงินค่อนข้างมาก ข้าตกลงทำสัญญากับพวกเขาสองเดือนนี้ต้องคัดหนังสือไปส่ง”
เจียงหงหย่วนไตร่ตรองสักพักก่อนที่จะหรี่ตาถามว่า “เจ้ารังเกียจว่าข้าเลี้ยงเจ้าไม่ได้?”
ดูสิแนวคิดบุรุษเป็นใหญ่ออกมาอีกแล้ว
หลินหวั่นชิวรีบปลอบโยน “ท่านเพิ่งหาเงินกลับมาตั้งหลายร้อยตำลึงลองออกไปดูเสียว่าในหมู่บ้านมีผู้ใดหาเงินเก่งเท่าเจ้าอีก? ตอนอยู่บ้านตระกูลหลินข้าไม่เคยกินอิ่มหรือกายอุ่นมาอยู่บ้านตระกูลเจียงแล้วไม่เพียงกินอิ่มทุกมื้อแต่ยังมีเนื้อกินข้าจะรังเกียจท่านได้อย่างไร? ข้าแค่อยู่ว่างไม่ได้เท่านั้นเมื่อก่อนกลัวบ้านตระกูลหลินรู้จึงไม่กล้าหาเงิน ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้วข้าเข้ามาอยู่บ้านตระกูลเจียงย่อมอยากร่วมดูแลครอบครัวนี้ให้ดีร่วมกับท่านเด็กสองคนอายุไม่น้อยแล้ว จะมัวชักช้าไม่ได้ จริงอยู่ที่เจ้าหาเงินได้มากแต่นั่นเป็นเงินที่เจ้าเสี่ยงชีวิตเพื่อได้มา หงป๋อต้องกินยา ค่ายาก็ไม่ใช่ถูกๆ …”
เจียงหงหย่วนกล่าวเสียงทุ้ม “เจ้าอยากหาเงินก็หาไปข้าไม่ห้าม แต่เงินที่เจ้าหามาได้เป็นเงินของเจ้า ครอบครัวนี้ข้าดูแลเอง”
ความจริงเขาดีใจที่ภรรยาตัวน้อยรู้จักสงสารเขาแล้ว
“จะอ่านหนังสือเจ้าค่อยอ่านตอนกลางวันตะเกียงน้ำมันไม่ดีต่อสายตา ข้าไม่อยากมีภรรยาตาบอด!”เจียงหงหย่วนแย่งหนังสือจากมือหลินหวั่นชิวพร้อมบ่นอู้อี้แอบชำเลืองตามองชื่อหนังสือบนหน้าปก
ที่แท้ภรรยาตัวน้อยก็ชอบอ่านนิยาย
“ได้” เจียงหงหย่วนพูดจาไม่น่าฟังแต่หลินหวั่นชิวเริ่มชินเสียแล้ว ไม่ได้ถือสาเอาความใด
เทียบกับคนปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอนางชอบคบหากับคนเช่นเจียงหงหย่วนมากกว่า
เป่าตะเกียงและขึ้นเตียงเจียงหงหย่วนโอบหลินหวั่นชิวเข้าอ้อมอก เขากอดนางนอน
หลินหวั่นชิวพยายามดิ้นเสียงขู่ของเจียงหงหย่วนดังขึ้นข้างหู “นอนนิ่งๆถ้ายังยั่วอีกข้าจะจัดการเจ้าเสีย!”
แค่พูดจบกระบี่ก็พร้อมออกจากฝักแล้ว
หลินหวั่นชิวไม่กล้าขยับเขยื้อนอีกครั้งได้แต่ปิดปากหลับตา กลิ่นจ้าวเจี่ยว[1]บนร่างบุรุษหนุ่มลอยโชยมาที่จมูกนางให้รู้สึกผ่อนคลายตอนแรกคิดว่ามีบุรุษหนุ่มนอนจ้องตาเป็นมันอยู่ด้านข้างจะไม่กล้าหลับ ที่ไหนได้เพียงครู่เดียวก็รู้สึกหนักที่หนังตาขึ้นมาเสียแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงกรนเบาๆของภรรยาตัวน้อย เจียงหงหย่วนผล็อยหลับด้วยความพึงพอใจเช่นกัน
ชีวิตที่มีภรรยาให้กอดเช่นนี้ถึงจะเรียกว่าชีวิตดีๆ
เช้าวันรุ่งขึ้นมีคนเข้าหมู่บ้านมาหาเจียงหงหย่วน
ผู้มาใหม่ขี่ม้าเข้ามา
ทำเอาบรรดาชาวบ้านแปลกใจพากันออกมาดู
แน่นอนว่าหมู่บ้านพวกเขาเคยมีคนขี่ม้าเข้ามานั่นก็คือสวีเต๋อเซิ่ง ลูกชายที่เป็นมือปราบอยู่ในอำเภอของสวีฝู
นอกจากเขาแล้วไม่มีผู้ใดขี่ม้าตัวโตมาที่หมู่บ้านอีก
แม้ผู้มาใหม่จะผอมแห้งไปเสียหน่อยแต่หน้าตาดุดัน บรรดาชาวบ้านต่างไม่สบายใจพากันเดาว่าเจียงหงหย่วนไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดเข้าหรือมีเรื่องกับคนไม่ดีหรือไม่
ตู้เอ้อร์ฮวามองไปทางบ้านตระกูลหลินทันทีนางลูบแขนเสื้อขึ้น หุบยิ้มบนใบหน้าไม่อยู่
นางออกไปตามสวีไคฉวนกลับมาแล้วมุ่งไปทางบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน
ตู้เอ้อร์ฮวากล่าวด้วยความโกรธเกลียดว่า “บ้านพวกเขาเอาเงินพวกเราไปทั้งยังทำให้ตัวเป่าไปเรียนที่โรงเรียนส่วนตัวไม่ได้ ความแค้นนี้ยอมทนไม่ได้เด็ดขาด!”
สวีไคฉวนขมวดคิ้วแน่น “จริงอยู่ที่ยอมทนไม่ได้แต่นายพรานเจียงกลับมาแล้ว พวกเราจะทำกระไรได้? เจ้าย่อมรู้อยู่แก่ใจว่านายพรานเจียงโหดเพียงใดดูสิ่งที่บ้านจ้าวบ้านหวาง หลินซย่าจื้อและแม่ม่ายจูโดนเสีย ทั้งตัวเลอะมูลข้าเห็นไกลๆ ยังคลื่นไส้สุดๆ นับประสากระไรกับพวกนางที่เลอะทั้งตัวและโดนยัดปากอยู่นิ่งบ้างเถิด หรือเจ้าอยากโดนยัดมูลเข้าปากเช่นกัน”
ตู้เอ้อร์ฮวากลอกตาใส่เขา “วันนี้พวกเราถึงต้องให้ต้าเกอช่วยออกหน้าแทนอย่างไรล่ะ” พูดจบก็ขยับเข้าใกล้หูสวีไคฉวนพูดเสียงต่ำว่า “เจ้าเห็นคนที่มาหานายพรานเจียงวันนี้หรือไม่? หน้าตาชั่วร้ายไม่ว่าจะเป็นคนที่เจียงหงหย่วนผูกมิตรหรือมีเรื่องด้วยก็ตามมันอาจนำภัยมาสู่หมู่บ้านเราทั้งนั้น! นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องเล็กๆหากคนในหมู่บ้านกลัวกันหมด…ถึงเวลาพวกเราแค่เสนอให้ไล่พวกเขาออกจากหมู่บ้านกับต้าเกอทุกคนต้องเห็นด้วยเป็นแน่ ดูเถิดว่าพวกเขาถูกไล่ออกจากหมู่บ้านแล้วจะไปอยู่ที่ใด! ในทะเบียนสำมะโนครัวมีจดบันทึกไปที่ใดจะมีผู้ใดรับ? ปล่อยให้พวกเขาอดอยากไปเสีย!”
สวีไคฉวนตาเป็นประกาย “จริงด้วย! สมองเจ้าดีจริงๆ ไปพวกเรารีบไปหาต้าเกอประเดี๋ยวนี้ แต่คนในหมู่บ้านจะเห็นด้วยเช่นที่เจ้าว่าจริงหรือ?”
ตู้เอ้อร์ฮวาตบแขนเขาด้วยรอยยิ้ม “วางใจเถิดก่อนไปหาเจ้า ข้าไปหาหลินซย่าจื้อที่บ้านตระกูลหลินมาแล้ว! ได้เงินไปหนึ่งตำลึงปล่อยให้ครอบครัวนางจัดการเรื่องปลุกระดมชาวบ้านเสียขอเพียงตระกูลเจียงถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน นางจะให้เงินข้าห้าตำลึง!”
“ฮ่าฮ่าฮ่าเจ้าวางแผนเก่งเสียจริง ไปๆ ต้องรีบหน่อย เรื่องนี้จะชักช้าไม่ได้”
“นี่ใช่บ้านเจียงหงหย่วนหรือไม่?” ผู้มาเยือนลงจากม้ามาถามเมื่อมาถึง
หงหนิงกำลังกวาดลานบ้านหยุดงานในมือทันทีที่เห็นว่ามีคนมา “ท่านมาหาต้าเกอข้า?” เห็นหน้าตาน่ากลัวของเจียงหงหย่วนทุกวันหน้าตาของบุรุษผู้นี้จึงทำกระไรเขาไม่ได้
เหลียงหู่ประหลาดใจกับความสงบของเจียงหงหนิงมากยากนักที่จะมีเด็กไม่กลัวเขา
แต่หลังจากเจอเจียงหงหย่วนก็เข้าใจทันทีว่าเหตุใดเจียงหงหนิงจึงไม่สะทกสะท้าน
นั่นเพราะเจียงหงหย่วนเป็นบุรุษที่ขนาดเขาเจอแล้วยังต้องตัวสั่น
“ท่านมาหาข้า?” เจียงหงหย่วนเดินออกมาจากห้องร่างกายดุจปราการเหล็ก แผลเป็นน่ากลัวทอดจากตาซ้ายผ่านสันจมูกไปที่แก้มมองแล้วน่ากลัวมาก
แขนที่ปรากฏภายนอกเต็มไปด้วยแผลเป็นเช่นกันไม่ต้องกล่าวถึงไอสังหารที่แผ่ออก เพราะลำพังแค่แผลเป็นพวกนี้ก็น่ากลัวพอแล้ว
เหลียงหู่รู้ในทันทีว่าเจียงหงหย่วนไม่ใช่คนที่น่ากลัวแค่รูปลักษณ์ภายนอกไอสังหารบนร่างเขาหนาแน่นเกินไปหากไม่เคยสัมผัสเลือดคนมาก่อนไม่มีทางมีไอสังหารเช่นนี้
ทว่าด้านหลังบุรุษผู้นี้กลับมีภรรยาตัวน้อยหน้าตาน่ารักยืนอยู่ทั้งคู่ยืนด้วยกัน มองแล้วให้ความรู้สึกเหมือนข้างเสือร้ายกินคนมีสาวน้อยยืนอิงแอบ
เหลียงหู่ประสานมือให้เจียงหงหย่วน “ข้าน้อยมีนามว่าเหลียงหู่หัวหน้าผู้คุมงานของบ่อนซิงหลงในเมือง ท่านหวงเป็นคนส่งข้ามา”
“หวงจ้งซาน?” เจียงหงหย่วนพอจะรู้อยู่แล้วแค่ลองถามให้แน่ชัด
เหลียงหู่ตอบด้วยรอยยิ้ม “ถูกต้อง ข้ามาทักทายถือโอกาสถามเรื่องวันเริ่มงานของพรรคพวกเจียงด้วย”
หลินหวั่นชิวเห็นอีกฝ่ายยิ้มก็จัดเขาเข้าไปอยู่หมวดเดียวกับเจียงหงหย่วนหมวดที่ยิ้มแล้วน่ากลัวกว่าตอนไม่ยิ้ม
“เชิญท่านเข้ามานั่งคุยเถิด” ผู้มาเยือนล้วนเป็นแขกหลินหวั่นชิวรีบทักทาย
หลินหวั่นชิวชงชาให้ทั้งคู่เหลียงหู่พูดอย่างเกรงใจว่า “น้องสะใภ้ไม่ต้องลำบากคุยกันแค่ครู่เดียวก็ไป อีกประเดี๋ยวข้าต้องรีบกลับ งานในบ่อนค่อนข้างมาก”
เจียงหงหย่วน “ท่านหัวหน้าผู้คุมงานเข้ามานั่งคุยก่อนเถิดถึงในบ้านจะไม่มีชาดีกระไรแต่จะให้ท่านที่เดินทางมาเหน็ดเหนื่อยโดยไม่ได้ดื่มน้ำสักคำไม่ได้”
หลินหวั่นชิวคิดในใจหากบุรุษผู้นี้ไม่ถกเถียงกับนางในด้านการวางตัวกับผู้อื่นก็ถือว่าเขามีความสุขุมเป็นผู้ใหญ่
เชิงอรรถ
[1] จ้าวเจี่ยว(皂角) สมุนไพรจีนชนิดหนึ่งสามารถนำมาทำยาและสบู่