บทที่ 32 เพิ่งรู้สาเหตุ
ปกติแล้วจ้าวซู่อวิ๋นรักและเอ็นดูหลานชายมาก แต่ท่าทีของเธอที่มีต่อหลานก็ค่อนข้างคลุมเครือ เหมือนเธอถือว่าหลานเป็ของเล่นชิ้นหนึ่ง
แท้จริงแล้วสาเหตุสำคัญที่สุดก็คือเสี่ยวเย่ปิงเป็หลานชายคนเดียวของตระกูล
ความรักและความเอ็นดูที่เธอมีต่อเสี่ยวเย่ปิงนั้นโดยพื้นฐานแล้วตั้งอยู่บนความคิดที่ให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง การพูดเื่นี้ออกมาต่อหน้าเย่เส้า ทำให้เขาไม่พอใจ
เขาก็รู้ว่าลูกชายค่อนข้างซุกซน แต่ยังไงก็เป็ลูกของเขา เขาไม่อยากให้แม่พูดถึงข้อเสียของลูกชาย เพราะฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจ
“แม่ครับ เย่ปิงยังเด็ก บางเื่ต้องค่อยๆ สั่งสอนกันไปนะครับ”
ตอนนี้จ้าวซู่อวิ๋นโกรธจนหน้าแดงก่ำ เธอเห็นชัดแล้วว่า พอเย่เส้ากลับมา ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็รวมหัวกัน ไม่สนใจเธอผู้เป็แม่เลยสักนิด
“ฉันเข้าใจแล้ว ที่แท้ในใจแกก็มีแต่ลูกชายสุดที่รักกับเมียของแก ไม่มีแม่ในสายตาเลยสินะ”
เย่หลิงเห็นแม่ทำท่าจะทะเลาะอีก จึงพูดขึ้นว่า “แม่คะ หนูเป็คนส่งโทรเลขเรียกพี่รองกลับมาเองค่ะ ่ก่อนหน้านี้แม่พยายามจะไล่พี่สะใภ้ออกจากบ้านตลอด หนูเลยอยากให้พี่รองกลับมาแก้ปัญหานี้”
ตอนนั้นจ้าวซู่อวิ๋นพูดไปแบบนั้นเพียงเพื่อรังแกซูหลีเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะไล่เธอไปจริง ๆ แต่ไม่คิดว่าคราวนี้ลูกสาวคนเล็กจะไม่เข้าข้างเธอ แถมยังส่งโทรเลขเรียกเย่เส้ากลับมา ทำให้เธอโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี
“ฉันเลี้ยงลูกหลานเนรคุณมาจริง ๆ พวกแกไม่มีใครดีสักคน ไม่รู้เลยว่าการเป็แม่มันลำบากแค่ไหน”
เย่เส้าวางลูกชายลง แล้วหันไปหาจ้าวซู่อวิ๋น “แม่ครับ อย่าพูดเื่อื่นเลยครับ เรามาเข้าเื่กันเลยดีกว่า ตอนนี้ซูหลีท้องแล้ว ทำไมแม่ถึงจะไล่เธอออกไปล่ะครับ?”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไล่หล่อนออกไปจริง ๆ สักหน่อย แต่เธอทำให้ฉันโมโหเหลือเกิน ปกติฉันดูแลหลานได้ดีอยู่แล้ว แต่่นี้เธอกลับเอาแต่พาเสี่ยวเย่ปิงไปอยู่กับเธอ ทำให้เด็กดื้อรั้นไม่เชื่อฟังฉัน
หลานชายที่ฉันเลี้ยงดูมาอย่างยากลำบาก ตอนนี้ไม่ฟังฉันเลยสักอย่าง จะไม่ให้ฉันโกรธได้ยังไง?”
พอพูดถึงเื่นี้ จ้าวซู่อวิ๋นก็เริ่มโอ้อวดความดีความชอบของตัวเอง พร่ำบ่นเล่าว่าั้แ่หลานชายเกิด เธอเลี้ยงดูเขามาอย่างไร
ทั้งเช็ดอุจจาระปัสสาวะให้ เหลือเพียงแค่บอกว่าหลานชายคนนี้โตมาได้ด้วยน้ำนมของเธอ
ไม่ว่าจะพูดเื่สำคัญแค่ไหน เธอก็จะพร่ำบ่นและขุดคุ้ยเื่เก่าๆ ขึ้นมาพูดซ้ำๆ ทุกคนในที่นั้น คงมีแค่เย่เส้าที่ได้ยินน้อยหน่อยส่วนเย่ หลิงกับซูหลีได้ยินจนเอือมระอา
สุดท้ายเย่หลิงก็ทนไม่ไหว “แม่คะ เราคุยเื่สำคัญกันได้ไหมคะ? อย่าพูดเื่ไร้สาระพวกนี้เลย ทำไมแม่ไม่บอกพี่รองไปตรงๆ ล่ะคะว่าทำไมพี่สะใภ้ถึงไม่ให้แม่ดูแลหลาน?”
“ก็ไม่ใช่เพราะพี่สะใภ้ของแกมองฉันไม่ดีหรอกหรือ คิดว่าฉันแก่แล้ว ไม่มีความสามารถแล้ว รังเกียจว่าฉันเลี้ยงหลานไม่ไหวแล้วใช่ไหม?”
จ้าวซู่อวิ๋นยังคงพยายามแก้ตัว แต่เย่หลิงไม่ยอมให้เกียรติเธออีกต่อไป พูดตรงๆว่า “ที่พี่สะใภ้พาเสี่ยวเย่ปิงไปอยู่ด้วย เพราะแม่สอนให้เด็กทำนิสัยไม่ดีต่างหาก
แม่ถึงขั้นสอนให้เขาวิ่งไปชนท้องพี่สะใภ้ เื่ร้ายกาจขนาดนี้เด็กขนาดนี้ยังทำได้ ถ้าปล่อยให้แม่เลี้ยงต่อไป ใครจะรู้ว่าเด็กคนนี้จะโตขึ้นมาเป็คนแบบไหน?”
เดิมทีเย่เส้ารู้แค่ว่าแม่กับภรรยาทะเลาะกัน เขาจึงกลับมา แต่ไม่รู้ว่าต้นเหตุมาจากลูกชาย พอได้ยินแบบนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที หลุดปากถามออกไปว่า “เสี่ยวเย่ปิงกล้าชนท้องซูหลีเหรอ?”