เบน น่านฟ้า talk
วางสายจากไอ้ชินผมก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ รอหว่าหวาขึ้นมาหา หึ โดนจนปากเปื่อยแน่ยัยตัวแสบ โทษฐานทำตัวน่ารักจนคนเค้าให้เป็ดาวบริษัท แบบนี้ต้องกำหราบให้เข็ด มันขัดใจพี่
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังเข้ามา ผมเลยรีบหันเก้าอี้ทำงานกลับหลังให้ประตู เพื่อไม่ให้คนที่กำลังจะเดินเข้ามาเห็น
“เชิญ” ผมดัดเสียงเพื่อให้คนข้างนอกได้ยิน
(หว่าหวา : ฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องตามที่มีคนบอกทาง แต่ทำไมเข้ามาแล้วไม่มีใครสักคน และห้องนี้ก็ไม่เหมือนห้องประชุม อย่าให้เป็แบบที่คิดเลย)
" คือเลขาท่านประธานให้มาพบฝ่ายบุคคล ที่นี่ค่ะ " เสียงหว่าหวาเอ่ยขึ้น
" ไม่มีนะ ที่นี่ไม่มีฝ่ายบุคคล " ผมบอกเสียงเรียบพร้อมหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ
" คุณ!!! นี่คุณให้เลขาไปหลอกหว่าหวามาเหรอ " พอเห็นว่าเป็ผมเธอก็พูดออกมาอย่างไม่พอใจ และหันหลังจะเดินหนีทันที ผมเลยต้องรีบมากระชากแขนเธอเอาไว้
"จะไปไหนเล่า "
"ร้ายทั้งเ้านาย ทั้งลูกน้องเลยนะ ปล่อย!! ฉันเจ็บ ที่รังแกฉันเมื่อบ่ายยังไม่พอใจใช่มั๊ย " เธอเริ่มต่อว่าอย่างไม่สบอารมณ์
"ช่วยไม่ได้ อยากหลงกลเอง " ผมยักไหล่อย่างผู้ชนะ
"นี่แนะ!!! ทำไมต้องมายุ่งกับฉันด้วย นี่แนะ นี่ นี่ นี่!!! เ้าเล่ห์ดีนัก นี่ นี่!!! " ทันใดนั้น มือเล็กของเธอก็รัวหมัดมาทุบอกผมไม่ยั้ง ฤทธิ์เยอะจังเลยนะ
(หว่าหวา : ไอ้บอสเฮงซวยทำไมต้องหาเื่แกล้งฉันไม่จบไม่สิ้น ตอนนี้ฉันไม่ทนแล้ว ฉันรัวหมัดทุบอกเขาด้วยความอัดอั้นตันใจที่เขาวุ่นวายกับฉันจนเหลืออด)
"โอ๊ย เจ็บนะหว่าหวา " ผมร้องห้ามปราม พร้อมรวบตัวเธอเข้ามากอดเอาไว้ไม่ให้ทำร้ายผมได้อีก แล้วกดเธอลงบนโซฟาตัวใหญ่ พร้อมขึ้นคร่อมทาบทับเธอเอาไว้ให้หมดฤทธิ์
" ดื้อใช่มั๊ย หว่าหวาห๊ะ!!! แค่มาเจอหน้ามันจะตายใช่มั๊ย " ผมตวาดใส่หน้าเธอเสียงเข้ม เพราะเธอชอบทำสีหน้าไม่ชอบใจทุกครั้งที่เจอหน้าผม เหมือนว่าเธอรังเกียจผมมาก
"โอ๊ย ปล่อย ปล่อยยย " เธอร้องขัดขืน ดิ้นรนให้ผมปล่อย แต่มีหรือผมจะสนใจ
"รังเกียจมากใช่มั๊ย เจอทีไร ต้องทำเป็รังเกียจตลอด " ผมบดกรามแน่นจ้องมองเธอด้วยความเดือดดาล ไม่เคยมีใครทำกิริยารังเกียจผมเหมือนไส้เดือนกิ้งกือแบบที่เธอทำเลย เห็นท่าทางแบบนี้มันทำให้ความอดทนของผมสิ้นสุด ก้มลงไซ้ซอกคอขาวระหงของหว่าหวาอย่างบ้าคลั่ง แม้ว่าเธอจะดีดดิ้นแค่ไหนผมก็ไม่สนใจ แรงของเธอไม่มีทางสู้ผมได้หรอก ผมเลื่อนมาจูบพรมไปทั่วหน้าสวย แล้วก็กดปากลงไปจูบที่ริมฝีปากบางอย่างรุนแรงและดูดดื่ม ผมไม่สนหรอกว่าเธอจะเจ็บมั๊ย เพราะเธอทำให้ผมโมโห เธอต้องได้รับการลงโทษจนกว่าผมจะพอใจ
" อื้ม ปล่อย อื้ม ปล่อย " หว่าหวายังไม่มีท่าทีจะหยุดดิ้นรน แม้ว่าผมจะรุกรานเธอหนักหน่วง และยิ่งเธอทำแบบนี้มันยิ่งปลุกไฟในกายผมให้ถาโถมรุนแรง และเดือดดาลมากขึ้น
(หว่าหวา talk : นี่ฉันกำลังจะเจอกับอะไร ทำไมเขาต้องรุนแรงกับฉันแบบนี้ด้วย หว่าหวาแกจะยอมให้ผู้ชายคนนี้ย่ำยีแกจริงๆ เหรอฉันถามตัวเอง ในขณะที่ร่างกายพยายามขัดขืนดิ้นรนหนีการรุถกรานของเขาอย่างสุดความสามารถ แต่มันก็ดูจะไม่เป็ผล เขามีแต่เพิ่มกำลังทำร้ายฉันมากขึ้น หากใช้ไม้แข็งแล้วมันไม่ได้ผล ฉันควรจะใช้ไม้อ่อนเพื่อเอาตัวรอด ไม่มีทางที่ฉันจะยอมจนมุมง่ายๆ แน่ คิดได้แบบนั้นก็เลย…….)
เฮ้ย!!! อยู่ดีดีเธอก็จูบตอบผมโดยไม่ขัดขืน เธอให้ความร่วมมืออย่างนุ่มนวล จนผมรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับจูบที่ไม่ประสาของเธออีกครั้ง มือที่เอาแต่ปัดป่ายตีตามแผลงอกกว้างย้ายมาโอบรอบคอผมอย่างอ่อนโยน และเราสองคนก็จูบกันดูดดื่มบนโซฟาตัวใหญ่ในห้องทำงานอย่างวาบหวามหัวใจเป็นานสองนาน
" หว่าหวา เจ็บปากค่ะบอส พอก่อนได้มั๊ยคะ " เสียงหว่าหวาดังขึ้นอ่อยเบา และสบตาผมอย่างเว้าวอนร้องขอ ทำเอาผมแปลกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของเธอมากทีเดียว แต่นึกอีกทีเธออาจจะยอมจำนนต่อความ้าของตัวเองก็ได้
" เจ็บเหรอครับ " เมื่อเห็นว่าเธอใช้ลิ้นเลียริมฝีปากไปมาท่าทางจะเจ็บจริงๆ ผมก็เอ่ยถามเสียงเบา ใช้มือไล้ตามใบหน้าเนียนด้วยความเป็ห่วง ยิ่งอยู่ใกล้ทำไมหัวใจผมต้องเต้นระรัวขนาดนี้นะ
" ลุกก่อนนะคะ หว่าหวาเจ็บ นะคะ " เสียงอ้อนวอนของหว่าหวาดังออเซาะ ทำให้ผมอ่อนระทวยอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เวลาเธอออดอ้อนแบบนี้มันทำให้ผมยอมทำตามที่เธอบอกทุกอย่าง อย่างไม่น่าเชื่อเลย แต่พอลุกขึ้นเท่านั้นแหละ
เปี๊ยะ!!!!!!!!
เธอตบหน้าผมทันที โดยที่ผมยังไม่ตั้งตัว ไม่มีใครกล้าทำกะผมแบบนี้นะ เธอเป็ใคร!!!
" คุณมันเลว เลว ไม่มีอะไรเปรียบ " เธอตวาดใส่หน้าผม และกำลังรีบวิ่งออกจากห้อง หึ!!!! ไม่มีทางได้ออกไป ถ้าผมไม่ได้สั่ง!!!
ผมกระชากแขนเธอกลับมาอย่างแรง จนเธอใ
(หว่าหวา talk : นึกว่าจะหนีพ้นแต่ทำไมต้องเป็แบบนี้ เขาคงไม่ยอมปล่อยฉันอีกแน่ๆ เลย หมดทางสู้แล้วหว่าหวา ในหัวใจสั่นกลัวคนตรงหน้าจนไม่รู้จะทำยังไง เพราะเขายืนจ้องฉันอย่างอาฆาต ฉันน้ำตารื้นคลอเบ้าอย่างหมดทางออก ก็ฉันไม่อยากให้คุณมายุ่งกับฉันไง ไม่เข้าใจรึไง)
" ปล่อยอย่ามายุ่งกับหว่าหวาเลย จะให้ทำอะไรก็ได้ ฮือๆๆๆ" หว่าหวาร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ผมเห็นเท่านั้นก็ใไปเหมือนกันจากตอนแรกที่ดูมีมารยาร้อยเล่มเกวียนทำไมตอนนี้ขี้แงเหมือนหมดทางสู้ จากที่โกรธเธอมากมายเมื่อกี๊กลายเป็อยากกอดปลอบขึ้นมา ผมเลยรวบตัวเธอเข้ามาหาอกแกร่ง พร้อมกับโอ๋ ปลอบใจอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน
" ไม่ร้องๆ ไม่ร้องนะครับ หว่าหวา โอ๋ๆๆๆ" พร้อมโยกตัวคนในอ้อมกอดไปมา ส่งเสียงเบาบางเป็การปลอบโยนให้เธอหายหวาดกลัว เออ กูเป็ไปได้ถึงเพียงนี้ ปกติใครมาสำออยใส่ กูเดินหนีเลยนะ กับยัยนี่คืองงตัวเองทำไปได้ไง ผมรู้สึกอยากให้ความอบอุ่นกับเธอ ไม่อยากเห็นเธอร้องไห้เพราะผม
“ปล่อยหว่าหวาไปเถอะ อย่ายุ่งกับหว่าหวาเลยเลย ฮือๆๆๆๆ" ยิ่งปลอบยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก ดีก็แต่ไม่ดิ้นรนขัดขืนเท่านั้น คงรู้นั่นแหละว่าดิ้นรนไปก็เหนื่อยเปล่า หมดฤทธิ์ซะแล้วยัยตัวแสบเอ๊ย
" มาคุยกันดีดี ได้มั๊ย " ผมดันตัวเธออกห่าง พร้อมร้องขอเธอโดยไม่ใส่อารมณ์ แล้วเธอก็พยักหน้าตกลงอย่างน่ารัก
"มานี่มา " ผมดึงเธอมานั่งลงบนตักที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ได้กอดเธอเอาไว้โดยไม่ขัดขืนสักทีนะ คนอะไรวะตัวหอมเป็บ้าเลย
" ทำไมต้องให้นั่งแบบนี้ด้วย ที่นั่งมีตั้งเยอะแยะนี่ค่ะ "นึกชมไม่ทันไร ชักจะมองผมตาขวางอีกละนะ ก็อยากใกล้ชิดครับเข้าใจมั๊ย เด็กเข้าใจยาก
" จะคุยดีดีมั๊ย " ผมเริ่มถามเสียงดุอีกครั้ง แต่เธอก็เบือนหน้าไปทางอื่นอย่างไม่รู้ไม่ชี้
(หว่าหวา talk : จะมาไม้ไหนอีกละ ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ยอมปล่อยใช่มั๊ย เฮ้อ)
" มองหน้าเฮียหว่าหวา "
" ต่อไปให้เรียกเฮีย ว่าเฮียเบนเข้าใจมั๊ย " ผมเชยคางเธอให้หันหน้ามามองหน้า และบอกเธอเสียงเรียบ อยากให้เธอแทนผมว่าเฮียที่แปลว่าพี่เพราะครอบครัวผมมีเชื้อสายจีน
" ค่ะ" เธอตอบรับอย่างว่าง่ายคงไม่อยากต่อปากต่อคำให้เหนื่อยนั่นแหละ
" อืม เฮียเบนไม่ทำแบบที่เคยทำกับหว่าหวาแล้วได้มั๊ยคะ " เธอถามผมโดยไม่ใส่อารมณ์ เริ่มคุยกันรู้เื่มากขึ้น
" ทำไมครับ "
" หว่าหวามาทำงานที่นี่ เพราะอยากทำงานจริงๆ ไม่ได้อยากโดนเ้านายมารังแกค่ะ " ผมถึงกับแค่นหัวเราะ เพราะคำพูดของเธอ นี่มันเรียกรังแกที่ไหน เค้าเรียกว่าจีบต่างหาก (ไรท์ว่ารังแกนะ จีบหนักขนาดนี้เหรอ จีบของเฮียเบนแปลกนะ)
หว่าหวา talk
"..........." ฉันตัดสินใจบอกกับเขาอย่างมีเหตุผล หวังว่าเขาจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด
เขาเอาแต่จ้องหน้าฉันนิ่งๆ โดยไม่ได้ให้คำตอบอะไร มันจะได้ผลมั๊ยนะ เขาจะยอมเข้าใจและปล่อยให้ฉันทำงานที่นี่อย่างมีอิสระมั๊ย ฉันไม่ได้อยากทำงานไปด้วยและบำเรอกามให้เขาไปด้วยนี่นา
โอ๊ยท่าทางการใช้เหตุผลมันจะไม่ได้ผลใช่มั๊ย จะทำยังไงล่ะทีนี้ ตายแน่ๆ เลย เอะอะโวยวายใส่ก็แล้วพูดด้วยเหตุผลก็แล้ว เขาก็ยังไม่เข้าใจ ต่อไปเขาต้องบังคับฉันให้ตกเป็ของเขาแน่ๆ แม่จ๋าพ่อจ๋าช่วยหว่าหวาด้วย ขอให้ออกจากตรงนี้ได้โดยยังเหลือความบริสุทธิ์ทีเถอะ ฉันภาวนา
เอาไงดี เอาไงดี ฉันกำลังคิดว่าจะทำไงดี ลองใช้แผนที่ยัยซามาเพื่อนของฉันบอกตอนเรียนมหาลัยดีกว่า ถ้าเวลาคับขันต้องอ่อย ต้องอ้อน จะได้หาทางหนีได้ ผู้ชายแพ้ความอ้อนความอ่อยพอออกมาได้แล้ว ค่อยหาทางอื่น ที่ผ่านมาฉันอาจจะยังออดอ้อนไม่พอต้องเพิ่มระดับให้มากขึ้น เอาวะเป็ไงเป็กัน อย่าสติหลุดจนเผลอโวยวายนะหว่าหวา ฉันบอกตัวเองและเริ่มทำตามแผนที่วางไว้
" เฮียเบนขาาาาาา เฮียเบนเป็เ้านายนะคะ หว่าหวาเป็ลูกน้องทำแบบนี้มันไม่ดีเลยนะคะ ที่อื่นเค้าก็ไม่ทำกัน " ฉันพูดเสียงออดอ้อน พร้อมก้มลงซบที่อกเขาอย่างเอาใจ จะได้ผลมั๊ยนะไม่ใช่ว่ามารยาฉันจะเสียเปล่านะ
" บริษัทเฮียไม่ได้มีกฏว่าเ้านายกะลูกน้องห้ามจูบกัน หรือพูดคุยกันที่ครับ " โอ๊ย กล้าพูด นี่จะเอาให้ได้ใช้มั๊ย ไอ้เ้านายจอมหื่น อย่าสติแตกนะหว่าหวา อดทน อดทน
" หว่าหวาไม่อยากให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นกับหว่าหวาค่ะ เฮียเบนไม่รังแกหว่าหวาแล้วได้มั๊ยคะ นะ นะ นะคะ " ฉันเพิ่มระดับความเว้าวอน กอดเขาแน่นขึ้นอย่างขอความเห็นใจ ทั้งที่ในใจอึดอัดเป็บ้าเลย
"ทำไมล่ะครับ หว่าหวาก็คน เฮียก็คนคบกันได้ไม่เป็ไรนี่ หืม " ยิ่งเขาพูดฉันยิ่งรู้สึกว่าเขาเห็นแก่ตัว คนบ้าอะไรเอาแต่ใจชะมัดเลย
เบน น่านฟ้า talk
โอ๊ย ทำไมต้องออเซาะขอความเห็นใจแบบนี้ด้วย ยัยหว่าหวารู้จุดอ่อนผมรึไงนะ แต่ยังไม่มีใครเคยออดอ้อนผมสำเร็จเลยนะนอกจากคุณแม่ ผู้หญิงคนอื่นผมไม่เคยคล้อยตามอย่ามาอ้อนซะให้ยาก แต่กับหว่าหวาแค่ยัยนี่ทำตัวเป็แมวผมก็ละลายแล้ว
ผมยกตัวเธอขึ้นมาจากอกเพื่อสบตากัน
ก่อนที่จะฉกปากลงไปจูบแก้มเนียนอย่างทนไม่ไหว คือเอะอะผมอยากคลอเคลีย นัวเนียเธอไม่ห่างเลยครับ เธอก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร น่ารักว่ะ ผมรู้ละทำไมคุณพ่อชอบคนขี้อ้อนแบบคุณแม่ ผมก็เหมืิอนกัน
" หว่าหวา เรามาคบกันดูมั๊ยครับแบบเปิดเผย " ผมกอดเธอแน่น แล้วบอกความ้าออกไป เธอมองหน้าผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูด แต่ผมพูดจริงนะคนแบบผมอยากได้อะไร รู้สึกยังไง ทำเลย บอกเลย ชัดเจนดี
(หว่าหวา talk : นี่ฉันไม่ได้หูฝาดใช่มั๊ย เขาขอคบกับฉันงั้นเหรอ ตอนแรกนึกว่าเขา้าให้ฉันไปเป็นางบำเรอซะอีก แต่ก็แค่ลมปากนี่นา ไม่หลงเชื่อง่ายๆ หรอก)
" หว่าหวา ไม่อยากให้คนที่ทำงานรู้ว่าหว่าหวา คบกับเ้าของบริษัท ทุกคนคงมองหว่าหวาแปลกๆ หว่าหวาคงทำงานไม่มีความสุขแน่ๆ " เฮ้ย แสดงความจริงใจขนาดนี้ยังจะปฏิเสธอีก ชักจะเริ่มโมโหอีกแล้วนะ คือไม่ใช่ผมไม่เข้าใจเหตุผลของเธอนะ แต่ผมควบคุมความไม่พอใจเอาไว้ไม่ได้ครับ เวลาที่ขัดใจผม คืออาการแบบนี้มันเกิดขึ้นกับเธอแค่คนเดียว มันเหมือนเธอไม่แคร์ผม ทั้งที่ผมแสดงออกชัดเจนขนาดนี้
" ทำไมล่ะ ทำไมต้องอาย " ผมถามเสียงแข็ง
" อื้ม เฮียไม่โมโหได้มั๊ยคะ นะ นะ นะคะ หว่าหวากลัว " พอพูดให้ผมไม่สบอารมณ์ แล้วก็มาลูบหลังโดยใช้ความออดอ้อนออเซาะ พูดจาหวานๆ กับผม แล้วผมก็ระทวยทุกทีไง โคตรชอบเลย ยัยลูกแมว
" เราพึ่งรู้จักกันไม่กี่วันเองนะคะ เฮียเบน หว่าหวายังไม่อยากเปิดเผยอะไรตอนนี้ เฮียเข้าใจหว่าหวามั๊ยคะ อีกอย่างหว่าหวาก็อยากมั่นใจในตัวเฮียก่อน ว่าเฮียจริงใจกับหว่าหวาจริงๆ ก่อนที่จะเปิดตัวว่าคบกัน " เธอบอกเหตุผลขอความเห็นใจ และส่งสายตาเว้าวอนเป็ประกาย
" คือจะคุยกันแบบลับๆ ว่างั้น ไม่ให้ใครรู้ว่างั้น " ผมถาม รู้สึกงอนยังไงบอกไม่ถูก คบกับกูมันน่าอายตรงไหนวะ
(หว่าหวาtalk : นั่นไงพอไม่คล้อยตามหน่อยก็ทำท่าขึงขัง มารยาต้องหนักขึ้นอีกหว่าหวา สู้เค้า ไม่สู้ก็ไม่รอด)
" อื้ม ไม่งอนนะคะ นะ นะ "
" ถ้าทั้งเฮียและหว่าหวามั่นใจความรู้สึกแล้วค่อยเปิดนะ นะคะ ตอนนี้เราคุยกับแบบลับๆ ก่อนนะคะ นะ นะ นะคะ " เธอพูดเสียงนุ่มเบาชิดคางสากของผมอย่างเอาใจ ลมหายใจของเธอที่เป่ารดคางของผมมันแ่เบานุ่มนวล เมื่อรวมกับเสียงเว้าวอนออดอ้อน และท่าทางเอาอกเอาใจ คลอเคลีย ทำให้ผมยอมจำนนในทุกอย่างที่เธอเรียกร้อง
"ได้ครับ " ผมตอบตกลง
" เย้ๆๆๆ ขอบคุณนะคะ " เธอดีใจกอดผมแน่น
"แต่" ผมมีข้อแม้
" อะไรค่ะ " หว่าหวารีบถามตาเบิกกว้าง ในตาเผยความกังวล
" อย่าคุยกับผู้ชายคนอื่น อย่าให้รู้ว่าแอบคุย ถ้ามีอะไรจำเป็ต้องคุยต้องขออนุญาต ไปไหน ต้องรายงาน ถ้าไม่อนุญาตให้ไป อย่าขัดคำสั่ง เพราะถ้ารู้จะโดนลงโทษ ทุกพักเที่ยงต้องมาที่นี่ หลังเลิกงานต้องมาที่นี่ ถ้าทำได้ ถึงจะโอเค ว่าไงครับ " ผมออกคำสั่งยาวเป็หางเว่า นี่หล่ะครับ เวลาสนใจใครก็จะเอาแต่ใจแบบนี้ ไม่ได้เรียกเอาแต่ใจหรอกเรียกว่าเป็ห่วงดีกว่า
" เอาแต่ใจ " เธอพูดเสียงเบา แต่ผมได้ยินนะ
" ว่าไงครับ " ผมถามย้ำ รอคำตอบ ไม่ตกลงทุกอย่างที่คุยกันมาก็ล่ม
" ก็ได้ค่ะ " เธอตอบรับอย่างเสียไม่ได้ ด้วยความเอ็นดูในท่าทางแสนงอน ผมเลยลูบผมเธอไปมาอย่างทะนะถนอม
" ขอจูบหน่อยสิครับ" ผมร้องขอแต่ไม่รอคำตอบ กดจูบลงไปที่ริมฝีปากอิ่มอย่างนุ่มนวล เป็การบอกว่าจากนี้เธอเป็ผู้หญิงของผม เราสองคนจูบกันดูดดื่มส่งผ่านคำสัญญาว่าจากนี้เราคบกันแล้ว ถึงจะคบกันแบบลับๆ ก็เถอะ
" อื้ม เฮียขาาา พอแล้ว " เธอร้องเบาให้หยุดรุกราน แต่เสียงนั้นมันคือเสียงครางไพเราะที่ปลุกอารมณ์ชัดๆ
" แน่ใจนะว่าอยากหยุด " ผมถามเธอทั้งๆ ที่ยังคลอเคลียจูบเธออยู่ แล้วเราก็แลกจูบกันอีกครั้ง โดยที่ไม่สนว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ผมชอบอารมณ์แบบนี้จังครับ นี่สินะ ที่คุณป๋าเคยบอก ถ้าเราเจอคนถูกใจเราจะไม่เบื่อที่จะอยู่ใกล้เค้า ตอนนี้ผมเป็แบบนั้นครับ
" อื้ม พอแล้วค่ะ หว่าหวาเจ็บปาก นะ นะคะ เฮียจูบหว่าหวามาทั้งวันแล้วนะ " เธอโอดครวญให้พอ ก็จริงอย่างเธอพูดวันนี้เราจูบกันไม่รู้กี่รอบแล้ว ผมเลยจำใจต้องถอนริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดาย
" หว่าหวาขอกลับบ้านนะคะ นะ "
" เดี๋ยวเฮียไปส่ง " ผมบอกเธอ
"ไม่ได้นะคะ เดี๋ยวคนอื่นเห็นตอนนี้ยังมีคนทำงานอยู่นะ " กลัวอะไรนักหนาว่ะ ช่างแม่งสิใครจะเห็นก็ช่างปะไร แต่ผมรับปากเธอแล้วว่าจะคบกันแบบลับๆ ก็ต้องทำตาม แต่คนแบบผมไม่ยอมให้แฟนกลับบ้านเองหรอกครับ
เบนโทรศัพท์หาเลขาส่วนตัว
"ไอ้ชินมึงให้คนรถมารับหว่าหวา ที่ทำงานไปส่งที่บ้าน เอารถที่ไม่เคยใช้มานะ เข้าใจ๊ " ผมบอกเลขา
" สิบนาทีครับ “ไอ้ชินบอก ลูกน้องคนนี้ได้ใจไปเลย ต้องมีตบรางวัล
" ลงไปรอรถข้างล่างเดี๋ยวจะมีคนไปส่งที่บ้าน ห้ามกลับเอง ถ้าขัดคำสั่งโดนหนักแน่ " ผมออกคำสั่งกับแฟนหมาดๆ ที่พึ่งตกลงคบกัน
" ดุจัง ขอบคุณนะคะ "เธอเย้าหยอกพูดใกล้ใบหูของผม เสียวว่ะ อ่อยเก่ง แล้วผมก็จูบหน้าผากเธอด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินมาส่งเธอที่หน้าประตูห้อง
“เป็แฟนกันแล้ว อย่าลืมทุกอย่างที่คุยกันนะครับคนดี” ผมเอ่ยขึ้น หว่าหวามองตาผมเงียบๆ และเดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไร
หลังจากที่หว่าหวาออกจากห้อง ผมก็ทำงานต่อ มีความสุขว่ะ หว่าหวาเปลี่ยนโลกของผมไปเลย เธอทำให้ผมรู้สึกมีความสุขแบบบอกไม่ถูก กับผู้หญิงผมไม่เคยจิงจังนะ ผ่านมาผ่านไป แต่ตอนนี้ผมกลับอยากจริงจังกับเธอซะแล้ว นี่มึงมีแฟนแล้วเหรอเนี่ยไอ้เบน
หว่าหวา talk
เฮ้อ หลังจากฉันออกจากห้องบอสมาได้ก็รีบวิ่งเลยจ้า คนอะไรหยิบยื่นตำแหน่งแฟนให้ฉันอย่างเอาแต่ใจ นี่ฉันต้องคบกับเขาแบบลับๆ เหรอเนี่ย อันที่จริงฉันแค่เสแสร้งออดอ้อนเขาเพื่อเอาตัวรอด ไม่นึกเลยผลจะออกมาแบบนี้ ถ้ามีใครรู้เข้าฉันต้องโดนคนในบริษัทนินทาจนทำงานอย่างไม่มีความสุขแน่ๆ ว่ามาทำงานไม่กี่วันก็แรดไปให้ท่าท่านประธานซะแล้ว เขายิ่งเป็ที่หมายปองของสาวทั้งบริษัทอยู่ด้วย
ฉันไม่ได้แรดเลยสักนิด แต่เ้านายดันมารวบรัดอยากได้ฉันเอง ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมชะตาชีวิตถึงกลายมาเป็แบบนี้ได้
เื่ที่เขาขอคบ ฉันก็ไม่ใช่เด็กอมมือที่จะเชื่อคำพูดเขาง่ายๆ หรอกนะ ก็แค่เออออเอาตัวรอดไม่ให้เสียตัวให้เขาง่ายๆ เท่านั้นเอง เื่สมภารกินไก่วัดมีให้เห็นถมเถ สุดท้ายไก่ก็จบไม่สวยทุกตัวนั่นแหละ ส่วนสมภารก็ลอยตัว ฉันไม่หลงกลหรอก
จากที่ดูเขาคงแพ้ลูกออดอ้อนของฉันเป็แน่ ก็เลยโอนอ่อนไม่ขืนใจฉัน แบบนี้คงต้องใช้ไม้นี้ไปก่อนเพื่อเอาตัวรอด
" เฮ้อ เวรกรรมอะไรนะหว่าหวา" ฉันอุทานอย่างคิดไม่ตก พอดีกับมีรถหรูมาจอดต่อหน้าพอดี
"คุณหว่าหวาครับ คุณชินให้มารับไปส่งที่บ้านครับ " ผู้ชายท่าทางสุภาพคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"ค่ะขอบคุณค่ะ" ฉันเดินตามเขามาขึ้นรถแต่โดยดี เหนื่อยเต็มทีแล้ววันนี้ ขอกลับไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน
ในขณะที่นั่งอยู่ในรถฉันก็นึกไปถึงบทจูบของเรา นี่ฉันเกลียดเขาจริงๆ ใช่มั๊ย เขาเป็คนที่ฉันสมควรเกลียดไม่ใช่เหรอเพราะเขารุกรานรังแกฉันอย่างเอาแต่ใจ และไม่ให้เกียรติ แต่เมื่อนึกถึงััที่เขาหยิบยื่นหัวใจฉันกลับรู้สึกบางอย่างที่ต่างจากความเดียจฉันท์
สปอยส์ตอนต่อไป
ตกลงกันว่าไง
ทำไมขัดคำสั่ง!!!!!
# อร๊ายยยยยย ขอเป็นางเอกได้มั๊ย เฮียเบน ของไรท์ชัดเจนดีมากค่ะ มีคนจะมาจีบ เป็ตัวตึงดาวบริษัมใช่มั๊ย ขอเป็แฟน และสั่งการเรียบร้อย