ตอนที่24
อาคมมายา
สนามทดสอบที่25 เงียบกริบ ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง หลี่เปียวและพรรคพวก ต่างชมดูจนอ้าปากค้างแม้แต่เจี้ยนเฉินที่อยู่ห่างอีกครึ่งก้าว จะบรรลุถึงระดับลมปราณแรกธรรมชาติขั้นต้นยังอดตกตะลึงไปด้วยไม่ได้ เพราะมันรู้ดีว่าการชกศิลาที่ใช้เกราะเคลือบ แม้จะไม่ใช่พลังหมัดขนาดที่ทำลายศิลาทดสอบที่15000 จิน แต่น้ำหนักหมัดในครั้งนี้ของเสวี่ยิ ก็ไม่น่าจะต่ำเตี้ยไปกว่า 7500จิน ซึ่งนั่นเป็ระดับพลังที่ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดของผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่4 แต่เสวี่ยินั้นยังเป็แค่ผู้ฝึกตนพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 2หากว่าเขาทะลวงผ่านไปจนถึงขอบขั้นที่ 4 จริง ๆเชื่อว่าแม้แต่ศิลาทดสอบปกติก็อาจจะถูกเด็กหนุ่มผู้นี้ต่อยจนแตกะเิได้เมื่อคิดได้ดังนั้นมันก็กลืนน้ำลายเหนียวลงไปในคออย่างยากเย็น เพราะรู้ดีว่าความเกรี้ยวโกรธที่เกิดขึ้นของหลี่เปียวล้วนต้องตกลงมากระทบที่ตัวเองอย่างแน่นอน
แต่แล้วทุกอย่างที่มันคาดคิดไว้กลับไม่เกิดขึ้นเพราะจู่ ๆ ผู้าุโปู้เจิน ซึ่งเป็ผู้ควบคุมการทดสอบก็ทะยานตรงมายังเวทีเสียก่อน ผู้าุโปู้เจินมองดูเสวี่ยิด้วยสีหน้าแปลกพิกลเพราะเขาเห็นร่องรอยการแตกะเิของศิลารวมถึงพื้นหินที่น่าจะเกิดจากท่าเท้าของเสวี่ยิแต่เมื่อลอบตรวจสอบระดับการฝึกฝนกลับพบว่าเด็กหนุ่มมีระดับฝึกตนเพียงแค่พื้นฐานลมปราณขั้นที่ 2 เท่านั้น ทำให้ปู้เจินหาได้สนใจเสวี่ยินัก
ผู้าุโปู้เจินประกาศให้รู้โดยทั่วกันว่าเขาจำต้องเข้าควบคุมการทดสอบในสนามที่ 25 เอง เพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับศิลาทดสอบและเมื่อเห็นพลังหมัดก่อนหน้าของเสวี่ยิที่ขาดอีกเพียงเล็กน้อยบวกกับเป็ผู้ที่อยู่บนเวทีในขณะที่เกิดเหตุปู้เจินจึงประกาศให้เสวี่ยิผ่านการทดสอบในรอบแรก ด้วยน้ำหนักหมัด 1000 จินแทน
แม้จะไม่ใช่น้ำหนักหมัดที่แท้จริงแต่เมื่อรู้ว่าได้ผ่านเข้ารอบเสวี่ยิก็รู้สึกพอใจเป็อย่างยิ่งผิดกับหลี่เปียวที่โกรธเกรี้ยว อารมณ์บูดบึ้งอย่างที่สุดแต่เพราะว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุะเิด้วย หลี่เปียวจึงไม่กล้าเสนอหน้าไปทักท้วงได้แต่ก้มหน้าระบายอารมณ์โกรธแค้นใส่ลูกน้องของมัน
หลังจากที่การทดสอบรอบแรกดำเนินต่อไปจนเสร็จสิ้นปรากฏว่ามีผู้ผ่านการทดสอบกว่า 1400 คนหลังจากนั้นกลุ่มศิษย์นอกที่เป็เ้าหน้าที่ควบคุมการทดสอบ ก็คัดแยกผู้ที่ผ่านการทดสอบให้เข้าไปยังเขตชั้นในของสำนักัฟ้าโดยในการทดสอบรอบที่ 2 นั้น สำนักัฟ้าไม่อนุญาตให้ผู้ชมทั่วไปเข้าชมมีเพียงแต่ตระกูลใหญ่เท่านั้นที่ยังคงมีสิทธิ์ติดตามเข้าไปยังเขตชั้นในของสำนักัฟ้า
ศิษย์นอกของสำนักัฟ้านำผู้ผ่านการทดสอบทั้งหมดมายัง ห้องศิลาขนาดใหญ่ ที่ด้านหน้ามีป้ายขนาดใหญ่กำกับจารึกเอาไว้...ข่ายอาคมมายา...
ภายในห้องข่ายอาคมมายามีแท่นอาคมทั้งสิ้น 10 แท่ง โดยแท่นข่ายอาคมทั้งหมด เรียงกันยาวเป็เส้นตรงหน้ากระดานทุกแท่นมีอักขระอาคมขีดเขียนเอาไว้เหมือน ๆ กัน
เมื่อผู้เข้าร่วมทดสอบเข้ามาภายในห้องจนครบผู้าุโปู้เจินก็กล่าวอธิบายเงื่อนไขในการผ่านการทดสอบรอบที่ 2 นั้นให้ผู้ทดสอบนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 ภายในเวลาหนึ่งเค่อ(15นาที)หากสามารถเอาตัวรอดจนครบเวลาที่กำหนดหรือสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 ลงได้ก็จะถือว่าผ่านการทดสอบ
โดยในรอบนี้ผู้ที่ควบคุมกลไกของข่ายอาคมมายาเป็ศิษย์าุโของสำนักัฟ้า ซึ่งตำแหน่ง...ศิษย์าุโนั้นจะได้รับเมื่อศิษย์ปัจจุบันอายุเกิน25 ปีแล้ว และอยู่ในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5 แต่ยังไม่สามารถบรรลุถึงระดับลมปราณแรกธรรมชาติได้ก็จะไม่ได้เลื่อนขึ้นเป็ผู้าุโของสำนัก ซึ่งเมื่ออายุเกิน 25 ปี ทำให้สิ้นสภาพความเป็ศิษย์ปัจจุบันของสำนักหากศิษย์เหล่านี้ไม่ได้ออกไปจากสำนัก แต่เลือกที่จะอยู่ฝึกตนที่นี่ต่อไป สำนักัฟ้าเองก็ยินยอมแต่ก็ต้องแลกมาด้วยการทำงานให้กับสำนัก ซึ่งการทำงานให้กับสำนักัฟ้า ก็ทำให้ศิษย์เหล่านี้ได้รับสถานะศิษย์าุโไปโดยปริยายซึ่งศิษย์ปัจจุบันส่วนใหญ่จะให้ความเคารพ และให้เกรียติพวกเขาโดยการเรียกหาบุคคลเหล่าว่า...ศิษย์พี่าุโ โดยสถานะศิษย์าุโจะคงอยู่อีกจนอายุถึง35 ปี หากยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับพื้นฐานลมปราณได้อีกพวกเขาก็จำต้องออกจากสำนักไป
"ข้าศิษย์าุโหงคุนมีหน้าที่ดูแลข่ายอาคมมายาของสำนักัฟ้าและวันนี้รับหน้าที่ควบคุมการทดสอบของพวกเ้าทุกคน"เสียงของหงคุนแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่สำคัญในปีนี้และแน่นอนหลังจากทำงานสำคัญให้สำนักเขาย่อมได้รับสิ่งตอบแทนเพิ่มเติมจากงานที่ทำประจำ หินลมปราณจำนวน 10 ก้อนเป็ของรางวัลเพิ่มเติมที่เขาจะได้รับจากสำนักหลังจากเสร็จงานในวันนี้
สำหรับหงคุนที่อายุ30 ปีแล้ว เขาจำเป็ต้องเร่งมือ เพื่อเพิ่มระดับพลังให้ทะลวงผ่านขอบขั้นผสานชีพจรให้ได้ก่อนอายุ35 ปี และแน่นนอนว่าหินลมปราณ 10 ก้อนที่ได้รับนั้นมีค่ามหาศาลเพราะโดยปกติงานประจำของเขานั้นจะได้รับหินลมปราณเพียงแค่เดือนละ 2ก้อนเท่านั้น(ปริมาณเท่ากับศิษย์นอกระดับ 1) แถมศิษย์าุโยังไม่มีภารกิจต่าง ๆให้ทำเช่นเดียวกับศิษย์ปัจจุบัน ทำให้การหาหินลมปราณจำนวนมากเพื่อใช้ในการฝึกฝนล้วนได้จากโอกาสพิเศษเช่นนี้เท่านั้น
"เอาละศิษย์น้องทั้งหลายพวกเ้าช่วยจัดผู้เข้าทดสอบส่งมาให้ข้า รอบละสิบคนข้าจะส่งพวกมันไปรับรู้ความน่ากลัวของสัตว์อสูรพื้นฐานลมปราณระดับหนึ่ง"คำกล่าวของหงคุนปรากฎพร้อมรอยยิ้มเพราะมันรู้ดีว่าในแต่ละปีจะมีผู้ผ่านการทดสอบในรอบนี้ไม่เกิน 20เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
"ครับศิษย์พี่"ศิษย์นอกที่ควบคุมผู้ทดสอบเข้ามา ล้วนตอบรับด้วยเสียงแข็งขันพวกมันที่ได้ชื่อว่าศิษย์นอก ในสายตาของผู้คนนอกสำนักัฟ้า ล้วนดูแข็งแกร่งน่าเกรงขามแต่ใครจะรู้ว่าภายในสำนักนั้น สถานะของพวกมันนั้นล้วนต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดไหนเมื่อมีเด็กใหม่ในระดับลมปราณพื้นฐานขั้นที่ 2 จำนวนมากมาให้พวกมันได้อวดเบ่งบ้างพวกมันย่อมยินดี
"พวกสิบคนข้างหน้านั่นเดินออกมา"หนึ่งในศิษย์นอกออกคำสั่ง เหล่าผู้ทดสอบที่ถูกชี้ตัวก็ออกมาตามคำสั่งในทันทีผู้ทดสอบทั้งสิบถูกจัดให้ขึ้นไปยืนบนข่ายอาคมก่อนที่หงคุนจะนำก้านธูปมาปักลงที่เบื้องหน้าและแจ้งว่าหากหมดเวลาแล้วผู้ใดยังไม่ถูกดีดออกมาจากข่ายอาคมมายาผู้นั้นถือว่าผ่านการทดสอบในรอบที่สอง
หลังเสร็จสิ้นการอธิบายการทดสอบในรอบสองก็เริ่มต้นขึ้น ผู้ทดสอบในรอบแรกทั้ง 10 คนล้วนไม่สามารถอยู่บนข่ายได้จนครบเวลาทุกคนล้วนหน้าขาวซีดจากการถูกอสูรในข่ายอาคมโจมตีทำร้ายาเ็สาหัส และถูกผลักออกมาจากข่ายอาคมก่อนที่ก้านธูปจะไหม้จนหมดดอก
แต่เมื่อผู้เข้าทดสอบหลุดออกจากข่ายอาคมก็พบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนเป็เพียงภาพมายาที่เกิดขึ้นจากข่ายอาคมบางคนถึงกับออกปากเสียดายที่ไม่ยอมฝืนอาการาเ็ในโลกมายาเอาไว้ เพื่อสู้ต่ออีกสักหน่อยและอาจจะทำให้มันผ่านการทดสอบในปีนี้ไปได้
แต่ในความจริงการฝืนสู้ต่อในโลกมายานั้นไม่ต่างจากการฝืนสู้ต่อในโลกแห่งความจริง การรับรู้ความเ็ปแม้เกิดจากมายาของข่ายอาคมแต่ความรู้สึกนั้นไม่ได้แตกต่างจากอาการาาเ็จริง ๆ หากผู้ทดสอบถูกโจมตีสาหัสและข่ายอาคมตัดสินแล้วว่าไม่สามารถสู้ต่อ นั่นก็เท่ากับว่าคุณแพ้การฝืนสู้ต่อในความรู้สึกของผู้เข้าทดสอบจึงเป็เพียงการพูดจาเพื่อปลอบประโลมตัวเองเท่านั้น
การทดสอบบนแท่นอาคมยังคงดำเนินต่อไปในที่แจ้งแต่ในที่ลับกลับกำลังจะมีการทุจริตเกิดขึ้นอีกครั้ง
"ศิษย์พี่าุโหงคุน"โดยปกติหงคุนนั้นจะได้รับความเคารพจากศิษย์นอกของสำนักัฟ้าอยู่แล้วแต่กับศิษย์ในของสำนักนั้นเป็อีกเื่หนึ่ง
"อา..."เมื่อมีศิษย์ในมาให้เกรียติเช่นนี้มีหรือที่หงคุนจะไม่ยินดี"ศิษย์น้องหลี่เปียวมีเื่อันใดกับข้ารึ"
หลี่เปียวยิ้มกว้างไม่ตอบคำเพราะเขารู้ดีว่า การเจรจาติดสินบนนั้น ล้วนใช้การกระทำนำคำพูดจะง่ายดายกว่ามันจึงยื่นถุงที่บรรจุไปด้วยหินลมปราณจำนวน 10 ก้อน ยัดลงไปในมือของหงคุนแน่นอนว่าเมื่อหงคุนเปิดออกดูดวงตาก็ลุกวาวขึ้นมาในทันที
"นี่...นี่ศิษย์น้องนำหินลมปราณจำนวน..."
หลี่เปียวทำท่าจุ๊ปากเพื่อให้หงคุนสงบลง"ข้าก็แค่เห็นว่าศิษย์พี่มีพร์เพียงพอที่จะขึ้นไปเป็ผู้าุโและข้าก็เสียดายหากโอกาสนั้นต้องหลุดลอยไปเนื่องจากทรัพยากรที่ได้รับต่อเดือนนั้นช่างน้อยนิดไปก็เท่านั้น"
หงคุนพยักหน้ารับเพราะมันเองก็มีปัญหาเื่หินลมปราณที่ได้รับต่อเดือนนั้นไม่เพียงพอตามที่หลี่เปียวเอ่ยมาจริงๆ "แต่ว่า...เ้าคงไม่ได้ให้ข้ากระทำผิดต่อสำนักช่วยเหลือพวกพ้องให้ผ่านการทดสอบหรอกนะ"
หลี่เปียวส่ายศีรษะข้ามิกล้าให้ศิษย์พี่ปฏิบัติเื่เลวร้ายเช่นนั้นหรอกเพียงแต่..."หลี่เปียวจงใจเปิดปลายคำถามเพื่อหยั่งเชิง และล่อให้หงคุนติดกับ
"ไม่ต้องเอ่ยมากความเราคนกันเอง หากเื่ที่ขอร้องไม่ได้เกินเลยไปนั่นย่อมคุยกันได้"หงคุนเอ่ยพร้อมเก็บถุงบรรจุหินลมปราณลงไปในกระเป๋าของตัวเอง
เมื่อหลี่เปียวเห็นดังนั้นก็พบว่าปลาติดเบ็ดแล้วจึงโน้มตัวเข้าไปกระซิบกระซาบที่ข้างหูของหงคุน แน่นอนว่าหินลมปราณ 10 ก้อนของหลี่เปียวนั้นมากพอจะทำให้หงคุนพยักหน้าตามคำกล่าวของวายร้ายแซ่หลี่อยู่ตลอดเวลา