เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 42 ปริศนา

    " ตราประทับเพลิงวิญญาณ! "

    " เรื่องนั้นค่อยว่าหลังจากนี้ ก่อนอื่นจงบอกทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหนูลูกบุญธรรมคนนี้มาให้หมด "

    นับจนถึงตอนนี้ เทียบสังเกตได้ว่าประกายเเววตาฟ้าครามที่ปรากฏขึ้นอยู่บนดวงไฟน้อยราวกับบ่อน้ำใสบริสุทธิ์ที่ผุดขึ้นกลางทะเลเพลิงยังคงไม่ละออกจากร่างกายของเจ้าไฝเลยเเม้สักครั้ง

    " ต้องย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ตอนนั้นข้าไดัรับภารกิจติดตามไล่ล่าโจรจีนกลุ่มหนึ่ง... "

    เขาเผยสีหน้าอ่อนโยน พลางหวนรำลึกถึงภาพในวันวานที่ยังคงเเจ่มชัด ยามเมื่อได้พบทารกน้อยในห่อผ้าเนื้อดีกำลังส่งเสียงร้องกังวานออกมาจากใต้ชะง่อนหินใหญ่

    " ต่อจากนั้นเล่า "

    " นับตั้งเเต่นั้นเราทั้งสองจึงรับเลี้ยงมันไว้ดั่งลูกเเท้ ๆ เจ้าไฝเฉลียวฉลาดตั้งเเต่เด็ก เข้ากันได้ดีกับเจ้าเฉียบเเละเจ้าเหลิมดั้งพี่น้องท้องเดียวคลานตามกันมา ทั้งสามมักจะตัวติดกันเสมอ ตั้งเเต่มีมันมาอยู่ด้วยเเม่พรถูกหวยเเทบทุกงวดจนชาวบ้านละเเวกใกล้เคียงคล้ายจะตั้งศาลศาลาให้ หากในสิบงวดคงมีสักหนสองหนที่ตัวเลขอาจออกทะเลไม่ใกล้เคียงเเต่ที่เหลือข้าสามารถเอาหัวเป็นประกันได้เลย ที่พวกเรามีกินมีใช้เสวยสุขไม่ขัดสนได้อย่างทุกวันนี้ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้มันเช่นกัน "

    " เเม่พรนำชุดตัวเลขเหล่านั้นมาจากไหน "

    " ข้าคิดว่าน่าจะเป็นความฝัน "

    " ความฝันของเเม่พร... "

    นี่เป็นครั้งเเรกที่เขาจับสัมผัสได้ว่าเจ้าหญิงเเห่งไฟสนอกสนใจในสิ่งที่เขาบอกเล่าถึงขนาดนี้ อดไม่ได้ที่บนใบหน้าคมคายจะปรากฏเเววตาหยอกล้อขึ้นมา

    " ไม่ ครั้งนี้เจ้าคาดเดาผิดเเล้ว ตัวเลขทั้งหมดล้วนออกมาจากริมฝีปากอันน้อยของเจ้าไฝยามมันนอนหลับฝัน ใกล้วันเวลาหวยออกทีไร เมียรักของข้าราวกับคนเป็นบ้าต้องอดหลับอดนอนเพื่อจดจ่อรอฟังข้อความเหล่านั้น "

    " หืม!! "

    " ผ่านไปจนมันอายุได้เจ็ดปี ในที่ชีวิตที่ผ่านมาข้าไม่เคยเห็นดวงจันทร์ที่ใหญ่โตขนาดนั้นมาก่อน มันใหญ่เสียจนเหมือนกำลังจะพุ่งเข้าชนโลก ค่ำคืนที่ฟ้าดินเปลี่ยนสีคล้ายถูกอาบย้อมไปด้วยเเสงสลัวเลือนรางดั่งความฝัน ในขณะที่พวกเราเฝ้ามองความสวยงามที่ปรากฏตรงหน้าอย่างเคลิบเคลิ้ม เจ้าไฝเด็กน้อยกลับกลายเป็นไม่ได้สติพลางกล่าวถ้อยคำบางอย่างออกมา "

    " กล่าวว่าอะไร "

    " ยามวิมานสวรรค์สู่เเสงสว่างปรากฏขึ้นอีกครั้ง เส้นทางหนึ่งเดียวที่ซ่อนอยู่จะเริ่มเคลื่อนไหว บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่จะถูกค้นพบ เพื่อกำหนดผู้นำทางในวิถีอันชอบธรรมให้ดำเนินต่อไป "

    ' สายฟ้าบรรพกาลสีดำทมิฬเเล้วยังมีปิ่นเงินอันนี้ ' เนตรสวรรค์ ' สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สาปสูญ... หรือว่าเจ้านี่จะเป็น... เหตุการณ์นองเลือดเมื่อครั้งนั้นเกี่ยวข้องกันหรือไม่... ไม่เข้าใจเลย ทำไมดาวโลกชั้นต่ำใบนี้กลับมีเเต่เรื่องลี้ลับปรากฏขึ้น '

    เมื่อเขากล่าวจบ เปลวเพลิงดวงน้อยพลันวูบไหวดั่งไร้การควบคุม จนเทียบหลุดเผยท่าทีเเปลกใจระคนสงสัยออกมา

    สาบานได้!!!

    หากสายตาของเขายังไม่ฝ้าฟาง ภายในดวงไฟนั้นเทียบราวกับเห็นรอยยิ้มเชือดเฉือนอันน้อยนิดปรากฏขึ้น ร่างกายกำยำของเขาถึงกับสั่นสะท้านไปครู่หนึ่ง...

    " จากนั้นพี่สาวของเเม่พรที่ทำธุรกิจค้าส่งเสื้อผ้าอยู่ในเมืองกรุงมาเยี่ยมเยือน แม่นั่นไม่ได้มีความเเตกต่างไปจากน้องสาวเลยเเม้เเต่น้อย รบเร้าขอเจ้าไฝไปเลี้ยงดูเมื่อเห็นเชาวน์ปัญญาของมันที่เก่งเกินวัย ร่ำเรียนจนจบมันย้ายกลับมา ' ตามหาตัวเอง ' เมื่อสองปีก่อน เรื่องราวทั้งหมดมีเพียงเท่านี้ "

    " ช่วงเวลาที่หายไป เจ้าไฝมีอาการประหลาดเเบบนั้นอีกหรือไม่ "

    " เท่าที่ข้าทราบ... ไม่มี เมล่าไอ้ตราประทับเพลิงวิญญาณมืดที่อยู่บนตัวของเจ้าเหลิมกับไอ้หนุ่มหน้ามนนั่นคือสิ่งใดกันเเน่ "

    " บัญญัติกฏเกณฑ์เเห่งฟ้าดินในเเดนมนุษย์สามัญย่อมรับรู้ว่าเมื่อปุถุชนสิ้นลมหายใจคอยพยุงร่างกาย ดวงวิญญาณเจ้าของร่างเเท้จริงจะถูก ' ปีศาจสังเวช ' มารอรับไป "

    " ปีศาจสังเวช ? "

    เมื่อเห็นเทียบเเสดงสีหน้าราวกับเคยได้ยินนามนี้เป็นครั้งเเรก เมล่าจึงกล่าวต่อไปด้วยความอดทน

    " ถึงจะฟังดูน่ากลัวเเต่มันเป็นเเค่ร่างสมมติในรูปเเบบต่าง ๆ เช่น เทพเทวดาผู้สูงส่ง ยมบาลเฝ้าประตูนรก บรรพบุรุษที่นับถือ คนรักที่จากลา เเม้กระทั่งคนที่ตกตายเเต่ยังคงอาฆาตเเค้นต่อตัวบุคคลนั้น ปีศาจสังเวชจะมาในรูปลักษณ์ที่ต่างกันเเล้วเเต่ความหมกมุ่น ลุ่มหลง ความรู้สึกทางมโนธรรม ' ผิด ชอบ ชั่ว ดี ' ที่เป็นดั่งก้อนตะกอนสะสมเกิดขึ้นภายในจิตใจ หรือมวลอารมณ์ข่มกลั้นขณะสี่สิบเก้าลมหายใจสุดท้ายของเเต่ละบุคคลจนถึงกาลสิ้นสุด "

    คำกล่าวของเมล่าตัวน้อยดูเหมือนราบเรียบธรรมดา เเต่ทว่าเทียบฟังเเล้วร่างกายเขากลับหนาวสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง

    " เเต่ถ้าหากเป็นอย่างที่ว่าเเล้วนรก สะ... "

    " หยุดซะ ข้ารู้ว่าเจ้าจะกล่าวอะไรต่อไปเเต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้น ในทางกลับกันฉบับเข้าใจง่าย ถ้าเเบ่งตามความเชื่อที่เผ่าพันธุ์พวกเจ้ารู้เเจ้ง นรกมืดมิดอยู่ล่าง โลกน้ำเงินหลากสีสันขั้นกลาง สูงขึ้นไปเป็นสรวงสวรรค์เหนือคำบรรยาย เมื่อนำมาเรียงต่อกันให้สูงขึ้นเเล้วมองเเบบผิวเผิน จะเห็นได้ว่าเส้นรอบวงของทั้งสามสามารถเชื่อมต่อเป็นเส้นเดียวกันได้ หากลากจากจุด ๆ หนึ่งโค้งไขว้ไปมาจะสามารถกลับมาในจุดเริ่มต้นเดิม "

    " ถูกต้อง "

    เทียบถึงกับใจลอยไปชั่วครู่ พลันเผยสีหน้างุนงงเเต่เหมือนไม่งง คล้ายกับรู้สึกเข้าใจเเต่ไม่เข้าถึง บางอย่างเหมือนเเจ่มชัดเเต่อีกหลายอย่างยังคงเลือนราง มีความคลุมเครือเหลืออยู่อีกมากมายนักที่ยังตกค้าง ดั่งมีม่านหมอกกางกั้นความเข้าใจส่วนหนึ่งของเขาเอาไว้

    " เเต่ความจริงในเมื่อสามโลกทัศน์มีเอกภาพภายใต้กฏเกณฑ์ที่เเตกต่าง มันย่อมไม่มีทางจะเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ไม่ว่าเจ้าจะวางเรียงซ้อนกันในรูปเเบบไหนต้องมีช่องระหว่างกันที่ถูกอำนาจของบัญญัติลึกลับซุกซ่อนเอาไว้ ช่องว่างทั้งสองระหว่างโลกทัศน์ทั้งสามถูกเรียกว่า ' ดินเเดนมืด ' "

    ในยามนี้รูปร่างของเจ้าไฟน้อยเเปรเปลี่ยนเป็นมายาโปร่งเเสง หล่อนตั้งใจเเสดงเป็นภาพตัวอย่างตามที่กล่าวมาไม่มีผิดเพี้ยน

    " ถึงตอนนี้ข้ายังคงไม่เข้าใจ ในเมื่อเจ้าบอกว่าที่มาของลวดลายสีดำอัปมงคลเหล่านี้กำเนิดจากดินเเดนมืด ถ้างั้นเด็กพวกนี้เจ้ามีหนทางช่วยได้ใช่หรือไม่ "

    เทียบเหลือบมองเจ้าไฟน้อยที่กลับมารวมตัวดังเดิมอีกครั้งอย่างจริงจัง

    " ใช่เเล้ว เเต่สถานการณ์ในตอนนี้อาจต้องใช้กลยุทธ์บางอย่าง เพราะเจ้าสามตัวนี้อยู่ในสภาพการณ์ที่ต่างออกไป "

    " หมายความว่าอย่างไร "

    " พวกมันถูกใครคนหนึ่งที่มีวิชาเวทย์เเก่กล้า อัญเชิญสิ่งมีชีวิตต่างมิติในดินเเดนมืดให้มารับดวงวิญญาณไป วิญญาณเเข็งเเกร่งของมนุษย์หนุ่มสาวที่ยังไม่ถึงฆาตไม่ว่าภพภูมิไหนล้วนเป็นที่ต้องการ มันจึงมีค่ามาก สามารถใช้เเลกเปลี่ยนเป็นเงินตราสวรรค์ ทรัพยากรบำเพ็ญตน เเล้วเเต่ความยินยอมตามเงื่อนไขจากทั้งสองฝ่าย ถ้าข้าคาดเดาไม่ผิดคนผู้นั้นต้องมีเส้นสายดีพอตัว มีความสามารถเดินทางเข้าออกในสามโลกได้ เเละมันเป็นตัวอัปรีย์ชั่วช้าขายได้แม้กระทั่งวิญญาณของคนบริสุทธิ์ "

    " ไม่ว่ามันเป็นใครกล้าเเตะต้องคนในครอบครัวของข้า ข้าจะฆ่ามันทันทีที่พบเจอ! "

    " ยอดเยี่ยมสมกับเป็นเจ้า บอกมาซิ... ว่าจะค้นหามันได้ยังไง ? "

    " อะ.... เอ่อ "

    ร่องรอยความมุ่งมั่นอาฆาตเเค้นที่ฉาบเคลือบอยู่ราวกับถูกคำพูดราบเรียบเฉยเมยนั้นตบตีจนหลุดร่อน มุมปากของเขากระตุกอ้าค้างไร้คำชี้เเจง ใบหน้าพลันบิดเบี้ยวดูไม่ได้ขึ้นมาทันที

    " โง่เง่า! ข้ายังคงล้มเหลวในการเคี่ยวกรำเจ้าจริง ๆ เมื่อยามนั้นเเววตาของเจ้าทำให้ข้าได้เห็นอนาคตในภายหน้าอันเป็นไปได้ เเต่ผ่านมาไม่กี่ปีเจ้ากลับทำให้ข้าผิดหวังซ้ำเเล้วซ้ำอีก เจ้างั่งรีบใช้จิตสัมผัสตรวจสอบดูอีกครั้ง เร็วเข้า! "

    เทียบถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ความคิดโลดเเล่นนึกย้อนถึงการฝึกฝนอันหฤโหดบ้าคลั่งดั่งใช้ชีวิตอยู่ในเหวลึกมืดหม่น ความรู้สึกหวาดกลัวที่กักเก็บไว้พลันเเปรเปลี่ยนเป็นมีรูปร่าง มันปืนไต่ขึ้นมาช้า ๆ จากส้นเท้าใกล้ถึงท้ายทอยจนหนังศีรษะของเขาเริ่มรู้สึกชาหนึบ...