ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

ตอนที่ 134 ทริปท่องเที่ยวทำงาน

        ที่หน้าบาร์ริมสวนน้ำขนาดใหญ่เรียงรายด้วยเก้าอี้ไม้บาร์ที่ถูกออกแบบมาให้นั่งสบายมองเห็นวิวของสระว่ายน้ำที่มีคลื่นน้ำกระเพื่อมเป็นริ้วตามแสงแดดราวกับเพชรระยิบระยับอยู่บนผิวน้ำนักท่องเที่ยวหลายคนสนุกสนานกับกิจกรรมต่าง ๆ รอบบริเวณ มีเสียงเด็ก ๆหัวเราะดังขึ้นขณะพวกเขาเล่นน้ำกันอย่างมีความสุขบางคนกำลังนั่งผ่อนคลายอยู่ริมสระชมวิวทิวทัศน์และลิ้มรสเครื่องดื่มที่นำมาจากบาร์ใกล้เคียง และในเวลาเดียวกันนี้ มีชายหนุ่มคนหนึ่งได้แต่ขยับตัวขยุกขยิกบนเก้าอี้จิบน้ำบ้าง สลับมองดูนาฬิกาข้อมือบ้าง ราวกับกำลังเฝ้ารอใครบางคน


          ตอนนี้ใกล้จะเที่ยงวันแล้ว


          ชายหนุ่มเอื้อมมือควานข้างตัวคิดจะหยิบบุหรี่ออกมาจากกล่องแต่ที่คว้ามาอยู่ในมือกลับเป็นลูกอมเปปเปอร์มินต์เม็ดหนึ่ง


          เขาชะงักเล็กน้อย แล้วหลุดขำออกมา


          ลืมไปเลยว่ากำลังเลิกบุหรี่ตามคำขอของภรรยาอยู่นี่นะ


          “มาสเตอร์ ขอ ‘บลูมาการิต้า’ หนึ่งที่”


          ชายหนุ่มคนดังกล่าวหันขวับไปยังเจ้าของเสียงอันคุ้นเคยและอีกฝ่ายยังเป็นคนที่ตนนั่งรออยู่เกือบชั่วโมง



 

          “ไหง่รุ่นพี่แต่งตัวแบบนี้ล่ะครับ?ไหนบอกว่าไม่ชอบงานแบบนี้ไง”


          คุรุโอกะยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์ด้วยท่าทีที่แสดงออกถึงความมั่นใจในรูปร่างของตนชุดว่ายน้ำแบบวันพีชที่แนบเนื้อกับเรือนร่างของเธอ เผยให้เห็นถึงสัดส่วนอันสมบูรณ์แบบดึงดูดทุกสายตาที่ผ่านมาเห็น โดยเฉพาะสายตาของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่บาร์


          “ใคร ๆ ก็จำเป็นต้องฝืนทำเรื่องที่ตัวเองไม่ชอบกันทั้งนั้นแหละน่าเราไม่ใช่เด็ก ๆ ที่จะเลือกกินได้แต่ของที่ตัวเองชอบเท่านั้นนี่จริงไหม?”


          คุรุโอกะยักไหล่เบา ๆ หญิงสาวพยายามฝืนปรับสายตาเหวี่ยง ๆ ของตัวเองไม่ให้แสดงออกไปมากนักเพื่อหวังผลบางอย่าง


          “เหอะๆ อันที่จริงผมไม่คิดว่ารุ่นพี่จะยอมรับงานนี้แต่แรกด้วยซ้ำ”


          คุรุโอกะอายุมากกว่าชายหนุ่มสามปีสมัยตอนอยู่ในวิทยาลัยกฎหมาย ชายหนุ่มอยู่ชั้นปีหนึ่งส่วนคุรุโกะอยู่ชั้นปีที่สี่แล้ว แถมเธอยังเป็นศิษย์โปรดของเหล่าบรรดาศาสตราจารย์ถือเป็นคนดังอันดับหนึ่งในสถาบัน


          ในตอนแรกพวกเขาไม่ได้รู้จักคุ้นเคยอะไรกัน


          ต่อมาเมื่อคุรุโอกะเรียนจบแล้วดันเป็นช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์คริสต์มาสสีชาดพอดีเธอกลับไม่ยอมไปสายผู้พิพากษาอย่างที่เหล่าพวกอาจารย์คาดหวังไว้ แต่กลับไปอุทิศตนให้ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ประธานเซนซาเอม่อนในสมัยนั้นตั้งขึ้น


          ภายหลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งปีทางบ้านของชายหนุ่มก็เกิดเรื่องลักพาตัวจากฝีมือของผู้ตื่นรู้ที่สมัยนั้นยังอยู่ในช่วงกลียุคพวกมันล้วนทำตามอำเภอใจไม่ถูกกฏหมายควบคุม


        ในเวลานั้นเขาเพิ่งจะอายุสิบเก้าเท่านั้นเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาไร้ซึ่งพลัง จึงรู้สึกราวกับว่าแผ่นฟ้าพังถล่มลงมา


        นั่นคือฝันร้าย


        ตอนที่คุรุโอกะกำลังออกเดินทางช่วยเหลือผู้คนพร้อมกับเซนซาเอม่อนอยู่บังเอิญได้พบเขาที่หน้าสถานีตำรวจขณะกำลังอ้อนวอนให้เจ้าหน้าที่เร่งช่วยตามหาครอบครัวที่หายไปคุรุโอกะซึ่งเห็นเช่นนั้นจึงถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น


        หลังจากนั้นเรื่องราวอันเลวร้ายทั้งหมดก็เป็นคุรุโอกะที่คอยช่วยเขาจัดการจนจบ


        ในช่วงเวลาที่คนกำลังลำบากที่สุดหนทางมืดบอดที่สุด ในสายตามองเห็นแต่เพียงผืนน้ำอันลึกล้ำดำมืดถ้าหากได้พบกับคนที่ยื่นฝ่ามือมาให้และฉุดดึงตนเองกลับขึ้นมาได้นั่นก็เป็นเรื่องที่ยากจะลืมเลือนไปชั่วชีวิต


        และเมื่อจบการศึกษาแล้วเขาก็ไม่ได้ทำงานเป็นทนายความ แต่เลือกที่จะเดินตามรอยคุรุโอกะอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้คนอย่างที่อีกฝ่ายทำ


        แต่คุรุโอกะผ่านโลกมามากกว่าเรื่องที่ช่วยเหลือชายหนุ่มไว้ในครั้งนั้น สำหรับเธอแล้วไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่โตจึงไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจนักแต่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนก็มักจะแปลกประหลาดอย่างนี้เอง เมื่อคุณช่วยเขาเขาก็ย่อมจดจำคุณ ต่างฝ่ายต่างจดจำน้ำใจของกันและกันเอาไว้


        แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว


          “ก็ถ้าอาจารย์...อะแฮ่ม ท่านประธานไม่ขอไว้เป็นการส่วนตัว นายคิดว่าฉันจะยอมลงทุนใส่ชุดแบบนี้ง่ายๆ ไหม... ว่าแต่คุริสึ— ตอนนี้ ‘สึชิมะ โคอิซูมิ’ อยู่ไหนแล้ว”


          ‘ยางุมะ คุริสึ’ เป็นผู้ชายที่มีลักษณะแบบเด็กเนิร์ดรุ่นใหญ่วัยทำงานมีรูปร่างสูงโปร่งค่อนข้างผอมดูคล้ายศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยสักแห่งมากกว่าเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษจนถูกเพื่อนในหน่วยชอบเรียกด้วยอารมณ์จิกกัดเป็นประจำว่า ‘ผู้จัดการ’


          คุริสึหนุ่มพยายามทำเป็นไม่สนใจรูปร่างสรีระที่ถูกชุดว่ายน้ำแนบเนื้อจนขับเน้นสัดส่วนออกมาอย่างเด่นชัดของคุรุโอกะมากเกินไปนักเขายืดหลังตรงทำหน้าเคร่งขรึม แล้วขยับแว่นตาก่อนรายงาน


          “เป้าหมายนั่งอยู่ตรงมุมสระนั่นครับใต้ร่มสีฟ้าทางสิบสี่นาฬิกา”


          คุรุโอกะมองไปยังทิศทางที่คุริสึว่า เห็นนักการเมืองอายุมากคนนั้นสวมเสื้อฮาวายและแว่นกันแดดมีหัวล้านกลางกระหม่อมรูปร่างค่อนข้างอวบท้วม ชายคนดังกล่าวกำลังใช้มืออวบอูมสองข้างคอยลูบไล้ร่างกายของหญิงสาวรุ่นราวคราวลูกตรงหน้ามีเบียร์วางอยู่หลายกระป๋อง รวมถึงบอดี้การ์ดในชุดนักท่องเที่ยวคอยคุ้มกันอยู่ในมุมต่าง ๆ อย่างไม่ให้เป็นมลภาวะทางสายตา


          “หึช่างดูมีความสุขจริง ๆ เลยนะ”


          หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน


          “รุ่นพี่คิดว่าเป้าหมายจะนำตัวอย่างยาทดลองตัวใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดนั่นขึ้นมาบนเรือนี้ด้วยงั้นเหรอครับ”


          “ฉันรู้หรอกว่าอีกฝ่ายคงไม่โง่พอจะนำมันขึ้นมาด้วยแต่ฉันอยากได้เบาะแสว่าเจ้านั่นติดต่อกับใครบ้างในงานเลี้ยงที่จะจัดขึ้นเร็ว ๆนี้เพื่อเชื่อมโยงกับหลักฐานที่มีอยู่ในมือของเรามากกว่า”


          “อ้อจริงสิครับ เรื่องเบาะแสนักโทษที่ถูกปล้นชิงตัวไปครั้งก่อน เมื่อครู่หน่วยสืบสวนได้รวบรวมรายงานหลังตรวจสอบข้อมูลของผู้ตื่นรู้ที่ติดแบล็คลิสทุกคนทั้งประวัติการทำภารกิจ รวมถึงภารกิจลับด้านโจรกรรมข้อมูล ด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ความถี่ในการทำภารกิจและข้อบ่งชี้อื่น ๆแต่ก็ไม่พบว่ามีใครรู้จักคนที่มีความสามารถแบบนั้นอยู่เลย”


          คุริสึคิดถึงบุคคลปริศนาที่ได้ทำการปล้นชิงนักโทษจากการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยผู้ชำนาญการทำให้ทราบว่าเป็นการบุกชิงนักโทษแบบเดี่ยว ๆพร้อมกับความสามารถที่ยังไม่ระบุได้อย่างแน่ชัด


          “ถ้าดูจากความสามารถแบบนั้นแล้ว...อาจจะเป็นไปได้ที่จะถูกใช้ในภารกิจลับสุดยอดเท่านั้นอาจจะเป็นคนที่ถูกจ้างโดยองค์กรลับอื่นที่ไม่ใช่ กลุ่มร้อยอสูรก็เป็นได้”


          คุรุโอกะคิดว่าน่าจะมีพวกกลุ่มที่อยู่นอกสถานการณ์หรือมีความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับเบื้องบนและแน่นอนว่าพวกเธออยู่ในตำแหน่งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยนอกจากข้อมูลที่ถูกแจ้งตอนแรกเริ่ม


          “อืม...จริงด้วยนะครับ หยั่งกับผีเลยแฮะ แทบไม่เหลือร่องรอยอะไรให้ติดตามได้...แต่ผมคิดว่ายังไงเดี๋ยวมันก็ต้องโผล่หัวออกมาอีกแน่ตราบใดที่ตัวแปรสำคัญอีกชิ้นยังอยู่ในมือของทางฝั่งเรา”


          “อืม... แล้วข้อมูลทั่ว ๆไปล่ะ มีความคืบหน้าอะไรอีกบ้าง”


          “ครับ...มีโทรศัพท์แจ้งเบาะแสจากบุคคลทั่วไปเข้ามาช่วงหลายวันนี้ทั้งหมด 117 สายด้วยกัน...มีข้อความว่าเคยเห็นนักโทษฝาแฝด 11 สาย ก็ตอบรับและบันทึกเสียงไว้โดยละเอียดทุกสายแต่ตามรายงานแล้วเชื่อถือไม่ได้แม้แต่รายเดียว นอกจากนี้ก็มีประกาศว่าตัวเองคือ ‘โดมัง’ เข้ามา 8 สายแต่ก็จัดทำบันทึกไว้ทุกสายเผื่อว่าจะเป็นเครือข่ายของพวกมันที่เข้ามาก่อกวนและก็จัดแฟ้มไว้แล้ว”


          รายงานเสร็จคุริสึก็เผลอมองคุรุโอกะอย่างซับซ้อน


          “หือ?มองฉันแบบนั้นมีอะไรงั้นเหรอคุริสึ”


          “เมื่อวานในที่ประชุมคำว่า ‘ความขัดแย้งระหว่างตระกูลใหญ่กับโดมัง’ คิดดูอีกทีเรื่องนี้ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจว่าสาเหตุทั้งหมดมันเกิดจากอะไรทำไมถึงพูดไม่ได้ล่ะครับ”


          “พูดอะไรแบบนั้นต่อให้เป็นเรื่องอะไรก็เถอะ ลองพูดความจริงออกไปดูสิเกิดคนฟังไม่เข้าหูละก็มีหวังแย่กันพอดี แล้วถ้าเกิดกลายเป็นว่า ‘ยกย่องโดมัง’ ในอุดมการณ์ของเขาทีนี้ละเป็นเรื่องแน่”


          “เหอะ ๆทำตัวยิ่งใหญ่คับฟ้ากันจังเลยนะครับ”


          “เคยได้ยินไหม‘อำนาจนั้นจะเป็นอำนาจได้ก็ต่อเมื่อมีคนจำนวนเพียงหยิบมือที่มีมันในครอบครอง’ ฉันเองก็ไม่อยากจะยอมรับความจริงข้อนี้นักหรอก”


          บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุขของนักท่องเที่ยวสายน้ำที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายเหมือนเพชรสระว่ายน้ำที่เต็มไปด้วยกิจกรรมทำให้ทุกคนมีความสุขกันทั่วหน้าคุรุโอกะยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์ด้วยท่าทีที่ดูสบาย ๆ แต่มีเสน่ห์ล้นเหลือชุดว่ายน้ำวันพีชแนบเนื้อสีเข้มของเธอสะท้อนแสงแดดเล็กน้อยเน้นให้เห็นสัดส่วนที่โดดเด่น ดึงดูดสายตาของทุกคนที่ผ่านไปมาแต่คุรุโอกะกลับมีสีหน้าที่ไม่ยี่หระกับความสนใจเหล่านั้นเลย


          ขณะที่เธอกำลังสนทนากับคุริสึอย่างสงบโทชิยูกิในชุดกางเกงว่ายน้ำที่ดูเหมาะสมกับบรรยากาศเข้ามาใกล้ด้วยความสนใจเต็มเปี่ยมในดวงตาของเขาโทชิยูกิเป็นชายหนุ่มที่มีเสน่ห์และมั่นใจในตัวเอง เขาเดินเข้ามาส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ให้คุรุโอกะอย่างมีมาดทำให้พวกเขาต้องยุติบทสนทนาเกี่ยวกับข้อมูลลับทางราชการลงชั่วคราว


          “สวัสดีครับขอเสียมารยาทถามหน่อยว่าคุณสองคนเป็นคู่รักกันหรือเปล่า?”


          คุริสึรีบหันไปทำหน้าเลิกลั่กโบกมือโบกไม้ปฏิเสธทันที


          “เอ่อ...ไม่ใช่ครับไม่ใช่ เราเป็นแค่เพื่อนร่วมทริปกันเท่านั้น”


          “ใช่ค่ะแค่เพื่อนร่วมทางน่ะ...”


          คุรุโอกะแอบเบ้ปากบาง ๆ พลางพยักหน้า


          “ถ้างั้นก็ดีสิครับ...จะรังเกียจไหมที่ผมจะขอนั่งตรงนี้ด้วยคน”


          บนใบหน้าโทชิยูกิเผยรอยยิ้มอบอุ่นดั่งฤดูใบไม้ผลิสองตากระจ่างเปล่งประกายโปรยเสน่ห์ ดวงตาไม่ละจากคุรุโอกะเลยสักนิดหากใครไม่เข้าใจถึงสายตาของชายหนุ่มก็นับว่าอ่อนต่อโลกสิ้นดี


          คุริสึที่รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินเริ่มขยับตัวอย่างอึดอัดเล็กน้อยในเมื่ออีกฝ่ายไม่เห็นตนอยู่ในสายตาเลยสักนิด ก็ขอลี้ภัยก่อนดีกว่า


          “เอ่อ...งั้นผมขอตัวไปหาภรรยาก่อนนะครับ”


          คุริสึกล่าวสมอ้างไปแบบนั้นและรีบเดินจากไปปล่อยให้โทชิยูกิและคุรุโอกะได้มีเวลาส่วนตัวด้วยกันในขณะที่หางตาอันงดงามของคุรุโอกะกระตุกเล็กน้อยพลันคิดว่าเจ้าหมอนี่ช่างคิดหาวิธีเอาตัวรอดได้ไวจริง ๆ


          “ผมต้องขอโทษนะครับ...ถ้าหากการกระทำของผมนี้ทำให้คุณรู้สึกอึดอัด”


          โทชิยูกิเลือกนั่งลงบนเก้าอี้ที่ติดกับหญิงสาว


          “แค่พอเห็นคุณครั้งแรกผมก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาทักทาย...”


          “แหมคุณนี่ตรงดีจังเลยนะ”


          “ไม่ชอบเหรอครับ...”


          “คิกๆ ก็ตลกดีค่ะ”


          “ผมไม่ค่อยเจอคนสวย ๆ แบบคุณบ่อยนักหรอกเลยต้องใช้โอกาสนี้ให้เต็มที่... แก้วต่อไปหลังจากนี้ ผมขอเลี้ยงเองนะครับ”


          คุรุโอกะยิ้มรับด้วยความสุภาพ กระนั้นในใจกลับรู้สึกรำคาญเล็กน้อยเธอรู้ว่าเขากำลังพยายามจีบเธอ แต่ก็คิดว่าหากเล่นตามน้ำไป อาจจะได้ใช้ประโยชน์จากอีกฝ่ายเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงสำหรับแขกวีไอพีที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ก็ได้ ถึงตอนแรกเธอจะไม่ได้เล็งเขาเป็นเหยื่อไว้ก็เถอะ


          เมื่อคิดได้ดังนั้นคุรุโอกะก็ปรับเปลี่ยนท่าที ยอมถวายตัวให้กับงานดั่งมืออาชีพ


          “งั้นไม่เกรงใจแล้วกันนะคะ”


          หญิงสาวเริ่มขนลุกกับน้ำเสียงของตัวเองที่พยายามดัดให้ดูอ่อนหวาน ช่างเป็นสิ่งอันห่างไกลจากตัวตนจริงของเธอชะมัด


          “ผม‘โคซุเอะ โทชิยูกิ’ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”


          “ ’คุรุโอกะ เอเลโนร่า’ ค่ะ”


          “ไม่ทราบว่าคุณมาเที่ยวคนเดียวเหรอ?”


          “ค่ะแค่มาพักผ่อนบ้างนิดหน่อย และอยากมองหาโอกาสในการเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองน่ะ”


          “บังเอิญดีจังในคืนที่สี่ของทริปจะมีงานเลี้ยงพิเศษสำหรับนักธุรกิจและพวกนักการเมืองบนเรือ พอดีผมมีบัตรเข้างานและยังไม่มีคู่ควงสำหรับออกงานเสียด้วยสิ”


          โทชิยูกิเว้นช่วงประโยคเล็กน้อยอย่างอ้อยอิ่ง


          “ถ้าเกิดว่าคุณไม่รังเกียจล่ะก็—”


          “ถ้าฉันได้รับเชิญ ฉันคงไม่พลาดมันแน่ ๆ ค่ะ”


          คุรุโอกะยิ้มแต่ในใจเธอกลับคิดถึงแผนการในคืนดังกล่าว เธอคิดว่าถ้ายอมทำตัวเป็นมิตรกับชายหนุ่มอาจจะมีโอกาสได้เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น


          พวกเขายังคงนั่งดื่มกันต่อโทชิยูกิพยายามเอาใจเธออย่างเต็มที่ เล่าเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจจากหญิงสาวที่หมายปองคุรุโอกะเองก็ยังคงรับฟังอย่างใจเย็นเธอใช้โอกาสนี้สำรวจข้อมูลและพิจารณาว่าใครคือผู้มีอิทธิพลที่เชื่อมโยงกับโคอิซูมิบ้าง


          โทชิยูกิยิ้มกริ่มเอ่ยชวน หลังจากผ่านบทสนทนาและดื่มด้วยกันมาสักพัก


          “ทำไมเราไม่ไปเล่นน้ำในสระด้วยกันล่ะครับ? ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณเป็นอย่างดี”


          มุมปากคุรุโอกะกระตุกเธอย่อมรู้ว่าความสัมพันธ์บางอย่างก็ควรจะค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปแต่ก็มีบางคนที่เกิดมาได้คืบก็จะเอาศอกพอเก็บเกี่ยวเมล็ดงาแล้วก็ยังอยากจะได้แตงโม


          เห็นได้ชัดว่าโทชิยูกิโดดเด่นมากในหมู่คนประเภทนี้


          “ดีเหมือนกันค่ะ นั่งอยู่ตรงนี้เฉย ๆ จนเหงื่อเริ่มออกแล้วด้วยสิ”


          ถึงใจคุรุโอกะจะคิดเช่นนั้นแต่ปากกลับตอบออกไปอย่างตรงกันข้าม


          โทชิยูกิคึกคักคิดจะฉวยโอกาสนี้เอื้อมมือไปโอบไหล่อีกฝ่ายแต่การกระทำนั้นตกอยู่ในสายตาของคุรุโอกะทำให้เธอรู้สึกว่าเขาเหมือนสัตว์ตัวน้อยที่กำลังจะแตะต้องของต้องห้ามแต่กลับไม่รู้ตัวถึงอันตรายที่แฝงอยู่เลยสักนิด


          “ผมจะพาคุณไปดูส่วนที่ดีที่สุดของสระว่ายน้ำบนเรือลำนี้เองคิดว่าคุณต้องชอบมันแน่ ๆ”


          คุรุโอกะชิงลุกขึ้นไว้ก่อนพร้อมกับรอยยิ้มปรุงแต่งแต่ในใจเธอกลับขมฝืดแปลก ๆ จนอยากอ๊วก ท่องไว้ เพื่องาน เพื่องาน!


          “อย่าทำให้ผิดหวังแล้วกันนะคะ”


          โทชิยูกิที่โอบหวืดหน้าเจื้อนเล็กน้อยแต่ไม่ละความพยายามจากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปยังสระว่ายน้ำด้วยกัน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแต่ในใจของคุรุโอกะกำลังคิดถึงแผนการที่ต้องทำในคืนนี้อย่างละเอียด พร้อมกับอดทนต่อมือไม้ของโทชิยูกิซึ่งเลื้อยเป็นปลาไหล มีโอกาสเป็นไม่ได้ลีลาสมกับเป็นพ่อม่ายนักธุรกิจเพลย์บอยตามข้อมูลที่ได้ยินมาไม่ขาดไม่เกิน


          อีกฟากฝั่งของสระน้ำบนเตียงชายหาดตัวยาว เรย์ชำเลืองมองไปทางเอนซุขณะที่อีกฝ่ายปั้นหน้าบึ้งเหมือนเพิ่งกินยาขมลงไป เมื่อเห็นพี่ชายกำลังเกี้ยวพาราสีสาวสวยคนใหม่


          “หนอยเดียวพอรถไฟชนกัน ก็ต้องเป็นฉันที่คอยออกโรงเคลียร์ให้ทุกที ไอ้พี่บ้า”


          ส่วนที่อีกมุมหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกล มีชายตัวสูงสวมชุดกลมกลืนกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เขาเฝ้าดูโทชิยูกิขณะที่เขากำลังเกี้ยวพาราสีหญิงสาวคนหนึ่งชายคนนั้นเอาข้อมือขึ้นมาป้องปาก นาฬิกาของชายคนนี้มีตัวรับเสียงเป็นอุปกรณ์สื่อสารเขารายงานว่าโทชิยูกิกำลังออกจากสถานที่ มุ่งหน้าไปยังห้องอบซาวน่า ก่อนจะเปลี่ยนตำแหน่งตัวเองสะกดรอยตามเป้าหมายอยู่ห่าง ๆ

 

คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

นิยาย แฟนตาซี
106K 139
ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.02M 3752
จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.76M 3640
กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.00M 2954
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.44M 2988
ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

นิยาย แฟนตาซี
73K 77
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185