บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 โลกสีขาว

           น้ำใส เขาสวย ท้องฟ้าสดใสบรรยากาศสวยงาม ทำให้คนอยากจะอิ่มเอมแบบนี้ไปเรื่อยๆ

           แม่น้ำแยงซีเกียงเป็นเหมือนแม่น้ำที่มาจากสวรรค์สายน้ำกว่าพันลี้ไหลอยู่ที่แม่น้ำแห่งนี้จากตะวันตกไหลผ่านภูเขาสูงที่อันตรายมากมายนับไม่ถ้วน แต่เมื่อมาถึงที่เขาจีหลง กลับถูกเขาขวางทางน้ำไว้แม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลเวียนอย่างดุดัน ก็เปลี่ยนวิถีไหลแคบลง ไม่มีความอันตรายอีกแม่น้ำและภูเขาเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นสิ่งที่สวรรค์สร้างมา สวยงามไร้ที่ติ

           เขาจงซานเป็นที่อยู่ของมังกร สือโถวเป็นที่อยู่ของเสือเขาจีหลงกับทะเลสาบเสวียนอู่  ตะวันออกมีเขาจงซาน ตะวันตกมีสือโถวโดยมีแม่น้ำคั่นกลาง สายน้ำไหลผ่าน ทำให้แทบไม่อยากจะหลับเลย

           ตลอดทางที่ผ่านมา ไม่ว่าต้วนชางไห่จะกินจะอยู่จะเดินทางก็จัดการอย่างเรียบร้อยทุกอย่าง ดูแลเอาใจใส่ดีมาก ตอนนี้หยางหนิงถึงได้สัมผัสถึงการเป็นลูกหลานคนตระกูลใหญ่บ้าง

           ตลอดทางหยางหนิงไม่พูดอะไรมาก คนอื่นๆ ก็ไม่กล้าถามเมื่อข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงมา ขี่ม้ามาไม่ถึงครึ่งวัน ก็มาถึงเมืองเจี้ยนเย่

           เมืองเจี้ยนเย่เป็นเมืองใหญ่มีอำนาจมาก ถึงแม้หยางหนิงจะเคยเห็นมาแล้วตอนอยู่ภพก่อนแต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจมากนั่นก็คือมันยิ่งใหญ่และดูเจริญรุ่งเรืองมากกว่าที่เขาเห็นในภพก่อนมาก

           ภูเขามากมายแน่นเต็มไปหมด มีแม่น้ำไหลผ่านตรงกลางไหลเวียนเข้าเมือง ท่ามกลางหุบเขาและสายน้ำ มีเมืองขนาดใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองอันดับหนึ่งของทางทิศใต้ของแคว้นฉู่ หรือก็คือเจี้ยนเย่เป็นเมืองหลวงของแคว้นฉู่นั่นเอง

           เมืองเจี้ยนเย่ภายในมีสิบสามภายนอกมีสิบแปด ภายในเมืองหลวงรวมแล้วมีประตูเมืองมากกว่าสิบแห่งนอกเมืองมีประตูเมืองสิบแปดแห่ง ซึ่งสามารถเห็นความยิ่งใหญ่ของมันได้เลย

           เมื่อได้เข้ามาในเมืองหยางหนิงสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของเมืองโบราณแห่งนี้

           ถนนหนทางในเมืองตัดสลับกันไปมาแต่ก็ยังกว้างขวาง ร้านค้าเปิดเรียงรายเต็มข้างทาง บนถนนมีผู้คนเดินขวักไขว่ทั้งรถ คน และม้าวิ่งกันวุ่นวาย หากได้อาศัยอยู่ในเมืองนี้ ก็จะสัมผัสได้ถึงความเจริญและความหรูหราโอ่อ่าของเมืองนี้แทบจะไม่มีใครคิดเลยว่าในที่แบบนี้จะมีคนเร่ร่อนอาศัยอยู่

           เมืองเจี้ยนเย่เหมือนเป็นสวรรค์ของจักรวรรดิไม่ว่าใครที่ได้อาศัอยู่ที่นี่ ล้วนแต่ลืมวิกฤติของจักรวรรดิไปหมดสิ้น พวกเขาจะติดภาพความเจริญรุ่งเรืองและความคึกคักของเมืองหลวงนี้แล้วคิดว่าโลกมีความเป็นอยู่ที่ดีและแสนสงบสุข

           ประตูเมืองสิบแปดแห่งนอกเมืองก็เหมือนจะแบ่งดินแดนของแคว้นฉู่ออกเป็นสองโลก โลกในเมืองและโลกนอกเมืองคนส่วนใหญ่สวมชุดขี้ม้า สวมหมวกครบชุด เจอหน้ากันก็มีแต่รอยยิ้มสินค้าในร้านก็มีแต่เครื่องประดับสวยงาม ความร่ำรวยของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่เมื่อเทียบกับตอนที่หยางหนิงอยู่ที่เมืองฮุ่ยเจ๋อมันคือคนละโลกกันเลย

           เมืองเจี้ยนเย่ยิ่งใหญ่เกินบรรยายส่วนวังหลวงตั้งอยู่ที่เมืองหลวง หากเมืองหลวงคือมงกุฏของแคว้นฉู่แล้ววังหลวงก็ถือได้ว่าเป็นอัญมณีที่อยู่บนมงกุฏนั้น

           ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงก็จะสามารถเห็นความสวยงามของอัญมณีนั้นได้แต่ไม่สามารถเห็นถึงความรุ่งเรื่องและยิ่งใหญ่ภายในวังหลวงได้

           หยางหนิงเข้าเมืองโบราณที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ครั้งแรกเขามองซ้ายทีขวาที มองไม่หยุด ไม่รู้ว่าต้วนชางไห่เข้าตรอกซอกซอยไปเยอะแค่ไหน

           “เอ๋ นั่น...นั่นแม่น้ำอะไร?”ทันใดนั้นเองก็เห็นแม่น้ำสายหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนักสายน้ำสายนั้นก็เหมือนหยก หยางหนิงอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

           พวกต้วนชางไห่ตะลึง ฉีเฟิงยิ้มแล้วพูดว่า “ซื่อจื่อออกจากจวนมาได้แค่สิบวัน ลืมแม่น้ำเส้นนี้ไปแล้วหรือ? นี่คือแม่น้ำฉินไหว”

           “แม่น้ำฉินไหว?”

           “แม่น้ำฉินไหวมันไหลเข้าเมืองเมื่อเข้ามาถึงประตูอู่ติ้งก็จะแยกออกเป็นสองทาง เส้นหนึ่งวิ่งแบบสายหลัก เรียกว่าแม่น้ำฉินไหวนอกไหลไปทางประตูจงฮว๋า ประตูซุ่ยซีกับประตูติ้งไหว แล้วไหลเข้าสู่แม่น้ำแยงซีเกียง” ฉีเฟิงยิ้มแล้วอธิบายว่า“ส่วนอีกเส้นหนึ่งคือแม่น้ำฉินไหวใน ไหลผ่านด่านประตูฉีเหมินทางตะวันออกไหลเข้าสู่เมืองพอถึงบริเวณสะพานฮวายชิงก็แยกออกเป็นสองทาง ทางใต้ผ่านทางวัดฟูจื่อ สะพานเหวินเต๋อเฉียวจนถึงด่านประตูซุ่ยซีเหมินไหลไปนอกเมืองทางเหนือจะไหลจากร่องน้ำกู่หวินผ่านสะพานเหน่ยเฉียวจนถึงสะพานจางกงแล้วไหลเข้าปากประตูถ้ำเข้าแม่น้ำสายหลัก...!” แล้วชี้ไปที่สะพาน “นั่นคือสะพานจางกง”

           ต้วนชางไห่กะพริบตาส่งสัญญาณไปให้ฉีเฟิงเหมือนจะบอกว่าสมองของเจ้านายไม่ได้ปกตินัก เรื่องซับซ้อนมากๆ จะทำให้สับสนเจ้าพูดมากเกินไปแล้ว เขาจะไปจำได้อย่างไร

           หยางหนิงตอบแค่ “อ่อ” แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

           เมื่อเดินผ่านถนนไปสองสามเส้น ต้วนชางไห่ก็ร้องขึ้นมาว่า “เอ๋” ทุกคนมองไปเห็นถนนด้านหน้า มีบ้านสองหลังที่แขวนผ้าขาวไว้

           “ใต้เท้าคนไหนตายล่ะนี่?”ฉีเฟิงบังคับม้าขึ้นหน้าไป ถามอย่างสงสัย

           หยางหนิงเองก็มองไปตามทางที่มีผ้าขาวแขวนไว้แล้วถามว่า “มีคนตายหรือ?”

           ต้วนชางไห่คิดในใจว่าซื่อจื่อเป็นคนตรงไปตรงมาพูดอะไรก็ตรงเกินไป จึงอธิบายไปว่า “ซื่อจื่อน่าจะมีใต้เท้าคนไหนจากไป ถนนเส้นนี้ก็เลยแขวนผ้าขาวเอาไว้เพื่อแสดงความอาลัยเรื่องนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนจะสามารถได้รับเกียรติแบบนี้ได้คนที่ตายไปจะต้องเป็นที่เคารพรักของชาวบ้านแน่ๆ” หลังจากนั้นก็ลงจากม้าไปแล้วตะโกนว่า “ทุกคนลงจากม้าเร็ว!”

           ทุกคนก็ลงจากม้าจนหมดหยางหนิงคิดในใจว่านี่น่าจะเป็นวัฒนธรรมการไว้อาลัยอย่างหนึ่ง ก็เลยลงจากม้าด้วย

           ถนนเส้นนี้ไม่ใช่ตรอกขายของดังนั้นไม่ได้มีผู้คนมากมาย มีเพียงคนไม่กี่คนเดินไปเดินมา ดูค่อนข้างเงียบเมื่อเดินไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็มีคนวิ่งแล้วบ่นอะไรก็ไม่รู้ พวกของต้วนชางไห่ขมวดคิ้วเมื่อเดินมาระยะหนึ่ง ก็เลี้ยวไปตรงซอก แล้วเดินไปจนสุดทาง ด้านนั้นมีถนนเส้นใหญ่อีกเส้นหนึ่งที่ใหญ่มาก

           “ซื่อจื่อ ที่นี่คือถนนผีผาท่านคงไม่ลืมใช่ไหม?” ต้วนชางไห่พูด “เราถึงบ้านแล้ว”

           เมื่อเดินบนถนน หยางหนิงพบว่านอกจากถนนผีผาจะกว้างใหญ่และยาวแล้วท้องถนนเองก็สะอาดมากด้วย ร้านค้าเรียงตัวกันอย่างเรียบร้อย ทางเดินปูด้วยหินทรายอย่างดีระยะห่างช่วงหนึ่ง ก็จะมีจวนหนึ่งหลัง จวนทุกหลังจะมีสิงโตหินอยู่หน้าบ้านคู่หนึ่งสิงโตหินหลายสิบตัววางเรียงรายอยู่สองข้างทางของถนนผีผา พวกมันนั่งยองๆอยู่ที่หน้าบ้านของตน เบิกตากว้างด้วยความเบื่อหน่ายรอคอยให้มีคนหรือรถผ่านไปมาบนถนน

           หยางหนิงเดินพรางมองไปยังสองข้างทางถนนที่เหมือนจะไม่มีปลายทาง มีจวนตั้งอยู่เป็นสิบจวน มันดูใหญ่และราคาแพง “จวนราชเลขา” “จวนแม่ทัพ” “จวนโหว” เรียงรายต่อเนื่องกันไม่หยุดแล้วป้ายของจวนทุกจวนต่างแขวนผ้าขาวเอาไว้

           จวนแทบทุกจวนมีทหารเฝ้าเอาไว้ เมื่อมองผ่านต้วนชางไห่ไปก็เห็นทหารไม่น้อยกำลังซุบซิบกันอยู่

           ต้วนชางไห่เห็น สีหน้าดูสงสัยหนักมากเลยรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ไม่นานนัก ก็เห็นจวนๆ หนึ่งที่แขวนผ้าขาวไว้ทหารหน้าจวนก็แต่งชุดขาว

           ต้วนชางไห่หยุดเดิน สีหน้าของคนอื่นๆ เองก็ตกใจไม่น้อยเห็นต้วนชางไห่ยืนเหมือนจะล้ม แต่ก็ก้าวเท้าเดินขึ้นไปอย่างเร็ว คนอื่นๆ เองก็สีหน้าดูไม่ดีเลย

           หยางหนิงเห็นสีหน้าท่าทางของคนอื่นดูแปลกๆในใจก็คิดว่าคงไม่ใช่คนในจวนของพวกเจ้าตายหรอกนะ?

           ต้วนชางไห่รีบเดินไปที่หน้าจวนทหารยามเห็นก็รีบเดินเข้ามาหา ร้องไห้แล้วพูดว่า “ท่าน...ท่านพี่ต้วน พวกท่านกลับมาแล้วหรือ...!” พูดยังไม่ทันจบก็ร้องไห้ไม่หยุด

           “เกิดอะไรขึ้น?” ต้วนชางไห่สีหน้าซีดเซียว “หรือว่า...หรือว่าไท่ฟูเหริน...?”

           หยางหนิงตะลึง ในใจคิดว่าพระเจ้าช่วยเป็นจวนพวกเจ้าจริงๆหรือนี่ อะไรจะบังเอิญแบบนี้ ข้ามาเมืองหลวงวันแรก ก็เจองานศพเลยหรือ?

           “ไม่ใช่...!”ทหารเสียงสั่นแล้วพูดว่า “ท่าน...ท่านแม่ทัพ...!”

           ในตอนนี้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปหมด ต้วนชางไห่สีหน้าท่าทางเปลี่ยนหนักสุดดึงคอเสื้อของคนๆ นั้นขึ้นมา แล้วพูดด้วยความโกรธว่า “เจ้าพูดอะไร ท่านแม่ทัพอยู่แนวหน้า จะเป็นไปได้อย่างไร...พูดมา ใคร?”

           ตอนนี้เองก็มีทหารยามอีกคนวิ่งเข้ามาแล้วดึงมือของเขาออกแล้วปาดน้ำตา “พี่ต้วน เป็น...เป็นท่านแม่ทัพจริงๆ ท่านแม่ทัพ...ท่านแม่ทัพสิ้นแล้วจริงๆ!”

           ต้วนชางไห่ ฉีเฟิงและพวกสีหน้าซีดเซียวเห็นต้วนชางไห่เดินขึ้นหน้าไปหนึ่งก้าว ทันใดนั้นเองก็ขาอ่อนลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้น คนข้างๆ รีบพยุงเขาขึ้นมา ต้วนชางไห่สายตาแดงก่ำแล้วร้องออกมาอย่างหนัก ชายร่างใหญ่กำลังกว่าเจ็ดฉือ กลับร้องไห้เป็นสายน้ำฉีเฟิงและพวกเองก็เช่นกัน เหมือนว่าพ่อตัวเองตายอย่างไรอย่างนั้น

           หยางหนิงตะลึง ในใจคิดว่าแม่ทัพที่พวกเขาพูดถึงคงไม่ใช่พ่อของซื่อจื่อหรอกมั้ง?

           ลูกชายเพิ่งจะตายไป พ่อก็ดันมาตายไปอีกนี่นะ?

           “เร็ว ไปบอก...ไปบอกฮูหยินสาม ซื่อจื่อ...ซื่อจื่อกลับมาแล้ว...!” ขณะที่ต้วนชางไห่กำลังร้องไห้อย่างหนัก ก็ดึงหยางหนิงมา “ซื่อจื่อ ท่าน...ท่านแม่ทัพสิ้นแล้ว...!”

           หยางหนิงไม่เคยเจอท่านแม่ทัพคนนี้ไม่มีความผูกพันอะไรเลย ได้แต่เหม่อแล้วคิดในใจว่าคงไม่ใช่จะให้เขาร้องไห้เดี๋ยวนี้เลยหรอกนะ

           เขาเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นประตูจวนสีแดงที่ใหญ่มากเห็นป้ายชื่อจวนที่ใหญ่มากเช่นกัน ด้านบนมีแกะสลักลายมังกรและหงส์บินคู่สลักอักษรสีทองอร่ามสี่คำว่า“จวนองครักษ์เสื้อแพร”

           มีคนเข้าไปรายงานแล้วก่อนหน้านี้ ต้วนชางไห่ดึงมือหยางหนิงแล้วเดินเข้าจวนไป เมื่อเข้าไปในจวน ทั่วทั้งจวนเป็นสีขาว ได้ยินเสียงสะอื้นไม่หยุดดังมาจากห้องโถงด้านหน้าข้างๆ มีคนมากมาย น่าจะเป็นบรรดาบ่าวไพร่ของจวน ทั้งหมดสวมชุดขาวทั้งสิ้น

           หยางหนิงรู้สึกตัวเองโง่งม ถูกต้วนชางไห่ลากไปดูเอ๋อๆคนข้างๆ เมื่อเห็นหยางหนิง บ้างก็มีสีหน้าที่ตกใจ บ้างก็มีสีหน้าดีใจแต่ทุกคนก็คุกเข่าลงจนหมด หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงสบายๆ เสียงหนึ่งดังมา “หนิงเอ๋อร์หรือ? หนิงเอ๋อร์กลับมาแล้วจริงๆ ใช่ไหม?”

           หยางหนิงได้ยินดังนั้นก็คิดว่าเสียงของผู้หญิงคนนี้ฟังแล้วสบายหูไพเราะดี แต่ทำไมนางถึงได้เรียกว่า “หนิงเอ๋อร์” ล่ะ หรือว่านางจะรู้ชื่อเขา?

           ทันใดนั้นเองก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาต่างสวมชุดไว้ทุกข์ ท่ามกลางหนึ่งในนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งอายุราวๆ ยี่สิบหกยี่สิบเจ็ดร่างกายอรชร หน้าตาดี ผิวของนางขาวราวกับหยกขาว เหมือนจะไม่ได้แต่งหน้า ดูแล้วสะอาดตา

           นางสวมชุดขาว มันดูเหมือนสาวงามที่อยู่ตามภาพวาดสาวงามเดินตัวตรงมาหาเขา

           “ข้าน้อยคารวะฮูหยินสาม!”ต้วนชางไห่คุกเข่าอยู่ตรงพื้น ฉีเฟิงและคนๆ ก็คุกเข่าลงเช่นกันใบหน้ามีแต่คราบน้ำตา

           ฮูหยินสามคนงามจับมือของฉีหนิงเอาไว้แล้ว เมื่อได้สัมผัสหยางหนิงยิ่งรู้สึกว่ามือของนางเนียนนุ่มมาก

           “ลำบากพวกเจ้าแล้ว” ฮูหยินสามดวงตาแดงก่ำ “ท่าน...แม่ทัพสิ้นไปพวกเจ้าสามารถพาซื่อจื่อกลับมาได้ทันเวลา หากท่านแม่ทัพได้รับรู้ คงหมดห่วง...พวกเจ้าลุกขึ้นเถอะไม่ต้องคุกเข่าแล้ว...!” เมื่อพูดถึงตรงนี้ เสียงของนางก็เริ่มสะอื้นหยางหนิงเห็นน้ำตาของนางไหลลงมา มันยิ่งดูงามนัก โดยเฉพาะคิ้วและดวงตาเมื่อมองจากด้านขวามือมันสวยมากจริงๆ

           “ฮูหยินสามทำไมเป็นแบบนี้ไปได้?” ต้วนชางไห่ลุกขึ้นแล้วห่อมือทำความเคารพ “สงครามก็จบแล้ว ทำไมท่านแม่ทัพ...ท่านแม่ทัพถึงได้?”

           ฮูหยินสามพูดว่า “เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยว่ากัน”มองไปที่หยางหนิงแล้วพูดว่า “หนิงเอ๋อร์รีบไปเปลี่ยนชุดไว้ทุกข์ แล้วตามข้าเข้าไปด้านใน!”

    คล้ายกับเรื่องบันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714