วูบ!
ก้ามยักษ์ทุบลงมาด้วยแรงที่บดขยี้รถยนต์ได้ทั้งคัน
"ย้ากกก!"
อคินไม่ถอย เขาพุ่งเข้าใส่ด้านข้างของมัน แทนที่จะหาจังหวะฉาบฉวยเหมือนทุกที เขาเลือกที่จะปะทะ
เขาเหวี่ยงขวานดับเพลิงสุดแรงเกิด ฟันเข้าใส่เปลือกกระดองสีเทาหม่น
เคร้งงง!
แรงสะท้อนทำเอามือชาไปถึงไหล่ แต่เขาไม่สน
"แกแข็งนักใช่ไหม!"
เขาเบี่ยงตัวหลบก้ามอีกข้างที่กวาดมาอย่างเฉียดฉิว ไหล่กระแทกเข้ากับขาหินแข็งๆ ของมันจนเจ็บร้าว
" [ทุบ] ! "
ออร่าสีแดงจางๆ หุ้มสันขวาน อคินฟาดสันขวานลงไปที่ข้อต่อขาของมัน
ผัวะ!
เขาต้องทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลบก้ามยักษ์ที่ฟาดลงมา วิ่งวนหาจังหวะ แล้วทุบ...
ไม่มีเสียงเห่าคอยเตือน ไม่มีใครคอยระวังหลัง
" [ทุบ] ! [ทุบ] ! [ทุบ] ! "
ทุกครั้งที่เหวี่ยงขวาน เขาใส่ความโกรธแค้นลงไป ใส่ความน้อยใจลงไป
ทำไมต้องทิ้งฉัน? ทำไมฉันต้องสู้คนเดียว?
ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและฝุ่นทราย มือที่กำด้ามขวานแตกยับจนเลือดซึมออกมาผสมกับด้ามไม้
จนในที่สุด...
กร๊อบ!
ขาข้างสำคัญหักพับลง ร่างมหึมาของปูกระดองหินทรุดฮวบลงกระแทกพื้นดังสนั่น
อคินเดินเข้าไปที่ส่วนหัวของมัน เขาหอบจนตัวโยน ยกขวานขึ้นสูงเหนือหัว
"จบกันที..."
สันขวานกระแทกลงกลางกบาลของมัน เป็นการปิดฉากที่หนักหน่วงและไร้ความปรานี
ติ๊ง!
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารปูกระดองหิน เลเวล 20]
[ระดับเลเวลของท่านเพิ่มขึ้น: 24 >> 25]
แสงสีทองแห่งการเลเวลอัปอาบร่างกาย ขับไล่ความเหนื่อยล้าไปบางส่วน
อคินทิ้งขวานลงข้างตัว ทรุดตัวลงนั่งพิงซากศพของศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยจัดการมาได้... ด้วยตัวคนเดียว
เขาหันมองไปรอบๆ ความมืดมิดของริมแม่น้ำ
"เห็นไหม..."
เขาพูดกับความว่างเปล่า เสียงสั่นเครือ
"ฉันจัดการตัวเบ้งๆ ได้แล้วนะ... ไม่ต้องให้ใครมาช่วยล่อให้แล้ว..."
เขาเว้นจังหวะ เหมือนรอให้มีเสียงเห่าตอบรับ
"พวกนายไม่ออกมาดูหน่อยเหรอ? โบ้? ขาว? ด่าง?"
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านซากหิน
ติ๊ง
ข้อความระบบลอยขึ้นมาข้างแก้มของเขา แสงสีฟ้าดูอ่อนโยนราวกับเพื่อนที่มานั่งข้างๆ
[เก่งมาก อคิน]
[แต่ตอนนี้ กลับบ้านกันเถอะ... ร่างกายของนายต้องการพักผ่อน... ฉันจะเฝ้านายเอง]
อคินอ่านข้อความนั้น แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้ง
"นั่นสินะ... กลับบ้าน..."
อคินแบกซากก้ามปูที่หนักอึ้ง ลากสังขารเดินโซเซกลับไปตามทางเดิม
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องทางให้คนหลงทางผู้โดดเดี่ยว
โดยมีเพียงหน้าต่างระบบสีฟ้าลอยตามหลังเขาไปเงียบๆ ราวกับวิญญาณผู้พิทักษ์
...
กลิ่นหอมฉุยของเนื้อปูย่างลอยอบอวลไปทั่วลานหน้าโกดัง
อคินนั่งยองๆ อยู่หน้ากองไฟที่เขาก่อขึ้นอย่างบรรจง
ก้ามปูขนาดมหึมาถูกกะเทาะเปลือกออก เผยให้เห็นเนื้อสีขาวอวบแน่นที่กำลังส่งเสียง
ฉ่า... เมื่อสัมผัสกับเปลวไฟ
มันส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายชนิดที่ว่าถ้าเป็นเวลาปกติ เจ้าโบ้คงน้ำลายยืดหยดใส่ตักเขาไปแล้ว
"หอมขนาดนี้... ไม่ได้กลิ่นจริงเหรอวะ?"
เขาพึมพำ พลิกเนื้อปูไปมาอย่างใจเย็น
อคินจัดแจงแบ่งเนื้อส่วนก้ามที่ดีที่สุด... เนื้อส่วนที่แน่นและหวานที่สุด... ใส่ลงในชามสเตนเลสสามใบที่วางเรียงกัน
เขาไม่ได้กินก่อน
เขานั่งกอดเข่า จ้องมองความมืดรอบๆ โกดัง รอคอยให้จมูกไวๆ ของพวกมันจับกลิ่นนี้ได้ รอคอยเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยวิ่งตึกตักเข้ามา
เวลาผ่านไป... จากเนื้อที่ร้อนจัด เริ่มส่งควันฉุย... จนกระทั่งไอร้อนจางหายไป เหลือเพียงเนื้อย่างที่เริ่มเย็นชืด
อคินถอนหายใจยาว หยิบเนื้อส่วนของตัวเองขึ้นมากัด
รสชาติหวานธรรมชาติของปูสดๆ อบอวลในปาก แต่มันกลับฝืดคออย่างประหลาดเมื่อต้องกลืนลงไปลำพัง
เขากินจนอิ่ม... ไม่ใช่เพราะหิว แต่เพราะต้องกินเพื่อรักษาแรง
เมื่อท้องอิ่ม ความฟุ้งซ่านก็เริ่มทำงาน อคินทนความเงียบที่ชั้นล่างไม่ไหว เขาคว้าเป้และขวานคู่ใจ ปีนบันไดลิงขึ้นไปบนหลังคาดาดฟ้า
ลมราตรีกระโชกแรงพัดผมของเขาจนยุ่งเหยิง
อคินนั่งห้อยขาอยู่บนขอบปูน สายตากวาดมองไปทั่วอาณาบริเวณที่มืดมิด 360 องศา เหมือนป้อมปราการที่ไร้ทหารยาม
เขาหวังลึกๆ ว่าจะได้เห็นเงาตะคุ่มวิ่งกลับมา
เขานั่งอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับแสงจันทร์
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนระบบกระชากเขากลับมาจากภวังค์
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:10:00]
[กรุณาเตรียมตัวเข้าสู่โหมดพักผ่อน]
"โธ่เว้ย! จะรีบเตือนไปทำไมวะ"
อคินสบถอย่างหัวเสีย มือปัดหน้าต่างแจ้งเตือนทิ้งด้วยความหงุดหงิด
"เพิ่งจะทุ่มกว่าเองไม่ใช่เหรอ... ทำไมเวลามันเดินเร็วนักวะ"
เขาขยี้หัวตัวเองแรงๆ เตรียมจะลุกขึ้นเพื่อปีนกลับลงไปข้างล่าง
แต่จังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับนั้น... หางตาของเขาก็สะดุดเข้ากับบางสิ่ง
ไกลออกไปทางทิศตะวันตก... ไกลเกินกว่าเขตแม่น้ำแห้งขอด
ท่ามกลางความมืดสนิทของป่ารกร้าง มีจุดแสงเล็กๆ จุดหนึ่งกำลังกะพริบไหวๆ
มันไม่ใช่แสงนวลนิ่งของดวงดาว และไม่ใช่แสงเย็นเยียบของหิ่งห้อย
แต่มันคือแสงสีส้มอมแดง... แสงของ 'เปลวไฟ'
หัวใจที่แห้งเหี่ยวของอคินกระตุกวูบ
"ไฟ...?"
เขาหรี่ตาเพ่งมอง แสงนั้นริบหรี่มากและอยู่ไกลจนกะระยะไม่ได้ แต่มันมีการเคลื่อนไหว
'ใครบางคนกำลังถือคบเพลิง หรืออาจจะเป็นแคมป์ไฟของกลุ่มคน?'
ความคิดหนึ่งแล่นปราดเข้ามาในหัว รอยล้อรถ... รอยเท้าบูท... และรอยเท้าสุนัข
'คนพวกนั้น... คนที่ทิ้งรอยล้อรถไว้ และพวกโบ้...'
"โบ้!"
เขาเผลอตะโกนเรียกออกไป แม้จะรู้ว่าเสียงไปไม่ถึง
ขาของเขาขยับไปก่อนความคิด อคินเตรียมจะกระโดดลงจากดาดฟ้าเพื่อมุ่งหน้าไปทางนั้น
แต่ทว่า...
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:05:30]
[คำเตือน: หากไม่กลับเข้าสู่จุดปลอดภัย ร่างกายอาจได้รับความเสียหายขณะตัดการเชื่อมต่อ]
[อคิน... อย่าไป... มันไม่ทันแล้ว]
ข้อความบรรทัดสุดท้ายดูสั่นไหวเล็กน้อย เหมือนคนที่กำลังร้อนรน
อคินชะงักเท้าที่ขอบตึก
เขามองสลับไปมาระหว่างแสงไฟริบหรี่ทางทิศตะวันตก กับตัวเลขเวลานับถอยหลังสีแดงที่ลดลงอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
5 นาที... กับระยะทางหลายกิโลเมตรในป่ามืดทึบ
...ไปไม่ทัน...
ถ้าเขาหมดสติกลางทาง... กลางป่าดงดิบที่มีตัวอะไรต่อมิอะไรซ่อนอยู่... นั่นเท่ากับตายฟรี
เขาจะไม่ได้ตามหาใครอีกเลย
อคินกำหมัดแน่นจนสั่น เขาจ้องมองแสงไฟนั้นเป็นครั้งสุดท้าย พยายามจดจำทิศทางและตำแหน่งของมันให้แม่นยำที่สุด
"รอฉันก่อนนะ..."
เขากัดฟัน พูดเสียงรอดไรฟัน แววตาที่เคยสิ้นหวังลุกโชนด้วยไฟแห่งเป้าหมายใหม่
"พรุ่งนี้... ฉันจะไปหา"
อคินหันหลังกลับ ปีนบันไดลิงลงมาสู่ความมืดมิดของโกดังอย่างรวดเร็ว
เขาเดินกลับมาที่ฟูกนอน ทิ้งตัวลงนอนหงายทั้งที่ตายังค้างเติ่ง หัวใจยังคงเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นระคนเจ็บใจ
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:01:00]
เขาเห็นเป้าหมายแล้ว
ร่องรอยไม่ได้หายไป... พวกมันแค่ย้ายที่
"คืนนี้... รีบๆ ผ่านไปทีเถอะ"
อคินหลับตาลงแน่น ภาวนาให้เวลา 16 ชั่วโมงแห่งความทรมานในการรอคอยผ่านพ้นไปให้เร็วที่สุด
เพื่อที่เขาจะได้ตื่นขึ้นมา... และออกวิ่งอีกครั้ง
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:00]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
[13 มีนาคม]
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 13 มีนาคม]
ความเงียบสงัดของทุ่งกว้างถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจเฮือกใหญ่
อคิน ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมความรู้สึกเหมือนถูกดึงกระชากผ่านม่านน้ำที่มองไม่เห็น
ร่างกายที่เบาหวิวเมื่อครู่กลับมาหนักอึ้งและมีตัวตนอีกครั้งบนฟูกนอนเก่าๆ
กลิ่นที่เขาคุ้นเคยตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาลอยมาแตะจมูก...
กลิ่นโคลนตากแห้ง กลิ่นคาวปลาจางๆ และกลิ่นไอเย็นของน้ำจากบ่อกุ้งบ่อปลาที่รายล้อมบ้านเดี่ยวหลังนี้ไว้ทุกทิศทาง
มันคือบ้านหลังโดดเดี่ยวกลางทุ่งร้างที่เขายึดเป็นฐานที่มั่นมาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม... บ้านที่เขาเรียกว่า 'หลุมหลบภัย'
"เช้า... เอ้ย ค่ำแล้วสินะ"
อคินพึมพำ พยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าตัวเองขยับไม่ได้
ไม่ใช่เพราะผีอำ... แต่เป็นเพราะ 'ความรัก' ที่หนักอึ้ง
ตุบ...
ความอุ่นร้อนและน้ำหนักตัวที่คุ้นเคยกดทับอยู่บนอกและหน้าท้องของเขา
ทันทีที่เขาลืมตา สิ่งแรกที่เห็นในความสลัวของแสงจันทร์ที่ลอดหน้าต่างเข้ามา คือดวงตาสีเหลืองอำพันคู่โตที่จ้องเขาเป๋ง
"เมี้ยว~" "งึ้ด~"
สัมผัสสากๆ ของลิ้นเล็กๆ ระดมเลียไปที่แก้ม จมูก และใบหูของเขา
อคินกระพริบตาปรับโฟกัสในแสงสลัวของดวงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างบานเกล็ด
สิ่งแรกที่เขาเห็นคือดวงตาสีเหลืองอำพันคู่โตของ 'ส้มซ่า' แมวส้มที่จ้องเขาในระยะประชิด
ห่างไปไม่ถึงคืบคือ 'ปลาเผา' แมวลายสลิดที่กำลังนอนทับหน้าอกเขาอย่างสบายใจเฉิบ
และ 'บัวลอย' แมวสามสีที่กำลังเอาหัวถูไถกับไหล่ของเขาอย่างออดอ้อน
และที่ปลายเท้า... โฮ่ง! 'โบ้' เจ้าหมาพันทางสีน้ำตาลแดงกำลังกระดิกหางจนตัวโยน
มันเอาคางเกยขาเขาไว้แล้วมองมาด้วยสายตาที่เป็นประกายระยิบระยับ
[ตื่นแล้ว! ตื่นได้แล้ว! ทุกคนมารอนายตื่นตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินเลยนะ!]
หน้าต่างระบบสีฟ้าเด้งขึ้นมาพร้อมข้อความที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
อคินอ่านแล้วความรู้สึกโดดเดี่ยวที่มักเกาะกินหัวใจยามตื่นก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
"พวกนายนี่มัน...มาที่นี่ได้ยังไง"
อคินยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นลูบหัวส้มซ่าและขยี้หูโบ้ด้วยความมันเขี้ยว
โบ้เห่ารับ โฮ่ง! แล้วก้มลงเลียมือเขาถี่รัว
[โบ้บอกว่า อคินตื่นแล้ว! อคินอยู่ตรงนี้! เขาพาแมวทั้งสามมาตามอคินเข้าเมือง]
"เออๆ อยู่ตรงนี้แหละ"
อคินหัวเราะ ดันตัวลุกขึ้นนั่งทำให้ฝูงสัตว์เลี้ยงต้องจำใจสลายตัวออกจากร่างกายเขาอย่างอ้อยอิ่ง
"ว่าแต่เข้าเมืองคืออะไร"
ส้มซ่าส่งเสียง ครืดคราด ในลำคอ ก่อนจะเอาแก้มถูไถกับมือของอคินอย่างรักใคร่ ซึ่งผิดวิสัยแมวหยิ่งที่เขาเคยรู้จัก
แง้ววว แงว แง้วววว
[ส้มซ่าบอกว่าเมืองที่พวกมันอยู่ตอนนี้ปลอดภัยมาก อยากให้อคินไปอยู่ด้วย]
[เจ้านี่บอกว่าที่เมืองนั้นต้อนรับสัตว์จรจัดทั้งสุนัข และแมว]
[อีกอย่างดูเหมือนฝูงสุนัขของนายเองก็จะอยู่ที่นั่นกัน ดูเหมือนทุกคนต้องการให้นายไปอยู่ที่นั่นด้วยกัน]
"งั้นเหรอมาตามฉันเหรอ"
เขาค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่ง ทำให้เหล่าแมวต้องขยับตัวลงมาคลอเคลียที่ตักแทน
ส่วนโบ้ก็รีบกระโจนเข้ามาเลียมือเขาเป็นการใหญ่
"โอเคๆ ฉันรู้แล้วว่าคิดถึง"
อคินกอดคอโบ้แล้วขยี้ขนมันแรงๆ ด้วยความมันเขี้ยว
"ฉันก็คิดถึงพวกแก... การตื่นมาเจอพวกแกนี่มันดีชะมัด"
แต่ความสุขสงบมักอยู่ได้ไม่นาน
โบ้ผละตัวออก แล้ววิ่งไปที่ประตูห้องนอน เห่าเรียกแล้ววิ่งกลับมาสะกิดขาอคินยิกๆ
[โบ้บอกว่ารีบหน่อยคิน! โบ้บอกว่าเราต้องรีบไปที่ 'ค่าย' นั่น! ประตูยักษ์จะปิดตอนสองทุ่ม! ถ้าช้าอดกินเนื้อย่างนะ!]
"เนื้อย่าง... นั่นสินะ เป้าหมายของเราคืนนี้"
อคินคว้าเป้ขึ้นสะพาย กระชับมีดทำครัวคู่ใจที่เหน็บเอว
เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปด้านนอก
แสงจันทร์สะท้อนผิวน้ำในบ่อกุ้งบ่อปลาที่ทิ้งร้างจนกลายเป็นบึงธรรมชาติระยิบระยับสุดลูกหูลูกตา
ลมทุ่งพัดเอากลิ่นดินและหญ้าเข้ามา... โลกใบนี้แม้จะพังทลาย แต่มันก็ยังมีความงามในแบบของมัน
อคินรู้สึกอาลัยที่ต้องทิ้งฐานทัพที่เขาอยู่มาเป็นอาทิตย์ แต่าเขาก็อยากจะไปดูเมืองนั้นด้วยตาเผื่อบางทีแต้มจะอยู่ที่นั่น
โฮ่ง! โฮ่ง!
โบ้วิ่งไปคาบเป้สะพายหลังเก่าๆ ของอคินมาวางแทบเท้า แล้วเห่าเร่งเร้า
"ไปกันเถอะพวก... ไปดูบ้านใหม่ของเรากัน"