ผู้ฝึกตนด้วยเมล็ดพันธุ์

    ตอนที่ 174 เล่ม 2 เหตุการณ์ตลกที่ไม่ตลก

     ตอนที่ 174 เล่ม 2 เหตุการณ์ตลกที่ไม่ตลก 


    หลิงหลานหันมามองเหว่ยเหลียง น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาที่สวยงามของเธอ “ข้าขอบคุณเจ้ามาก ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเป็นประโยชน์กับกลุ่มของพวกเจ้า” เธอกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ


    อี้ตงมู่เข้ามาสมทบและพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วง เราจะผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน”


    เจ้าอ้วนหัวเราะเบาๆ “และอย่าลืม รสชาติอาหารของเหว่ยเหลียงยอดเยี่ยมมาก เจ้าจะติดใจแน่นอน”


    หลิงหลานยิ้มออกมาท่ามกลางน้ำตา “ข้าหวังว่าจะได้ลองชิม”


    ทุกคนหัวเราะและยิ้มให้กับความผ่อนคลายที่เจ้าอ้วนนำมา บรรยากาศในลานฝึกเปลี่ยนไปจากความตึงเครียดเป็นความอบอุ่นและมิตรภาพที่ลึกซึ้ง


    เหลียนฮัวก้าวมาข้างหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับภัยที่อาจเกิดขึ้น แต่ข้ารู้ว่าเราสามารถเผชิญหน้ากับมันได้ด้วยกัน”


    ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาต้อนรับหลิงหลานเข้าสู่กลุ่มด้วยความอบอุ่นและความหวังใหม่ การตัดสินใจครั้งนี้อาจนำมาซึ่งความท้าทาย แต่พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันด้วยความกล้าและความร่วมมือ


    ท่ามกลางเสียงนกร้องและลมพัดเบาๆ ทุกคนรู้ว่าพวกเขากำลังเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ที่จะเต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาสในการเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน

      

    ความตึงเครียดบนเกาะลอยฟ้าจำลอง

    ท่ามกลางท้องฟ้าสีครามและเมฆขาวที่ลอยล่อง เกาะลอยฟ้าจำลองของเหว่ยเหลียงสงบนิ่งอยู่บนฟ้า บนเกาะนี้เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ดอกไม้หลากสีที่เบ่งบาน และต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วและเสียงลมพัดเบาๆ ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและสงบสุข แต่ความสงบสุขนั้นกำลังถูกทำลายด้วยข่าวสารที่ได้รับจากระบบ


    ในมุมหนึ่งของเกาะ มีอาคารหลักตั้งตระหง่าน อาคารนี้สร้างจากหินสีขาวที่แกร่งทนทาน ประดับด้วยลวดลายวิจิตรที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของนิกาย ภายในอาคารหลักนี้ ห้องประชุมขนาดใหญ่ถูกใช้เป็นศูนย์กลางในการวางแผนและเตรียมการ


    แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของห้องประชุม ผ้าม่านสีทองที่ปักลายมังกรเลื่อนเปิดออกเพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา โต๊ะยาวไม้โอ๊คกลางห้องมีแผนที่และอุปกรณ์การฝึกตนวางเรียงราย ผนังห้องประดับด้วยภาพวาดของบรรพบุรุษและอาวุธหลากหลายชนิด บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและความกังวล


    ต้นไม้ใหญ่ที่ล้อมรอบเกาะลอยฟ้าจำลองพริ้วไหวไปตามแรงลม เมฆที่ลอยผ่านไปมาดูเหมือนจะสะท้อนถึงความไม่แน่นอนที่กำลังเกิดขึ้น ระบบได้แจ้งข่าวสารที่น่าตกใจ ธิดาเทพหลิงหลานแห่งนิกายสุริยันแดงได้หายตัวไป และมีความเป็นไปได้ว่านิกายสุริยันแดงจะตามล่าเธอ ข่าวสารนี้ทำให้ทุกคนในห้องประชุมรู้สึกถึงภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา


    บนลานฝึกกว้างใหญ่ที่ตั้งอยู่ถัดจากอาคารหลัก ผู้ฝึกตนหลายคนกำลังเตรียมตัวอย่างเร่งรีบ ค่ายกลและอุปกรณ์การเทเลพอร์ตถูกตั้งขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกเขาทำงานร่วมกันด้วยความชำนาญและความระมัดระวัง ลานฝึกที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนานกลับกลายเป็นที่ตั้งของความตึงเครียดและความเร่งรีบ


    แม้ท้องฟ้าจะยังคงสดใสและเสียงนกร้องจะยังคงอยู่ แต่บรรยากาศบนเกาะลอยฟ้าจำลองกลับเต็มไปด้วยความกังวล ทุกคนรู้ดีว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออนาคตของพวกเขา และพวกเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับภัยที่กำลังจะมาถึง


    ท่ามกลางเสียงลมพัดและแสงแดดที่ส่องลงมา ทุกคนบนเกาะลอยฟ้าจำลองต่างรู้สึกถึงน้ำหนักของการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้น ความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกมุมของเกาะ ทำให้พวกเขาต้องมุ่งมั่นและระมัดระวังในการเตรียมตัวเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

      

    การเตรียมการเทเลพอร์ต

    บนเกาะลอยฟ้าจำลอง ความตึงเครียดในห้องประชุมได้แผ่ขยายออกไปสู่ลานฝึกกว้างใหญ่ที่ตั้งอยู่ถัดจากอาคารหลัก ลานฝึกซึ่งเคยเป็นสถานที่สำหรับการฝึกตนและการเล่นสนุกสนานของเหล่าผู้ฝึกตน ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวที่เร่งรีบและการจัดเตรียมที่จริงจัง


    ลานฝึกกว้างใหญ่นี้ปูด้วยหินเรียบที่เปล่งประกายเมื่อต้องแสงอาทิตย์ยามบ่าย ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา สายลมพัดผ่านเบาๆ ทำให้ใบไม้สั่นไหวเป็นเสียงเบาๆ ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศแห่งความเร่งรีบและความกังวล


    ในบริเวณกลางลานฝึก ค่ายกลขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นด้วยแผ่นหินที่มีลวดลายเรืองแสง อุปกรณ์เทเลพอร์ตถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ แสงสีฟ้าอ่อนๆ ส่องประกายออกมาจากอัญมณีที่ฝังอยู่ในแผ่นหิน ทำให้บรรยากาศดูเหมือนมีเวทมนตร์ซ่อนอยู่ในทุกมุมของลานฝึก


    ผู้ฝึกตนหลายคนกำลังทำงานร่วมกันอย่างเร่งรีบแต่มีระเบียบ พวกเขาตั้งค่ายกลและตรวจสอบอุปกรณ์เทเลพอร์ตอย่างละเอียด ทุกคนสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสำหรับการฝึกตนและการต่อสู้ ผ้าคลุมยาวสีเข้มที่ปลิวไสวตามแรงลม บางคนกำลังขีดเขียนลวดลายบนแผ่นหินด้วยแปรงที่ชุ่มไปด้วยน้ำหมึกที่เปล่งประกาย


    “เราต้องรีบหน่อย พวกเขาอาจตามมาทันทุกเมื่อ” อี้ตงมู่กล่าวพลางขมวดคิ้วขณะตรวจสอบค่ายกล


    เจ้าอ้วนยกกระเป๋าอุปกรณ์และเดินเข้ามาใกล้ “ข้าเตรียมอุปกรณ์เสร็จแล้ว แต่เราต้องแน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมใช้งาน” เขาพูดพลางยิ้มเบาๆ


    หลิงหลานที่เพิ่งเข้าร่วมกลุ่มได้ไม่นาน พยายามช่วยเหลือในการเตรียมการเทเลพอร์ต แต่กลับทำให้กระเป๋าอุปกรณ์เทเลพอร์ตหล่นลงพื้น และอุปกรณ์ทั้งหมดกระจายไปทั่ว ลานฝึกที่กว้างขวางกลับกลายเป็นที่เกิดเหตุวุ่นวาย ทุกคนต้องรีบเก็บอุปกรณ์กลับมา


    เหว่ยเหลียงมองเหตุการณ์นั้นด้วยรอยยิ้มเล็กๆ “ไม่เป็นไร หลิงหลาน เรามีเวลาพอที่จะจัดการทุกอย่าง”


    หลิงหลานหน้าแดงเล็กน้อยและกล่าวขอโทษด้วยเสียงแผ่วเบา “ข้าขอโทษ ข้าจะระวังมากกว่านี้”


    ขณะที่แสงอาทิตย์ยามบ่ายเริ่มจางหายไป ท้องฟ้าเหนือเกาะลอยฟ้าจำลองเริ่มมีเมฆเข้ามาปกคลุม แสงสีส้มที่สาดส่องลงมาผ่านช่องว่างระหว่างเมฆ ทำให้ลานฝึกดูเหมือนถูกแต่งแต้มด้วยแสงสีทอง ผู้ฝึกตนต่างรู้สึกถึงความร้อนแรงของแสงอาทิตย์และความหนาวเย็นของลมที่พัดมาเป็นระลอก


    “ทุกคนพร้อมแล้วใช่ไหม” เหว่ยเหลียงถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความเป็นผู้นำ


    ทุกคนพยักหน้า เหว่ยเหลียงรู้สึกถึงความมุ่งมั่นและความร่วมมือในกลุ่ม พวกเขารู้ว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อให้การเทเลพอร์ตครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย


    “ค่ายกลพร้อมแล้ว เริ่มการเทเลพอร์ตได้” อี้ตงมู่กล่าวพลางตรวจสอบแผ่นหินเรืองแสง


    แสงสีฟ้าจากอัญมณีและแสงสีทองจากอาทิตย์ยามบ่ายยังคงส่องประกาย ทำให้ลานฝึกดูเหมือนมีเวทมนตร์ซ่อนอยู่ในทุกมุม เหว่ยเหลียงและสหายของเขารู้ดีว่าพวกเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้การเทเลพอร์ตครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย การเตรียมการที่เร่งรีบและความตั้งใจที่แน่วแน่ทำให้พวกเขามีความหวังและความมั่นใจในการเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังจะมาถึง

      

    เหตุการณ์ตลกที่ไม่ตลก

    ขณะที่การเตรียมการเทเลพอร์ตยังคงดำเนินไปอย่างเร่งรีบ บรรยากาศบนลานฝึกก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดและการทำงานที่จริงจัง ทุกคนต่างพยายามทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดเพื่อให้การเทเลพอร์ตสำเร็จลุล่วงโดยไม่มีข้อผิดพลาด


    แสงแดดยามบ่ายเริ่มลดลง ทำให้ลานฝึกที่ปูด้วยหินเรียบสะท้อนแสงสีทองเป็นประกาย บรรยากาศรอบๆ ลานฝึกเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดและเสียงนกร้องเบาๆ ที่ทำให้บรรยากาศไม่ดูเคร่งเครียดจนเกินไป


    “เราต้องรีบหน่อย พวกเขาอาจตามมาทันทุกเมื่อ” อี้ตงมู่กล่าวพลางขมวดคิ้วขณะตรวจสอบค่ายกล


    เจ้าอ้วนยกกระเป๋าอุปกรณ์และเดินเข้ามาใกล้ “ข้าเตรียมอุปกรณ์เสร็จแล้ว แต่เราต้องแน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมใช้งาน” เขาพูดพลางยิ้มเบาๆ


    หลิงหลานที่เพิ่งเข้าร่วมกลุ่มได้ไม่นาน พยายามช่วยเหลือในการเตรียมการเทเลพอร์ต แต่ด้วยความไม่ชำนาญ เธอกลับทำให้กระเป๋าอุปกรณ์เทเลพอร์ตหล่นลงพื้นและอุปกรณ์ทั้งหมดกระจายไปทั่วลานฝึก


    “อุ๊ย!” หลิงหลานร้องออกมาเบาๆ เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น


    เจ้าอ้วนมองเห็นเหตุการณ์และไม่สามารถอดทนต่อความขบขันได้ “เฮ้ ดูสิ หลิงหลานทำให้การเตรียมการของเรายืดยาวขึ้นอีกหน่อย!” เขาหัวเราะเบาๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดู


    เหว่ยเหลียงมองเหตุการณ์นั้นด้วยรอยยิ้มเล็กๆ “ไม่เป็นไร หลิงหลาน เรามีเวลาพอที่จะจัดการทุกอย่าง”

    คล้ายกับเรื่องผู้ฝึกตนด้วยเมล็ดพันธุ์ ที่คุณอ่าน