บทที่ 8
ขีดจำกัดของการต่อสู้
หลังจากเหตุการณ์ในค่ำคืนอำมหิต สี่ฉกรรจ์ฉุดหญิงสาวตระกูลใหญ่ไปรุมโทรม ข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองวาล์ล แม้แต่ข้ารับใช้ในคฤหาสน์ตระกูลโบมอน ยังมองเอวาลีนด้วยความเวทนาสงสาร บ้างก็จับกลุ่มนินทาถึงความอาภัพนี้ ไม่ช้าตระกูลเซโรลต์ ก็ได้ส่งหนังสือ ถอนหมั้นมาถึงตระกูลโบมอน ทว่าโซ่ทองที่คล้องระหว่างสองตระกูลไม่ได้ขาดลงเสียทีเดียว ผู้คนจำนวนมากแห่ชื่นชม ลีน่า ไฟฟ์ กันอย่างหนาหู เธอยอมให้บุตรสาวคนเล็กรับเผือกร้อนของตระกูลโบมอน ทุกคนเข้าใจว่า ลีน่าได้เกลี่ยกล่อม เยนิก้าบุตรสาวให้แต่งเข้าตระกูลเซโรลต์แทนพี่สาว ทำให้สองตระกูลไม่ต้องผิดใจกันและยังได้สานสัมพันธ์กันต่อไป
เอวาไม่ได้สนใจข่าวนี้เลย แม้กระทั้งการหมั้นหมายระหว่างอดีตคู่หมั้นของเอวาลีนและเยนิก้า ผู้เป็น้องสาวก็ไม่อยู่ในความสนใจของเธอเลยแม้แต่น้อย ตัวตนของเอวาลีนได้กลายเป็ขี้ปากผู้คนมากมาย ทั่วทั้งเมืองวาล์ลจุดสนใจทั้งหมดตกไปอยู่ที่ตัวของบุตรสาวคนเล็กอย่าง เยนิก้า โบมอน
ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ่เวลากลางวันเอวาเก็บตัวอยู่ในห้องสมุดของตระกูล ส่วน่เวลากลางดึกเธอมักจะย่องเงียบออกจากคฤหาสน์เพื่อหาข้อมูลต่างๆให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็ประวัติศาสตร์ เื่ราวต่างๆ รวมไปถึงวิถีแห่งการต่อสู้ และข้อมูลที่สำคัญของทวีปเวอร์เทมแบร์ก
ข้อมูลที่เธอได้รู้ คือเมืองวาล์ลเป็เมืองขนาดกลางที่ตั้งอยู่ภายใต้จักรวรรดิฮาบิเอล การปกครองของจักรวรรดิฮาบิเอล ประกอลด้วยสองผืนดินสองคาบสมุทร มีสามหัวเมืองใหญ่ที่สำคัญ ได้แก่ เมืองไททัน ทางทิศตะวันตก เมืองโลแกน ทางตอนเหนือ และเมืองฟรอนเทีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ทวีปเวอร์เทมแบร์ก แบ่งประชากรออกเป็สองชนชั้น ชนชั้นใต้ปกครอง คือคนธรรมดาทั่วไป กับชนชั้นสูงคือกลุ่มคนที่ได้รับการผสานไดรฟ์ พวกชนชั้นสูงสามารถเข้าถึงการใช้ ออร่าหรือมานาผ่านไดรฟ์ในตัวได้
ทารกทุกคนที่เกิดในทวีปเวอร์เทมแบร์กจะเกิดมาพร้อมกับช่องรับพลังที่ด้านหลังคอ หรือที่ทุกคนเรียกกับว่าพอร์ต เมื่ออายุครบ12ปี เด็กหนุ่มเด็กสาวจะสามารถเชื่อต่อพอร์ตเข้ากับวัสดุพลังที่เรียกว่าไดรฟ์ สำหรับตัวไดรฟ์ แบ่งแยกออกเป็สองชนิด หนึ่งคือ ไดรฟ์สำหรับผู้ใช้ออร่า และไดรฟ์สำหรับผู้ใช้เวทมนตร์ หากเลือกเส้นทางออร่าคนผู้นั้นจะกลายเป็อัศวิน แต่หากเลือกผสานเวทย์ จะถูกเรียกว่าจอมเวทย์
ไดรฟ์แบ่งออกเป็6ระดับ เริ่มจาก แรงก์ D ตัวแทนของแรงก์ D คือไดรฟ์สีเงิน ต่อมาคือ แรงก์ C ตัวแทนของแรงก์ C คือไดรฟ์สีทอง แรงก์ B ตัวแทนของแรงก์ B คือไดรฟ์สีเขียว แรงก์ A ตัวแทนของแรงก์ A คือไดรฟ์สีคราม แรงก์S ตัวแทนของแรก์S คือไดรฟ์สีม่วง สุดท้าย แรงก์SS ตัวแทนของแรงก์SSคือ ไดรฟ์สีรุ้ง
ไดรฟ์ออร่า / ไดรฟ์เวทมนตร์
แรงก์ D อัศวินระดับเงิน / จอมเวทย์สองวงแหวน
แรงก์ C อัศวินระดับทอง / จอมเวทย์สามวงแหวน
แรงก์ B อัศวินระดับเอมเมอรัล / จอมเวทย์สี่วงแหวน
แรงก์ A อัศวินระดับไดมอนด์ / จอมเวทย์ห้าวงแหวน
แรงก์ S อัศวินระดับมาสเตอร์ / จอมเวทย์หกวงแหวน
แรงก์ SS อัศวินระดับ กรนมาสเตอร์ / จอมเวทย์เจ็ดวงแหวน
ไดรฟ์เป็สิ่งของหายากในทวีปเวอร์เทมแบร์ก วิธีได้รับมามีเพียงสามหนทาง
หนึ่งคือ ซื้อจากนักประดิษฐ์ โดยนักประดิษฐ์ที่เก่งที่สุดในโลก สร้างได้เพียง ไดรฟ์ระดับไดมอนด์ เท่านั้น
วิธีที่สองคือการกลั่นพลังชีวิต หลอมรวมประสบการณ์และความแข็งแกร่ง โดยผู้ที่สามารถส่งต่อไดรฟ์ที่เกิดจากประสบการณ์และความแข็งแกร่งของตัวเองได้ จะต้องเป็ตัวตนที่อยู่ในระดับไดมอนด์เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ อัศวินระดับไดมอนด์หรือจอมเวทย์ห้าวงแหวน ที่สามารถส่งต่อไดรฟ์ของตัวเองได้ จึงเป็ที่น่านับถือตาและให้ความเคารพเป็อย่างสูง
วิธีสุดท้ายซึ่งไม่เป็ที่นิยมเพราะโอกาสทำได้สำเร็จก่อนที่ไดรฟ์จะเกิดความเสียหายจนไม่สามารถใช้การได้ ต่ำกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นด้วยซ้ำก็คือการสังหารเพื่อแย่งชิง
“ผู้ที่ยังเชื่อมไดรฟ์เทียมคือระดับทองแดง ส่วนพวกที่ยังไม่เชื่อมต่อกับไดรฟ์เป็ได้แค่คนธรรมดาสินะ” เอวาใช้มือััหลังคอของตัวเองอย่างแ่เบา เธอรู้ความแข็งแกร่งของชนชั้นสูงผ่านความทรงจำที่มีอยู่ แม้แต่คนพเนจรที่อยู่ในระดับไดมอนด์ ก็มีอำนาจมากพอที่จะจัดแจงงานหมั้นระหว่างตระกูลเคาท์และตระกูลมาร์ควิสได้
สำหรับเอวาแล้ว ข้อมูลนี้เหมือนแสวงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หากจะถามถึงวิธีการข้ามมิติจากปากของผู้ใด คนที่ควรรู้เื่ราวเหนือธรรมชาติเช่นนี้ คงจะมีเพียงแต่พวกจอมเวทย์ที่สามารถใช้วิชาอัญเชิญได้ แต่ว่าการจะตามจอมเวทย์ระดับสูงนั้น การรั้งอยู่ในเมืองวาล์ล ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี “หาก้ากลับไปยังโลกเดิม ฉันจำเป็ต้องออกเดินทาง”
หลังจากออกจากห้องสมุดของตระกูล เอวาไม่้าให้ใครรู้ว่าเธอกำลังคิดทำอะไรอยู่ จึงเลี่ยงทางหลักและใช้เส้นทางด้านหลังเหมือนทุกครั้ง ทว่าเส้นทางนี้จะผ่านหน้าห้องของเยนิก้า
โดยปกติแล้วบานประตูห้องของเยนิก้าจะปิดสนิท ทว่าในครั้งนี้นั้นแตกต่างออกไป บานประตูห้องนอนของเยนิก้า พลันเปิดออกพอให้สามารถสอดสายตามองผ่านเข้าไปได้ ราวกับเป็ความจงใจ เยนิก้าในสภาพกึ่งเปลือยเปล่า เปิด่อก สวมไว้เพียงกระโปรงสีชมพูอ่อน กำลังคลอเคลียกับชายหนุ่มผู้หนึ่งที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าทั้งตัว ทั้งคู่นั่งอยู่บนเตียงไม้ที่มีลักษณะคล้ายกับโซฟา โดยที่ใบหน้าของเยนิก้าหันมองออกไปนอกประตู ส่วนใบหน้าของชายหนุ่มหันมองสวนทางกันไป ลิ้นของฝ่ายชายโลมเรียทั่วใบหน้าของหญิงสาว ดวงตาของเยนิก้าเคลิบเคลิ้มดวงตาหยาดเยิ้ม เยนิก้ามองไปยังพี่สาวที่ผ่านมาเห็น เธอใเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้ร้องโวยวายหรือทำให้เป็เื่ใหญ่ กลับกันเธอแย้มยิ้มพร้อมเปล่งเสียงให้อีกฝ่ายได้ยินราวกับผู้ชนะ
“เลียม ให้ข้า...ให้ข้าสูดดมกลิ่นอายเ้าโลกของท่านทีเถอะ” เยนิก้าเน้นเรียกชื่อของชายหนุ่มผู้นั้น
เสียงหอบลึกของเลียมดังตอบ “ตะ...แต่ข้าไม่ไหวแล้ว ให้ข้าได้สอดเข้าไปเดี๋ยวนี้เถอะ เยนิก้า ยอดรัก”
“อดทนไว้ก่อนน๊าที่รัก ให้ข้าได้ลิ้มรสชาติของมันก่อน” กล่าวจบ เยนิก้าก้มลงต่ำ เธอผงกหัวขึ้นลงอยู่ตรงหว่างขาของเลียมประกอบกับฝ่ายชายส่งเสียงครวญคราง ราวกับจะขาดใจตาย ช่างเป็เสียงร่ำร้องที่น่าขนลุกและหวาดเสียวให้แก่ผู้ที่ได้ยิน
ตามความทรงจำของเอวาลีน เลียม เซโรลต์ คือบุตรชายคนรองของตระกูลเซโรลต์และก็ยังเป็อดีตคู่หมั้นของเอวาลีน ดูเหมือนว่าเยนิก้าตั้งใจจะให้พี่สาวเห็นภาพของตนเองกำลังมีอะไรกับอดีตคู่หมั้น ก่อนพิธีแต่งงานจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ
เอวาส่ายหน้าเบาๆ “บนโลกใบนี้เด็กสาว12ปีก็เป็ผู้ใหญ่แล้วงั้นเหรอ?? แต่ก็นะช่างเป็การประกาศชัยชนะที่น่าสมเพชเสียจริง”
หากไม่ใช่เธอ แต่เป็เอวาลีนที่ได้มาเห็นภาพบาดตาเช่นนี้ เธอคงจะใจสลายอย่างแน่นอน แต่สำหรับเอวาแล้วเธอไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งทำให้เธอสมเพชเวทนาในความสัมพันธ์ของตระกูลโบมอนมากขึ้นไปอีก