ครืนนน....เปรี้ยงงงง...เคร้งงง
เสียงคมดาบดังสนั่นสัมพาทีสดายุฟ้าครามยังคงเข้าโรมลันกับเทพีแห่งปัฐพีอย่างแยบยล
คมดาบตวัดไปมาพร้อมกับการโจมตีประสานที่สอดคล้องผลัดกันรุกไล่เทพคนงามอย่างดุดัน คลื่นรังสี ดาบสาดกระจายไปทั่วบริเวณทำลายทุกอย่างราบเป็นหน้ากอง
สดายุด้วยในร่างมนุษย์คล้ายศิลาวัยสี่ขวบผมสีส้มฟ้าปีกด้านหลังสีส้มฟ้าในมือถือกริชสีส้มโหยหากระโดดไปมาพร้อมกับตวัดดาบฟันใส่เทพีคนงามชิงจังหวะรอตอดเล็กตอดน้อย
รูปร่างดูน่ารักน่าชังแต่คมดาบกลับร้ายกาจราวมัจจุราชมาถึงตรงนี้มันคงลืมไปแล้วจริงๆว่ามันเป็นนกสามารถบินได้
เปี้ยง....ฉ๊วะ
ร่างของสดายุเต็มไปด้วยลอยบาดแผลร่างกายของมันไม่สามารถฟื้นคืนสภาพได้เนื่องด้วยพลังเวทย์คงใกล้หมดเต็มทีซึ่งไม่ต่างจากสัมพาที
ที่ร่างชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงสด
สองบุรุษหน้าคล้ายศิลาผู้มีเรือนผมสีแดงสัมพาทีตัวเล็กอ้วนพุ๋ยผมสีส้มฟ้านามสดายุกำลังโหมกระหน่ำฟาดฟันใส่เทพแห่งปัฐพีอย่างบ้าคลั่งด้วยท่วงท่าก้าววรุณรังสีดาบวูบวาบแผ่พุ่งไปมาเงาสามร่างเคลื่อนที่ไปมาคล้ายกับกำลังร่ายรำ
ทางฟ้าครามเองที่คอยร่ายเวทมนต์ระดมยิงใส่ไม่ยั้งจนบริเวณโดยรอบสิ่งปลูกสร้างกลายเป็นทะเลเพลิง
ลายล้อมทั้งสี่ชีวิตไว้ทุกด้านพร้อมกับเศษสร้างบ้านเรือนที่ค่อยๆพังทลาย
เคร้ง....เคร้งงงงง....ตูมมมม
เสียงคมดาบเสียงระเบิดดังถี่ยิบคล้ายปืนกลทั่วบริเวณปรากฎเส้นสายคลื่นพลังปุกคลุมไปทั่ว
สดายุและสัมพาทีเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิพลังของมันมากมายคนานับแต่ทว่าอีกฝ่ายคือเทพีแห่งธรรมชาติมันทั้งสองจึงเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทุกกระบวนดาบและด้านพลังศิลาที่ค่อยๆลอยตัวขึ้นมาจ้องมองการต่อสู้ของทั้งสี่อย่างพินิจน์
คงเพราะด้วยสดายุและสัมพาทีเองพึ่งจะเกิดมาได้ไม่นานเปรียบได้ดังเด็กทารกเเรกเกิดถึงมีพลังมหาศาลแต่ไร้ซึ่งประสบการณ์ก็เปรียบเหมือนดาบที่ไร้คม
เงาทั้งสี่ร่างทะยานไปมาอย่างรวดเร็วคล้ายผีร้ายคลื่นพลังสาดเป็นละลอกๆ เมื่อศิลาปรายตาไปมองยังฟ้าครามก็ต้องสะท้านวูบเรียกได้ว่าเธอสาหัสยิ่งกว่าสดายุและสัมพาทีเสียอีก
ร่างอรชรยืนอยู่บนหลังคาปราสาทเบื้องล่างปกคลุมด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนระอุ
บาดแผลไฟไหม้ปรากฎขึ้นตามตัวเด่นชัดขัดกับผิวที่ผุดผ่อง พร้อมกับลอยของมีดคมเฉือนเนื้อทำให้ชุดเสื้อผ้าสีฟ้าขาวถูกย้อมเป็นสีแดงฉานของเลือดเด่นสะดุดตา
ใบหน้างดงามราวดวงดาวเต็มไปด้วยคราบเลือดบิดบังความงามสิ้น
แต่สายตาของเจ้าหล่อนยังแสดงถึงความมุ่งมั่นไม่คายนัยน์ตายังคงคมกล้าไม่หวั่นไหวเป็นภาพที่ศิลาสะท้านไปทั่วร่าง
เขาถึงกับหรี่ตาลงด้วยความสงสัยก็แม่คุณเธอเคยพูดไว้ว่าจะตามคอยป่วนเขาไปทุกที่ถึงตอนแรกศิลาจะรู้ว่าเธอคงยอมช่วยเข้าสู้แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะช่วยเขาเต็มที่ขนาดนี้ทั้ง
เวทมนต์เขตแดนที่สกัดคนภายนอก ทั้งเข้าต้านทานขัดตราทัพเทพีแห่ง
ปัฐพีไว้ไม่ให้ไปสอดมือกับการต่อสู้ของเขา
เมื่อเห็นดังนั้นศิลาจึงดีดเท้าปราดเข้าหาร่างของฟ้าครามทันทีพร้อมกับเรียกไอเท็มบล็อกขึ้นมาเพื่อจะหยิบน้ำยาฟื้นพลังให้เจ้าหล่อนทว่าศิลาต้องหรี่ตาลงด้วยความสงสัยอีกครั้ง พร้อมหยุดลอยอยู่กลางอากาศมองดูไอเท็มบล็อกด้วยความงุ่นงง
น้ำยาฟื้นพลังชีวิตฟื้นมานาของเขาหายเกลี้ยงพร้อมกับมีชื่อฟ้าครามขึ้นแสดงที่ช่องเก็บของ
ศิลาทราบได้ทันทีว่าช่องเก็บของ
ของเขานั้นมันไปรวมกับช่องเก็บของ ของฟ้าครามแสดงว่าฟ้าครามได้ใช้น้ำยาฟื้นพลังชีวิตไปจนหมดรวมถึงน้ำยาฟื้นมานา
ศิลาไม่ได้หัวเสียแต่อย่างใดกลับยิ่งใจเย็นขึ้นมากกว่าเดิมพร้อมกับครุ่นคิดในใจอย่างหนัก
‘ฟ้าครามมีดาบสุดโกงสองเล่มรวมถึงสดายุสัมพาทียังเอาแม่นี่ไม่ลงถึงฟ้าครามจะระดับลดลงมาแต่ถ้าเทียบกับการมีอาวุธก็ไม่น่าจะแตกต่างกันขนาดนี้อาจเป็นเพราะเธอต้องคงสภาพเวทย์เขตแดนไปด้วยสู้ไปด้วยแต่ถึงอย่างนั้นเจ้าหล่อนก็ไม่บ่นสักคำ’
ฟุบ...
คิดเสร็จศิลาก็ลงไปยืนบนหลังคาข้างหลังฟ้าครามทันทีพร้อมกับในมือขวาทอแสงสีม่วงพลังปราณก่อนที่เขาจะยื่นมือไปจับหัวเจ้าหล่อนอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวลพร้อมกับคลื่นพลังปราณไหลออกจากมือของเขาเข้าสู่ร่างของฟ้าคราม
ร่างของเจ้าหล่อนทอแสงสีม่วงสว่างวูบวาบไปมาพลังปราณโคจรไปทั่วร่างบาดแผลสาหัสค่อยๆฟื้นตัวกลับมา
“พี่ศิ!...”
“ขอบใจมากนะเดี๋ยวพี่จัดการเองเธอกลับมาพักก่อนเถอะ”
ศิลาไม่อยากให้เจ้าหล่อนเจ็บตัวไปมากกว่านี้ในเกมไม่ตายจริงแต่ประสบการณ์ความเจ็บปวดที่สัมผัสมันฝังใจและเป็นของจริงและเขาคือผู้ชายจะให้สตรีปกป้องคงไม่ใช่มันไม่ใช่สไตร์ของศิลา
หรือความจริงเขาแค่ไม่ยอมรับว่าทุกครั้งที่เห็นแม่คนงามเจ็บเขาจะ
รู้สึกแปร๊บๆแบบแปลกๆ
ฟ้าครามหันมามองศิลาทันทีเมื่อรู้สึกถึงมืออุ่นที่มาสัมผัสบนศรีษะอย่างนุ่มนวล
“ไม่เข้าจะสู้ต่อ”
เจ้าหล่อนหันกลับมาพร้อมสายตามุ่งมั่นอย่างมั่นใจเล่นเอาศิลาชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่จะยิ้มให้จ่างๆพร้อมก้บพุ่งร่างลงเข้าหาเทพีแห่งปัฐพี
ศิลาไม่ยอมขัดหรือห้ามอาจเป็นเพราะเขาเคยเจอหญิงสาวบนรถเข็นมาแล้วหรือฟ้าครามตัวจริง
ถ้าเข้าห้ามเธออาจจะคิดว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงของเขาหรือกระทั้งในโลกความจริงศิลากล้าพูดได้เลยว่าเธอต้องมีความรู้สึกที่คิดส่าตัวเองเป็นตัวถ่วงของคนอื่นไม่สามารถทำอะไรได้อย่างน้อยๆในโลกนี้ก็ให้แม่คุณเธอทำตามที่ใจต้องการ
เปร๊งงงงง....
ศิลาตรงเข้าต้านรับกระบี่สีน้ำตาลอย่างทันท่วงทีก่อนที่มันจะฟันใส่ร่างของสดายุ
“กลับมาสดายุสัมพาที”
ศิลารีบเอ่ยขึ้นทันทีพร้อมยืนตระหง่าปะจันหน้ากับเทพีสองดาบเข้าต้านทานคมกระบี่ส่งกระเกล็ดไฟกระจายไปทั่ว
เขาต้องการให้พวกมันพักฟื้นเพราะศึกครั้งนี้มันไม่ได้จบลงตรงที่ว่าเขาสามารถฆ่าเทพี่แห่งปัฐพีได้มันยังมีศึกรออยู่ด้านนอกอีกเมื่อได้ยินแบบนั้นมันทั้งสองก็ลอยหายไปในทันที
“คิดว่าเจ้าคนเดียวจะชนะเราได้หรอโอหังเกินไปแล้ว”
หญิงสาวกระชากเสียงอย่างแต้นเคืองพร้อมกับยืนหันหน้าเข้าหาศิลาในระยะห่างเจ็ดวามีเปลวเพลิงล้อมรอบทั้งสีด้านส่งรังสีความร้อนระอุคล้ายอยู่ในขุมนรก
คลื่นพลังสีม่วงดำปะทะกับคลื่นพลังสีน้ำตาลอย่างเร่งร้อน จิตสังหารปะทะจิตสังหาร แรงกดดันปะทะแรงกดดัน สายตาแข็งกล้าเฉียบคมจ้องมองกันอย่างไม่ลดละ
“ใครว่าคนเดียว”
ศิลาตอบพร้อมกับแท่งร่ำไห้ออกปราดเดียวสามสิบครั้ง
คมอาบร้ายกาจแหวกอากาศอย่างเชื้องช้าแต่รวดเร็วอย่างประหลาดทำให้เทพีต้องถอยล่นสืบเท้าไปมาอย่างอ่อนช้อยและงดงามคล้ายเลื่อนลอยเชื้องช้าประดุจสายธารที่ไหลเอื่อย
เคร้งงงงๆๆๆๆๆ....
เพียงพริบตาร่ำไห้โหยหาฟาดกระทบกระบี่แคบยาวสีน้ำตาลนับร้อยครั้งเกิดเสียงดังสนั่นคล้ายปืนกล
ทว่าเทพีปัฐพีด้วยท่วงท่าอ่อนช้อย
พิลาศล้ำคล้ายเลื่อนลอยสบัดไปมาซ้ายทีขวาทีท่ามกลางกอวเพลิงพร้อมกับกระบี่ที่ถูกฟันออกคล้ายกับเธอกำลังเกี้ยวพาราศีหยอกล้อศิลาอย่างเสน่หา
วูบบบ....เปร๊งงงงง
ศิลาก้มตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็ววินาทีนั้นเทพีปัฐพีต้องเบิกตามองอย่างตกใจถึงขีดสุดคมดาบสีน้ำเงินพุ่งแหวกอากาศมาทางด้านหลังของศิลาอย่างแยบคายและเฉียบคม
ืืืื เปร๊งงงงงงๆๆๆๆๆ......
กระบี่ในมือขวาของเทพีแห่งปัฐพีฟันตานทานสภาวะโจมตีของ
เอกคาริเบอก่อนที่ฟ้าครามจะพลิกตัวข้ามหลังศิลาไปพร้อมกับดูแลนดอลฟันจากบนลงร่างแหวกอากาศฟันใส่ร่างของเทพีปัฐพีอย่างจัง
เปรี้ยง....อ๊าก...
กระบี่สีน้ำตาลฟันแผ่จากร่างจึ้นบนเข้าต้านทานรังสีดาบแต่ถึงอย่างนั้นเธอถึงต้องกระอักเลือดจากพลังธาตุความมืดที่แฝงมากกับการโจมตีจนร่างของเธอถอยล่นไปสามวา
ศิลาพลิกตัวข้ามหลังฟ้าครามต่อทันทีโหยหาร่ำไห้ฟันจากบนลงร่างด้วยสำนึกแห่งปราณ
เคร้งงงง.....เปรี้ยงงงงง
เสียงคมดาบดังถี่ยิบเทพีปัฐพีสืบเท้าถอยหลังกระบียกขึ้นฟาดฟันต้านทานไว้อย่างทันท่วงที
วินาทีต่อมาร่างของฟ้าครามปรากฎขึ้นด้านหลังคล้ายภูติผีดูแลนดอลฟันใส่กางแผ่นหลังเทพีปัฐพีอย่างจัง
ฉ๊วะ.....อ๊าก....เปรี้ยง
ทว่าพื้นที่เท้าของฟ้าครามกลับพุ่งขึ้นเป็นหอกแหลมแทงใส่อย่างดุร้าย
“สูญ..”
ศิลาใช้เวทย์ชิงทำลายพลังธาตุดินก่อนจะถึงตัวฟ้าคราม
ร่างทั้งสามเข้าโรมลันอย่างดุเดือดส่งคมดาบเสียงระเบิดดังที่ยิบ
เกิดเป็นเงาสามสายกระโดดไปมาปะทะกันตามหลังคาสิ่งปลูกสร้างที่ปกคลุมไปด้วยเพลิงทั่วบริเวณคลื่นพลังแตกออกคล้ายจะถล่มโลกหรือคว้ำขุนเขาได้ใบพริบตา
พื้นหินเกิดเป็นคมแหกนับพันเข้าโรมลันคอยชิงจังหวะแทงใส่ศิลาและฟ้าครามแม้แต่ผืนธรนียังพินาศอย่างวิปโยคเคลื่อนบิดตัวแปรปรวนไปมา
วินาทีนั้นคมกระบี่แหวกอากาศพุ่งมาจากด้านซ้ายแผ่ระนาบใส่ศิลาอย่างดุร้าย
ฟรึบ....
ศิลาเอนตัวหลบอย่างฉิวเฉียดทำให้คลื่นรังสีดาบถากตัดเส้นผมของศิลาไปสามเส้น
เปรี้ยง...เปรี้ยง..
โหยห่าที่แฝงพลังจิตแทงออกไปซึ่งๆหน้าพุ่งทะยานเข้าใบหน้าแสนงดงามอย่างเฉียบคมการ
กระบี่งามพลันเปลี่ยนวิถีฟาดใส่โหยหาอย่างทันท่วงทีชิงทำลายสภาวะโจมตีของศิลาสิ้นจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมคลื่นพลังพัดทำลายไปทั่งบริเวณ
ฉ๊วะ...ฉ๊วะ....ฉึก...อ๊าก...
เสียงเนื้อฉีกขาดดังขึ้นติดๆพร้อมกับเสียงร้องศิลา เบื้องล่างพื้นดินพลันปรากฎร่างแยกดินของเทพีพร้อมกับในมือถือธนูรอบยิงใส่ศิลาจากด้านหลัง
ต่อมาปรากฎศรธนูสีน้ำตาลพุ่งขึ้นฟ้าใส่ศิลาราวห่าฝนด้วยความเร็วดุจกระสุนปืน
สงผลให้ลูกธนูสีน้ำตาลพุ่งทะลุออกจากอกของศิลาส่งเลือดสีฉานไปทั่วในอากาศพร้อมกับคมกระบี่สีน้ำตาลที่ฟันลงปักอยู่บนไหลซ้าย
เคร้งงงง.....เปรี้ยงงงง
ฟ้าครามโถมร่างเอาตัวเข้ามากันนะหว่างร่างศิลากับฝนศรธนูพร้อมกับดาบในมือทั้งสองข้างฟันต้านทานอย่างรวดเร็วเร่งร้อนพร้อมท่าร่างที่ปผ่พริ้วงดงาม
ศิลารีบลดไหลซ้ายลงต่ำเพื่อให้ไหลหลุดออกจากคมดาบที่ปักคาอยู่พร้อมกับเท้าซ้ายแฝงพลังปราณสุดเข้มข้นเตะส่วนเข้าที่ร่างของเทพีอย่างจัง
เปรี้ยง.....อ๊ายยย
ร่างของเทพีที่ถูกเท้าของศิลาเตะด้วยพลังปราณลอยตกคล้ายดาวห่างพร้อมกับเลือดที่พุ่งออกจากปากพลังปราณชิงสภาวะเข้าทำลายจากภายในอย่างเกรี้ยวกราด
ฟ้าครามหมุนตัวกลับวูบทะยานร่างผ่านศิลาไปเสี้ยววิพร้อมกับฟันส่งรังสีดาบออกมานับร้อยสายเข้าโจมตีร่างของเทพีแห่งปัฐพีที่ลอยเคว้งกลางอากาศ
ตูม....ตูม.....ตูม.....ตูม
เธอทำได้แค่เบิกต้ากว้างอย่างตลึงด้วยพลังเตะที่มหาศาลทำให้เธอไม่อาจทรงตัวหรือใช้พลังในการลอยตัวได้การโจมตีทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที
คลื่นรังสีดาบสีดำเข้าปะทะร่างเทพีอย่างจังจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นนับร้อยครั้งพร้อมคลื่นพลังแตกกระจายอย่างบ้าคลั่ง
ศิลาพุ่งตัวผ่านร่างฟ้าครามที่ลอยอยู่กบางอากาศตามลงไปซ้ำเทพีปัฐพีทันทีไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว
ก่อนจะตวาดลั่นร่ายเวทมนต์
ปรากฎวงเวทย์สีม่วงดำเจ็ดวงเรียงซ้อนทับกันเบื้องหน้าของศิลาพร้อมกับร่างของเขาที่พุ่งผ่านวงเวทย์ทั้งเจ็ดทั่วร่างปกคลุมด้วยพลังปราณจิตเวทมนต์เคล็ดวิชาทวิภาวะ
ฟ้าครามเองก็ฟันส่งคลื่นดาบสีดำก่อเกิดเป็นรูปนกอินทรีพุ่งทะยานเข้าปะทะร่างของศิลาก่อนจะหลอมรวมเขากับคลื่นพลังของศิลากลายเป็นการโจมตีประสานที่สอดคล้องอย่างลงตัว
ร่างของศิลาปรากฎออร่านกอินทรีสีดำขึ้นปกคลุมดิ่งลงพื้นพร้อมกับคมดาบที่แทงแหลกอากาศอย่างเฉียบคม
ฟิววววว.....ตูม....
ร่างของศิลาพุ่งใส่ร่างของเทพีปัฐพีด้วยความเร็วปานโลกถล่มพร้อมกับร่ำไห้และโหยหาที่แทงส่งคลื่นพลังอันมหาศาเข้าโจมตีเทพีที่นอนจมกองเลือดอย่างดุร้าย
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นภพพื้นดินสั่นสะเทือนอย่างวิปโยคคล้ายโลกาจะพินาศได้ทุกเมื่อ
อ๊าก..........
วินาทีต่อมาปรากฎดาบและกริชปักลงบนร่างของเทพีอย่างจังพร้อมกับทั่วบริเวณปกคลุมด้วยฝุ่นควันลอยฝุ้งในอากาศเศษดินเศษหินค่อยๆลอยตกพื้น พื้นดินทั่วบริเวณเกิดเป็นลอยร้าวแตกแยกเป็นวงกว้าง
“ท่านกำลังจะสร้างความหายนะ”
เทพีแห่งปัฐพีเอ่ยขึ้นพร้อมกับกระอักเลือดออกมาไม่หยุดย้อมทั่วร่างชุมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน
ทว่าศิลากลับไปตอบอะไรเขาทำเพียงจ้องมองอย่างเย็นชาสายตาแข็งกล้านัยน์ตาดุร้ายถึงขีดสุด
ฉึก....
ศิลารากคมดาบขึ้นด้านบนผ่าร่างของเทพีขาดเป็นสองส่วนส่งเลือดสีแดงสดไหลนองอาบไปทั่วพื้นจากนั้นเสียงจากระบบก็ดังขึ้นแต่ศิลาไม่ใด้สนใจเขาทำเพียงก้มลงไปเก็บผลึกเพชรสีน้ำตาลรูปหยดน้ำที่ส่องสว่างอย่างพิศดารพร้อมกับร่างของเทพีคนงามหายกลายเป็นแสงทิ้งกอง
ไอเท็มระดับSไว้เป็นภูเขาพร้อมกับเหรียญทอง
หากเป็นอาวุธอื่นเขาคงไม่สามารถปลิดชีพเทพีแห่งผืนปัฐพีได้ ด้วยสกิลของร่ำไห้ยิ่งเขาต่อสู้นานเท่าไหร่พลังโจมตีของมันจะยิ่งเพิ่มแถมพลังโจมตีของมันยังสามารถเพิ่มได้ไม่กำจัด
“พี่ศิ!....”
ฟ้าครามลงมายืนข้างศิลาพร้อมกับเอ่ยเรียกทันทีเธอจ้องมองไปยังบาดแผลของชายหนุ่มกลับพบว่ามันได้หายสนิทไปเสียแล้วทำให้เธอต้องลอบคิดในใจ
‘จะโหดเกินไปแล้วนะพ่อคุณขนาดผู้หญิงยังไม่เว้น’
ตอนแรกฟ้าครามคิดว่าศิลาคงไม่กล้าลงมือเพราะเห็นเป็นผู้หญิงเลยให้เธอเป็นคนสู้แทน หรืออีกอย่างที่เธอคิดคือศิลาจะจับเทพีแห่งปัฐพีทำ
พันธสัญญาแบบเธอ
ที่ศิลาเลือกสู้กับหงอคงนั้นเพราะเขาอยากจะได้มันมาเป็นสัตว์อสูรนับใช้เพราะถ้าหงอคงโดนสัมพาทีสดายุและฟ้าครามรุมก็คงตายอย่างแน่นอนศิลาเลยเลือกที่จะสู้กับหงอคง
“หืม....เจ็บตรงไหนหรอดูสีหน้าเธอแปลกๆนะ”
ศิลาหันมายิ้มให้เจ้าหล่อนก่อนจะเอ่ยถาม
“ไม่ได้เจ็บแล้วแค่คิดว่าตอนแรกพี่จะจับเธอทำพันธสัญญาสะอีก”
ฟ้าครามเอ่ยถามพร้อมกับก้มหน้าเพื่อปิดอาการหวั่นไหว เมื่อเห็นภาพสาวเจ้าแบบนั้นศิลาถึงกับยิ้มออกมาอย่างสุขใจก่อนจะตอบ
“ภูติหรือเทพี พี่มีเธอคนเดียวก็พอแล้ว”
“อืม...<_> ”
ฟ้าครามตอบสั้นๆพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย
“คล้ายเวทย์เขตแดนเถอะ อ๊ะเดี๋ยวก่อน”
ศิลาพูดพร้อมกับเรียกชุดเกราะออกมายื่นให้ฟ้าครามเล่นเอาเธอนิ่ง งงไปนิดๆเพราะชุดผ้าที่เธอใส่พลังป้องกันก็สูงริบอยู่แล้ว ศิลาที่เห็นเธอทำหน้างงๆเลยพูดขึ้น
“ชุดนั้นมันบางสั้นเหมือนชุดนอน
เอออ!...แบบข้างนอกคนคงเยอะขืนเธอออกไปโบกสะบัดไปมาด้วยชุดนั้นแบบว่าไม่อยากให้ใครมอง”
ด้วยท่าทางของศิลาเล่นเอาเจ้าหล่อนอดยิ้มไม่ได้เพราะเธอเองก็ไม่เคยคิดว่าคนอย่างศิลาจะมีท่าทางเขินเป็นกับเขาด้วย
เพราะตั้งแต่ศิลาเริ่มเกมเธอก็นั่งดูการใช้ชีวิตของเขามาตลอดรวมถึงการสังหารโหดของชายหนุ่มเลื่อยมา
จากนั้นโดมสีดำก็ค่อยๆจางหายไปทั้งศิลาและฟ้าครามค่อยๆเดินออกมา
พบว่าภายนอกมันบรรลัยเกินกว่าที่คิด
ทั่วท้องฟ้าเต็มไปด้วยอัสนีบาตสว่างวาบไปมาพร้อมกับฟาดกระหน่ำลงสู่พื้นดินอย่างบ้าคลั่ง
แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือบุรุษแต่กายด้วยกางเกงซามูที่เอวมีเชือกรัดแทนเข็มขัดผมดำยาวพร้อมใบหน้าดุดันเหี้ยมเกรียมมีนวดสีดำยาวสิบเซนดวงตาแดงฉานมือขวาถือดาบ
คาตานะทั่วร่างมีรูปมังกรสีแดงพัดรัดตามตัว
“มันไคโดหลุดมาจากวันพีซหรือไงวะนั่น”
ศิลาถึงกับอุทานออกมาเพราะบุรุษที่กล่าวนั้นมันคล้ายไคโดมากถึงมากที่สุด
แต่ความจริงแล้วมันคือเทพวายุซึซาโนะโอะของเพิร์จที่เขาอัญเชิญออกมา
การตัดสิ้นสงครามเริ่มใกล้เข้ามาทุกทีพร้อมกับความเดือดระอุที่จะเพิ่มขึ้นกว่าครั้งไหน
การรวมตัวกันของแปดมงกุฎไร้พ่ายและยังถือเป็นการรวมตัวกันของอาชีพที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินนักเวทมนต์ดาบคู่ทั้งเก้าคน
เพิร์จที่พัวพันกับไรจินปรายสายตามองพบว่าอาณาเขตหายไปและมองไปรอบๆพบเข้ากับศิลาและหญิงสาวข้างๆเขาจึงรีบพุ่งปราดเข้ามาเพื่ออธิบายถึงสถานะการณ์ทันที
พร้อมกับมือขวาของเพิร์จสวมถุงมือเวทมนต์ของว่านโจ
“โย๊ว....นายยังไหวนะศิลา”
เพิร์จเอ่ยถามทันทีเมื่อพุ่งตัวมาถึง
ตามมาด้วยพรรคพวกที่ละออกจากสนามรบลงมายืนเรียงลายด้านหน้าของศิลา
เพื่อแนะนำตัวเองเพราะยามนี้สงครามวุ่นวายแยกแยะใครเป็นใครแทบไม่ออกเพื่อไม่ให้หันมาฆ่ากันเอง