ปราณ จอมคนเหนือพิภพ ภาคปฐมบท

    บทที่ 45 ขี้ฟ้อง

    บทที่ 45

    ขี้ฟ้อง

     

            “ถ้าเขาทำเช่นนั้นจริง ทำไมไม่มีใครห้ามเขาล่ะครับ?”

             

            “ทุกคนก็อยากทำเพียงแต่สำนักเมฆมรกตพยายามใช้พลังที่ตนเองมีข่มเหงผู้ที่ด้อยกว่าจึงไม่ต้องแปลกใจที่ปราณเจอกับท่านลุงของพิมพ์ลภัสที่บ้าคลั่งจนถูกจิตมารครอบครองทั้งร่างกายและวิญญาณ”

             

            “หา!!! มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?” ปราณมองหน้าตาโต

             

            แฝดสาวพยักหน้าแล้วก็สลับกันอธิบาย

             

            “เรายังเป็นเด็กๆ กันอยู่ เรื่องราวในโลกฌานยุทธ์มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอเพราะพวกเราก้าวเข้ามาอยู่ในเขตแดนแห่งพลังที่มองไม่เห็นเป็นพลังพิเศษที่มีเฉพาะบางคนเท่านั้น”

             

            “ใช่เลย...ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าพลังจากดวงตาที่ปราณปล่อยไปปะทะรุ่นพี่ทั้งห้านั้นคนธรรมดาที่ไม่มีพลังฌานยุทธ์จะมองไม่เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้นส่วนพวกเราปีสองที่นั่งดูอยู่ทุกคนมีพลังฌาน เห็นแล้วยังสะดุ้งกันทุกคนเลยเพราะไม่มีใครทำได้”

            “ตอนที่เรียนปรมาจารย์ปฏิมากรบอกว่า การปลดปล่อยพลังฌานสามารถปลดปล่อยออกจากทวารทั้ง ๖ หรือจะเรียกว่า อายตนะ ๖ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้นกาย ใจ การที่จะสามารถส่งพลังฌานผ่านจุดใดจุดหนึ่งออกมาได้คนนั้นจะต้องมีพลังฌานที่มากพอจนเขาสามารถควบคุมพลังฌานบีบอัดให้เป็นอย่างใจปรารถนาแล้วปล่อยพลังออกมาโดยง่าย”

             

            “พอพวกเราได้เรียนรู้ ก็พยายามฝึกฝนกันแต่ไม่มีใครพลังฌานกล้าแข็งพอที่จะสามารถบีบพลังฌานให้ออกมาทางดวงตาได้เรียกว่าวิชา เนตรสะกดฌาน”

             

            “เนตรสะกดฌานหรือ?”

             

            สองแฝดพยักหน้าพร้อมกัน

             

            “ข้าก็ไม่เข้าใจนะว่าข้าทำได้ยังไง แต่ถ้าเป็นตามที่พี่ทั้งสองบอกนั่นก็หมายความว่าพลังฌานของข้ามีความแข็งแกร่งมากพอที่จะควบคุมได้อย่างใจแบบนั้นหรือ?”

             

            ไม่มีคำตอบจากสองสาวเพราะต่างก็ไม่มีใครเคยทำได้ จึงไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ปราณเข้าใจได้ยังไงเมื่อเห็นทุกคนหน้าเริ่มจะเคร่งเครียด ปราณจึงเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะเกรงว่าองค์ชายกับองค์หญิงจะเบื่อเสียก่อน

             

            จากนั้นเธียรจึงเปิดประเด็นสถานที่น่าท่องเที่ยวของดินแดนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือที่ชื่อว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เขาจะได้ถือโอกาสหยุดยาวปลายปี ไปเที่ยวบ้างซึ่งทั้งสองพี่น้องแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็พร้อมให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

             

            ทางฝ่ายของท่านมหิธาและท่านหญิงจงกลนีได้เล่าเหตุการณ์คัดเลือกของปราณให้ปรมาจารย์บุญและอาจารย์วรรณฟังโดยตลอดพร้อมทั้งเหตุการณ์ขอท้าประลองจากรุ่นพี่ปีสองพิมพ์ลภัส เมฆมรกต!

             

            “ถึงขนาดนั้นเชียวหรือขอรับท่าน?”

             

            “เป็นตามนั้นแหละ ข้าเองยังไม่อยากจะเชื่อว่ารุ่นพี่ปีสองเกิดไม่พอใจและไม่เชื่อว่าปราณบรรลุขั้นหุยุทธ์จริงๆ แต่สิ่งที่ข้าประหลาดใจที่สุดและก็คิดว่านักฌานยุทธ์ที่นั่งชมการคัดเลือก ต่างตกใจกับเนตรสะกดฌานที่ปราณปลดปล่อยออกมาใส่รุ่นพี่ทั้งห้าคน จนกลายเป็นแมวเชื่องๆ ไปได้ท่านสอนยังไงเขาหรือ?”

             

            ปรมาจารย์บุญมองหน้าภรรยาแล้วทั้งสองก็ส่ายหัว

            “ที่จริงแล้ว เราทั้งคู่ไม่ได้สอนพลังฌานอะไรให้แก่เขาเลยด้วยซ้ำข้าเพียงแค่แนะนำให้เขามีความอดทนให้มากที่สุด เอาตัวรอดให้ได้รอจนกว่าจะถึงเวลาเปิดผนึกฌานยุทธ์”

             

            “ซึ่งในระหว่างที่ปราณอยู่หมู่บ้านพยัคฆ์คำรามข้าได้รบกวนให้...เขา...ผู้นั้น...ช่วย เออ ช่วยไปดูแลปราณแทนข้าสองคนที”อาจารย์วรรณกล่าวด้วยน้ำเสียงอึกอัก

             

            “หา...จะ...จะ...จะ...จะ...เจ้าหมายถึง เขาคนนั้นน่ะหรือ?”

             

            สองสามีภรรยาแห่งโอฬารปฐพีพยักหน้าพร้อมกันสีหน้าของผู้มาเยือนทั้งสองก็แสดงอาการตกใจแบบไม่คาดคิดก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มดีใจแทน

             

            “ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าเขายังมีชีวิตอยู่”

             

            “ใช่แล้วค่ะ”

             

            จักรพรรดิยุทธ์ทั้งสองแสดงความดีใจกับคนทั้งคู่ที่รู้ว่าชายลึกลับผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่

            “ดีมากๆ ถ้าแบบนี้ข้าคิดว่าคงอีกไม่นานแล้วสินะที่พวกเราอาจจะได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากสงครามศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนั้น”

             

            “อย่าเพิ่งดังไปครับ ข้ายังไม่อยากให้เด็กได้รู้เรื่องเหล่านี้มันยังไม่ถึงเวลา เราต้องบ่มเพาะฝึกฝนพวกเขาให้กล้าแกร่งพอ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรอย่าเพิ่งเร่งร้อนดีใจกันเร็วเกินไป”

             

            ท่านมหิธาและท่านหญิงจงกลนีพยักหน้าเห็นด้วย

             

            “ข้ารู้มาว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นเขาได้ให้กำเนิดลูกสาวแฝดสองคนเอาไว้ ป่านนี้ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้างข้าก็พยายามตามหาตัวของปิ่นมณี แต่ก็ไร้วี่แวว” อาจารย์วรรณสีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีต

             

            “ข้ากับจงกลนีจะช่วยกันตามหาอีกแรง เผื่อจะช่วยอะไรได้อย่าลืมว่าอย่างไรเสียเราสองสกุลก็เป็นสหายกันมาเนิ่นนานมีอะไรที่สามารถช่วยเหลือกันได้ ก็ช่วยกันไป”

             

            เจ้าของบ้านโค้งคำนับแสดงการขอบคุณจากนั้นผู้มาเยือนจึงขอลากลับ เพราะพรุ่งนี้ต้องไปชมการประลองยุทธซึ่งท่านจักรพรรดิยุทธ์มหิธาและภริยา เชื่อแน่ว่าปราณสามารถเอาชนะได้อย่างไม่ยาก

            เมื่อได้ทราบเรื่องการผจญภัยแบบเฉียดตายมาแล้วอีกทั้งยังได้รับการถ่ายทอดวิชานอกเหนือตำราจากท่านลุงผู้ลึกลับที่ทั้งสี่คนต่างรู้จักเป็นอย่างดี แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยแค่นี้ก็ทำให้พวกเขาสบายใจได้เกินร้อย แต่สิ่งที่จะต้องเตรียมรับมืออย่างแท้จริงคือผลหลังจากการประลองแล้วต่างหาก

     

    **********

     

           ณ สำนักเมฆมรกตอัครยุทธ์ดุสิตอยู่ในชุดดำทั้งตัว สวมถุงมือสีดำ มีผ้าคลุมครึ่งหลังนั่งบนบัลลังก์เจ้าสำนัก

     

            พิมพ์ลภัสนั่งอยู่ที่บัลลังก์ขนาดเล็กลงมาทางด้านซ้ายกำลังเล่าเหตุการณ์วันนี้ให้ท่านพ่อฟัง ด้วยอาการโกรธแค้น แน่นอนว่าเธอเล่าเช่นนี้คนเป็นพ่ออย่างอัครยุทธ์ดุสิต ย่อมเกรี้ยวโกรธเป็นธรรมดา

             

            “ช่างกล้านักนะ เจ้าเด็กปากดี จอมโอหัง อายุเพียงไม่กี่ขวบคิดจะต่อกรกับรุ่นพี่ที่อายุห่างกันถึง 1 รอบ หึหึหึอย่าหาว่าลูกข้าแกล้งเด็กก็แล้วกัน”

             

            กำปั้นขวาทุบฝ่ามือซ้ายฉาดใหญ่ใบหน้าถมึงทึง หันมองดูลูกสาวสุดที่รัก

            “เจ้าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ไม่มีใครจะเอาเจ้าออกจากการเป็นประธานนักเรียนได้ถ้าพ่อไม่อนุญาตยิ่งถ้าจะต้องเรียกไอ้เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมว่าลูกพี่...พ่ออยากจะหัวเราะนักมันจะมีปัญญาอะไรมาสู้กับลูกสาวคนเก่งของพ่อ”

             

            มือข้างซ้ายก็ลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดูเธอก็ทำเอนเอียงเข้าหา ประจบประแจงผู้เป็นพ่อ แต่ลอบอมยิ้ม

             

            “พ่อเชื่อว่าลูกสาวของพ่อเอาชนะมันได้แน่นอน พลังฌานพยัคฆ์มรกตของเราเป็นพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดในอาณาจักรแห่งนี้ ดังนั้น ต่อให้ใครมันจะเก่งขนาดไหนเมื่ออยู่ต่อหน้าพยัคฆ์มรกต ย่อมต้องพ่ายแพ้ทุกราย”

             

            พิมพ์ลภัสเล่าเหตุการณ์ให้พ่อของเธอฟังเพียงว่าเธอเกิดความสงสัยที่ปราณอายุเพียงแค่ 6 ขวบ แต่สามารถบรรลุขั้นลหุยุทธ์ได้จึงได้เอ่ยถามในลานประลอง เกรงว่าพลังของปราณอาจจะไม่เสถียรไม่เหมาะกับการฝึกฌานยุทธ์

             

            เธอแสร้งว่าเป็นห่วงเป็นใยตัวของเด็กน้อย แต่เด็กน้อยกลับแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยว แล้วท้าทายเธอโดยมีเดิมพันว่า ถ้าเธอแพ้จะต้องลาออกจากการเป็นประธานรุ่นและเรียกว่าลูกพี่ปราณแต่ถ้าปราณแพ้ก็จะออกจากโรงเรียน ไม่มาเหยียบอีกเลย

             

            เธอเล่าไปก็บีบน้ำตาท่านพ่อของเธอจึงหลงเชื่อมารยาของลูกสาวสุดรักขี้ประจบประแจงแต่หารู้ไม่ว่าการแสดงออกของเธอในโรงเรียนมิได้เป็นอย่างที่แสดงอยู่ในสำนักเลย

             

            “ลูกสาวพ่อไม่ต้องกังวลไป พรุ่งนี้พ่อต้องไปเชียร์เจ้าแน่นอนและไม่ว่าพิมพ์จะชนะหรือแพ้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือไอ้เจ้าเด็กปราณนั่นต้องออกไปจากโรงเรียนมหรรณพาลัยเพียงประการเดียว”

             

            เธอกระหยิ่มในใจแค่นี้เธอก็สบายใจไปเปลาะหนึ่ง สิ่งที่เธอไม่ได้เล่าเลย คือปราณได้ประจานความเลวทรามของท่านลุงเศกที่ลอบสังหารปราณ

             

            ซึ่งเรื่องนี้เธอจะให้ท่านพ่อรู้ตอนนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด รวมทั้งเธอยังกำชับเพื่อนๆทั้งห้าของเธอ และคนที่รู้เรื่องนี้ ให้ปิดไว้เป็นความลับ

     

    **********

     

           ทางด้านของสำนักนภาเวหาหาว ลูกสาวตัวดีจอมแสบหงส์นรา วายุภักดิ์ ก็เข้ามาออดอ้อนท่านพ่อ-ท่านแม่ถึงในห้องนอนพลางเล่าเรื่องราววันนี้ให้ฟัง

     

            จักรพรรดิยุทธ์ทวิชและจักรพรรดิยุทธ์นรารัตน์ที่อยู่ในชุดนอนต้องกระเด้งตัวขึ้นมานั่งฟัง

             

            เมื่อรู้ว่าเด็กที่มีพลังฌานระดับ12 คือลูกชายของนายช่างปรมาจารย์บุญผู้เชี่ยวชาญด้านการเหาะและยังเป็นหัวหน้ากองการผลิตเครื่องบินของอาณาจักร ก็ตกใจคิดไม่ถึงว่าจะมีลูกชายที่อัจฉริยะขนาดนี้

             

           “นี่เจ้าไม่ได้โกหกพ่อกับแม่ใช่ไหม?”

     

           “แล้วข้าจะต้องทำอย่างนั้นทำไมกันข้าก็ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนั่นเป็นลูกของปรมาจารย์บุญนี่นา”

     

            เสียงเธอเริ่มอ่อยใบหน้าเริ่มงอ เมื่อรู้ว่าคนที่เธอเล่า ที่เธอฟ้องตั้งแต่ที่เจอหน้าอาคารประลองยุทธนั้นจะกลายเป็นบุตรชายของผู้อาวุโสสามดาวและยังเป็นหัวหน้ากองในสำนักนภาเวหาวแต่ถึงยังไงเสีย เธอก็รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าปราณยังไงก็ไม่รู้

             

            “แต่ข้าก็ยังไม่เชื่อว่าเขาอยู่ระดับ 12 จริงๆแล้วทำไมเขาต้องถูกลอบสังหารด้วยล่ะ? ถ้าเขาไม่ได้มีนิสัยอันธพาลระรานคนอื่น”

             

            พอเธอพูดแบบนี้ทั้งท่านพ่อและท่านแม่ก็เริ่มขบคิดตามที่ลูกสาวกล่าวอ้าง

             

            “ข้าว่าที่ลูกพูดก็มีเหตุผลนะท่านพี่เพราะปรมาจารย์บุญและอาจารย์วรรณไม่ได้ดูแลเขาแต่ปล่อยให้ลูกชายไปอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองเชียงคลองทางฝั่งเหนือของอาณาจักรซึ่งไม่มีใครรู้ที่มา จู่ๆ เขาก็กลายเป็นเด็กมีพลังฌานระดับ 12 ซึ่งมันผิดแผกกว่าเด็กทั่วๆ ไป อีกทั้งยังถูกตามสังหารแบบนี้ท่านพี่ว่าไม่แปลกหรือ?”

             

            เมื่อภริยาให้เหตุผลดังนั้นจักรพรรดิยุทธ์ทวิชก็เริ่มจะคล้อยตาม เธอจับต้นแขนสามี แล้วมองหน้าลูกสาว

             

            “มันก็จริงนะ...เด็ก อายุน้อยขนาดนั้น แต่ถูกลอบสังหาร มันก็น่าสงสัยจริงๆนั่นแหละ แล้วก็ไม่มีใครที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นจะมายืนยันด้วย”

             

            “ข้าไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเขา” หงส์นราเริ่มทำเสียงเศร้าเรียกความสนใจ“เพียงแต่ถ้าเขาเป็นเด็กไม่ดีจริงๆ เป็นอันธพาลที่ถูกตามล่า แล้วรอดมาได้เกิดเข้ามาเรียนที่โรงเรียน แล้วแสดงอำนาจข่มขู่เพื่อนๆ ทุกคนก็จะพลอยเดือดร้อนและอาจจะทำให้โรงเรียนเสียชื่อก็เป็นได้ ข้าเลยคิดว่าพรุ่งนี้ข้าจะบอกเรื่องนี้ให้ทุกคนได้รู้”

             

            เธอก้มหน้าใช้นิ้วชี้ซ้ายขวาชนกันเป็นจังหวะเหมือนเป็นการแสดงว่าเธอไม่อยากจะทำแบบนี้ แต่เธอจำเป็นต้องทำเพื่อรักษาชื่อเสียงของโรงเรียนไว้

             

            จักรพรรดิยุทธ์ทวิชถอนหายใจไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะเด็กชายที่กำลังจะสร้างปัญหาในอนาคตกลับกลายเป็นลูกชายของผู้อาวุโสสองแห่งอาณาจักรที่ผู้คนรู้จักไปทั่ว

             

            แต่ถึงจะอย่างไรก็ตามที่มาที่ไปของปราณก็เป็นปริศนา ไม่มีใครรู้ที่มาของเขาแล้วก็มาปรากฎกายที่เมืองอโยดา แสดงตัวเป็นบุตรชายสกุลโอฬารปฐพียิ่งคิดก็ยิ่งหาทางออกไม่เจอ

             

            “ท่านพ่อคะ? ท่านพ่อไม่ต้องกังวลไปค่ะเรื่องของปราณกับของปรมาจารย์บุญ เป็นคนละเรื่องกัน ท่านพ่อไม่จำเป็นต้องคิดมาก ปล่อยให้ข้าเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง”

             

            หงส์นราไถลตัวเข้ามาแทรกกลางบนเตียงมือซ้ายกอดท่านพ่อ มือขวากอดท่านแม่ พูดเบาๆ ให้ทั้งสองได้ยิน

             

            “ข้าจะแฉความจริงของเจ้าเด็กนั่นให้ได้เพื่อความปลอดภัยและชื่อเสียงของโรงเรียน”

             

            หงส์นรายิ้มกริ่มในใจที่แผนการณ์โน้มน้ามด้วยความเชื่อและความคิด ผสมกับลูกอ้อนของเธอมีหรือที่ท่านพ่อและท่านแม่จะไม่เชื่อ ก็เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวหากพูดถึงเรื่องชื่อเสียง รับรองว่าท่านพ่อต้องใจอ่อนเธอจึงเอาจุดอ่อนตรงนี้ของท่านพ่อมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อจัดการกับปราณ

             

            ‘หึหึหึ...เจ้าปราณ พรุ่งนี้ข้าจะทำให้เจ้าเสียชื่อเสียงให้ได้ข้าไม่ยอมให้เจ้ามาเด่นเกินหน้าเกินตาข้าอย่างเด็ดขาดถ้ามีข้าต้องไม่มีเจ้าอยู่ในโรงเรียน’

             

    คล้ายกับเรื่องปราณ จอมคนเหนือพิภพ ภาคปฐมบท ที่คุณอ่าน

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954