คืนนี้ผมได้ค้างที่ห้องนานาเป็ครั้งแรกเลยมั้งที่ได้มาค้างห้องสาวน้อยแบบนี้ ส่วนไอ้ริทผมไล่มันไปั้แ่บ่ายล่ะ ตอนแรกมันก็ไม่ยอมไปนั่นแหละ กะจะเนียนนอนต่อมีหรือผมจะยอม เลยโทรไปหาพี่ชายมันเพราะเห็นในเฟสล่าสุดว่าพี่มันยุ่งอยากหาคนช่วยงานเลยทักไปบอกว่าไอ้ริทมันว่างมากไม่นานพี่มันก็โทรมาตามมันให้กลับ แน่นอนพอมันเห็นแบบนั้นมันก็รู้ทันทีว่าเป็ฝีมือผม เื่ไรจะให้มันอยู่ต่อล่ะ ผมอยากอยู่กับสาวน้อยแค่สองคนนะพราะฉะนั้นไอ้คนส่วนเกินก็ควรกลับไปได้แล้ว
ตอนนี้นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร มองแผ่นหลังบางๆ ของนานาที่กำลังทำแกงจืดเป็มื้อเย็น ผมบอกว่าผมอยากกินอะไรอุ่นๆ ร้อนๆ เพราะเมื่อคืนเหนื่อยกับเื่ที่เกิดขึ้นตอนเช้าสาวน้อยของผมก็จัดให้ทันที แม้เื่แบบนี้ผมจะเคยเห็นหลายครั้งแล้วแต่มันก็ยังทำให้ผมรู้สึกประทับใจทุกครั้งอยู่ดี
ร่างบางนั้นขยับอย่างคล่องแคล่ว มองเอวคอดที่ผมเคยโอบกอดที่ทำให้ใจผมเต้นแรงเกินควบคุมทุกรอบ ผิวขาวอมชมพูที่น่ากินจนผมอดที่จะเลียริมฝีปากไม่ได้
“พี่โฟลทกินเยอะมั้ยคะ” เสียงสวยของสาวน้อยตรงหน้าเรียกผมให้หลุดออกจากภวังค์ “เอ่อ…พี่โฟลทคะ”
สาวน้อยเอียงคอมองผมด้วยใบหน้าที่ใสซื่อจนอดที่จะแกล้งไม่ได้ เท้าแขนกับที่พักแขนพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก “ก็เยอะอยู่นะ ทั้งข้างทั้งแแกงจืดแล้วก็สาวน้อยของพี่ด้วย เราคงต้องตักข้าวให้พี่เยอะๆ แล้วล่ะ”
ใบหน้าสวยค่อยๆ เริ่มมีสีแดงระเรื่อแต้มที่แก้มสวย “พ-พี่โฟลท คนทะลึ่ง!”
“อ๊ะๆ สาวน้อยใจเย็นๆ อย่าเขินจนจะขว้างมีดสิ” ประโยคของผมทำเอาน้องที่เขินจนเผลอจะเอามีดหั่นผักที่อยู่ในมือปาใส่หัวผมอีกรอบ
“เอ่อ ขอโทษค่ะ” พอน้องได้สติก็หันไปทำกับข้าวต่อ ผมก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เกือบตายแล้วกู
หลังจากสาวน้อยของผมทำกับข้าวเสร็จเราก็มานั่งทานที่โต๊ะหน้าทีวีพลางเปิดซีรีส์ฝั่งอเมริกาไปด้วย
แกงจืดฝีมือสาวน้อยมันนุ่มนวล กลมกล่อม อร่อยจนบรรยายไม่ถูกเลยจนไม่อยากกินสัก 10 จานเลย “อร่อยนะเนี่ย อร่อยกว่าร้านข้างนอกอีก”
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ก็แค่แกงจืดธรรมดาๆ เองค่ะ”
“งั้นหรอ แต่สำหรับพี่มันอร่อยจริงๆ นะ สงสัยคงเพราะคนสวยเป็คนทำล่ะมั้ง มันเลยอร่อยจนอยาก…” แอบเห็นสาวน้อยตรงหน้ากลืนน้ำลายลงคอ ใบหน้าสวยของเธอมีสีแดงระเรื่อ “อยากจะกินต่อหลายๆ ชามเลยล่ะ”
“เอ๊ะ?” สีหน้าของน้องจู่ๆ ก็เปลี่ยนใ “ล-หลายๆ ชาม…หรอคะ”
“ใช่ ทำไมล่ะ คิดว่าพี่จะพูดเื่ใต้สะดือหรอ ถึงพี่จะทะลึ่งแต่ก็รู้เวลานะ” พอผมตอบไปแบบนั้นน้องก็ทำหน้าตาพองแก้มราวกับไม่พอใจกับคำตอบสักเท่าไหร่
“พี่โฟลท!!”
เสียงหวานๆ ดังขึ้นพร้อมกับแก้มที่พองอย่างไม่พอใจ สาวน้อยของผมทำหน้าเหมือนเด็กโดนขัดใจ ส่วนผมก็ดันหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“เรียกทำไมครับ คนสวย หรือว่า...อยากจริงๆ?” ยกยิ้มเ้าเล่ห์ใส่เธออีกระลอกกลับยิ่งทำให้ใบหน้าของนานายิ่งแดงหนักเข้าไปใหญ่ ก่อนเธอจะคว้าจานของตัวเองแล้วลุกพรึ่บเดินหนีไปเก็บจานด้วยท่าทางเหมือนจะงอนจริงๆ
ผมนั่งมองตามแผ่นหลังบางๆ นั้นพลางยกยิ้มมุมปากอย่างสนุกสนาน
“อ้าว งอนซะแล้ว สาวน้อยของพี่อยากขนาดนั้นทำจริงดิ~”
ะโไล่หลังไปพร้อมกับเสียงหัวเราะคันปากอยากจะแกล้งต่อให้สุด ได้ยินเสียงน้ำจากก๊อกจากอ่างล้างจานไหล แล้วก็ตามมาด้วยเสียงตอบประชดเบาๆ จากคนที่กำลังยืนล้างจาน
“ป่าวสักหน่อย”
แต่ถึงจะพูดแบบนั้น ผมก็เห็นนะ เห็นชัดเลยว่าแก้มของเธอแดงเป็ลูกตำลึงสุก ให้ตายสิ หมั่นเขี้ยวชะมัด อยากจะเดินเข้าไปกัดแก้มให้แดงกว่าเดิมตรงนั้นเลย
แต่ก็ไม่เอาดีกว่า ขอแกล้งต่ออีกนิด
หลังจากเคลียร์จานชามเสร็จ สาวน้อยของผมก็เดินกลับมาทิ้งตัวนั่งบนโซฟาแบบคนงอนเต็มขั้น ยกขาขึ้นข้างนึงบนเบาะก่อนจะกอดหมอนแน่นแนบอก แก้มก็ยังพองอยู่นั่นแหละ เหมือนเด็กตัวเล็กๆ ไม่มีผิด
หมั่นเขี้ยวว่ะ
ผมแกล้งทำไม่สนใจ หันกลับมานั่งเล่นมือถือหน้าตาเฉย แต่รู้หรอกว่าเธอแอบเหลือบมองผมเป็ระยะๆ รู้ แต่ก็ยังอยากแกล้งอยู่ดี
ผมนั่งเล่นมือถือได้ไม่นาน อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าร่างกายเริ่มเหนียวตัวนิดๆ เพราะั้แ่ไปฟัดกับโจรแล้วมาที่นี่ผมก็ยังไม่ได้จัดการทำความสะอาดตัวเองเลย
“พี่ขอไปอาบน้ำได้มั้ย” ผมหันไปพูดกับเธอที่กำลังตั้งใจดูซีรีส์ สาวน้อยที่ยังคงพองแก้มกอดหมอนอยู่บนโซฟาหันมาทางผมเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงแข็งแบบงอนๆ ว่า
“ผ้ากับแปรงเตรียมไว้ให้ในห้องน้ำแล้วค่ะ”
ผมหันไปมองเธอ พลางยิ้มออกมาช้าๆ แบบกลั้นไว้ไม่อยู่ เอ็นดูว่ ขนาดงอนอยู่นะเนี่ย
“ขอบคุณครับ~” ผมยกเสียงท้ายประโยคยียวนเล็กๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ
เปิดไฟในห้องน้ำ แสงสีขาวกระทบกับกระจกที่มีฝ้าเล็กๆ จากไอน้ำที่นานาอาบก่อนหน้านี้ ผ้าขนหนูพับไว้อย่างดีแขวนอยู่ที่ราว ส่วนแปรงสีฟันกับยาสีฟันก็วางเรียงอย่างมีระเบียบอยู่บนชั้นเล็กๆ ข้างอ่างล้างหน้า
ผมถอดเสื้อออก โยนไว้กับขอบประตูก่อนจะก้าวเข้าไปใต้ฝักบัว ปล่อยให้น้ำเย็นไหลผ่านร่างตอนแรกก็แค่อยากอาบน้ำปกติ
แต่จู่ๆ ภาพในหัวก็ผุดขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว.ภาพคืนนั้นที่ร้านเหล้า ตอนที่เธออยู่ใต้ตัวผม เสียงหอบ เสียงครางเบาๆ ที่แทบจะทำให้ผมคลั่ง ดวงตาคู่นั้นที่ทั้งสั่น ทั้งหลบสายตาแต่ก็เต็มไปด้วยความไว้ใจ
แม่ง…
ผมถอนหายใจหนักๆ พร้อมกับหลับตา ปล่อยให้น้ำไหลกระทบหน้าชะล้างความคิดวุ่นวายในหัวแต่ไม่ว่าจะสลัดยังไงก็สลัดไม่ออก ให้ตายสิ อยู่ๆ ก็อยากจับน้องมาไว้ใต้ตัวเองเสียจริง
น้ำจากฝักบัวไหลผ่านร่างกายพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดถึงภาพวันนั้นแต่สมองมันดันไม่ยอมฟัง เพราะสมองมันดันย้อนภาพไปยังวันที่ผมเจอกับสาวน้อยวันแรก ที่ห้องทำงานไอ้แบล็ค
อุณหภูมิในร่างกายร้อนขึ้นอย่างประหลาดแม้น้ำฝักบัวจะไหลผ่านก็ไม่สามารถทำให้มันหายได้ สงสัยคงต้องหาที่ระบายไม่งั้นคืนนี้คงทรมานแน่ๆ
มือหนาเอื้อมรูดความเป็ชายแล้วค่อยๆ ขยับมือตามจังหวะพลางจินตนาการภาพในหัว ภาพของสาวน้อยที่กำลังเชียดชิมน้ำหวานเหมือนเมื่อวันนั้น ความเสียวจากริมฝีปากเล็กของเธอมันทำเอาผมเสียวซ่านไปทั้งตัว
“อ่าส์~”
เร่งจังหวะมือให้เร็วขึ้นก่อนให้ตรงกับจังหวะภาพในจินตนาการ ความเสียวซ่านมาถึงจุดสูงสุดก่อนจะปลดปล่อยน้ำกามออกมา
“อ่าส์! ซี๊ด~”
ก้มมองสำรวจส่วนล่างดูมันเหมือนจะเลอะเต็มมือไปหมด เหอะ สงสัยต้องอาบน้ำใหม่ซะแล้ว เหนียวหมดเลยแฮะ
หลังจากจัดการธุระตัวเองเสร็จผมก็พันผ้าขนหนูรอบเอวไว้หลวมๆ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำตั้งใจจะมายืมเสื้อผ้าน้องใส่ แต่ยังไม่ทันจะเดินพ้นประตูห้องดีเสียงหวานก็ดังขึ้นทันควัน
“พี่โฟลท! ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะคะ!”
สาวน้อยของผมในชุดนอนลายดอกไม้เรียบๆ กำลังยืนอ้าปากค้าง ใบหน้าแดงจัดเหมือนลูกมะเขือเทศ ท่าทางเหมือนทั้งใ ทั้งเขิน
ผมหัวเราะเบาๆ ยกยิ้มมุมปากแบบที่เธอมักจะบอกว่า “ยิ้มแบบนี้อีกแล้ว”
“ก็พี่ไม่รู้จะใส่ตัวไหนอะ สาวน้อยให้พี่ยืมหน่อยสิหรือจะถอดของเรามาให้พี่ใส่แทนก็ได้นะ”
พูดจบผมก็สาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างบางตรงหน้าก็เริ่มขยับถอยหนีไปทีละก้าว จนหลังของเธอไปชนเข้ากับเคาน์เตอร์ในครัว “พ-พี่โฟลทจะทำอะไรน่ะคะ”
เสียงเธอสั่นนิดๆ ดวงตาเบี่ยงหลบสายตาผมขณะที่สองแก้มแดงจัดจนแทบจะะเิ มือเล็กพยายามยันอกเปลือยของผมออกแม้จะไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่ก็ตาม
“หน้าแดงจังเลยนะเรา”
ผมพูดพลางก้มหน้าลงมาใกล้กว่าเดิมใช้นิ้วชี้เชยคางเธอขึ้นเบาๆ ก่อนจะใช้นิ้วโป้งไล้เบาๆ ไปตามขอบริมฝีปากของเธอช้าๆ จนนานาเบิกตากว้าง
“พะ-พี่โฟลท...” เสียงเธอแ่ลงแทบจะกลืนไปกับลมหายใจ ผมโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ใช้จมูกแตะข้างแก้มแดงๆ นั่นอย่างแ่เบา ก่อนจะลากริมฝีปากลงไปใกล้ใบหูของเธอแล้วงับเบาๆ เข้าที่ติ่งหู
“อ๊ะ...!” เธอสะดุ้งนิดหน่อย ใบหน้าร้อนฉ่าไปทั้งแถบ แต่ผมยังไม่หยุดก่อนจะขยับปากไปจุ๊บเบาๆ ที่หลังใบหูของเธอพร้อมกับกระซิบแ่ข้างหู
“ให้ตายเถอะ ทำไมเราถึงหน้ากินแบบนี้นะ”
มือหนาวิสาสะสอดเข้าใต้เสื้อนอนลูบไล้พุงน้อยๆ ของเธอให้จั๊กจี้จนเธอต้องเกร็งท้อง “อึก!”
ค่อยๆ ขยับมือขึ้นไป้าทีละนิดจนไปมาถึงใต้ขอบเสื้อใน ผิวเนียนเรียบผนวกกับอารมณ์ที่มันพลุ่งพล่านจนฉุดไม่อยู่ ทำเอาผมไม่อยากจะหยุด เลื่อนมือเข้าใต้เสื้อในพลางเลื่อนริมฝีปากมาทาบที่ริมฝีปากของน้องเบาๆ ก่อนจะผละออก
“ใส่เสื้อในนี่ มันไม่ควรใส่ตอนนอนนะ”
“ก็-พี่โฟลท…มานอนด้วย หนูก็ต้องใส่…สิคะ อึก!” สาวน้อยตรงหน้าสะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วของผมััตรงยอดอก แรงหายใจของน้องแรงขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าสวนเริ่มแดงก่ำราวกับคนพึ่งกินเหล้ามา
เลื่อนริมฝีปากลงมาตามสันกรามเลื่นอลงมาเรื่อยๆ จนคอระหง สูดดมความหอมจากตัวน้องพลางเขี่ยยอดอกให้อีกคนสะดุ้งเล่น
“อื้อ!!”
“จิ๊! พี่ขอกินนะครับ” พูดจบก็จัดการเลิกเสื้อนอนของสาวน้อยขึ้นจนเห็นหน้าอกสวยก่อนจะก้มชิมยอดอกสีชมพู
“อ๊าส์~พะ-พี่โฟลท” ร่างบางกระตุกเล็กน้อยคงจากความเสียว เลื่อนมืออีกข้างลูบไล้ไปตามขาอ่อนก่อนจะมุดเข้าผ่านขากางเกงจนััถึงขอบกางเกงใน แต่นั้นก็ไม่ทำให้ผมคิดจะหยุดก่อนจะขยับมือของตัวเองเข้าไปให้ลึกกว่าเดิมจนมาถึงร่องกลีบที่คุ้นเคย
“อ๊าส์!!”
ใช้นิ้วกดตรงเม็ดกระสันแล้วเขี่ยเบาๆ กระตุ้นให้อีกคนเสียวเล่น ก่อนจะใช้นิ้วลากไปตามร่องพร้อมกับดูดเม้มที่ยอดอก
“อ๊าส์!! พี่โฟลท…หนู หนูเสียว อื้อ!!!”
“อืม~ ทำให้พี่หน่อยสิสาวน้อย” สาวน้อยตรงหน้าหน้าแดงกว่าเดิมก่อนเธอจะเบนสายตาไปทางอื่น
“หนู…หนู”
“นะครับ”
“อื้อ!!” ไม่พูดเปล่าผมกดนิ้วของตัวเองเข้าไปในร่องกลีบไม่พอยังขยับนิ้วถี่รัวๆ จนััได้ถึงความแฉะของมัน
“อ๊ะ! อ๊ะ! พะ-พี่…โฟลท”
“ว่าไงครับ ทำให้พี่หน่อยได้มั้ย” สาวน้อยพยักหน้าในขณะที่ใบหน้าที่แดงก่ำ พอเห็นว่าเธอตกลงผมก็คว้าคอน้องเข้ามาบดจูบพร้อมกับลากตัวเราทั้งคู่ให้มานั่งที่โซฟา
สาวน้อยเอื้อมมือสั่นๆ ไม่รู้ว่ากลัวหรือตื่นเต้นกันแน่มาจัดการรูดซิบกางเกงของผมอย่างช้าๆ ก่อนเธอจะควักความเป็ชายที่ตอนนี้มันกำลังเติบโตได้ที่พร้อมที่จะออกศึกแล้ว
“อึก!” ได้ยินเสียงกลืนน้ำลายของเธอดังชัด คงจะตื่นเต้นล่ะสิท่า แต่ผมชอบนะ เวลาเห็นใบหน้าสวยที่กำลังระแวงหรือตื่นเต้นมันรู้สึกเร้าใจดี
สาวน้อยเริ่มก้มลงดูดแก่นกายทีละนิดจากด้านหัวพร้อมกับใช้ลิ้นเลียมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ลูบกลุ่มผมของสาวน้อยที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีเยี่ยม “อ่าส์~ อย่างงั้นแหละสาวน้อย ซี๊ด~”
ริมฝีปากเล็กๆ ค่อยๆ กินแก่นกายจนมันเริ่มหายไปทีละนิด รู้สึกได้ถึงอวัยวะภายในปากของน้อง มันแปลกนะที่เราควรจะรู้สึกแปลกแต่ดันรู้สึกฟินซะงั้น
สาวน้อยเริ่มเร่งจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความเสียวมันพลุ่งพล่านจนใกล้จะถึงฝั่ง เอื้อมไปกุมผมของน้องพร้อมกับบังคับให้เธอเร่งความเร็ว “เร็วหน่อย อ่าส์!!!”
น้ำกามถูกปล่อยออกมาจนเต็มปากขออีกคนส่งผลให้เธอสำลักจนหน้าแดงก่ำ
“แค่กๆ”
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องกลืนนะ เดี๋ยวจะสำลัก” บอกน้องไปแบบนั้นแต่เหมือนอีกคนจะไม่ฟัง สาวน้อยของผมกลืนน้ำนั่นลงคอ มันไม่ได้อร่อย เหมือนจะฝืดถ้าดูจากหน้าของเธอ แต่สาวน้อยก็กลับเลือกที่จะกลือนมันลงไป
“ทำไมไม่คายล่ะหืม” พูดพลางเอื้อมมือไปดึงน้องให้ขึ้นมานั่งที่โซฟาพร้อมกับกดจูบที่กลุ่มผมของเธอเบาๆ
“มันก็ไม่ได้แย่ขนาดจนต้องคายนี่คะ”
“หึ” คำตอบของสาวน้อยทำเอาอดที่จะหอมแก้มเธอฟอดหนึ่งไม่ได้
“ดึกแล้ว ไปนอนกัน เดี๋ยวพี่จะกล่อมเรานอนเอง”
“ไม่ใช่แค่กล่อมหรอกค่ะ ต้องอุ้มหนูเข้านอนด้วย เพราะตอนนี้หนูปวดเข่ามากๆ” น้องพูดพร้อมพองแก้มป่องไหนจะสีแดงระเรื่อบนใบหน้า
“ครับๆ เดี๋ยวพี่โฟลทคนนี้จะดูแลสาวน้อยอย่างดีเลย จะปรนณิบัตรให้ดุจดั่งเ้าหญิงเลยดีมั้ย”
“ถ้าหนูจะใช้พี่โฟลทด้วยได้มั้ยคะ”
“เต็มที่เลยครับ”รอยยิ้มผุดบนใบหน้าแดงของเธอน้อยๆ “ขอบคุณค่ะ”
เนี่ย สาวน้อยของผมน่ารักขนาดนี้ แล้วผมจะไปไหนรอด
เฮ้อ~ อยากเลื่อนสถานะแล้วว่ะ ทำไงดี จับน้องทำเมียเลยดีมั้ยนะ
เสียงฝนกระหน่ำจนสุดท้ายก็ต้องตื่น หันไปหยิบมือถือข้างหัวนอนเพื่อเช็คเวลา เหมือนตอนนี้จะเวลาตี 3 แล้ว วันใหม่แล้วสินะ
“อืม~”
เสียงขยับข้างตัวให้ฉันต้องหันไปมอง พี่โฟลทที่ตอนนี้ยังคงนอนหลับอยู่ข้างๆ พร้อมกับเอาแขนมาพาดที่เอวราวกับจะไม่ยอมปล่อยกัน จู่ๆ ภาพเมื่อวานก็แว้บเข้ามาในหัว ภาพที่ฉัน เอ่อ… ช่วยเขานั่นแหละ
ยอมรับว่าตอนนั้นมันตื่นเต้นเอามากๆ แม้จะเคยผ่านเื่แบบนั้นมาแล้วก็ตามแต่พอเวลาจริงฉันก็ยังไม่ชินสักที
ลุกขึ้นมาจัดการธุระส่วนตัวแต่ขณะนั้นเองเสียงฟ้าร้องก็ดังลั่นทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก
“อะไรเนี่ย พายุหรอ” พูดจบปุ๊บฝนก็เทลงมาทันที ไม่พอลมพายุยังพัดแรงอีกด้วย แรงขนาดที่ว่าต้นไม้ด้านนอกหอยังโยกจนจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ด้วย
เปรี้ยง!
“อร๊าย!” เสียงฟ้าร้องยังดังไม่หยุดแล้วเหมือนจะดังกว่าเดิมด้วย ฝนก็เทลงมาหนักถ้าตกแบบอีกชั่วโมงนึงมีหวังน้ำได้ซอยเหมือนเดิมแน่ๆ
เปรี้ยง!!
เสียงฟ้าผ่าดังลั่นสนั่นราวกับจะฉีกท้องฟ้าออกเป็สองซีก ก่อนที่ทุกอย่างจะตามมาด้วยเสียงะเิตูมใหญ่จากด้านนอก ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อแสงไฟวูบไหวรุนแรงก่อนจะดับลงอย่างสมบูรณ์ ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็สีดำสนิท
“อะ…อะไรกัน”
หัวใจฉันเต้นแรงจนได้ยินเสียงชัดในอก มือสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้ ภาพตรงหน้าก็เริ่มมัวลงเรื่อยๆ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดเต็มหน้าผาก ทั้งจากความกลัวและอุณหภูมิในตัวที่สูงขึ้นทุกวินาที
เสียงฝนยังคงกระหน่ำลงมาหนักอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ฟ้ายังร้องต่อเนื่องราวกับจะทำให้โสตประสาทการรับฟังเสียกันไปข้างนึง ฉันพยายามจะตั้งสติออกจากห้องน้ำแต่ทุกครั้งที่ฟ้าร้องทำให้ต้องยกมืออุดหูทุกรอบจนสุดท้ายก็ออกจากห้องนี้ไม่ได้
“ไม่เอา...ไม่เอานะ...ไม่อยากอยู่ในนี้คนเดียว...ไม่เอา”
น้ำตาเริ่มไหลไม่ยอมหยุด ทั้งกลัว ทั้งหนาว ทั้งหายใจไม่ออก อาการกลัวที่แคบและความมืดมันกำเริบขึ้นมาอย่างรุนแรง ภาพตรงหน้าพร่าเบลอจนมองแทบไม่เห็นอะไร ฉันได้แต่กอดตัวเองเอาไว้แน่น
ทันใดนั้นััอุ่นๆ บางอย่างแตะเข้าที่แขนทำให้ฉันสะดุ้งเฮือกก่อนจะเงยหน้าขึ้นอย่างใ
“อ๊ะ!” แล้วภาพที่เห็นในความมืดมัวก็ทำให้ใจฉันชะงัก ภาพของคนที่คุ้นตาดีกำลังอยู่ตรงหน้า
“พี่โฟลท…”
เขาอยู่ตรงหน้าผมปรกยุ่งเหยิง หอบหายใจหนักเหมือนเพิ่งวิ่งสุดชีวิตมาจากไหนสักแห่ง ฉันแอบเห็นเงาประตูห้องน้ำที่หลุดคาไว้ตรงบานเขาคงพังเข้ามา
“พี่มาแล้วไม่ต้องกลัวนะ”
เสียงทุ้มนั่นฟังดูเบากว่าปกติ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ไม่ค่อยได้ยินนัก มือของเขารั้งตัวฉันเข้าไปในอ้อมแขนทันที กอดแน่นราวกับจะซึมซับความกลัวออกไปทั้งหมด
ไม่รู้ว่าเขารู้ได้ยังไงหรือรู้ั้แ่เมื่อไหร่ หรือว่าจะเป็ตอนนั้นที่ฉันเคยติดลิฟต์กับพี่แบล็คเมื่อคราวนั้น ก่อนที่ฉันจะทันพูดอะไรเขาก็อุ้มฉันขึ้นอย่างง่ายดาย ร่างกายที่เหมือนจะหมดแรงไปแล้วของฉันพิงอยู่กับอกอุ่นๆ
พี่โฟลทวางฉันลงบนโซฟาก่อนจะคว้าผ้าห่มที่วางกองไว้ข้างๆ คลุมตัวฉันจนมิดแล้วเขาก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ กอดฉันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“ไม่เป็ไรนะ พี่อยู่ตรงนี้แล้วไม่ต้องกลัวนะครับ”
ฉันได้ยินแค่นั้นก่อนที่เปลือกตาจะหนักอึ้งลงเรื่อยๆ เสียงฝนยังคงตกอยู่ มันรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกปลอดภัยเหลือเกิน
สุดท้ายฉันก็เผลอหลับไปในอ้อมกอดของเขาด้วยความเหนื่อยล้าจนได้
รออยู่กว่า 2 ชั่วโมงพายุฝนก็เบาลง ผมมองออกไปนอกหน้าต่างขณะที่มืออีกข้างยังคงกอดน้องเอาไว้อยู่ เหลือบมองคนในอ้อมกอดที่ตอนนี้เหมือนจะหลับสนิท
ตอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอน้องยอมรับว่าใมาก หนึ่งเลยเพราะตอนที่ตื่นมาพายุดันเข้ามาพอดีไม่พอไฟยังดับอีก ก็นึกไปถึงเมื่อตอนที่น้องและไอ้แบล็คติดลิฟต์ จำได้ว่าไอ้ธินบอกว่าน้องเหมือนจะกลัวความแคบกับความมืด
พอนึกถึงเื่นั้นผมก็รีบลุกจากเตียงเดินหาน้องทันที เดินหาจนทั่วทั้งครัว ห้องนั่งเล่นจนมาถึงห้องน้ำ แต่ประตูมันล็อคเปิดยังไงก็เปิดไม่ออก คิดว่าน้องคงอยู่ในห้องนั้นแน่ๆ เลยพยายามเคาะห้องแต่ไม่ว่าจะเคาะเท่าไหร่คนในห้องก็ตอบหรือมาเปิดเลยสักนิด
ผมคิดว่าน้องต้องอาการกำเริบแน่ๆ เลยตัดสินใจพังประตูเข้าไปพบว่าน้องกำลังนั่งกุมหัวอยู่ที่พื้นห้อง ผมรีบตรงดิ่งเข้าไปหาน้องทันที
พอได้ััแขนน้องอุณหภูมิในร่างกายของเธอมันร้อนขึ้นกว่าปกติ เหงื่อซึมออกทุกอณูรูขุมขน ใบหน้าแดงก่ำแถมตัวสั่นราวกับกลัวจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย
ผมเลยอุ้มสาวน้อยออกมานั่งพักที่โซฟา หยิบผ้าห่มที่วางอยู่บนโซฟาตอนแรกเอามาคลุมเธอไว้และคอยกอดปลอบก่อนน้องจะหลับไป
กลับมาที่ปัจจุบันตอนนี้พายุฝนเริ่มสงบลงแล้ว เหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลที่วางอยู่หน้าทีวี ตอนนี้เวลาตี 5 เกือบจะ 6 โมงแล้ว
“อืม~”
คนในอ้อมกอดขยับตัวขลุกขลิกก่อนเธอจะค่อยๆ ลืมตาตื่น
“เอ๊ะ?” สาวน้อยของผมพอตื่นขึ้นพอดี ทันทีที่เธอลืมตา เธอก็กระเด้งตัวเองพร้อมกับหันซ้ายหันขวาราวกับใ
“ตอนนี้กี่โมงแล้วคะ”
“หกโมงน่ะ มีอะไรรึเปล่า” สาวน้อยถอนหายใจราวกับโล่งอก “คือวันนี้ตอนเจ็ดโมงหนูมีนัดกับคนๆ นึงน่ะค่ะ”
“คนๆ นึงหรอ บอกพี่ได้มั้ยครับว่าใคร” ใบหน้าสวยจู่ๆ ก็เลิ่กลั่กขึ้นมาทันที “เอ่อ…ก็…คนรู้จักน่ะค่ะ พูดไปพี่โฟลทคงไม่รู้จัก”
หรี่ตามองสาวน้อยตรงหน้า ดูเหมือนว่าเธอจะไม่อยากให้ผมรู้ว่าไอ้คนที่เธอจะไปพบมันเป็ใคร “งั้นหนูขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ ส่วนพี่โฟลท วันนี้หนูคงให้อยู่ต่อไม่ได้เพราะอีกเดี๋ยวผิงก็จะกลับมาแล้วน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”
มองสาวน้อยที่หายไปในห้อง คิ้วขมวดสองข้างขมวดปมขนแทบปวด ไอ้ประโยคเมื่อกี้มันหมายความว่าผมโดนไล่ให้กลับบ้านถูกมั้ย
อะไรเนี่ย ยังอยู่กับสาวน้อยยังไม่หนำใจเลยนะ แถมยังไม่รู้อีกว่าไอ้คนที่เธอไปพบมันคือใครอีก
“โว้ย!!” ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด นี่มันอะไรกันวะเนี่ย!!
ตัดภาพไปที่ตอนนี้ผมอยู่ที่มหาวิทยาลัย วันนี้มีสอบเทสเลยต้องมาสอบ แม้จะอ่านเนื้อหามาแล้วจนครบแต่ก็ไม่สามารถนึกถึงเนื้อหาที่จะสอบได้เลยแม้แต่นิดเดียว
“นี่”
แม่งเอ้ย!! สรุปคนที่สาวน้อยจะไปเจอมันคือใครกันวะเนี่ย
“นี่”
“ไอ้โฟลทอ่ะ”
“ไม่ตอบ”
“แม่งเป็ห่าอะไรน่ะ”
จะโทรไปถามดีมั้ยนะ หรือจะไปหาสาวน้อยแล้วถามต่อหน้าเลยดี โอ๊ย~~ ปวดหัวชะมัด
“ไอ้โฟลท”
ทำไงดีๆ
“ไอ้สัสโฟลท!”
พลั่วะ!!
“โอ๊ย!! ตบกูทำไมเนี่ย มันเจ็บนะ” ยกมือลูบหัวพร้อมกับหันไปมองไอ้เพื่อนเวรที่มาตบหัวผมแทบทิ่ม “กูไม่ถีบมึงด้วยก็บุญเท่าไหร่แล้ว จะสอบมั้ยเนี่ย อาจารย์เขาเรียกเข้าแล้ว”
หันมองรอบๆ ตัว จะว่าไปคนอื่นๆ ก็ไม่อยู่แล้วนี่หว่า เหลือแค่ผมกับไอ้แบล็คเท่านั้น
“มัวแต่เหม่ออยู่นั่นแหละ ไปได้แล้ว” ไอ้แบล็คไม่รอให้ผมตอบ มันคว้าคอเสื้อแล้วลากผมเข้าไปในห้องสอบทันที “เออรู้แล้ว ปล่อยกูก่อน”
แม้จะพยายามแกะมือแต่มันก็ไม่ยอมปล่อยสักที เฮ้อ ดูทรงการสอบวันนี้คงสอบตกแน่ๆ เลย
ผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็เวลาทั้งหมดของการสอบ ปกติเวลาผมสอบจะใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น เพราะหากนั่งนานกว่านี้นั่นก็หมายความว่าผมทำข้อสอบไม่ได้แล้วคะแนนก็จะแย่ตามไปด้วย
“นาน” ทันทีที่ออกจากห้องมาไอ้ริทที่ยืนรออยู่ด้านนอกห้องสอบก็เอ่ยทักขึ้นมาทันที “ก็กูทำไม่ได้นี่ มันก็นานมั้ย”
“เป็ไร เื่น้อง?” ไอ้ริทจ้องมองผมราวกับอยากจะรู้เื่ราวที่ผมกังวลใจในตอนนี้ มันก็ช่างรู้ไปทุกเื่จริงๆ นะ
“เฮ้อ ก็เมื่อน้องแปลกไปน่ะสิ สาวน้อยบอกว่าจะไปเจอกับคนๆ นึง พอกูถามว่าไปเจอใครสาวน้อยก็เลิ่กลั่กแถมไม่ยอมบอกว่าจะไปเจอใครด้วย มึงคิดว่าแปลกมั้ยล่ะ”
ไอ้ริทขมวดคิ้วเล็กน้อย “ขี้เสือก”
“เดี๋ยว อันนี้คือด่ากูหรอ”
“ป่าว มึงเสือก”
“คือด่ากูแล้วอันนี้”
เราเดินลงมาสมทบกับเพื่อนอีกสามคนที่รออยู่ด้านล่างภายในหัวยังคงคิดแต่เื่ของสาวน้อยอยู่
“ทำหน้าแบบนั้นทำไม เครียดเื่สอบหรอ” ธินเอ่ยถาม “ป่าว เื่สาวน้อยอ่ะ”
“สาวน้อย? นานาน่ะหรอ”
“เออดิ เมื่อเช้าสาาวน้อยทำท่าเลิ่กลั่กบอกจะไปเจอกับคนๆ นึง พอกูถามว่าไปเจอใครสาวน้อยก็เลิ่กลั่กแถมไม่ยอมบอกว่าจะไปเจอใครด้วย กูเลยเครียดอยู่นี่ไงล่ะ”
เพื่อนอีกสามคนกลับทำหน้านิ่งราวกับไม่ใหรือทำหน้าโมโหยกเว้นไอ้แบล็คที่คิ้วกระตุกนิดหน่อย เสียงแจ้งเตือนจากมือถือก็ดังขึ้น ผมหยิบมาดู เป็โพสต์ของ nana_nnn บนอินสตาแกรม ภาพไม่ได้แปลกอะไรนักแค่ภาพหน้าเกทของสนามบิน แต่ข้อความข้างใต้เล่นทำเอาผมหายใจไม่ทั่วท้อง
“เป็ไรของมึงอีกเนี่ยไอ้โฟลท” เสียงของไอ้พวกเเพื่อนที่กำลังกายบ่นไม่ได้เข้าโสตประสาทหูของผมเลยสักนิดเดียว
nana_nnn : รอมาตั้ง 5 ปี รอมาตลอด ในที่สุดวันนี้ก็เจอกันสักที
ใครวะ
ใครคือคนที่น้องรอมา 5 ปี?
ผมยกมือขยี้หัวอย่างหงุดหงิดสุดขีด อยากจะทักไปถามให้รู้แล้วรู้รอด แต่ถ้าทำแบบนั้นผมจะดูเป็ไอ้โรคจิตหรือเปล่าวะ?ฃ
“ไอ้โฟลท ไปได้แล้ว” ก้มมองมือถือของตัวเอง โพสต์นั่นของสาวน้อยที่ยังโชว์อยู่บนหน้าจอ
“พากูไปหน่อยดิ”
“ไปไหน” หันหน้าจอให้เพื่อนทั้งสี่ตัวดู แต่เหมือนว่าแต่ละคนจะดูไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่ ยกเว้นไอ้แบล็คที่ทำหน้าตาขมวดคิ้วราวกับจะพุ่งเข้าโทรศัพท์ปกินคนในโพสต์
“กูไม่ว่างว่ะ พี่กูโทรให้ไปรับที่บ้านเพื่อน” ไอ้ธินยิ้มบางๆ สไตล์คุณพ่อผู้แสนใจดี ไอ้นี่จะทิ้งเพื่อนเรอะ
“กูไปก่อนล่ะ มีธุระ” หันไปมองไอ้เพื่อนหัวสีน้ำตาลอ่อนใบหน้าเ้าเล่ห์แล้วทำท่าเหมือนกำลังจะเดินออกจากวงสนทนาไป
“เดี๋ยว! ไอ้โย มึงจะไปไหน” มันหันมาเลิกคิ้วเล็กน้อย “ไปทำธุระไง”
“มึงจะทิ้งกูไปอีกคนเรอะ”
“ก็กูมีธุระ มึงก็ไปกับไอ้พวกนั้นสิ” ไอ้โยบุ้ยหน้าไปหาไอ้แบล็คที่กำลังโทรหาใครสักคนด้วยสีหน้าที่ดูหงุดหงิดสุดๆ กับไอ้ริทที่กำลังยืนหาวและกำลังหยิบทาโร่เข้าปาก
“งั้นพวกกูไปก่อนนะ ไปล่ะ แล้วก็อย่าไปซนจนมีเื่ล่ะเข้าใจมั้ย” พวกมันหันมาสั่งเสร็จก็เดินจากไปโดยไม่สนคำก่นด่าของผมเลยสักนิด
“บาย” รีบหันไปคว้าคอเสื้อไอ้ริทที่กำลังจะทำท่าเดินหนี “ใครอนุญาตให้มึงกลับห๊ะ”
“อ๊ะ” เดินไปกอดคอไอ้เพื่อนรักที่คิดจะหนี “กูรู้นะว่ามึงว่าง เพราะฉะนั้นไปกับกูซะดีๆ หึๆ”
“ไม่ว่าง มีธุระ”
“ธุระอะไร”
“นอน”
“พ่องมึงสิ ไม่นับเว้ย! ส่วนมึงไอ้แบล็ค มึงจะไปกับพวกกูใช่มั้ย” หันไปมองไอ้เพื่อนคนสุดท้าย ไอ้แบล็คเหลือบมองผมก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ทำท่าจะแดกกูขนาดนี้กูคงปฏิเสธได้มั้ง” เยส! มีพวกเพิ่มแล้ว ส่วนไอ้สองตัวนั่นที่กลับไปก่อนผมงอน!
“จะไปไหน”
“ไปดูหน้าไอ้คนที่สาวน้อยของกูรอมาตลอดห้าปีไงล่ะ ว่ามันเป็ใคร”