ชิงรักชิงร้าย(จบแล้วมีEbook)

    บทที่ 30 คุณนายใหญ่

            กลับมาได้สองวันเจ้าสัวเฟยหลงกับคุณวิราก็ให้คนมาเชิญคุณใหญ่กับภรรยาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยบรรยากาศเย็นนั้นดูอึมครึมเนยเคยเจอคุณนายใหญ่แห่งมังกรกรุปตัวจริงเพียงครั้งเดียวแต่เมื่อลองสำรวจความทรงจำของตัวละครตัวนี้พบว่า เธอเคยเจอคุณนายใหญ่ใกล้ๆสามครั้งและแต่ละครั้งก็รู้สึกไม่ค่อยชอบใจกับสายตาและท่าทีกดข่มผู้อื่นที่เผลอแสดงออกในบางคราวไม่ได้

                “เป็นไงฮันนีมูนสนุกไหม?”น้ำเสียงเจ้าสัวดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเขาได้ยินหทัยกับเปรมกลับมารายงานสถานการณ์ให้ภรรยาฟังแล้วความหวานชื่นของคนทั้งคู่เป็นสิ่งที่เจ้าสัวต้องการฟัง

                “ก็ดีครับเราเข้ากันได้ดี” คุณใหญ่ยิ้มน้อยๆแล้วหันไปมองดูภรรยาของตนก็ก้มลงเขี่ยช้อนกับจานข้าวรอฟังการโต้ตอบของคนบนโต๊ะอาหาร

                “ผมว่าอีกไม่นานคุณพ่อน่าจะได้อุ้มหลานครับ” คุณสามยิ้มกริ่ม

                คุณวิรามองลูกเลี้ยงทั้งสองใบหน้ามีรอยยิ้มเครียดเล็กๆ “เห็นว่า ภรรยาคุณใหญ่เกิดอุบัติเหตุด้วยนี่เป็นไงบ้าง?”

                “เขาดวงแข็งใครก็ทำอะไรไม่ได้” สามีตัวโตเงยหน้าขึ้นโต้ตอบกับแม่เลี้ยง

                คุณสองที่นั่งอยู่ข้างคุณสามมองหน้าแม่ของตนเองแววตาปรากฏความขุ่นเคืองขึ้นชั่ววูบคุณสามเห็นอาการของสองแม่ลูกเขา ‘พี่ใหญ่สันนิษฐานไม่ผิดจริงๆ’

                “ทีแรกก็โดนเศษกระจกหน้าต่างกระจกห้องน้ำในเรียวกังบาดเอาโชคดีที่มันแตกแล้วกระเด็นไปไกลอีกครั้งก็โดนนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มล้มทับข้อเท้าเคล็ดแต่ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้วครับ ผมดูแลภรรยาอย่างดี” เขาเอ่ยเสียงเรียบ

                “ฉันก็ตำหนิหทัยกับเปรมไปแล้วที่ดูแลคุณใหญ่กับภรรยาไม่ดีอุตส่าห์ส่งไปตามประกบขนาดนั้น”

                “ถ้ามันเป็นเรื่องสุดวิสัยไม่ว่าจะมีคนไปดูแลสักกี่คนมันก็คงเกิดขึ้นจนได้คุณวิราอย่าเพิ่งโทษคนอื่นเลยครับ” เขาตวัดสายตาไปทางคุณสองน้องชายก้มหน้าวูบมองจานข้าวเขารู้สึกละอายที่แม่ของตนเองสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องไม่หยุดหย่อน

                “เนยเดี๋ยวคุณแม่จะให้หทัยคอยดูแลก็แล้วกันนะจ๊ะ” เธอไม่กล้าเรียกตนเองว่าแม่กับคุณใหญ่เพราะโดนรายนั้นออกฤทธิ์ใส่ตั้งแต่เด็กจนเข็ด แต่หันมาตะล่อมเนยแทน

                เนยตกใจเธออ้าปากจะปฏิเสธแต่คุณใหญ่กลับหันมาทำสายตาห้ามปราม “ไม่ต้องหรอกครับ คนของผมก็เยอะแยะคุณวิราเอาไว้ดูแลตัวเองจะดีกว่า ช่วงนี้เราจะเปิดโครงการใหม่ตั้งสิบโครงการมูลค่านับแสนล้าน ยังไม่รู้จะเกิดศัตรูอีกเท่าไหร่”น้ำเสียงของเขาดูไม่คล้ายการข่มขู่

                “ก็จริงนะต่อไปเราทุกคนต้องระวัง สงครามการค้ารอบนี้น่าจะรุนแรงยิ่งขึ้น” เจ้าสัวดูเคร่งขรึมเมื่อพูดนึกถึงโครงการที่กำลังจะออกมา“เราต้องติดต่อกับต่างชาติเพิ่มขึ้น และไม่แน่ว่าอาจจะต้องเลือกข้างในการทำธุรกิจอีก สองแกต้องดูดีๆ ล่ะ ว่าใครที่เราควรเลือก” เจ้าสัวหันไปหาลูกชายคนรอง

                “ครับคุณพ่อ”คุณสองปรับสีหน้าและอารมณ์ได้ทันควันความขุ่นมัวเรื่องบุพการีเปลี่ยนเป็นการครุ่นคิดเรื่องการงาน“ผมกำลังให้คนประเมินความเสี่ยงของแต่ละฝ่าย พอการเมืองระส่ำระสายนักธุรกิจก็ยังไม่ค่อยไว้วางใจที่จะลงทุน”

                “เจ้าสี่อย่าลืมเข้าประชุมใหญ่วันพรุ่งนี้ วางงานนั้นไว้ก่อน” คุณสี่ที่นั่งรับประทานเงียบๆฟังคนในครอบครัวคุยกัน เงยหน้าขึ้นรับคำบิดาเขาไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็นบนโต๊ะอาหารนักหากคุณพ่อไม่ถามสถานะของเขาในครอบครัวนี้แม้พี่ๆ ทุกคนจะแสดงออกถึงการให้เกียรติแต่เขาก็ต้องดูสีหน้าคุณนายใหญ่เสมอ คุณแม่ของเขาคอยกำชับให้ดูทิศทางลมให้ดี ‘หลีกเลี่ยงความขัดแย้งไว้ก่อนเพราะเราเป็นแค่ผู้น้อย หากยังไม่ชัดเจนอย่าบุ่มบ่ามสร้างศัตรูเอาไว้ถึงเวลาเหมาะๆ สี่เองก็จะได้เป็นตัวของตัวเองนะลูก’

                พี่สามต่างกับเขาเพราะพี่สามมักจะแสดงออกว่าไม่สนใจอำนาจและตำแหน่งใดๆ ในบริษัทอย่างชัดเจนจึงมักจะโต้แย้งกับทุกคนโดยไม่สนใจภาพพจน์ใดๆพฤติกรรมส่วนตัวที่ทำตัวเป็นเพลย์บอยเต็มขั้นทำให้คุณวิราส่ายหน้าและเจ้าสัวเองก็เคยโมโหถึงขนาดที่เอ่ยปากห้ามไม่ให้ใครมาเสนอตำแหน่งด้านการบริหารระดับสูงกับเขาความจริงคุณสี่อิจฉาพี่ชาย เขาอยากมีอิสระอย่างนั้นบ้าง แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะมารดาของพี่สามเป็นอดีตนักแสดงที่ชอบชีวิตอิสระแม้จะยอมมาเป็นคุณนายที่สามของมังกรกรุป แต่กลับไม่ได้ยึดติดกับสามีเท่าใดนักขอเพียงมีเงินให้ใช้กับอิสรภาพในการเที่ยวเตร่ก็พอใจแล้ว

                “แล้วผมล่ะครับคุณพ่อ”คุณสามเอานิ้วชี้เข้าหาตัวเอง

                “ตามใจแกสิ”เจ้าสัวสะบัดเสียง เขาไม่อยากคาดหวังอะไรกับลูกชายคนนี้

                “งั้นผมเข้าประชุมด้วย”เขาทำหน้ายั่วเย้า

                “ก็ดี”

                คุณใหญ่เลิกคิ้วเมื่อเห็นคุณสามยั่วโมโหเจ้าสัวส่วนคุณวิราทำหน้าตึง คุณนายใหญ่ไม่เคยชอบใจลูกเลี้ยงคนนี้ทั้งทะลึ่งตึงตังและไม่เกรงกลัวอะไร แม้จะเคยโดนเจ้าสัวลงโทษหลายครั้งตั้งแต่วัยรุ่นเพราะพฤติกรรมแหกคอกแต่อย่างน้อยก็ยังเรียนจบวิศวกรรมมาได้ด้วยดี จนได้เข้าทำงานในบริษัทแม้ตำแหน่งจะไม่เฉียดใกล้ความยิ่งใหญ่ของคุณสองบุตรชายของเธอแต่อาการที่เจ้าสัวยอมให้ลูกชายคนนี้ยั่วโมโหอยู่บ่อยๆ ทำให้เธอรู้สึกว่าเจ้าสัวเอ็นดูบุตรชายเสเพลอย่างยิ่ง

                เนยมองคนนั้นทีคนนี้เธอ‘ทำตัวให้เนียนทำตัวให้เนียน’ เมื่อเธอกลับไปที่ห้องนอนจึงเอาแท็บเล็ตออกมาเปิดล็อกระบบภายในเปิดดูผังความสัมพันธ์ของตัวละครที่เธอเขียนโยงไว้ในแอพพลิเคชั่นเมื่อวานเธอขอกลับไปบ้าน อ้างว่า เอาของฝากไปให้คุณพ่อกับคุณแม่ ความจริงเธอไปถ่ายรูปผังความสัมพันธ์ในสมุดที่ซ่อนในห้องนอนเก่าลงในแท็บเล็ตเพื่อเอามาวิเคราะห์สถานการณ์‘ได้เวลาหาทางกลับบ้าน’

                ขณะรอนั่งเครื่องกลับเธอยังจำใบหน้าของแยมที่ดูเหวอเมื่อเธอเดินเข้าไปขอเบอร์โทรศัพท์มือถืออีกฝ่ายที่ยังคงยึดถือเธอเป็นคู่แข่ง ชักสีหน้าไม่พอใจ แต่จำต้องรักษามารยาทเพราะอยู่ต่อหน้าคุณชายทั้งสี่แห่งมังกรกรุป

                เนยแอบออกไปเดินเล่นที่สวนเพื่อโทรศัพท์นัดแนะกับแยมให้ไปเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าเมื่อเธอไปขออนุญาตจากสามีตัวโตเขาสั่งให้เข้มขับรถพาเธอไปส่งและรอรับเธอกลับไม่อนุญาตให้เธอไปเพียงลำพัง “อย่างที่เนยรู้ช่วงนี้เราทุกคนต้องเริ่มระวังตัว”

                เธอขี้เกียจโต้แย้งจึงยอมรับแต่โดยดีอย่างน้อยเข้มก็ทำหน้าที่เพียงนั่งรอที่รถ อีกอย่าง เข้มคือคนของคุณใหญ่ไม่ใช่คุณวิรา เธอจึงค่อนข้างไว้วางใจ

                เนยนัดแยมที่ร้านกาแฟชื่อดังหลังได้เครื่องดื่มคนละแก้ว จึงมองหาโต๊ะมุมในสุด “เธอรู้สึกไหมว่าชีวิตเธอมันแปลกๆ”

                ใบหน้าสะสวยของแยมดูเหยเก“แปลกยังไง?”

                “อย่างเช่นบางอย่างเธอควรควบคุมได้ แต่ไม่ได้กลับต้องทำไปเหมือนมีคนเขียนบทให้เธอต้องทำแบบนี้” เนยจ้องตาแยม

                “เธอพูดบ้าอะไรของเธอ?” ท่าทางฟึดฟัดของอีกฝ่ายทำให้เนยนึกหัวเราะ แยมในโลกจริงก็นิสัยแบบนี้คู่แข่งตลอดชีวิตของเธอตั้งแต่อนุบาลยันมหาวิทยาลัย

                “ฉันจะเล่าเรื่องหนึ่งให้เธอฟัง....”เนยเล่าเรื่องราวระหว่างเด็กหญิงสองคนที่เรียนร่วมชั้นอนุบาลและคอยชิงดีชิงเด่นเพื่อให้ครูสนใจตนเองที่สุดต่อมาทั้งสองต่างสนใจเพื่อนชายร่วมชั้นที่ชื่อ นัท การแข่งขันจึงดุเดือดขึ้นตามประสาเด็ก การถกเถียงและแย่งชิงล้วนเป็นเรื่องที่ดูขำขันในสายตาผู้ใหญ่แต่สำหรับพวกเธอทั้งคู่ความรู้สึกอยากเอาชนะอีกฝ่ายตามมาจนถึงโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษานอกจากจะผลัดกันแพ้ชนะในการสอบได้ที่หนึ่งในโรงเรียนแล้วทั้งสองยังแย่งชิงความเด่นในการทำกิจกรรมในโรงเรียน แม้แยมจะได้เป็นดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งมากกว่าเนยแต่เนยก็ได้ขึ้นรับรางวัลบนเวทีของโรงเรียนมากกว่าแยมตราบจนเธอทั้งสองสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ได้สำเร็จแม้จะอยู่คนละสาขา แต่กลับมีความสนใจในการเขียนนิยายเหมือนกันนั่นคือการแข่งขันครั้งใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อความดังในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คคือเป้าหมาย

                “แล้วใครชนะ?” แยมจับหลอดกาแฟทิ่มลงในแก้วซ้ำอีกสองครั้ง

                “ยังไม่รู้ผลแต่ที่แน่ๆ คนแรกเขียนนิยายบู๊ล้างผลาญส่วนคนที่สองแม้จะเขียนนิยายรักแล้วเคยติดอันดับหนึ่งของเว็บแต่ตอนหลังไม่ได้อัพผลงาน จึงทำให้อันดับร่วง”

                “อ้าว....แล้วคนที่สองหายไปไหน?”

                “กำลังเขียนปริญญานิพนธ์”เนยจับจ้องแยม “แล้วคนแรกก็มาอยู่ที่นี่”

                “เธอน่ะเหรอ?”

                เนยขยับเข้ามากดบ่าของแยมจ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย “ฟังให้ดีแยม เธอคือตัวละครที่เธอในโลกจริงเขียนไว้และเธอก็เขียนให้ฉันเป็นตัวอิจฉาของเรื่องนี้ เพียงแต่เรื่องราวมันพลิกผันตอนที่ฉันเข้ามาในนิยายเรื่องนี้ฉันกลับหลงเข้าไปอยู่ในห้องกับคุณใหญ่แทนที่จะเป็นเธอตอนนี้เรื่องราวมันไม่เหมือนที่เธอเขียนแล้ว และฉันก็ต้องการกลับบ้านกลับโลกจริงของฉัน มีเพียงเธอเท่านั้นที่จะช่วยได้”

                แยมตกใจจนจิตหลุดไม่เคยมีใครพูดเรื่องบ้าๆ แบบนี้กับเธอมาก่อน เนยรู้ว่า แยมคงยากที่จะเชื่อเธอจึงควักเอาแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดให้ดูผังความสัมพันธ์ของผู้คนในนิยายที่เธอเขียนเอาไว้พร้อมกับเล่าเรื่องที่เธออ่านมาทั้งสิบสองตอนให้เนยได้รู้ เนยใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการบรรยายเนื้อหาและปมในนิยาย

                “ฉันแอบอ่านนิยายของเธอจนถึงตอนที่สิบสอง แล้วพอไปนั่งพิมพ์ปริญญานิพนธ์ต่อก็วูบหลับไปจากนั้นก็มาโผล่ที่นี่”

                แยมกำลังตกตะลึงสมองเธอวนเวียนคิดเรื่องที่เนยเล่าและบางเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าเนยจะรู้เกี่ยวกับความลับของเธอและครอบครัวเธอ เนยอ้างว่า “มันถูกเขียนไว้ในนิยายเรื่องชิงรักไฮโซ”

                “แล้วนิยายเรื่องนี้มีในอินเตอร์เน็ตไหม?”

                “ฉันลองหาดูแล้วไม่มี แม้แต่นิยายของฉันที่เขียนไว้ก็หาเจอไม่เจอเธอเปิดเว็บไซต์นิยายออนไลน์ให้แยมดู”

                “ฉันเคยคิดจะเขียนนิยายเหมือนกันนะ”แยมแย้มพรายเรื่องที่เธอแอบคิดไว้ แต่ไม่กล้าให้คนในครอบครัวรู้เพราะเป้าหมายใหญ่ของครอบครัวเธอ คือการเป็นบริษัทอันดับหนึ่งแทนมังกรกรุป

                “เธอเขียนโครงสร้างเรื่องไว้บ้างไหม?”

                แยมสะดุ้งเพราะเธอแอบเขียนเรื่องราวของคนรอบตัวทั้งหมดแบบที่เนยเขียนเอาไว้เพียงแต่แอบแฝงในชื่ออื่นเธอยังสับสนที่จะเชื่อคำพูดของเนยคู่แข่งที่มุ่งมั่นแย่งชิงการจีบคุณสองมาระยะหนึ่ง

                “ใช่ฉันเขียน เหมือนที่เธอเอาให้ดูเมื่อกี้เลย”

                “เย้ๆงั้นเธอก็คิดเนื้อเรื่องคร่าวๆ ไว้แล้วสินะ”

                “อืม”แยมพยักหน้ายอมรับ มันเหมือนสิบสองตอนที่เธอเล่าเลยล่ะ

                “เธอเชื่อฉันแล้วใช่ไหม?”

                “เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์”

                “ยังจะเหลืออะไรไว้อีก? ฉันต้องการความช่วยเหลือนะตอนนี้ครอบครัวนั้นกำลังจะทำโครงการใหญ่ คนในบ้านได้รับการเตือนให้ระวังตัวฉันไม่รู้ว่า ครอบครัวนี้ต้องระวังอะไร” เนยทำหน้าวิตก

                “จะมีอะไรล่ะ? พอโครงการมา เงินมหาศาลจะแพร่สะพัดคนในตระกูลนั้นต้องระวังการโดนจับเรียกค่าไถ่น่ะสิ”

                “หา!”

                “เธอรู้ข่าวลือเรื่องการตายของเจ้าสาวคนแรกของคุณใหญ่ไหม?” แยมคาดคั้นเนย

                “รู้ทั้งสามคนนั่นล่ะเคยได้ยินพวกเมดเขาคุยกัน”

                “คนนั้นตายในระหว่างการโดนจับเรียกค่าไถ่”

                เนยถึงกับอ้าปากค้างอาการนี้ทำให้แยมรู้ว่า ที่เนยรู้มาเป็นการรู้แบบที่เขาแถลงข่าว ไม่ใช่การรู้ ‘ความจริง’

                “แม้เขาจะปิดกันเป็นความลับแต่ฉันฟังมาหลายทางแล้ว คาดว่าเป็นการกระทำของคู่แข่งทางธุรกิจจับคู่หมั้นคุณใหญ่ไปเรียกค่าไถ่ ระหว่างรอรับเงินผู้หญิงคนนั้นมีแฟนบุกเข้าไปช่วย”

                “แฟน?”

                “ใช่ผู้หญิงมีแฟนแล้ว แต่จำยอมรับหมั้นเพราะผู้ใหญ่บังคับ”

                “จากนั้นล่ะ”

                “ทั้งสองคนนั้นโดนยิงตายระหว่างหลบหนีเรื่องนี้ปิดข่าวกันน่าดู ทางมังกรกรุปแถลงการณ์ว่า มันเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์แต่วงในบอกว่าไม่ใช่”

                เนยตะลึงอึ้งไปครู่“แบบนี้ฉันก็จะยิ่งโชคร้ายสิ”

                แยมมองเนยด้วยความเห็นใจตอนที่รู้ว่า เนยต้องแต่งงานกับคุณใหญ่เธอก็รู้อยู่แล้วว่าคู่แข่งคนนี้ต้องกลายเป็นเป้าหมายในการลอบทำร้าย

                “เธอลองทบทวนดีๆสิว่า ตั้งแต่เธอได้ชื่อว่าเป็นเจ้าสาวของคุณใหญ่เป็นต้นมา เธอเจอเหตุการณ์ร้ายมากี่ครั้ง”

                แม้แยมจะไม่รับปากตรงๆว่าจะช่วยเธอ แต่เนยรู้แล้วว่า การที่แยมยอมเล่าเรื่องราวเชิงลึกให้ฟังนั่นคือยอมเชื่อและคิดจะช่วย เนยจึงเรียบเรียงความซวยตามลำดับที่เธอเจอมา

                แยมไล่นิ้วไปตามผังความสัมพันธ์บนแท็บเล็ตแล้วหันไปบอกเนย“ถ้าให้ฉันวิเคราะห์และคิดจะเขียน มีไม่กี่คนที่น่าสงสัยและเธอต้องชิงคิดวิธีที่จะสกัดกั้นคนพวกนี้ก่อนที่พวกเขาจะลงมือทำร้ายเธอครั้งต่อไป”

                เนยสบตาแยมอย่างขอบคุณ“สมแล้วที่เธอเป็นคนเขียนเรื่องนี้ ฉันคิดไม่ผิดจริงๆ ที่หวังพึ่งพาเธอ”

                “ฉันหวังว่าเธอจะรอดนะ”

     

    ***************************