ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 111 กลับ บุญกุศล และชะตามหาโชค

    แม้อาจารย์จะมีนิสัยขวานผ่าซากแต่เขาก็ยึดมั่นในหลักการของตัวเองเสมอ

            ไม่ใช่ว่าเห็นแก่เงินแล้วจะไร้จริยธรรม

            แม้เขาจะคิดค่าจ้างตามฐานะของลูกค้าแต่ผมก็ไม่เห็นว่านั่นจะเป็นปัญหาอะไร

            พวกเราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน แม้จะฝึกตน แต่ก็ต้องกินข้าวต้องนอนหลับเหมือนกัน

            ภายในขอบเขตความสามารถการเรียกค่าจ้างสูงจากคนรวยและลดราคาให้คนจนเป็นเรื่องที่ยุติธรรม

            พวกเราไม่ใช่เทพเจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นนักบุญบริสุทธิ์ที่เสียสละทุกอย่าง

            ทำงานแลกเงิน อย่างน้อยก็ดีกว่าการปล่อยให้คนตายไปเฉยๆ

            ผมพยักหน้าเข้าใจ “ครับ”

            เพราะรถยังมาไม่ถึง ผมจึงถามอาจารย์เกี่ยวกับถุงมิติต่อ

            “อาจารย์ในถุงนี้นอกจากวิญญาณของหลี่เสี่ยวหมิ่นกับเพื่อนร่วมชั้นของผมที่เสียชีวิตแล้วยังมีวิญญาณแปลกหน้าหลายตนท่านคิดว่าพวกเขาจะมีชะตาเหมือนหลี่เสี่ยวหมิ่นหรือเปล่า หมายถึง ร่างกายยังไม่ตายเพียงแต่จิตวิญญาณถูกแยกออกมา ถ้าเป็นแบบนั้นเราควรช่วยส่งพวกเขากลับร่างไหม”

            อาจารย์ส่ายหน้า “เรื่องนี้ไม่ต้องกังวลไป มีเพียงเพื่อนผู้หญิงของนายที่มีชะตามหาโชคเท่านั้นวิญญาณของเธอออกจากร่างหลายวันแล้ว แต่ร่างกายยังไม่ตาย ส่วนวิญญาณอื่นๆ ล้วนเป็นคนที่ตายไปแล้ว ไม่มีร่างให้กลับอีกต่อไป เรามีหน้าที่เพียงส่งหลี่เสี่ยวหมิ่นกลับร่างแล้วหาทางปลดปล่อยวิญญาณที่เหลือ”

            เมื่อได้ยินแบบนี้ ผมพยักหน้าเล็กน้อย แสดงออกว่าเข้าใจ

            แต่สิ่งที่อาจารย์พูด ทำให้ผมสนใจคำว่า ‘ชะตามหาโชค’

            ผมจึงถามขึ้น “อาจารย์ ชะตามหาโชคที่พูดถึงหมายถึงอะไรเหรอ ชะตาแบบนี้มีกันเยอะหรือเปล่า”

            อาจารย์สูดควันบุหรี่เข้าลึก ก่อนจะตอบว่า “คนอย่างเพื่อนของนายมีแค่หนึ่งในล้านเท่านั้น พูดง่ายๆก็คือ เธอเกิดมาพร้อมกับโชควาสนา เป็นคนที่มีดวงชะตาดีเป็นพิเศษต่อให้เจอเรื่องร้ายแรงแค่ไหนก็จะพลิกกลับมาเป็นดีได้เสมอ ตลอดชีวิตของเธอจะมีแต่ความมั่งคั่งและโชคดีอย่างไม่สิ้นสุด”

            “หนึ่งในล้านงั้นเหรอ…”

            ผมอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความประหลาดใจ

            อาจารย์หัวเราะเบาๆ ก่อนพูดขึ้น “เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว!เธอได้เกิดในตระกูลหลี่ แถมยังเป็นลูกสาวคนเดียวนี่ก็เป็นข้อพิสูจน์ว่าโชคชะตาของเธอไม่ธรรมดา คนแบบนี้ที่เกิดมาพร้อมโชควาสนาอันยิ่งใหญ่ คงเพราะชาติก่อนเธอสั่งสมบุญกุศลไว้ไม่น้อย 

            “ไม่อย่างนั้น นายคิดว่าทำไมอวี๋หลงถึงไม่สนใจหาเงินแต่กลับไปขายหมึกย่างแทนล่ะ แถมยังส่งอาหารไปให้วิญญาณร้ายทุกเดือนอีก เขาก็ทำเพื่อสั่งสมบุญกุศลนั่นแหละ

            “บุญกุศลเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ แต่มันสามารถส่งผลต่อโชคชะตาของคนคนหนึ่งได้อย่างลึกซึ้ง หากไม่ทำความดีในชาตินี้ ชาติหน้าก็ต้องชดใช้ โดยเฉพาะพวกเราที่มีพลังพิเศษยิ่งต้องระวังให้มาก หากทำผิดสิ่งที่เราต้องชดใช้ก็จะหนักขึ้นเป็นสองเท่า...”

            อาจารย์พูดถึงเรื่องบุญกุศลและหลักการของสายอาชีพนี้มากมาย

            ผมนั่งฟังเงียบๆ ค่อยๆ ซึมซับเนื้อหาที่เขาพูด

            ทุกอาชีพย่อมมีข้อห้ามและหน้าที่ของมัน และอาชีพที่ผมกำลังทำอยู่ก็ไม่ต่างกัน

            การปราบภูตผีปีศาจเพื่อรักษาความสงบสุขของผู้คนเป็นสิ่งที่ผมต้องทำ

            แม้ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ความจริงก็คือแบบนั้น

            เมื่อยามค่ำคืนมาถึง วิญญาณอาฆาตจะออกมาเพ่นพ่าน พวกเราที่มีพลังพิเศษก็ต้องรับหน้าที่ดูแลความสงบ

            อาจารย์พูดมากมาย แต่มีเรื่องหนึ่งที่เขาเน้นย้ำเป็นพิเศษ

            เขาบอกว่า ในเมื่อผมได้เรียนรู้พลังพิเศษแล้วห้ามนำไปใช้ในทางที่ผิดโดยเด็ดขาด

            ผมเลือกไม่ช่วยคนได้ แต่ต้องไม่เป็นฝ่ายทำร้ายใครเด็ดขาด

            เขาย้ำคำว่า ‘เด็ดขาด’ ถึงสองครั้ง...

            ขณะที่ผมกำลังคิดตามคำพูดของอาจารย์ ไฟหน้ารถคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนถนนไกลๆ

            เสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้น ขณะที่รถออฟโร้ดสามคันแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมารับเรา

            ผมกับอาจารย์ลุกขึ้นยืน รถหยุดลงตรงหน้าเราอย่างรวดเร็ว

            ทันใดนั้น ชายชุดดำหลายคนก้าวลงจากรถพร้อมกับชายวัยกลางคนที่มีผมบาง

            ทันทีที่ลงจากรถ เขาก็รีบเดินตรงมาหาเรา “ทั้งสองท่านคือปรมาจารย์ซ่งเต๋อไฉและเจียงหนิงใช่ไหมครับ”

            “ใช่ เราเอง!” อาจารย์ตอบกลับ

            ใบหน้าของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยความยินดี ก่อนที่เขาจะรีบพูดขึ้น “ผมคือเหอฮุ่ย ผู้จัดการฝ่ายตะวันตกของหมิงไท่ ไบโอเทคได้รับคำสั่งจากท่านประธานให้มารับพวกท่าน”

            ผมกับอาจารย์ไม่ได้สนใจว่าเขามาจากไหน ในเมื่อเขามารับพวกเราเราก็ขึ้นรถทันที

            ชายวัยกลางคนชายวัยกลางคนผมบางปฏิบัติกับเราดีมาก

            หลังจากขึ้นรถ เขาก็สั่งให้คนขับมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลโดยเร็ว

            ผมเหนื่อยเกินไป แถมยังบาดเจ็บอีก ถูกวิญญาณอาฆาตดูดปราณต้นกำเนิดไปหลายครั้ง ไม่นานหลังจากขึ้นรถผมจึงผล็อยหลับไป

            พอลืมตา ก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว

            ขณะนั้นหลี่เชาไห่บิดาของหลี่เสี่ยวหมิ่นกำลังรอเราอยู่ที่หน้าโรงพยาบาล

            เหลือเวลาอีกสามชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น

            เวลาเท่านี้เพียงพออย่างแน่นอน

            ทันทีที่เราลงจากรถ หลี่เชาไห่ก็รีบเดินเข้ามาด้วยความตื่นเต้น “ปรมาจารย์ซ่ง! ลูก ลูกสาวของผม...กลับมาแล้วหรือยัง!”

            อาจารย์พยักหน้า “กลับมาแล้ว!”

            พูดจบ เขาชูถุงมิติขึ้นเล็กน้อย

            “ดี! ดีมาก! รีบขึ้นไปข้างบนเร็วเข้า!”หลี่เชาไห่พูดด้วยความดีใจ

            อาจารย์หันมามองผมก่อนกล่าวขึ้น “เสี่ยวเจียงนายไปทำแผลซะ ตรวจร่างกายดูว่ามีอาการบาดเจ็บภายในไหม”

            ผมส่ายหัวเล็กน้อย

            “อาจารย์ ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก ผมอยากไปดูด้วยเรื่องของผมไว้จัดการทีหลังได้”

            ผมเรียนแพทย์มา จึงพอรู้สภาพร่างกายตัวเองอยู่

            แม้จะเจ็บ แต่ส่วนใหญ่เป็นแผลภายนอก อาจมีอาการเลือดออกภายในเล็กน้อยแต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในตอนนี้

            อาจารย์เห็นว่าผมยืนกราน จึงพยักหน้ารับ

            จากนั้นเขาพาผมและหลี่เชาไห่พร้อมกับคนอื่นๆ ตรงไปยังห้องไอซียูทันที

            เมื่อไปถึง ด้านนอกห้องยังคงมีพยาบาลและแพทย์จำนวนมากเฝ้าอยู่

            หนึ่งในนั้นคือหมอเจ้าของไข้

            เมื่อพวกเขาเห็นเรากลับมา สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมาที่เราอย่างแปลกใจ

            โดยเฉพาะตอนที่พวกเขาเห็นสภาพของผมที่เต็มไปด้วยเลือดและดูอ่อนล้าอย่างมากสีหน้าก็ยิ่งเต็มไปด้วยความสงสัย

            แต่ผมไม่สนใจสายตาเหล่านั้น

            อาจารย์เองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเขาเดินเข้าไปในห้องพักของหลี่เสี่ยวหมิ่นทันที

            ผมอยากเห็นว่าการเรียกวิญญาณกลับร่างเป็นอย่างไรจึงเบิกเนตรขึ้นมาอีกครั้ง

            มันไม่ค่อยสบายตัวเท่าไร แต่หลังจากเบิกเนตรแล้ว ผมก็สังเกตเห็นว่าที่หน้าต่างกระจกมีเงาร่างของคนชราสวมชุดผู้ป่วยหลายคนยืนอยู่

            ทุกคนมีใบหน้าซีดเซียว ไร้สีเลือด

            แต่พวกเขาไม่ได้มีอันตรายใดๆคงเป็นเพียงดวงวิญญาณของผู้ป่วยสูงวัยที่เพิ่งเสียชีวิตในโรงพยาบาลนี้

            อาจารย์ยืนอยู่ข้างเตียงของหลี่เสี่ยวหมิ่น ท่องคาถาเบาๆ สองสามประโยค ก่อนเปิดถุงมิติออก

            มือข้างหนึ่งของเขาสอดเข้าไปในถุง แล้วคว้าอะไรบางอย่างขึ้นมา

            ทันใดนั้นหมอกสีขาวกลุ่มหนึ่งถูกดึงออกมา

            กลุ่มหมอกนั้นลอยลงบนพื้น แล้วค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นร่างมนุษย์

            มันคือวิญญาณของหลี่เสี่ยวหมิ่น

            แต่เธอกลับยืนนิ่ง สีหน้าเลื่อนลอย ดวงตาไร้แวว

            แม้คนอื่นมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทุกคนต่างเงียบกริบ จ้องมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง

            ผมหันไปถามอาจารย์ “อาจารย์หลังจากที่หลี่เสี่ยวหมิ่นกลับเข้าร่าง เธอจะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้หรือเปล่า”

            อาจารย์ผสานมุทราก่อนตอบ “นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันยังไม่ปลุกเธอแต่เมื่อเธอฟื้นขึ้นก็น่าจะจำอะไรได้บ้าง”

            พูดจบอาจารย์ใช้นิ้วชี้แตะไปที่หน้าผากของวิญญาณหลี่เสี่ยวหมิ่นแล้วเปล่งเสียงสั่งก้องกังวาน “หลี่เสี่ยวหมิ่น กลับเข้าร่าง!”

            จากนั้นปลายนิ้วของเขาที่แตะวิญญาณของเธอก็ค่อยๆเคลื่อนลงไปสัมผัสร่างของเธอที่นอนอยู่บนเตียง...


     

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน