หลังจากไปส่งหูหลันเยวี่ยที่สถานีขนส่งแล้ว แม่เฉินก็นั่งรถประจำทางกลับไปทำงานที่หน่วยงาน
เธอทำงานอยู่ที่หน่วยโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีผลประโยชน์มากมาย
ตอนนี้แม่เฉินกลายเป็นหัวเรือใหญ่ของหน่วยโลจิสติกส์ไปแล้ว
เธอเพิ่งนั่งลงที่โต๊ะทำงานได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
แม่เฉินเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า "เชิญค่ะ" ไม่นานประตูก็เปิดออกช้าๆ แล้วหญิงวัยไล่เลี่ยกับแม่เฉินก็เดินเข้ามาข้างใน
"พี่หลี่มาแล้ว เชิญนั่งก่อนสิคะ" แม่เฉินกล่าวทักทายอย่างสุภาพพร้อมเชิญอีกฝ่ายไปนั่งที่โซฟา
สหายหญิงที่แม่เฉินเรียกด้วยความสนิทสนมว่าพี่หลี่นั้น แท้จริงแล้วตำแหน่งไม่ได้สูงกว่าเธอ
พี่หลี่รับผิดชอบงานโรงอาหาร นับเป็นลูกน้องของแม่เฉิน
เหตุผลที่แม่เฉินสุภาพกับลูกน้องเช่นนี้ ก็เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว
หลังจากนั่งลงบนโซฟาเรียบร้อย พี่หลี่ก็เอ่ยปาก "เดิมทีฉันตั้งใจว่าจะให้เชี่ยนเชี่ยนไปเจอเสี่ยวเหอในวันอาทิตย์นี้ แต่ไม่คิดว่าเมื่อเช้าทางนั้นจะส่งข่าวมาว่าเสี่ยวเหอไม่ตกลงที่จะเจอกันแล้ว"
เสี่ยวเหอที่พี่หลี่เอ่ยถึงก็คือ เหอเจี้ยนจวิน
เดิมทีพี่หลี่ตั้งใจจะช่วยแนะนำคนดีๆ ให้เฉินเชี่ยนเชี่ยน เพื่อเอาใจพ่อกับแม่ของหญิงสาว
เธอทำงานอยู่ใต้บังคับบัญชาของแม่เฉิน ส่วนลูกชายของเธอก็ทำงานอยู่ในหน่วยงานของพ่อเฉิน
พี่หลี่มีความสามารถพิเศษที่คนอื่นไม่มี นั่นคือการเป็นแม่สื่อ
เธอจับคู่ให้คนได้แต่งงานกันสำเร็จมามากมาย นับว่ามีชื่อเสียงโด่งดัง ดังนั้นในมือของเธอจึงมีทรัพยากรหนุ่มโสดคุณภาพดีอยู่จำนวนหนึ่ง
เธอคิดว่าหากตนสามารถช่วยเฉินเชี่ยนเชี่ยนหาคู่ครองที่ดีได้ วันข้างหน้าเธอกับลูกชายคงจะสบายขึ้นมากในโรงงานแห่งนี้
เดิมทีพูดคุยกันไว้ดิบดีว่าสุดสัปดาห์นี้หนุ่มสาวทั้งสองจะได้เจอกัน สิ่งที่พี่หลี่ไม่คาดคิดก็คือฝ่ายชายกลับเปลี่ยนใจกะทันหัน
ถึงแม้พี่หลี่ แม่สื่อมือเก๋าจะพยายามอย่างหนักหน่วง ก็ไม่อาจทำให้ฝ่ายชายเปลี่ยนใจได้
ด้วยความจนปัญญา พี่หลี่จึงต้องจำใจมาแจ้งเรื่องนี้ให้แม่เฉินทราบ
ถึงแม่เฉินจะยังไม่เคยพบหน้าเหอเจี้ยนจวิน แต่ก็แอบสืบมาบ้างแล้ว เธอพึงพอใจกับคู่ดูตัวที่พี่หลี่แนะนำให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนมาก
เธอคิดว่าด้วยรูปร่างหน้าตาและนิสัยของเฉินเชี่ยนเชี่ยน ประกอบกับมีแม่สื่อคนเก่งอย่างพี่หลี่คอยประสานงาน การแต่งงานครั้งนี้จะต้องสำเร็จแน่นอน
เมื่อได้ยินว่าฝ่ายชายไม่ตกลงที่จะเจอกัน สีหน้าของแม่เฉินก็เปลี่ยนไปทันที
"พี่หลี่รู้ไหมว่าสหายเสี่ยวเหอ ไม่ตกลงที่จะเจอเชี่ยนเชี่ยนของฉันด้วยเหตุผลอะไร?" แม่เฉินถามอย่างร้อนรน
พี่หลี่ลังเลอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยปากด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน "พวกเขาได้ยินมาว่าเชี่ยนเชี่ยนของเรามีอาการป่วยเล็กน้อย เลย..."
สีหน้าของแม่เฉินในยามนี้ยิ่งดูไม่ได้เข้าไปอีก เธอไม่ได้ตำหนิพี่หลี่ เพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าก็อยากให้การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นมากกว่าเธอเสียอีก
ตอนกลับบ้านช่วงพักเที่ยง แม่เฉินก็สังเกตเห็นว่าคนในบ้านพักพนักงานเริ่มมองเธอกับสามีด้วยสายตาแปลกๆ อีกครั้ง
พวกเขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นอารมณ์จึงหดหู่ลงกว่าเดิม
เมื่อกลับถึงบ้านแล้วเห็นเฉินเชี่ยนเชี่ยนนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่โซฟา แม่เฉินก็ถามขึ้นมาทันที "เชี่ยนเชี่ยน ทำข้าวเที่ยงหรือยัง?"
เฉินเชี่ยนเชี่ยนชะงักไป ก่อนจะตอบอย่างลนลานว่า "คุณแม่ เดี๋ยวหนูไปทำค่ะ"
แม่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด "เชี่ยนเชี่ยน สองวันนี้ลูกไม่ได้ไปทำงานที่หน่วยงาน อยู่บ้านก็ควรจะทำอาหารไว้ให้พร้อม ให้พ่อกับแม่กลับมาได้กินอะไรร้อนๆ ไม่ใช่หรือไง?"
เดิมทีแม่เฉินตั้งใจจะให้ลูกสาวอยู่บ้านแค่วันเดียว แต่หลังจากเห็นเธอปัสสาวะรดที่นอนเมื่อวาน แม่เฉินก็เปลี่ยนใจ
หากเฉินเชี่ยนเชี่ยนปัสสาวะราดกางเกงในสำนักงาน เรื่องคงอื้อฉาวไปถึงไหนต่อไหน
แม่เฉินจึงต้องลางานให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
เฉินเชี่ยนเชี่ยนวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมทำอาหารกลางวันด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
ตั้งแต่กลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ เธอก็แทบจะไม่เคยแตะต้องงานบ้านงานเรือนเลย
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะยังไม่ได้ไปทำงานที่หน่วยงาน และเอาแต่นั่งๆ นอนๆ อยู่บ้านทุกวัน เธอก็ยังรอให้แม่กลับมาจากทำงานแล้วทำอาหารให้กิน
ตอนที่ยังเป็นลูกสาวสกุลหู เฉินเชี่ยนเชี่ยนทำงานบ้านทุกวัน ถึงแม้เธอจะขี้เกียจ และทำน้อยกว่าถิงถิง แต่ก็ยังได้ทำ และไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการกดขี่อะไร
ตอนนี้แม่แท้ๆ สั่งให้เธอทำอาหาร เฉินเชี่ยนเชี่ยนกลับรู้สึกคับแค้นใจอย่างมาก จนเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
การทำอาหารไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนรู้สึกคับแค้นใจที่สุด แต่การรู้ว่านัดดูตัวล้มเหลวต่างหากที่ทำให้เธอไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้
ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่ได้เจอเหอเจี้ยนจวิน แต่ได้ยินมาว่าเขาเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย พ่อแม่ก็เป็นถึงผู้บริหารในโรงไฟฟ้า
ถึงแม้เหอเจี้ยนจวินจะเป็นคนรูปร่างป้อมๆ แต่ด้วยเงื่อนไขของครอบครัวเขา เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็พึงพอใจเป็นอย่างมาก
เด็กจบแค่ชั้นมัธยมต้นอย่างเธอได้แต่งงานกับอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย นับว่าสูงเกินเอื้อม
ตอนนี้การดูตัวล้มเหลว ความหวังที่จะได้ไต่เต้าของเฉินเชี่ยนเชี่ยนก็พังทลายลง จะไม่ให้ร้องไห้ได้อย่างไร
หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จ พ่อกับแม่ของเธอก็ออกไปทำงานต่อ
ส่วนเฉินเชี่ยนเชี่ยน อยู่บ้านดูละครโทรทัศน์คนเดียวต่อไป
พ่อกับแม่ของเธอเพิ่งออกไปได้ไม่นาน เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น
เฉินเชี่ยนเชี่ยนเดินไปเปิดประตูอย่างไม่เต็มใจนัก
เมื่อเห็นเฉินอิ่งยืนอยู่หน้าประตูบ้าน เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็เผลอแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา "เฉินอิ่ง พี่มีธุระอะไรถึงมาที่บ้านหนูล่ะ?"
ถึงแม้จะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ทั้งสองคนกลับไม่ถูกกันเลย
"เชี่ยนเชี่ยน ฉันได้ยินมาว่าอาการฉี่รดที่นอนของเธอกลับมาเป็นอีกแล้ว นี่ไง ฉันเอาของมาเยี่ยมเธอ" เฉินอิ่ง พูดพร้อมกับชูถุงที่อยู่ในมือขึ้นสูงๆ
เฉินอิ่ง เป็นคนเสียงดัง เธอจงใจพูดเสียงดังลั่นจนทุกคนในตึกได้ยิน
ภรรยาของรองผู้จัดการซุนที่อยู่ตรงข้ามบ้านของเฉินเชี่ยนเชี่ยนได้ยินเสียงดังก็เปิดประตูออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"หนูเชี่ยนเชี่ยน พี่อิ่งเอาของมาเยี่ยม ทำไมไม่เชิญพี่เขาเข้าไปนั่งข้างในล่ะ?" ภรรยาของรองผู้จัดการซุนก็เป็นคนเสียงดังเช่นกัน เธอพูดเสียงดังยิ่งกว่าเฉินอิ่งเสียอีก
เดิมทีเฉินเชี่ยนเชี่ยนก็ร้อนใจอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับภรรยาของรองผู้จัดการซุนที่ชอบสอดรู้สอดเห็น ก็ยิ่งแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา "ป้าซุน ทุกวันเอาแต่หมกตัวอยู่บ้านไม่ไปทำงาน ดูป้าจะว่างมากนะคะ ถ้าว่างมากขนาดนี้ทำไมไม่ไปเป็นคนกวาดถนนซะเลยล่ะ?"
แม่เฉินไม่ค่อยชอบภรรยาของรองผู้จัดการซุนที่เอาแต่เป็นแม่บ้าน เฉินเชี่ยนเชี่ยน ก็ได้รับอิทธิพลจากแม่ และไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับงานบ้านเช่นกัน
แต่ป้าซุนไม่ใช่คนที่ยอมเสียเปรียบใคร "เชี่ยนเชี่ยน ตัวเองก็ไม่ได้ทำงานเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่ออกไปทำงานก็เพราะต้องดูแลลูกชายสองคน จัดการงานบ้าน แล้วหนูที่เป็นเด็กสาวยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ไปทำงานเอาแต่หมกตัวอยู่บ้านทำอะไร? ไม่ไปทำงานดีๆ เพราะกลัวจะฉี่ราดกางเกงในสำนักงานใช่ไหม?"
"นี่ป้า..." เฉินเชี่ยนเชี่ยน ถูกป้าซุนตอบโต้จนหน้าซีด อยากจะพุ่งเข้าไปฉีกปากผู้หญิงแก่คนนี้ให้ได้
หลังจากด่าเฉินเชี่ยนเชี่ยนจนพอใจแล้ว ป้าซุนก็เอามือไขว้หลังแล้วเดินเข้าบ้านไป จากนั้นก็รีบปิดประตู
เมื่อเห็นเฉินเชี่ยนเชี่ยนที่ถูกป้าซุนฉีกหน้าจนไม่เหลือชิ้นดี เฉินอิ่งก็รู้สึกสะใจเหลือเกิน
เดิมทีเธอตั้งใจจะมายุให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนโมโหอยู่แล้ว ในเมื่อภรรยาของรองผู้จัดการซุนช่วยเธอบรรลุจุดประสงค์ไปแล้ว เฉินอิ่งจึงยัดของที่อยู่ในมือให้เฉินเชี่ยนเชี่ยน แล้วก็เดินออกไป
เฉินเชี่ยนเชี่ยนขยะแขยงกับของที่เฉินอิ่งเอามาให้จึงเหวี่ยงมันลงพื้นอย่างแรง ทำให้ของที่อยู่ในถุงกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นทันที
เมื่อเห็นสิ่งที่กระจัดกระจายออกมาจากถุง เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็หน้าซีดเผือด