บทที่ 6 เ้าสอนลูกอย่างไรกัน! (รีไรต์)
ซูโหรวเอ๋อร์เผลอปล่อยมือโดยพลัน ทำให้อวี้หย่งจวี๋วิ่งออกไปข้างนอก
พอเปิดประตู อวี้หย่งจวี๋ก็เห็นท่านย่ากับพี่ชายหลายคนอยู่ในลานบ้าน เขาจึงวิ่งตรงไปหาทันที
ซูโหรวเอ๋อร์ได้แต่หยุดเดิน เบะปาก แล้วเดินกลับไปนั่งเย็บเสื้อผ้าต่อ
“โถ่! เหตุใดท่านพี่ออกไปเล่นกันไม่ชวนข้าเลย!”
อวี้หย่งจวี๋เห็นผลไม้ป่าที่พี่ใหญ่เก็บไว้ในชายเสื้อก็โวยวายขึ้นมาทันที ทั้งกระทืบเท้าทั้งคร่ำครวญอย่างเอาแต่ใจ
อวี้หย่งไหวก็ได้แต่ปวดหัว
น้องชายคนเล็กวัยสี่ขวบของเขาผู้นี้ ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจเสมอ ทั้งยังเป็น้องเล็กที่สุดในบ้าน ปีนี้เขาก็เพิ่งจะอายุสี่ขวบเท่านั้น ทุกคนเลยตามใจเขามาก แม้แต่แม่เฒ่าเว่ยที่ปกติแล้วแม้นางจะรำคาญ แต่ก็แค่บ่นหลานชายคนนี้สองสามคำเท่านั้น ไม่เคยลงมือตีเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ด้วยเหตุนี้ อวี้หย่งจวี๋จึงยิ่งโตก็ยิ่งเอาแต่ใจ
“ตอนนั้นอาสะใภ้สามพาเ้าออกไปเดินย่อยอาหาร เ้าไม่อยู่บ้าน” อวี้หย่งไหวในฐานะพี่ใหญ่อธิบาย
“พวกเราเลยออกเที่ยวใกล้ ๆ นี้”
“ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา ท่านพี่ไม่ยอมพาข้าไปด้วย!” อวี้หย่งจวี๋วัยสี่ขวบโวยวายกางแขนสะบัดไปมา “พี่ใหญ่ไม่ดี พี่รองไม่ดี พี่สามไม่ดี พี่สี่ไม่ดี!”
แม่เฒ่าเว่ยทำหน้าบึ้งตึง
เดิมทีนางกำลังอารมณ์ดี แต่หลานชายตัวน้อยกลับมาอาละวาดจนความสงบในบ้านนั้นพลันหายไป ใครเล่าจะไม่หงุดหงิด?
แม้จะรู้สึกมาตลอดว่าหลานชายคนเล็กนั้นเอาแต่ใจไปบ้าง แต่แม่เฒ่าเว่ยก็ได้แต่ปล่อยไป เพราะเขาก็แค่เด็กน้อยวัยสี่ขวบเท่านั้น ซุกซนไปบ้างก็เป็เื่ธรรมดา ตัวเองก็ใกล้จะห้าสิบปีแล้ว จะไปฉุดกระชาก ลากถูหลานชายวัยสี่ขวบมาตีได้อย่างไรกัน?
‘เด็กสี่ขวบจะไปรู้อะไร!’
แม้แต่หลานชายคนโตที่ตอนนี้ดูเป็ผู้ใหญ่และพึ่งพาได้ ตอนอายุสี่ขวบก็ยังเคยเอาน้ำปัสสาวะมาผสมดินปั้นเป็ก้อน ทั้งยังบอกว่าจะเอาไปต้มกินอีกด้วย!
ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าแม่เฒ่าเว่ยจะปวดหัวกับความซุกซนของหลานชายคนเล็กมานานเท่าใด ทว่านางก็ไม่เคยลงโทษเขาอย่างจริงจัง
และตอนนี้ที่บ้านก็ยังมีซิ่งซิ่งเพิ่มมาอีกคน
ซิ่งซิ่งอายุเพียงสามขวบกว่า เกือบสี่ขวบเท่านั้น!
พอมีซิ่งซิ่งที่เรียบร้อยน่ารักมาเปรียบเทียบ อวี้หย่งจวี๋ซึ่งอายุมากกว่าก็ยิ่งดูซุกซนจนน่ากลัว เหมือนปีศาจแห่งความวุ่นวายมาจุติ!
เด็กชายยังคงเอาแต่ใจ ยืนกรานจะให้พี่ ๆ พาไปเก็บผลไม้อีกเดี๋ยวนี้
อวี้หย่งไหวพยายามพูดปลอบ "น้องเล็ก เ้าก็อย่าได้โวยวายไปเลย พวกเราก็แค่พาซิ่งซิ่งไปด้วย เลยโชคดีเจอผลไม้ป่าพวกนี้ ก่อนหน้านี้ไปตั้งหลายครั้งหลายครา ข้ายังมิเคยเห็นพุ่มไม้ตรงนั้นมีผลไม้อันใดเลย"
อวี้หย่งจวี๋ไม่ฟังแม้แต่น้อย บิดตัวไปมาพร้อมกับกระทืบเท้า "ไม่สน ไม่สน! อย่างไรข้าก็ไม่สน"
อวี้หย่งกุ้ยที่อายุเจ็ดขวบ เอ่ยปากพูดอย่างจริงจัง "น้องเล็ก บอกตรง ๆ เลยนะ เ้าน่ะอายุมากกว่าซิ่งซิ่งตั้งมากมาย เหตุใดยังทำตัวเป็เด็กไม่รู้จักโตอีกเล่า"
เหตุใดถึงไม่ทำตัวให้โตเป็ผู้ใหญ่เหมือนเขาที่อายุเจ็ดขวบบ้าง!
"ซิ่งซิ่ง ซิ่งซิ่ง พวกท่านพี่ก็เอาแต่พูดถึงซิ่งซิ่ง!" อวี้หย่งจวี๋ทั้งใทั้งโมโห "ข้าแค่เผลอหลับไปครู่เดียว พวกท่านไปสนิทกับนางั้แ่เมื่อไหร่!"
เด็กน้อยอายุสี่ขวบ ร้องไห้จ้า ปากก็ร้องไห้ไป มือก็ปัดผลไม้ป่าที่อวี้หย่งไหวเก็บไว้จนตกกระจายเต็มพื้น!
ผลไม้ป่ากลิ้งไปทั่ว!
ทุกคนต่างตกตะลึง ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก อวี้หย่งจวี๋ก็หันไปผลักซิ่งซิ่งล้มลงกับพื้น!
เด็กชายวัยสี่ขวบโมโหจนตัวสั่น ทั้งยังแรงเยอะเหมือนลูกวัว!
ซิ่งซิ่งเซถลาไปหลายก้าว ก้นกระแทกพื้นอย่างแรง แล้วก็ล้มหงายหลังไป ถ้าอวี้หย่งไป่ที่อยู่ใกล้ ๆ คว้าปกเสื้อของนางไว้ไม่ทัน ท้ายทอยของนางคงจะกระแทกกับถังรองน้ำฝนใบโตเข้าให้แล้ว!
บรรดาพี่น้องของอวี้หย่งไหวต่างก็ยืนอึ้งกันเป็แถว!
แม่เฒ่าเว่ยตวาดเสียงดังว่า “อวี้หย่งจวี๋!”
เสียงะโนี้ทำลายความสงบสุขในลานบ้านของตระกูลอวี้ลงโดยสิ้นเชิง
ลูกสะใภ้หลายคนที่กำลังทำงานบ้านอยู่ต่างก็พากันสะดุ้งใ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซูโหรวเอ๋อร์ ภรรยาคนที่สามและแม่ของอวี้หย่งจวี๋ นางใจนเผลอแทงเข็มเย็บผ้าเข้าเนื้อตัวเอง เืไหลทะลุรูเข็มออกมาเป็หยดโต
แต่นางก็ไม่สนใจ รีบเอาผ้าเช็ดเืที่นิ้ว แล้วรีบวิ่งไปที่ลานบ้านโดยพลัน
อวี้หย่งจวี๋เป็เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจมาตลอด ไม่เคยถูกใครตะคอกใส่แบบนี้มาก่อน ทันใดนั้นร่างกายเขาก็สั่นสะท้าน ก่อนจะแหกปากร้องไห้เสียงดังลั่น
พอซูโหรวเอ๋อร์ได้ยินเสียงลูกชายร้องไห้ นางก็ยิ่งรีบร้อนเร่งฝีเท้าเข้าไปคว้าลูกชายเข้ามาไว้ในอ้อมแขน “อวี้หย่งจวี๋ เกิดอะไรขึ้นลูก?”
เด็กชายยังคงร้องไห้ไม่หยุด ซูโหรวเอ๋อร์ใจแทบสลาย กอดลูกชายไว้ สายตามองไปที่พี่ชายคนโตและคนอื่น ๆ ด้วยความโกรธเกรี้ยวยิ่ง แม้จะไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่ในใจนั้นก็ตัดสินพวกเขาไปแล้วว่า เด็ก ๆ เหล่านี้ต้องทำตัวไม่น่ารักเป็แน่!
“ท่านแม่ ท่านดูสิ...” ซูโหรวเอ๋อร์มองไปที่แม่เฒ่าเว่ยเตรียมฟ้อง
แต่ไม่คิดว่าแม่เฒ่าเว่ยกำลังขมวดคิ้ว ปัดฝุ่นบนตัวเด็กหญิงที่ชื่อว่าซิ่งซิ่ง โดยไม่แม้แต่จะเหลียวมาที่นางเลย!
ซูโหรวเอ๋อร์รู้สึกตกตะลึง จากนั้นความใและไม่พอใจอย่างรุนแรงก็พลุ่งพล่านขึ้นมา นี่นางตาบอดไปแล้วหรือไร? หลานชายแท้ ๆ ร้องไห้ขนาดนี้ไม่สนใจ กลับไปสนใจคนนอกเช่นนั้นได้อย่างไร!
“เจ็บตรงไหนหรือไม่?” แม่เฒ่าเว่ยถามพลางดึงซิ่งซิ่งขึ้นมาดู บอกให้เด็กน้อยหันไปมา ดูว่ามีาแตรงไหนหรือไม่
เด็กหญิงตัวผอมบาง ราวกับเพียงลมพัด ร่างของนางจะปลิวไปติดต้นไม้ได้ แม่เฒ่าเว่ยกังวลว่าหลานชายตัวอ้วนจะทำเด็กหญิงตัวน้อยาเ็
ดวงตากลมโตของซิ่งซิ่งเต็มไปด้วยน้ำตา
แน่นอนว่าเจ็บ เมื่อกี้ล้มลงก้นกระแทกพื้น แน่นอนว่าเจ็บมาก!
แต่ซิ่งซิ่งก็กัดฟันทนความเ็ป พยายามยิ้มให้แม่เฒ่าเว่ย “ท่านย่าเ้าขา ซิ่งซิ่งไม่เจ็บ ซิ่งซิ่งไม่เป็ไรเ้าค่ะ”
นางกลัวว่าแม่เฒ่าเว่ยจะไม่เชื่อ จึงย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “จริงเ้าค่ะ ท่านย่า ซิ่งซิ่งไม่เป็ไรจริง ๆ!”
แม่เฒ่าเว่ยถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง รู้สึกสะท้อนใจกับชะตากรรมของเด็กน้อยคนนี้เหลือเกิน เด็กน้อยผู้นี้เป็กำพร้า ไร้ทั้งบิดาและมารดา แม้แต่เวลาเ็ปก็ไม่อาจร้องไห้ ไม่อาจส่งเสียง เกรงว่าคนอื่นจะรำคาญ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอวี้หย่งจวี๋ที่เห็น ๆ อยู่ว่าเป็คนผลัก แต่ตอนนี้กลับร้องห่มร้องไห้ ปั้นปึ่งอยู่ข้าง ๆ คนเป็แม่ก็ดูแลเอาใจใส่ราวกับไข่ในหิน!
เมื่อลองเปรียบเทียบกันแล้ว แม่เฒ่าเว่ยยิ่งรู้สึกปวดร้าวหัวใจยิ่ง
เด็กหญิงตัวน้อยช่างเรียบร้อยและรู้ความเกินไป จนทำให้หัวใจของผู้พบเห็นรู้สึกเ็ปยิ่งนัก!
แม่เฒ่าเว่ยพยายามขจัดความรู้สึกปวดร้าวในใจนั้น แล้วตรวจดูร่างกายของซิ่งซิ่งอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่ากระดูกไม่หัก จึงค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งใจ
"ดูเหมือนเ้าจะไม่เป็ไรนะ" ซิ่งซิ่งรีบพยักหน้าทันที
"ใช่เ้าค่ะ ซิ่งซิ่งไม่เป็ไรเลยเ้าค่ะ ไม่เจ็บเลยสักนิด"
นางย้ำอีกครั้ง "ไม่เจ็บเลย!"
ถ้าไม่ติดว่าแม่เฒ่าเว่ยยังจับตัวอยู่ ซิ่งซิ่งแทบอยากจะะโโลดเต้นอยู่ตรงนั้น เพื่อแสดงให้ท่านย่าและพี่ชายของนางเห็นว่า นางไม่เจ็บเลยจริง ๆ!
เมื่อเหล่าพี่ชายเห็นว่าซิ่งซิ่งไม่เป็อะไร ก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอกเช่นกัน
เมื่อซูโหรวเอ๋อร์เห็นว่าแม่เฒ่าเว่ยไม่สนใจตนและลูกชายเลยสักนิด ราวกับว่าในสายตาของนางนั้นมีเพียงซิ่งซิ่งอยู่คนเดียว นางจึงทนไม่ไหว โอบกอดอวี้หย่งจวี๋พร้อมกับเรียกแม่สามีเสียงยานยาว
"ท่านแม่!"
แม่เฒ่าเว่ยแสยะยิ้มเย็น นางกำลังคิดจะสั่งสอนใครสักคนอยู่พอดี ตอนนี้สะใภ้สามคนนี้ก็เข้ามาหาเื่เอง!
"สะใภ้สาม เ้าอยากจะพูดกระไร?" แม่เฒ่าเว่ยถามตรงไปตรงมา
ซูโหรวเอ๋อร์รู้สึกโกรธเล็กน้อย "ท่านแม่ ข้าแค่อยากจะถามว่า อวี้หย่งจวี๋เป็เด็กดี เหตุใดถึงได้ร้องไห้แบบนี้ล่ะเ้าคะ?"
แม่เฒ่าเว่ยหัวเราะ "แล้วเหตุใดเ้าไม่ลองถามลูกชายตัวดีของเ้าดูล่ะ?"
เมื่อเห็นแม่ของตนอยู่ด้วย อวี้หย่งจวี๋ก็ยิ่งรู้สึกมั่นใจ เขาะโเสียงดังพร้อมกับชี้ไปที่ซิ่งซิ่ง "ท่านแม่ นางเด็กนั่นล่อลวงพี่ชายไปหมด พี่ ๆ เล่นกับนาง ไม่เล่นกับข้า!" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความคับข้องใจ
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูโหรวเอ๋อร์ก็โกรธจนหัวแทบะเิ นางหันไปหาอวี้หย่งไหวและพี่น้องคนอื่น ๆ "อวี้หย่งไหว พวกเ้าเป็พี่ชายมิใช่หรือ? เหตุใดถึงทำแบบนี้!"
อวี้หย่งไหวและพี่น้องคนอื่น ๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของอาสะใภ้สามว่าอย่างไรดี
แล้วพวกเขาไปเกี่ยวอะไรกับเื่นี้ด้วย!
แม่เฒ่าเว่ยรู้สึกทนไม่ไหวอีกต่อไป!
นางทำหน้าบึ้ง พูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า "พวกเขาเห็นว่าเ้าเป็อา ก็เลยไม่อยากพูดสิ่งใดให้มากความ ถ้าอย่างนั้นข้าจะขอพูดเองก็แล้วกัน ที่จริงแล้วทั้งหมดนี้ มิใช่เพราะเ้าตามใจลูกชายจนเสียคนหรอกหรือ! เ้าบอกว่าจะพาอวี้หย่งจวี๋ไปเดินเล่น และนอนพักชั่วครู่ หลานชายคนอื่น ๆ เลยพาซิ่งซิ่งไปเล่น พอมิได้พาอวี้หย่งจวี๋ไปด้วยก็มาโวยวาย แบบนี้มันผิดรึไร?! แล้วอีกอย่าง อวี้หย่งจวี๋คว่ำตะกร้าผลไม้ที่พวกพี่ชายเขาอุตส่าห์เด็ดมา แล้วยังผลักซิ่งซิ่งจนล้ม ยังจะมีหน้ามาโกหกพลิกลิ้น หน้าไม่อายจริง ๆ! สะใภ้สาม เ้าดูลูกชายที่เ้าสอนมาสิ!"