Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 75 สยบ

            ตอนที่75 สยบ

             

            “หยุดก่อน!” เสียงแอนดรูว์ดังก้องไปทั่วสนามทดสอบแรงดึงดูดยังถูกเพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่าจนวิเวียนกับเบเลียนไม่สามารถขยับร่างกายได้พวกชีวจักรกลถึงจะไม่ลงมือ ก็ยืนนิ่งอยู่กับที่คอยควบคุมพื้นที่ไว้เหมือนเดิม

            ในสนามทดสอบเวลานี้จึงมีแค่ความเงียบจนน่าตกใจราวกับว่าทุกสิ่งถูกแช่แข็งให้อยู่ในความเงียบสงบ

            แต๊กแต๊ก แต๊ก...

            เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทิศทางหนึ่งทำลายความเงียบที่พึ่งเกิดขึ้น สายตาเบเลียนกับวิเวียนมองไปตามเสียงเห็นแอนดรูว์ที่ไม่ได้ถือกระบี่ล่าอสูรและอุปกรณ์ป้องกันเดินเข้ามาในสนามทดสอบ

            แอนดรูว์เดินเข้ามาด้านในสนามไม่นานด้วยความเร็วที่เขาเดิน แป๊บเดียวเขามาถึงพื้นที่ควบคุม

            แต๊กแต๊ก แต๊ก...

            แอนดรูว์เดินผ่านม่านพลันของพื้นที่ควบคุมเหมือนเขาไม่มีตัวตนภายใต้แรงดึงดูดมหาศาลยังไม่สามารถหยุดความเร็วที่เขาก้าวเดินได้

            ในเวลาไม่กี่นาทีแอนดรูว์ได้เดินมาอยู่ตรงหน้าเบเลียน

            สายตาเบเลียนมองแอนดรูว์อย่างไม่เป็นมิตรแต่แอนดรูว์กลับไม่ใส่ใจและใช้มือขวาสัมผัสใบหน้าเบเลียนก่อนจะเลื่อนมือลงไปถึงลำคอ

            “ภาษาโบราณของแกน่าสนใจจริงๆ” แอนดรูว์พูดพลางใช้มือขวากำลำคอเบเลียน

            เบเลียนที่ได้ยินเสียงแอนดรูว์มีท่าทีตกใจเล็กน้อยเพราะจำเสียงของแอนดรูว์ที่พูดภาษาเดียวกันได้

            “ᛁᛋᛃᛞᚢ(เป็นเจ้า)”เบเลียนมองแอนดรูว์ แต่ไม่รู้ทำไมในเวลาต่อมาเบเลียนถึงมีท่าทีตกใจ

            “ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาโบราณให้ยุ่งยากฉันส่งความทรงจำเกี่ยวกับภาษาทั่วไปให้แล้ว” แอนดรูว์พูดจบเขาพลันจ้องมองเข้าไปในดวงตาเบเลียน

            “ต้องการอะไร”เบเลียนถาม น้ำเสียงดูวิตกกังวลไม่น้อย

            แอนดรูว์เห็นการตอบสนองของเบเลียนเขาพลันยกยิ้มชวนขนหัวลุก

            “ที่มาของภาษาโบราณน่าสนใจก็จริงร่างกายแกกลับน่าสนใจยิ่งกว่า ถึงกับวิวัฒนาการจนแข็งแกร่งเกือบเท่าเดมิก็อตในตอนนั้นน่าเสียดายการวิวัฒนาการของแกมันไม่ได้สมบูรณ์แบบเท่าไหร่”

            “ท่านต้องการอะไร”เบเลียนถามเหมือนเดิม แค่ครั้งนี้ต่างออกไปตรงมีความหวั่นเกรงต่อแอนดรูว์อยู่ไม่น้อย

            “ความทรงจำ”แอนดรูว์พูดสั้น ๆ จากนั้นเขาได้ใช้พลังจิตวิญญาณส่วนหนึ่งกับเบเลียน

            .

            .

            ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สักเล็กน้อย

            แอนดรูว์ที่เฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นภายในสนามทดสอบไม่ได้ให้ความสนใจกับเบเลียนที่เปลี่ยนเป็นดักแด้เท่าไหร่นักมีแค่เลน่าที่มองดูแบบไม่กะพริบตา

            เมื่อเบเลี่ยนออกมาจากดักแด้แอนดรูว์ไม่รู้สึกสนใจที่เบเลียนมีรูปร่างคล้ายคลึงกับเลน่าหรือลักษณะเด่นเขากลับให้ความสนใจในภาษาที่เบเลียนพูดออกมา

            ภาษานั้นเป็นภาษาโบราณที่แอนดรูว์ให้โมบิทวิเคราะห์และได้รับรู้ถึงความหมายทั้งหมดในเวลาต่อมาแต่เขากลับไม่รู้ที่มาที่ไปหรือว่าใครเป็นผู้ใช้เพราะมันเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการค้นพบของเขาเมื่อนานมาแล้วจากจารึกโบราณ

            ในเมื่อแอนดรูว์พบว่ามีสิ่งมีชีวิตใช้ภาษาโบราณได้มันต้องเกี่ยวข้องอะไรบางอย่างกับสิ่งที่เขาค้นพบ ทำให้เขามีความสนใจเป็นอย่างมากเขาจึงทดลองพูดภาษาโบราณไปครั้งหนึ่งซึ่งการตอบสนองของเบเลียนทำให้เขาสั่งโมบิทใช้แรงโน้มถ่วงกดดันและให้สู้กับพวกวิเวียนเผื่อจะได้เห็นอะไรเพิ่มเติม

            ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของเบเลียนที่ใช้พลังกับทักษะบางอย่างทำให้แอนดรูว์อดใจเฝ้าดูต่อไปไม่ไหวและเข้าไปในสนามทดสอบ

            แม้ว่าโมบิทจะเตือนเรื่องความปลอดภัยแอนดรูว์ก็ไม่สนใจและเข้าไปโดยไม่นำกระบี่ล่าอสูรหรืออุปกรณ์ป้องกันไปด้วยส่วนเลน่าเห็นการกระทำของแอนดรูว์เธอรู้ว่าต้องมีเหตุผลบางอย่างจึงไม่คิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวและเลือกเฝ้าดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในสนามทดสอบ

            .

            .

            กลับมาปัจจุบัน

            ในเวลานี้แอนดรูว์กำลังใช้ทักษะบางอย่างอ่านความทรงจำของเบเลียนเขาย้อนดูความทรงจำตั้งแต่ภาพแรกที่เบเลียนเห็น ไปจนถึงภาพความทรงจำล่าสุด

            ตัวเบเลียนที่ถูกแอนดรูว์อ่านความทรงจำมีสายตาเลื่อนลอยเหมือนอยู่ในสภาวะไร้สติแอนดรูว์ที่ใช้ทักษะก็ยืนนิ่งในท่วงท่าคว้าจับลำคอเบเลียนสายตาจับจ้องนัยน์ตาเบเลียนอย่างมีความหมาย

            ‘น่าสนใจ ความทรงจำทั้งหมดรวมแล้วเกือบหนึ่งร้อยปีถือว่ามีประโยชน์เกินครึ่ง’ แอนดรูว์คิดในใจขณะที่ความทรงจำของเบเลียนไหลผ่านความคิดเขาเป็นฉาก ๆ

            ความทรงจำของเบเลียนถูกแอนดรูว์อ่านอยู่หลายชั่วโมงก่อนแอนดรูว์จะหยุดใช้ทักษะและเริ่มเรียบเรียงความทรงจำพลางตัดความทรงจำไร้ประโยชน์ออกไปไม่ให้รกสมอง

            ขณะแอนดรูว์กำลังคัดกรองความทรงจำมือที่กำลำคอเบเลียนไม่ได้ถูกคลายออก ต่อให้เบเลียนจะมีแววตาสีเลือดสดใสกลับคืนมาเบเลียนยังไม่มีทีท่าจะขยับหรือคิดสู้กับแอนดรูว์

             

            ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง

            แอนดรูว์ได้เรียบเรียงความทรงจำที่มีประโยชน์ต่อเขาเสร็จสมบูรณ์สายตาเขากลับมาสำรวจมองร่างกายเบเลียน โดยที่เขาไม่รู้ตัวว่าดวงตาเขาส่องแสงจาง ๆสร้างความหวั่นให้เบเลียนไม่น้อย

            ‘เบเลียนเกิดมาด้วยวิธีการพิเศษ แถมยังถูกปลูกฝังความหวังของเผ่าพันธุ์บลัดเอลเดอร์ตั้งมากมายไม่ใช่แค่ถูกฝึกหรือมีวิธีเอาตัวรอดกับทักษะชั้นยอดทรัพยากรกับสิ่งที่ได้รับยังพิเศษเพราะเป็นสายเลือดกึ่งบริสุทธิ์ที่ไม่มีมานานแสนนานตอนนี้สายเลือดมันคงพัฒนาและมีความบริสุทธิ์มากขึ้น ถือว่าเป็นตัวเดียวในจักรวาล…

            …ไม่นับเรื่องความหายาก ความทรงจำช่วงหลังจากการวิวัฒนาการมีภาษาโบราณกับความทรงจำสืบทอดถูกส่งต่อมา นับว่าเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติตัวหนึ่งไม่ด้อยไปกว่าเดมิก็อตและมันไม่ถูกนับรวมเป็นบลัดเอลเดอร์อีกต่อไป’

            แอนดรูว์คิดมาถึงตรงนี้เขาเลือกชื่นชมเบเลียน เพราะจากความทรงจำเบเลียนถือว่ามีความรู้ความเข้าใจคล้ายคลึงกับมนุษย์ ในแง่การดำรงชีวิตและวัฒนธรรมส่วนมุมมองนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

            “ยอดเยี่ยมแกไม่ได้เป็นเผ่าโลหิตบรรพกาลอีกต่อไป แต่เป็นจ้าวแห่งโลหิตถึงจะยังไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์และแข็งแกร่งก็ถือว่าสุดยอดมีอายุร้อยกว่าปีความแข็งแกร่งเทียบได้กับเดมิก็อต”

            นัยน์ตาสีแดงเลือดของเบเลียนหดเล็กลงเผยความหวาดกลัวต่อแอนดรูว์

            “ไม่ต้องกลัวฉันไม่ทำอะไรแกหรอกเพราะแกมันเป็นสิ่งมีชีวิตลิมิเต็ดตัวเดียวในจักรวาลที่ฉันเคยค้นพบ”แอนดรูว์ยกยิ้ม น้ำเสียงบ่งบอกว่าเขากำลังดีใจอยู่เล็กน้อยแต่ในสายตาเบเลียนเขาน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก

            นี่ไม่ใช่ว่าเบเลียนหวาดกลัวแอนดรูว์อย่างไร้เหตุผลสิ่งที่ทำให้เบเลียนหวาดกลัวแอนดรูว์มาจากพลังจิตวิญญาณของเขาที่ปลดปล่อยออกมาในตอนที่อยู่บนยานหลักซึ่งเบเลียนหลังวิวัฒนาการและได้รับความทรงจำจากสายเลือดจึงรู้ว่าพลังจิตวิญญาณของแอนดรูว์แข็งแกร่งยิ่งกว่าสัญชาตญาณร้องเตือนในตอนแรกยิ่งไปกว่านั้นยังรู้ถึงระดับแน่ชัด

            “ท่านจะทำอะไรกับข้า”เบเลียนเปิดปากถาม น้ำเสียงมีความสั่นเทาจากความหวาดกลัวไม่น้อย

            “ไม่รู้สิถ้าทำตัวดีไม่สร้างปัญหา อย่าน้อยฉันจะไม่ฆ่าแก” แอนดรูว์ข่มขู่ เป็นเขารู้ว่าเบเลียนกำลังมองเขาในแบบที่มองตัวตนเหนือกว่านับว่าเป็นมุมมองของสิ่งมีชีวิตอ่อนแอ หวาดกลัวสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่ง

            “ทะ..ท่านจะ..จะไม่ ป..ปล่อย ขะ..ขะ..ข้าไป” เบเลียนถามอีกครั้งครั้งนี้น้ำเสียงเบเลียนสั่นจนเกือบฟังไม่เป็นถ้อยคำ

            แอนดรูว์ทำท่าทางนิ่งคิดแต่สิ่งที่พูดออกมา ทำให้เบเลียนสั่นสะท้าน

            “คงเป็นเรื่องยากดูจากความทรงจำทั้งหมดของแก ฉันสนใจในตัวแกมาก”

            “สนใจ!” เบเลียนเบิกตากว้าง “ทะ..ท่านต้องการให้ข้าสืบทอดทายาท”

            “โอ้เป็นความคิดที่ดี นอกจากความทรงจำ ร่างกายแกถือว่าสุดยอดโครงสร้างยังคล้ายคลึงมนุษย์ เท่าที่ดูเหมือนอวัยวะสืบพันธุ์น่าจะพร้อมใช้งาน” แอนดรูว์ใช้น้ำเสียงกดดันคำพูดทุกคำของเขาสร้างความหวาดกลัวให้เบเลียนต่อเนื่อง

            “ข้ามีทายาทให้ท่านจะปล่อยข้าไปไหม” เบเลียนพูดในสิ่งที่แอนดรูว์ไม่คาดคิดในจุดนี้แอนดรูว์รู้ว่าเบเลียนมีหน้าที่สำคัญอย่างการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งและสร้างเผ่าพันธุ์ขึ้นอีกครั้ง

            “นั่นเป็นไปไม่ได้”แอนดรูว์พูดจบ เขาได้พูดต่อ “แต่ว่า ฉันมีข้อเสนอให้ เผื่อแกจะสนใจ”

            “ทะ..ท่านหมายถึงพันธสัญญา” เบเลียนจับจ้องแอนดรูว์ไม่วางตาท่าทางหวาดกลัวยังแสดงออกมามากขึ้น

            “พันธสัญญา..อืมใช้ได้ แต่ต้องเป็นพันธสัญญาทาสเท่านั้น ฉันไม่ไว้ใจความเท่าเทียม”แอนดรูว์บอกกับเบเลียน แม้จะไม่ใช่สิ่งที่เขากำลังคิด เพราะพันธสัญญาเขาเคยถูกทำลายไปแล้วครั้งหนึ่ง

            “ท่านบีนคั้นมากเกินไป ขอตายยังดีกว่า” เบเลียนเปลี่ยนท่าทางจากหวาดกลัวเป็นดุร้ายเหมือนไม่ยินยอมทำพันธสัญญาทาส

            “อย่าใจร้อนสิใช้ความคิดหน่อย” แอนดรูว์กำลำคอเบเลียนแน่นขึ้นเล็กน้อยร่างกายเหมือนปลดปล่อยแรงกดดันตามธรรมชาติออกมา

            “ถึงจะอยู่ในพันธสัญญาทาสนอกจากเรื่องเผ่าพันธุ์ที่ฉันไม่ขอช่วย ฉันสามารถช่วยให้แกแข็งแกร่งขึ้นได้แต่ต้องแลกกับทำตามคำสั่งของฉันไปตลอดชีวิต” แอนดรูว์ยื่นข้อเสนอ

            “หากข้าไม่ตกลงล่ะ”เบเลียนถาม ถึงจะพอรู้คำตอบมันก็อยากได้ยินจากปากแอนดรูว์

            “ก็..ไม่..รู้..สิว่าฉัน...จะทำอะไร..กับแกบ้าง” แอนดรูว์ใช้น้ำเสียงข่มขู่เบเลียนที่ได้ยินถึงกับนิ่งค้างไป นัยน์ตายังสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว

            ฮึ! แอนดรูว์แค่นเสียงเย็นชา เขากำลำคอเบเลียนแน่นขึ้นอย่างช้า ๆจนเบเลียนต้องใช้สองมือจับแขนเขาไว้และส่งเสียงแหบแห้ง

            “ตก..ลงตะ..ตกลง ข้าจะ..ยอม..เป็น...ทาส!”

            “แบบนี้สิถึงจะน่าคุยกันหน่อย...อย่าลืมจำว่าแกชื่อ เบเลียนล่ะ นับจากนี้มันจะเป็นชื่อของแก”แอนดรูว์คลายมือที่กำลำคอเบเลียน แต่เขายังคงไม่ปล่อย

            ไม่นานแอนดรูว์ได้ใช้มือซ้ายวาดอักขระในอากาศแล้วกดใส่ร่างเบเลียน จากนั้นพลังจิตวิญญาณไร้รูปร่างจำนวนหนึ่งของเขาได้ไหลเข้าสู่จิตวิญญาณของเบเลียน

            เรียกขานพันธสัญญา!

            แอนดรูว์ท่องคาถาชั่วอึดใจแผ่นหนังสัญญาสีดำได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าระหว่างเขากับเบเลียน

            พันธสัญญาทาส!

            แอนดรูว์ท่องคาถาต่อทันใดนั้นตัวอักษรโบราณได้ปรากฏบนแผ่นหนังสัญญาสีดำ

            กฎห้าข้อ

            เจ้าชีวิตผู้ถือสัญญาคือที่สุด

            ทาสไม่สามารถขัดขืน

            ทาสไม่ปองร้ายหมายเอาชีวิต

            ทาสต้องทำทุกสิ่งตามผู้ถือสัญญาสั่ง

            ทาสผู้ขัดขืนจะถูกวาจาศักดิ์สิทธิ์ของผู้ถือสัญญาลงโทษ

             

            หลังอักษรโบราณปรากฏครบทุกบรรทัดแอนดรูว์ได้พูดชื่อของเขา

            “แอนดรูว์สมิธ มิลเลอร์สเปซ ผู้ถือครองสัญญา”

            แอนดรูว์พูดจบเบเลียนก็พูดต่อ“เบเลียน ทาสผู้ยินยอมทำตามกฎในพันธสัญญา”

            สิ้นเสียงเบเลียนจิตวิญญาณของเบเลียนถูกอักขระโบราณประทับ ก่อนโซ่สีดำจะรัดพันจิตวิญญาณและพุ่งออกมาจากร่างกายเชื่อมต่อกับพันธสัญญาทาส

            พรู๊ดดดดดดดดดดดด

            เบเลียนพ่นเลือดใส่สัญญาหลังจากกัดปลายลิ้นเลือดของเบเลียนไหลซึมไปตามตัวอักษรโบราณครบทุกตัว จากนั้นอักขระจำนวนมากได้เกิดขึ้นกลายเป็นสัญลักษณ์ลึกลับก่อนแผ่นหนังสัญญาจะม้วนตัวและพุ่งหายเข้าไปในร่างกายแอนดรูว์

            พันธสัญญาทาสสมบูรณ์!

            แอนดรูว์ท่องคาถาจบม้วนหนังสีดำได้เข้าไปอยู่ในจิตวิญญาณของเขา ชั่วอึดใจเขาสามารถสัมผัสได้ถึงเบเลียนทั้งร่างกายและจิตวิญญาณผ่านพันธสัญญาทาส