ติ๊ง...
เสียงแจ้งเตือนของระบบในวันนี้ฟังดูแหบพร่าและแผ่วเบากว่าปกติ ราวกับลำโพงที่แบตเตอรี่ใกล้หมด
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 29 เมษายน]
[ระบบกำลังรีบูต... พลังงานจิตวิญญาณฟื้นฟูที่ 40%]
[คำเตือน: ร่างกายยังอยู่ในสภาวะ 'อ่อนล้า' โปรดงดการใช้งานสกิลหนัก]
วูบ...
อคินลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ ความรู้สึกแรกไม่ใช่ความสดชื่น แต่เป็นความปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย
โดยเฉพาะบริเวณซี่โครงที่รู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนปอนด์มาทุบคาไว้ ทั้งที่เมื่อสำรวจร่างกายกลับไม่พบรอยช้ำใดๆ
"อูย... ระบมไปหมด...อะไรกันเนี้ยปกติตื่นมาต้องสถาพเต็มร้อยตลอดไม่ใช่เหรอ..."
เขาพยายามยันกายลุกขึ้นจากฟูกนอน แต่แขนกลับสั่นเทาจนต้องทิ้งตัวลงนอนต่อสักพัก
"ทำไมแผลหายแล้วแต่ยังเจ็บอยู่เนี่ย... หรือว่าเป็นเอฟเฟกต์ตกค้าง?"
"โฮ่ง..."
สัมผัสเปียกชื้นแตะที่แก้มสาก เจ้าโบ้ไม่ได้กระโดดโลดเต้นเหมือนเคย
แต่มันนอนหมอบเอาคางเกยหน้าอกเขา แววตาของสุนัขคู่ใจเปลี่ยนไป
มันไม่ได้มองเขาเป็นแค่ 'เจ้านาย' อีกแล้ว
แต่ในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนบูชาและความยำเกรง ราวกับกำลังมอง 'จ่าฝูงที่แข็งแกร่งที่สุด'
ส่วนบัวลอยนั่งอยู่บนหัวเสาเต็นท์ มองลงมาด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าแมวทั่วไป
เธอไม่ได้พูดอะไร แต่การที่เธอนั่งเฝ้าเขาไม่ห่างตลอดเวลาก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนพอแล้ว
อคินนอนมองเพดานเต็นท์ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ท้าวเวสสุวรรณงั้นเหรอ..."
เขาพึมพำ ยกมือขึ้นมากำและแบ
"พลังเมื่อคืน... มันสุดยอดไปเลยนะระบบ ฉันไม่คิดเลยว่าตัวเองจะทำได้ขนาดนั้น"
[เออ เก่งมากพ่อคุณ นอนพักไปเถอะ ฉันก็จะหลับเหมือนกัน]
ข้อความตอบกลับของแต้มดูห้วนสั้นและไร้เรี่ยวแรง ตัวอักษรขึ้นมาทีละตัวอย่างเชื่องช้า
"ช่างเถอะ ไปส่งซากหมูป่ากันดีกว่า แล้วก็ฉันว่าวันนี้ย้ายบ้านกัน! ที่แถบนี้ไม่เหลืออะไรให้ล่าแล้ว เราหาที่ที่อันตรายกว่านี้กัน"
อคินเอ่ยขึ้น พยายามฝืนความเจ็บปวด
"อคิน วันนี้พักก่อนดีกว่าไหมคะ"
เสียงใสๆ ของบัวลอยดังขึ้นเพื่อขัดอคิน
(ใช่... เจ้านายเหนื่อย... พลังวิญญาณอ่อนแอ... ต้องพัก)
โบ้ส่งโทรจิตเข้ามาเสริม
"ไม่ได้หรอก เดี๋ยวสำนักงานสมาคมจะปิดก่อน วันนี้เรามีของดีไปโชว์นะ"
เขาไม่ได้โอ้เอ้เหมือนทุกวัน วันนี้เขามีภารกิจสำคัญที่ต้องแข่งกับเวลา... และความหิวโหยที่เริ่มกัดกินกระเพาะ
อคินจัดการเก็บเต็นท์และข้าวของอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพาทีมมุ่งหน้าไปยัง 'อาคารสมาคมนักผจญภัย'
บรรยากาศยามหัวค่ำคึกคักไปด้วยผู้คน
แต่ทันทีที่อคินวางถุงมิติลงบนเคาน์เตอร์ กลิ่นอายกดดันรุนแรงก็แผ่ซ่านออกมา ทำเอาเสียงจอแจรอบข้างก็เงียบไปทันที
"จะ... แจ้งส่งซากอสูรเหรอคะ?"
พนักงานสาวมองถุงนั้นด้วยสายตาหวาดหวั่น มือไม้สั่นเทา
"ครับ ซากมินิบอส 'หมูป่าศิลา' จากเทือกเขาสอยดาว"
สิ้นเสียงของอคิน เขาเปิดกระเป๋ามิติแล้วเทของในออกมา เขี้ยวหินคู่ยักษ์ที่ยาวเท่าแขนคน หน้ากากกะโหลกศิลาที่แตกเป็นเสี่ยงๆ และซากของอสูรขนาดใหญ่ไหล่ออกมาจนเคาน์เตอร์พังลง
ตูมมม
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง สายตาดูแคลนที่เคยมีให้ 'ปาร์ตี้คนเลี้ยงสัตว์' หายวับไป แทนที่ด้วยความทึ่งและริษยา
"หมูป่าเกราะศิลา? นั่นมันมอนสเตอร์ที่ผิวหนังกันกระสุนได้เลยนะ!"
"ดูรอยทุบนั่นสิ... หมอนี่ใช้ค้อนปอนด์หรือไงวะ?"
"คนเดียวเหรอ? เป็นไปไม่ได้..."
อคินรับถุงใส่เหรียญแต้มค่าตอบแทนมาด้วยความภาคภูมิใจ
แต่เขาก็ไม่ลืมแจ้งเรื่องการย้ายฐานที่มั่น และฝากข้อความถึงเจ้าหน้าที่ทะเบียน ก่อนจะปลีกตัวออกมา
หลังจากนั้น เขาพาโบ้และบัวลอยไปแวะที่ซุ้มอาหาร
"กินกันให้เต็มที่เลยนะมื้อนี้"
อคินเทอาหารเม็ดเกรดพรีเมียมผสมเนื้อสัตว์อสูรตากแห้งลงในชามให้ทั้งคู่
ส่วนตัวเองตัก 'ข้าวต้มปลา' ร้อนๆ ขึ้นมากิน...
เขารอคอยรสชาติความอร่อยที่จะเยียวยาความเหนื่อยล้า... แต่เมื่อตักเข้าปาก เขากลับต้องขมวดคิ้ว
'จืดชืดชะมัด...'
ไม่มีรสชาติของน้ำปลา ไม่มีรสหวานของเนื้อปลา มีเพียงสัมผัสหยุ่นๆ เหมือนเคี้ยวยางลบ และความร้อนที่ลวกปากเท่านั้น
"ป้าคนขายลืมปรุงหรือไงเนี่ย..."
อคินบ่นอุบ แต่เขาก็ฝืนกลืนมันลงไป เพราะคิดว่าลิ้นคงเพี้ยนจากอาการบาดเจ็บ
...
[19:30 น.]
ขณะที่อคินกำลังฝืนสังขารลุกขึ้นมานั่งจิบน้ำเกลือแร่ ที่รสชาติเหมือนน้ำเปล่า เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่มั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้ากระโจม
ตึก... กุ๊งกิ๊ง... ตึก...
มันไม่ใช่เสียงรองเท้าบูตทหาร แต่เป็นเสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะที่แปลกหู
พร้อมกับแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้อากาศในเต็นท์เย็นลง
"ข้าได้กลิ่นของคนที่ไม่รู้จักประมาณตน..."
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างเล็กที่ทอดเข้ามาในเต็นท์
"ดูเหมือนเจ้าจะเพิ่งผ่านงานเลี้ยงมื้อใหญ่มาโดยไม่ชวนข้าเลยนะ... อคิน"
ผ้าใบหน้าเต็นท์ถูกเลิกขึ้น
ปรากฏร่างของแมวส้มตัวใหญ่ในชุดเกราะหนังสีดำขัดมันเสริมแผ่นเหล็กกล้าสีทองที่ไหล่และอก ก้าวเข้ามาอย่างองอาจ
ที่เอวคาดดาบเล่มเล็กพอดีตัว ขนสีส้มฟูฟ่องตัดกับเกราะสีเข้มดูสง่างามสมคำร่ำลือ
'อัศวินมามาเลด' หรือที่อคินรู้จักในชื่อ 'ส้มซ่า'
"มามาเลด!"
อคินร้องทักด้วยความดีใจ แต่ความเจ็บที่ซี่โครงทำให้เขาต้องนิ่วหน้า
"นายมาทำอะไรที่นี่? นึกว่าอยู่ที่เขาเขียวซะอีก"
มามาเลดไม่ได้ตอบทันที เขาเดินสำรวจไปรอบๆ เต็นท์ด้วยท่วงท่าของราชาผู้ตรวจตราอาณาจักร
แล้วหยุดมองเจ้าโบ้ที่ลุกขึ้นยืนทำความเคารพ และพยักหน้าทักทายบัวลอยที่กระโดดลงมาต้อนรับด้วยความนอบน้อมผิดปกติ
"เขาเขียวเรียบร้อยดี... ข้าแค่แวะมาดูลาดเลาแถวนี้"
ดวงตาสีอำพันทรงอำนาจของมามาเลดหันกลับมาจ้องมองอคินอย่างพินิจพิเคราะห์
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของอคิน ราวกับจะมองทะลุ 'เปลือกนอก' ที่เป็นร่างมนุษย์เข้าไปถึงเนื้อใน
"สายข่าวของข้ารายงานว่า... เมื่อคืนมีแสงสีทองระเบิดขึ้นที่ตีนเขาสอยดาว และซากของ 'หมูป่าศิลา' ที่เจ้าเอาไปส่ง ก็เละจนดูไม่ออกว่าเป็นตัวอะไร"
มามาเลดหรี่ตาลง รอยยิ้มมุมปากของแมวเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้น หนวดกระดิกเล็กน้อย
"มินิบอสระดับ C ที่ผิวหนังแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้า... แต่เจ้ากลับทุบมันจนแหลกเหลวได้ด้วยมือเปล่า... ยอดเยี่ยมมาก"
อคินเกาหัวแก้เขิน
"ก็... จังหวะมันพาไปน่ะ แถมได้ระบบช่วยไว้เยอะ ถ้าไม่ได้สกิลใหม่ ฉันคงเสร็จมันไปแล้ว"
"ความถ่อมตัวเป็นคุณสมบัติที่ดีของอัศวิน"
มามาเลดกล่าวเสียงเรียบ เขากระโดดขึ้นไปนั่งบนลังไม้ในระดับสายตาของอคิน นั่งตัวตรงสง่างาม
"แต่ความแข็งแกร่งก็เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ... โลกใบนี้ไม่ได้ต้องการแค่คนดี อคิน... แต่ต้องการคนเก่งที่กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า"
"กะ...ก็นะ ฉันตื่นได้แค่ช่วงกลางคืนนี่นา ก็ต้องทำในสิ่งที่ไม่เหมือนคนอื่นอยู่แล้ว ว่าแต่... นายไปหักพูดจาแบบนี้มาจากไหนเนี้ย น่าหมั่นไส้ชะมัด"
อคินเอ่ยขึ้นพร้อมกอดอกมองหน้าเจ้าแมวส้ม
"เรื่องของข้าน่า... ว่าแต่ เจ้าพร้อมสำหรับ 'งานจริง' แล้วหรือยัง?"
เจ้ามองส้มย้อนมองและจ้องหน้าของเขา
"งานจริง?"
อคินทวนคำ คิ้วขมวด
"หมายความว่ายังไง? ที่ฉันทำอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ของจริงเหรอ?"
มามาเลดขยับเข้ามาใกล้ แววตาเปลี่ยนจากแมวขี้เล่นเป็นผู้บัญชาการที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน
"การไล่ตบมอนสเตอร์แถวนี้มันก็แค่การกวาดขยะหน้าบ้าน... โลกใบนี้กำลังป่วยหนัก และหมออย่างพวกเรามีน้อย... มีใครบางคนอยากพบเจ้า คนที่มองหา 'ของจริง' ท่ามกลางพวกของปลอมมานาน"
เจ้าแมวส้มเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้อคินต้องกลืนน้ำลาย
"เตรียมตัวให้พร้อม ไว้มีโอกาสเหมาะๆ เมื่อไหร่ ข้าจะพาเจ้าไปพบเขา... ผู้บัญชาการสูงสุดของที่นี่"
อคินมองหน้าอัศวินขนปุยสลับกับเพื่อนร่วมทีมทั้งสอง
ความรู้สึกตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นก่อตัวขึ้น... ดูเหมือนเส้นทางของเขาจะไม่ใช่แค่การผจญภัยเก็บเลเวลธรรมดาๆ เสียแล้ว
[เป็นโอกาสดีทีเดียว ที่จะได้ไต่เต้าขึ้นไปยังตำแหน่งที่สูงกว่าสัปเหร่อราตรี]
[บางที...บุคคลปริศนาที่ส้มซ่าพูดถึงอาจมีข้อมูลลับบางอย่าง... ที่นายอยากรู้ ไม่สิ... อาจจะมีประโยชน์กับนายในอนาคตก็ได้นะ]
ข้อความระบบบรรทัดสุดท้ายทำให้อคินหูผึ่ง หัวใจเต้นรัว
'ข้อมูลลับ?'
เขาคิดในใจ...
'หรือจะเป็นเบาะแสเรื่องแต้ม?'
แววตาของอคินเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นทันที
"ตกลง... ฉันพร้อมเสมอ! จะให้ไปวันไหน บอกมาได้เลย"
"ใจเย็นพ่อหนุ่ม... ยังไม่ใช่ตอนนี้ รอให้ 'คนๆ นั้น' เขาพร้อมก่อน"
ส้มซ่าเอ่ยขัด ก่อนจะใช้ปากคาบม้วนกระดาษหนังที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมาวางบนตักของอคิน
"เอ้านี่ แผนที่จุดล่าใหม่ โซนป่าลึกทางทิศเหนือ... พอดีมี 'กลุ่มคน' กลุ่มหนึ่งอยากไปร่วมล่ากับเจ้า พวกเขาก็ชอบล่าตอนกลางคืนเหมือนกัน และสนใจในฝีมือการทุบหมูป่าของเจ้ามาก... พวกเขานัดเจอพรุ่งนี้ ตอนสองทุ่ม ที่จุดมาร์กสีแดง"
"กลุ่มคน? นึกว่านายจะกลับมาล่ากับฉันซะอีก ส้มซ่า... เอ้ย มามาเลด"
อคินถามด้วยความเสียดาย
"ข้าไม่ว่างหรอกนะ ภารกิจรัดตัว... ข้าต้องพาพวกแมวกับหมาจรจัดรุ่นใหม่ไปฝึกที่ค่ายเขาเขียว"
มามาเลดลุกขึ้นยืน สะบัดหางเตรียมจากไป แต่ก่อนจะออกจากเต็นท์ เขาหันกลับมามองอคินอีกครั้ง แววตาอ่อนลงเล็กน้อย
"ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ... ร่างกาย ของเจ้าน่ะ... มันสำคัญกว่าที่เจ้าคิดนะ"
พูดจบ เจ้าแมวส้มก็กระโจนออกจากเต็นท์หายวับไปในความมืด ทิ้งให้อคินนั่งงงกับคำพูดทิ้งท้าย
อคินคลี่แผนที่ออกดู แสงจันทร์ส่องกระทบจุดสีแดงบนแผนที่... มันคือเขตแดนที่ลึกเข้าไปในป่าดงดิบ พื้นที่ที่ยังไม่ถูกสำรวจ
เขาทิ้งตัวลงนอนบนฟูก เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาตรวจสอบรายละเอียดสกิล 'ร่างทรง' อีกครั้งด้วยความสงสัย
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ขณะที่คำถามมากมาย วนเวียนอยู่ในหัวของอคิน
แต่อาการง่วงนอนที่จู่ๆ ก็จู่โจมเข้ามาอย่างหนักหน่วงทำให้เขาคิดต่อไม่ไหว
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:10]
เปลือกตาของเขาปิดลง สติสัมปชัญญะดับวูบไป พร้อมกับความลับที่ยังคงรอวันเปิดเผย...
ติ๊ง!
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสกะพริบวาบขึ้นกลางอากาศ ส่องสว่างตัดกับความมืดมิดของยามพลบค่ำ
ข้อความที่ปรากฏบนนั้นไม่ได้แข็งทื่อเหมือนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่มันดู... 'มีชีวิตชีวา' อย่างน่าประหลาด
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 30 เมษายน]
[ระบบ: อรุณสวัสดิ์ยามค่ำคืน... หรือต้องบอกว่าราตรีสวัสดิ์ดีนะ?]
[สถานะร่างกาย: 75% สภาพดูดีกว่าศพเดินได้นิดหน่อย]
[คำเตือน: วันนี้มีนัด อย่าไปสายล่ะ เข้าใจไหม?]
อคินเผลอยิ้มออกมามุมปากขณะอ่านข้อความกวนประสาทนั้น
เขาปัดหน้าต่างระบบทิ้งพลางบิดขี้เกียจไล่ความฝืดเคือง
"รู้แล้วน่า... ระบบขี้บ่น"
เขาพึมพำกับตัวเอง รู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดที่ระบบปฏิบัติการนี้ดูเหมือนจะ 'ใส่ใจ' เขาเป็นพิเศษกว่าผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ
ราวกับว่าเขาคือตัวเอกในนิยายสักเรื่องที่ได้รับสกิลสุดโกง
"ไปกันเถอะโบ้ บัวลอย"
สุนัขพันทางคู่ใจที่หมอบเฝ้าอยู่ข้างกายลุกขึ้นสะบัดขน ในขณะที่บัวลอยเจ้าแมวสามสีลุกขึ้นเดินนำหน้าออกจากเต็นท์ไปทันที
อคินคว้าดาบเหล็กและโล่ขึ้นสะพายหลัง สัมผัสเย็นเยียบของด้ามดาบทำให้เขารู้สึกตื่นตัว... หรืออย่างน้อย เขาก็ คิด ว่าเขาตื่นตัว
แม้ว่าหัวใจในอกจะเต้นด้วยจังหวะที่เนิบนาบเชื่องช้าราวกับนาฬิกาที่ใกล้ถ่านหมดก็ตาม
...
[19:45 น.]
ชายป่าเทือกเขาสอยดาวในยุคหลังหายนะไม่ได้เงียบสงบเหมือนในสารคดีท่องไพรที่อคินเคยดู
มันมีความเงียบที่ 'มีน้ำหนัก' กดทับลงมา
อคินเดินย่ำไปบนใบไม้แห้งที่ทับถมกันหนาเตอะ ทุกย่างก้าวส่งเสียงกรอบแกรบที่ฟังดูดังเกินจริงในความเงียบสงัด
กลิ่นอายของป่าแถบนี้เปลี่ยนไปจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง
กลิ่นดินชื้นแฉะผสมกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ
"เงียบเกินไป..."
อคินกระซิบ มือขวากระชับด้ามดาบโดยสัญชาตญาณ
ปกติเวลานี้ควรจะมีเสียงจิ้งหรีดเรไร หรือเสียงนกกลางคืนร้องระงม
แต่คืนนี้สรรพเสียงเหล่านั้นกลับเงียบกริบ ราวกับสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในป่ากำลังกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัวต่อ 'บางสิ่ง' ที่ยิ่งใหญ่กว่า
วูบ...
ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านต้นคอ ขนแขนของอคินลุกชันเกรียว
ไม่ใช่เพราะความหนาว... แต่สัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างในส่วนลึกของสมองกำลังกรีดร้องเตือนขึ้นในหัว
'ถูกล้อม'
อคินรีบคว้าดาบ และโล่ออกมาตั้งการ์ดทันที