การกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2

    บทที่ 53 ทุกคนล้วนเป็นได้แค่น้อง ๆ เท่านั้น

    บทที่ 53 ทุกคนล้วนเป็นได้แค่น้อง ๆ เท่านั้น

     

    วันนี้หลงอ้าวเทียนไม่อาจพาตัวเจี่ยงซือหานกลับไปได้

     

    ส่วนลู่เฉิงเหวินโดนสวีเสวี่ยเจียวข่มขู่ ทำให้ไม่สามารถไล่เจี่ยงซือหานออกไปได้

     

    ในใจของเจี่ยงซือหานเองก็ไม่ได้มีความคิดอยากจะแยกตัวออกจากชายหนุ่มและหนีไปอยู่กับคนอื่น เธอในตอนนี้ไม่เพียงไม่อยากจะจากไปที่อื่น แต่ยังแอบให้สัญญาในใจว่าจะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองสามารถทำได้เพื่อตอบแทนบุญคุณอันยิ่งใหญ่ของ... ลู่เฉิงเหวิน

     

    ทางด้านหลงอ้าวเทียน เขาก็รู้เช่นกันว่าภาพลักษณ์ของตนในใจเจี่ยงซือหานนั้นยังไม่มั่นคงพอ

     

    ตอนนี้ทั้งเจี่ยงซือหาน ลู่เฉิงเหวิน และหลงอ้าวเทียน ล้วนอยู่ในอาการงุนงงสับสน

     

    คลื่นสัญญาณของคนทั้งสามล้วนไม่สมดุลกัน อีกทั้งต่างก็มีจุดบอดเป็นของตัวเอง

     

    เป็นเพราะสองวันมานี้ได้ยินความในใจของลู่เฉิงเหวิน เมื่อหญิงสาวนำข้อมูลเหล่านี้มาผสมกับเรื่องที่ลู่เฉิงเหวินเคยทำในอดีต เธอจึงวิเคราะห์เหตุการณ์ไปในทางที่ผิด

     

    และคำตอบที่ได้รับก็อาจจะทำให้ชายหนุ่มสามารถกระอักเลือดตายได้

     

    ดังนั้นหญิงสาวจึงไม่รู้สึกเกลียดชังอีกฝ่ายจนลึกเข้าไปถึงกระดูกเหมือนที่บทเขียนเอาไว้ในตอนแรก ทว่าเธอกลับร้องไห้ซาบซึ้ง และคิดว่าลู่เฉิงเหวินแกล้งทำตัวเป็นคนเลว แต่ความจริงแล้วเป็นคนที่ดีมาก ๆ

     

     ประกอบกับในใจลึก ๆ ของผู้หญิงคนนี้รู้สึกว่าการที่ตนโดนลู่เฉิงเหวินรังแกนั้นเป็นเรื่องที่มีความสุข

     

    แม้ตัวเองจะยังไม่รู้ตัว ทว่าเรื่องราวทั้งหมดกลับดำเนินต่อไปอย่างแปลกประหลาด

     

    ลู่เฉิงเหวินเสนอให้เธอไปอยู่กับหลงอ้าวเทียน และขณะเดียวกันหลงอ้าวเทียนก็ยินดีจะพาเธอกลับไปด้วย ทว่าในใจของตนเองกลับขัดขืนอย่างรุนแรง

     

    หญิงสาวเพิ่งรู้สึกถึงเสน่ห์ของประธานลู่ และรู้สึกว่าชีวิตของเธอเต็มไปด้วยความหวัง ใครจะต้องการจากไปในเวลาเช่นนี้?

     

    ให้ตายสิ!

     

    ใครจะไปก็ไปเถอะ!

     

    หลงอ้าวเทียนเองก็เหมือนกัน

     

    ตามบทเดิมแล้ว เขาคือแสงสว่างในความมืดมิดของเจี่ยงซือหาน

     

    ชายหนุ่มเองก็รู้สึกเช่นกันว่า ด้วยสองจุดพลิกผันในชีวิตของหญิงสาว

     

    หนึ่งคือเรื่องอาการป่วยของแม่ กับอีกเรื่องหนึ่งคือความโกรธแค้นในตัวเจ้านายจิตวิปริตของเธอเอง

     

    ด้วยเรื่องที่กล่าวมานี้ ตนจะสามารถแสดงตัวเป็นพระเอกผู้ฉุดช่วยเธอได้...

     

    เพียงแค่กวักมือเรียกเบา ๆ เธอก็ควรจะหันมาคว้าเขาไว้ราวกับคนที่กำลังไขว่คว้าหาแผ่นกระดานขณะจมลงสู่ก้นทะเล

     

    แต่ยังมีสิ่งที่ชายหนุ่มไม่รู้ก็คือ ลู่เฉิงเหวินบังเอิญจุดประกายชีวิตให้เธอก่อนล่วงหน้า ทำให้ชีวิตของหญิงสาวสว่างเจิดจ้าขึ้นมา

     

    หลงอ้าวเทียนไม่อาจเข้าใจได้ เขาไม่รู้ว่าสมองของเจี่ยงซือหานมีปัญหาหรือเป็นเพราะอะไรกันแน่ ทำไมเธอถึงไม่ยอมละทิ้งความเจ็บปวดในอดีต แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขา?

     

    แบบนี้มันแปลกสิ้นดี!

     

    แต่คนที่ทำให้ตนสับสนที่สุดคือ... ลู่เฉิงเหวิน

     

    ตอนนี้ในสมองของลู่เฉิงเหวินมีแต่ความว่างเปล่า แยกทิศทางไม่ออก และไม่รู้จักซ้ายขวาหรือหน้าหลัง

     

    ทุกอย่างสับสนไปหมด

     

    เขาไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเจี่ยงซือหานถึงดึงดันจะอยู่ข้างกายตนให้ได้

     

    และไม่เข้าใจสวีเสวี่ยเจียวด้วยเช่นกันว่าเพราะอะไรจึงได้เข้ามาขัดขวางเขาไปทุกเรื่อง อีกฝ่ายบีบให้เขาทำในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง อีกทั้งเธอยังรู้ถึงเป้าหมายของเขาและเข้ามาก่อกวนได้อย่างแม่นยำ เธอรู้ได้ไง?

     

    ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมหลงอ้าวเทียนถึงห่วยแตกได้ขนาดนี้!?

     

    พระเอกควรจะเก่งกาจรอบด้าน เอาชนะได้ทุกสิ่ง ใครเข้ามาขัดขวางเป็นต้องตาย และพอเจอนางเอกชีวิตก็เหมือนมีตัวช่วย คะแนนความรู้สึกดีควรจะพุ่งกระฉูด แทบจะครองคู่กันในนาทีนั้นเลยไม่ใช่เหรอ!

     

    สวีเสวี่ยเจียวเข้ามาก่อกวน เจี่ยงซือหานเปลี่ยนใจ ...ส่วนหลงอ้าวเทียนไร้น้ำยา

     

    ขืนปล่อยเป็นอย่างนี้ต่อไป เขาก็ไม่รู้จะเอายังไงต่อแล้ว!

     

    สามวัน!

     

    บันทึกสถิติการอยู่รอดที่นานที่สุดในจำนวนหกครั้งของเขา มากสุดแค่สามวันเท่านั้น!

     

    หรือว่าสามวันจะเป็นขีดจำกัดของเขา!?

     

    ส่วนหลงอ้าวเทียนตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายได้แต่คอตกและเดินจากไป

     

    แต่เขายังคงไม่เลิกล้มความพยายาม

     

    ฉันจะกลับมา!

     

    ...

     

    ไม่นานหลังจากนั้นลู่เฉิงเหวินก็ได้รับโทรศัพท์ เป็นเหลิ่งเทียนหาวโทรหาและนัดเขาไปกินข้าวที่บ้าน

     

    ชายหนุ่มรู้คร่าว ๆ แล้วว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร หลัก ๆ คือเรื่องพิธีหมั้น และเมื่อพูดถึงพิธีหมั้นก็ต้องพูดถึงเรื่องเงิน

     

    พ่อของเหลิ่งชิงชิวคิดว่าลูกสาวของตนคือไพ่ชั้นดี ลู่เฉิงเหวินชอบหญิงสาวจนถึงขั้นเข้ามาตามจีบสามปีเต็ม ๆ ขอเพียงตอบตกลงยกลูกสาวให้ ชายวัยกลางคนจะต้องได้รับผลตอบแทบกลับมาบ้างไม่มากก็น้อย

     

    ชายหนุ่มเป็นผู้ควบคุมและดูแลเครื่องทำเงินของตระกูลลู่ ดังนั้นจะต้องช่วยตระกูลเหลิ่งให้รอดพ้นจากวิกฤตได้แน่!

     

    แต่นี่เป็นคำพูดของหลงอ้าวเทียน ลู่เฉิงเหวินจะเข้าไปสอดไม่ได้!

     

    ไม่ได้เด็ดขาด!

     

    เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ลู่เฉิงเหวินก็กลับไปที่บริษัทเพื่อจัดแจงงานก่อนที่จะไปบ้านตระกูลเหลิ่ง

     

    หลังจากที่ไปถึง เหลิ่งเทียนหาวก็ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง

     

    ลู่เฉิงเหวินรีบเข้าไปจับมือทักทาย “สวัสดีครับคุณอา”

     

    “ฮ่า ๆ คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องเกรงใจหรอก เข้าไปในบ้านก่อนสิ”

     

    การต้อนรับในครั้งนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่มาก

     

    เหลิ่งเทียนหาวให้เกียรติลู่เฉิงเหวินอย่างเต็มที่ ส่วนคุณแม่เหลิ่งก็ออกมาพูดคุยด้วย

     

    การที่ต้อนรับเด็กรุ่นหลังเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการให้เกียรติอย่างถึงที่สุดแล้ว

     

    ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัด แต่วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้พูดคุยให้ชัดเจนกันทั้งสองฝ่าย

     

    เขาจะต้องพูดให้เด็ดขาด ตนตัดความสัมพันธ์กับตระกูลเหลิ่ง หรือพูดให้ชัดเจนก็คือ ต้องตัดความสัมพันธ์กับเหลิ่งชิงชิว!

     

    อย่างไรตระกูลเหลิ่งก็ไม่มีทางล้มลงเป็นอันขาด นั่นก็เพราะว่ามีบุตรแห่งสวรรค์อย่างหลงอ้าวเทียนคอยช่วยอยู่ข้างหลังยังไงล่ะ

     

    เขาไม่ต้องเป็นห่วงและไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตระกูลเหลิ่งเลย

     

    บรรยากาศงานเลี้ยงในครั้งนี้เป็นบรรยากาศภายในครอบครัว แม้ไม่โอ่อ่าใหญ่โต แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่น

     

    จุดเด่นของงานเลี้ยงครั้งนี้คือทำให้รู้สึกราวกับกลับสู่บ้าน เหมือนกับอยู่บ้านของตัวเอง ครอบครัวเป็นหัวข้อหลักของงาน

     

    เมื่อทั้งสามพูดทักทายกันเสร็จ เหลิ่งชิงชิวก็กลับมาถึงพอดี

     

    หญิงสาวเข้าไปในบ้านแล้วถามแม่บ้าน “ป้าจาง มีแขกมาที่บ้านเหรอคะ?”

     

    “คุณชายลู่น่ะค่ะ” ป้าจางยิ้มพลางตอบ

     

    เหลิ่งชิงชิวตกใจ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่รู้เรื่องที่พ่อของตนนัดกินข้าวกับลู่เฉิงเหวินมาก่อน

     

    ลู่เฉิงเหวินมองเหลิ่งชิงชิว เมื่อทั้งคู่สบสายตา ชายหนุ่มก็รู้สึกเผลอใจ

     

    เขาพบว่าไม่เสียแรงเลยที่นางเอกได้เป็นนางเอก

     

    ตนมีความเป็นตัวร้าย เป็นผู้ชายสารเลว

     

    เห็นผู้หญิงคนไหนเป็นต้องตกหลุมรักไปซะหมด

     

    ตอนเที่ยงเขาเห็นเลขาหุ่นดีของตนแล้วหัวใจยังเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา ทั้งยังชื่นชมเจี่ยงซือหานว่าเป็นผู้หญิงที่ช่างยั่วยวนและเร้าอารมณ์ หากได้สนุกด้วยกันขึ้นมาอีกฝ่ายจะต้องมีไม้เด็ดไม่จำกัดแน่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลีลาหรือลวดลาย เธอต้องเหนือกว่าผู้หญิงธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน

     

    ตอนนี้พอมาเจอเหลิ่งชิงชิว หัวใจของเขาก็ถูกกระตุ้นอย่างแรงอีกครั้ง

     

    เหลิ่งชิงชิวสวยมากจริง ๆ

     

    สวยจนถึงขั้นไหนน่ะเหรอ? เธอสวยถึงขั้นจะเป็นราชินีได้เลยละ

     

    ขอเพียงมีเธออยู่ ผู้หญิงคนอื่น ๆ ก็เป็นได้แค่กับแกล้มเท่านั้น เรื่องทั้งหมดล้วนเป็นความจริง ไม่ได้โอเวอร์แม้แต่นิดเดียว!

     

    เหลิ่งชิงชิวสวยสมบูรณ์แบบ หากเทียบกันแค่ใบหน้า เขาสามารถพูดได้เลยว่าในโลกนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสวยสู้เธอได้

     

    อีกทั้งหญิงสาวยังสวยแบบมีเอกลักษณ์

     

    ผู้หญิงน่ารักน่าเอ็นดู ใสซื่อบริสุทธิ์ หรือแม่แมวน้อยหุ่นดีอะไรแบบนั้น... ถือเป็นน้องน้อยได้เลย

     

    เมื่อมาอยู่ต่อหน้าเหลิ่งชิงชิวแล้ว... ทุกคนล้วนเป็นได้แค่น้องน้อยเท่านั้น

     

    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2 ที่คุณอ่าน