ตอนที่หนึ่งร้อย Sorcerer Supreme
การฝึกวิชาไม่มีทางลัด
เราทำได้แค่ใช้ความพยายามและสติปัญญาเดินไปทีละก้าวเท่านั้น
ถึงแม้ว่าวิชาอย่าง “นอนกับผี” จะเป็นวิชาที่เด็กหัวเกรียนที่ไหนก็ใช้ได้ก็เถอะแต่ผมไม่อยากจะใช้มันหว่ะ
คุ้มหรือฟะที่ต้องแลกมากับการมีข้อห้ามถ้าเผลอนอนจนถึงเช้าผีจะลากไปอยู่ด้วยนี่?
รู้สึกว่าดินแดนแถบนี้จะชอบมากกับการพึ่งไอเท็มและเล่นกับพลังที่ตนเองไม่เข้าใจเพื่อให้กุ๊กกู๋ตนเองมีความสุขนี่
ผมพยายามทำความเข้าใจว่าอยู่ในป่านั้นคนเรามันหื่นจะเป็นเก้งกวางหรือผีสางนางไม้ก็เอาหมดนั่นล่ะ
แต่ก็ไม่เห็นต้องถึงขั้นไปนอนกับผีนี่หว่า
หากถามผมเรียกเสือสมิงมานอนด้วยยังดูปลอดภัยกว่า“นอนกับผี”ธรรมดานี่
อย่างน้อยเรายังเป็นแค่ Bestiality คนที่ชอบนอนกับสัตว์มากกว่าคนที่ชอบนอนกับศพNecrophilia
ถึงผมจะยังงงอยู่จนถึงตอนนี้ว่าเราต้องแก้ปัญหาความหื่นของตนเองด้วยเวทย์ที่อันตรายขนาดนี้เลยหรือนี่?
แต่การเปนชู้กับผีนี้ท่าทางจะเป็นที่นิยมมากพอสมควร
ที่ทั้งคุณนายขี้เหงา ม่ายสาวเด็กเกรียนวัยรุ่น คนสวน สาวใช้ฯลฯ
ก็สามารถใช้ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับจ้าวแห่งจอมเวทย์Sorcerer Supreme แต่ประการใด
นี่คือสาเหตุที่ผมยังทำท่าหลบอยู่หลังอาจารย์คงที่มาเจอกับนางตะเคียนทองในโกดังตอนนี้
“ฮา ฮา ฮา เอ็งเอาคาถาข้าไปแล้วจะสามารถเรียกนางตะเคียนทองไปปรนนิบัติพัดวีเอ็งได้สบายมาก”
อาจารย์คงกล่าวอย่างอารมณ์ดีพยายามหาทางให้เจิดนั้นสามารถเอานางตะเคียนทองที่ปราบมาได้เป็นบริวารรับใช้อย่างที่หมอผีนั้นทำกัน
อาจารย์คงที่ได้ดื่มเหล้าขาวมาสองขวดแล้วกำลังกล่าวอย่างอารมณ์ดีตอนที่กำลังจะทำงานที่จะสร้างเรือเหาะให้ผมจากไม้ตะเคียนของนางตะเคียนทอง
ว่าแต่อาจารย์เมาเหล้าอยู่อย่างนี้จะเชื่อถือได้ไหมฟะนี่?
แต่เราอยู่ในระบบลูกมือ ครูพักลักจำ
เราไม่ได้อยู่ในระบบฮอกวอร์ต
การเรียนวิชาเลยต้องดูอาจารย์เป็นแบบอย่างในหลายๆครั้ง
ไม่ใช่มีห้องสมุดที่สามารถค้นคว้าได้แบบฮอกวอร์ต
แค่มีตำราเวทย์อยู่สักเล่มก็กลายเป็นของมีค่าประจำตระกูลของหลายๆคนแล้วนั่นเอง
ขุนแผนที่ได้ศึกษาอาคมจากในกำปั่นจึงถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้มาก
เส้นทางสู่การเป็น Sorcerer Supreme ของผมนั้นยังห่างไกลนัก