ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่ 333 เมอร์ด็อกซ์

“ดูเหมือนว่า นักรบจะจัดการเรียบร้อยแล้วนะเนี่ย คนเย็นชาอย่างเขาก็รู้จักขอความช่วยเหลือคนอื่นเหมือนกัน นอกจากนั้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้รู้ว่าอาคมมีเส้นสายตำรวจในเมืองหลวงค่อนข้างมาก ดูเหมือนคนเหล่านั้นจะเป็นลูกศิษย์ลูกหา ไม่ก็ผู้ใต้บังคับบัญชาของลูกศิษย์ที่มียศสูงกว่าอีกทีหนึ่ง...”

เจมส์เปรยๆ กับตัวเองเมื่อรับรู้รายงานจากปั้มน้ำมันที่เมืองกรุงฯ

เขาไม่ได้แปลกใจที่นักรบเลือกขอให้อาคมช่วยแทนที่จะเป็นพ่อ

สืบเนื่องจากชายหนุ่มต้องบริหารบริษัทในอนาคต ก็ต้องเรียนรู้และเดินด้วยเท้าตัวเอง หากเกิดปัญหาซ้ำๆ แล้วต้องขอความช่วยเหลือจากพ่อตลอด แบบนี้บริษัทฯ คงไปไม่รอด

และดูจากผลงาน เขาก็ทำได้ค่อนข้างดี แม้จะต้องยืมมีดคนอื่นเพื่อฆ่าคนก็เถอะ

ในฐานะนักธุรกิจ แม้จะมีด้านมืดบ้างทว่ามันกลับไม่สามารถเลี่ยงได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมุมมอง ไม่มีใครถูกหรือผิด มีเพียงคนที่ชนะเท่านั้นจะได้ดื่มไวน์เลิศรส

หลังจากเคลียร์เอกสารตรงหน้าเสร็จ ชายหนุ่มก็เดินทางด้วย'ประตูสายรุ้ง'เพื่อไปเมืองเชียงใหม่ ดูไร่ชาที่ตอนนี้ถูกเก็บเกี่ยวจนโล่งเตียน พร้อมสำหรับปลูกพืชสายพันธุ์ใหม่

คราวก่อนๆ ที่มาบ้านของทอยยังเป็นเพิง หุ่นแบนเนอร์เนื้อหอมรายนี้มักจะหิ้วออย เมียฝรั่งเจ้าของไร่คนก่อนมากินบ่อยๆ

เจมส์รู้สึกว่าการเป็นชู้กับเมียชาวบ้านไม่ใช่เรื่องดี แต่เขาก็คร้านจะเตือนทอย ต้องไม่ลืมว่าการพูดคุยเรื่องพวกนี้เกี่ยวกับเขาถือเป็นเรื่องยาก อีกอย่างคือทำงานอยู่ที่นี่คนเดียวไม่มีใคร มีสาวอยู่ด้วยก็คงไม่เหงาแล้ว

“เจ้านาย...”

หลังจากที่เจมส์เดินลงจากบันไดบ้านชั้นบนมายังชั้นล่างก็พบกับทอยที่กำลังเต้นระบำหน้าทีวีจอ 50 นิ้ว อยู่ในชุดรัดรูปสีขาว ใบหน้าเกลี้ยงเกลา หันมาทักทายและฉีกยิ้มกว้างจนน่าขนลุก

“เต้นอยู่เหรอ” ชายหนุ่มเจ้าของถุงมือดำถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว

ทอยหยิบเสื้อสีแดงขึ้นมาคุมท่อนบน แต่ขอละ นั่นมันเสื้อเอวลอยผู้หญิงไม่ใช่เหรอ นายใส่แบบนี้แล้วดูน่าขนลุกชะมัด

“ใช่ครับเจ้านาย ตอนนี้ผมกำลังแกะท่าเต้นเพลงใหม่ของวง P41 อยู่ หุ่นเพอร์เฟคแมนเนี่ยทำได้เยี่ยมจริงๆ แม้ว่าผมไม่อยากจะยอมรับ แต่ว่าก็ต้องยอมรับเมื่อตอนนี้พวกเขาดังเป็นพลุแตก” ทอยตอบด้วยความชื่นชม

“ว่าแต่เจ้านาย เดินทางมาที่นี่หรือว่าจะเริ่มปลูกกาแฟแล้ว?”

เรื่องนี้มีการพูดคุยอยู่ก่อน ไม่งั้นเขาคงไม่สั่งให้รื้อต้นชาออกไปจนแทบทั้งหมดหรอก ดังนั้นพอเห็นหน้าเจมส์ ทอยจึงเดาจุดประสงค์เจ้านายคนนี้ได้ไม่ยาก

“ใช่ วันนี้เราจะปลูกกาแฟกัน”

“ปลูกกาแฟ...เย้ๆ จะได้มีอะไรทำนอกจากเต้นแล้ว ดีใจจังเลย”

พวกเขาเดินออกจากบ้านสองชั้นทันสมัย ทอดสายตามองไปไกลจะเห็นพื้นดินว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดรบกวนสายตา หรือหากจะมีต้นชาก็มีอยู่เล็กน้อย พอให้เก็บขึ้นมากินไม่กี่กำมือ

“ที่ดินผืนนี้ถูกปรับปรุงด้วย'น้ำยาปรับสภาพผิวดิน'ดังนั้นกาแฟที่จะนำมาปลูก ก็คือกาแฟธรรมดา” เจมส์มองไร่เปล่าเปลี่ยวแล้วพยักหน้าทีหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองทอย เสริมว่า “ซื้อมาแล้วใช่ไหม”

“ครับ ผมเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว รอแต่เจ้านายมานี่แหละ” หุ่นแบนเนอร์ที่สวมชุดไม่น่าดูตอบอย่างมีความสุข ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านแล้วแบกกระสอบสองถุงออกมาวางพาดไว้บนไหล่ตัวเอง

“นี่คือกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าที่เจ้านายต้องการ อยู่นี่แล้วครับ”

เจมส์พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

แน่นอนว่าการสร้างแบรนด์กาแฟใช่จะง่ายๆ เราต้องมีความรู้ในวัตถุดิบและพืชเศรษฐกิจรายนี้ที่ทำกำไรได้มหาศาล นอกจากนั้นหากเปิดคาเฟ่ก็ต้องมีสูตรเด็ดๆ

สูตรเหล่านั้นมีการถามจากแฟนสาวอย่างเกรซ อดีตอาจารย์สาวในมหาลัยกุหลาบขาวที่ตอนนี้กลายเป็นเจ้าของร้านกาแฟสมใจอยาก

ร้านของเธอมีเมฆลอยล่องคล้อยนภา เปิดตัวไม่นานก็มีลูกค้าเข้ามาไม่เคยขาด ส่วนหนึ่งคือรสชาติและจุดเด่นของร้าน ทำให้ในขณะนี้มันกลายเป็นร้านที่มีชื่อเสียงในไทย

ใครเดินทางไปพัทยาและเป็นสายกาแฟ สายเซลฟี่หากไม่แวะเข้าไปทาน ก็จะถือว่ามาเสียเที่ยว

จะว่าไปสายพันธุ์ที่นิยมปลูกในไทยก็มีอยู่ด้วยกันสองสายพันธ์ุ

นั่นคือโรบัสต้าและอาราบิก้า เป็นพืชที่มีการเพาะปลูกมากในแถบ จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ ฯลฯ ทั้งนี้กาแฟคือพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญยิ่งยวด มันสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ มูลค่าซื้อขายในตลาดโลกเป็นรองเพียงน้ำมันปิโตรเลียม

โดยปกติอากาศแบบนี้ที่เชียงใหม่ก็เหมาะสำหรับปลูกอยู่นะ แต่เพราะมันโล่งเตียนเกินไป แดดแรงขนาดนี้ไม่มีสิ่งบดบังแสงบ้างเลย ถือว่าโอกาสปลูกสำเร็จและไม่ตายมีน้อย

แต่อย่างใดก็ตาม ไร่ของเจมส์ถูกปรับปรุงด้วยน้ำยา ไม่จำเป็นต้องสนใจสภาพภูมิอากาศ หรือต่อให้เป็นเมืองหนาวก็ปลูกได้สบาย

“มาเริ่มกันเถอะ” เจมส์ถลกแขนเสื้อขึ้นแล้วเดินไปกับทอย

หนึ่งคนหนึ่งหุ่นช่วยกันปลูก

แน่นอนว่าเขาสามารถให้หุ่นทำงานคนเดียวได้ แต่อย่างใดก็ตาม บางครั้งการได้ออกแรงบ้างก็ทำให้ผ่อนคลาย ไม่เครียดกับงานบนเรือเกินไป ดังนั้นเขาจึงต้องการเสียเหงื่อ

จอบขุดดิน บัวรดน้ำล้วนเป็นไอเทมวิเศษจากเรื่อง 'เป็นคนรวยได้เพราะการทำไร่' ดังนั้นเมื่อนำมาใช้กับผิวดินพิเศษ ก็เข้ากันอย่างลงตัว

ทอยทำงานขมักเขม้นไม่มีอิดออด จะช้าหน่อยก็ตรงที่เขาเต้นระบำในระหว่างโยนเมล็ดเข้าไปในหลุม ให้ตายสิอยู่กลางแดดแจ้งขนาดนี้ยังมีอารมณ์เต้นอีก ยอมเขาเลย

หลุมจำนวนมากถูกขุดภายในวันเดียว แน่นอนเมล็ดพันธุ์ในกระสอบเพียง 2 ถุงไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทอยจึงต้องทยอยแบกออกมา แล้วหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป

ในขณะนั้นเจมส์นั่งพักอยู่ที่ศาลาเล็กๆ ในไร่ที่ถูกสร้างขึ้น แม้เขาจะเสริมสร้างร่างกายจนแข็งแรงกว่าคนทั่วไป แต่ก็ต้องพักผ่อนอยู่ดีเมื่อทำงานทั้งวัน

หลังจากจิบน้ำเพื่อดับกระหายร้อนก็นำหน้าหนังสือที่ปริ้นเอกสารออกมา ดึงมือซ้ายเข้าไปพลันเกิดแสงสว่างวาบ มองเห็นบ้านหลังเล็กสีขาว ชมพู แดง น้ำเงิน ฟ้า เขียว เหลือง ฯลฯ คล้ายกับปราสาทหลังหนึ่งแต่มีขนาดเล็กมาก สูงแค่ 50 ซม.

'ครอบครัวเมอร์ด็อกซ์ พวกเขาเชี่ยวชาญเรื่องพืชพันธุ์ชนิดต่างๆ แม้จะมีร่างกายค่อนข้างเล็กหากเทียบกับมนุษย์หรือช้างตัวใหญ่ แต่เรี่ยวแรงกลับมหาศาล ไม่ต่างจากเสือตัวใหญ่'

'ผลเสียด้านลบ นิสัยขี้ขโมย'

“นิสัยขี้ขโมย...นี่ค่อนข้างเป็นปัญหานะเนี่ย” เจมส์ค่อนข้างไม่โอเคเมื่อรับรู้ถึงผลลัพธ์ดังกล่าว

นี่คือไอเทมจากเรื่อง 'เป็นคนรวยได้เพราะการทำไร่' โดยตัวเอกได้รับไอเทมชิ้นนี้ก็หลังจากที่ตนมีที่ดินเปล่าขนาดใหญ่ จนไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตของตัวเองได้ในระยะเวลาที่กำหนด จึงต้องคิดหาวิธีเพื่อเพิ่มระยะเวลาเก็บเกี่ยวให้ทัน

ภายหลังมันจึงตกเป็นหน้าที่ของเมอร์ด็อกซ์

ในเนื้อเรื่องพวกเขาเป็นเด็กน่ารักสวมริบบิ้นที่ศีรษะต่างสีกันไป ทำงานขยันขันแข็งไม่มีนิสัยขี้ขโมยแบบนี้ ดังนั้นเจมส์จึงค่อนข้างลังเลว่าจะเปิดประตูปราสาทเพื่อเปิดการทำงานดีหรือเปล่า

“โอ้...เจ้านายนี่มันบ้านของพวกเมอร์ด็อกซ์นี่นา ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ หรือว่า...เจ้านายจะพาพวกเขามาช่วยผม” ทอยเป็นคนแนะนำหนังสือให้เจมส์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะรู้จักปราสาทหลังนี้ว่ามีพื้นเพอย่างไร

“ใช่ ผมนำพวกเขามาเอง”

“โอ้...งั้นดีเลยครับ ผมเองก็อยากจะเลี้ยงสุนัขไว้เฝ้าบ้านเหมือนกัน”

“สุนัขเหรอ?”

“ใช่ครับ เจ้านายเองก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าในเนื้อเรื่องพวกเขาตัวเล็กมาก ดังนั้นจะให้ผมมองเป็นสัตว์เลี้ยงก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอ”

“เอ่อ...” ชายหนุ่มพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง

ว่าแต่คนแคระมันเหมือนสัตว์เลี้ยงตรงไหนนะ หรือเป็นเพราะส่วนสูงที่ทำให้เขาคิดแบบนั้น?

ทอยดีใจเหมือนได้ของเล่นใหม่ มองปราสาทหลังน้อยไม่ห่าง

“ว่าแต่เจ้านายครับ จะมัวรออะไรอยู่ ทำไมถึงไม่รีบๆ เปิดประตูบ้าน เจ้าตัวเล็กจะได้เดินออกมาช่วยผมทำไร่”

“เพราะพวกเขามีนิสัยขี้ขโมยน่ะสิ”

“เอ๋...นิสัยขี้ขโมย”

“ใช่ เป็นผลเสียด้านลบน่ะ ก็เลยลังเลว่าจะเอาออกมาใช้งานดีหรือเปล่า”

“มันน่าเสียดายนะครับ มาถึงขนาดนี้แล้ว...งั้นเอาแบบนี้ไหมครับ ผมนี่แหละจะช่วยฝึกสอนเอง ไหนๆ ก็เป็นสัตว์เลี้ยงนี่นา คนไหนขโมยของก็ต้องโดนทำโทษ ดีไหมครับ”

เห็นท่าทางกระตือรือร้นของทอยแล้วก็คงถอยไม่ได้สินะ

หุ่นแบนเนอร์รายนี้คงอยากจะได้ของเล่นมาก เอาเถอะไหนๆ ก็เอาออกมาแล้วนี่นา ก็อย่างที่ทอยพูดนั่นแหละ บางทีอาจสอนพวกเขาได้

เจมส์เอื้อมมือไปเปิดประตูปราสาทหลังเล็ก ท่ามกลางความตื่นเต้นของทอย เมื่อประตูสีชมพูเปิดออก ก็เห็นคนตัวเล็กที่ผูกริบบิ้นเดินออกมาเป็นขบวน

พวกเขามีร่างกายเล็กกว่าปราสาทแค่หน่อยเดียว แต่ให้ตายสิ ทำไมถึงได้เข้าไปอัดเป็นปลากระป๋องในปราสาทได้ทั้งที่มีจำนวนหุ่นมีมากอย่างกับนักฟุตบอลในสนาม

เรื่องนี้เป็นเพราะในปราสาทจะมีพื้นที่ที่แตกต่างจากโลกภายนอก เมื่อเข้าไปในนั้นร่างกายของเมอร์ด็อกซ์จะถูกย่อสวน จึงอาศัยในปราสาทหลังเล็กได้

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน