“หึหึ ร้องสิ ร้องเข้าไปให้ดังๆ คงจะเจ็บมากละสิท่า แต่ฉันว่ามันยังไม่พอหรอก สำหรับอีพวกร่านอย่างพวกเธอ!” ไอซ์เสียสติโดยสมบูรณ์ ในมือเธอถือปืนพกหนึ่งกระบอก ซึ่งไม่รู้ว่าหยิบออกมาจากกระเป๋าตั้งแต่เมื่อไหร่
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในโรงอาหารวิทยาลัยกุหลาบขาวก็จริง แต่ไม่มีใครคิดเข้าไปช่วยดาวคณะ ทุกคนเอาแต่ยืนเซ่อ ทำอะไรไม่ถูกไปพักใหญ่
จวบจนกระทั่งไอซ์หยิบปืนออกมาจากกระเป๋า พวกเขาพึ่งรู้สึกตัว วิ่งหนีทางใครทางมัน ส่วนบางคนกลัวจนก้าวขาไม่ออก ได้แต่ยืนเซ่ออยู่ที่เดิม ไม่ก็หลบอยู่ใต้โต๊ะ พร้อมกับสวดมนต์ให้รอดพ้นจากภัยอันตราย
“พี่เบียร์รีบหนีไป ที่นี่ปล่อยให้ฉันจัดการเอง!” มิวสิคในสภาพใบหน้าแหลกเละ ผลักอีกฝ่ายด้วยแรงทั้งหมดที่พอมีอยู่ เผชิญหน้ากับไอซ์ที่เสียสติคนเดียว
“คนดีจังนะมึง งั้นมึงก็เป็นคนแรกที่ต้องตาย ตายซะอีเวร!” ไอซ์ที่ถือปืนหัวเราะพร้อมกับด่าทอ เนื่องจากปืนถูกปลดเซฟตี้แล้ว เพียงแค่ลั่นไกทีเดียว กระสุนปืนได้คร่าชีวิตของมิวสิค ในระยะห่างเพียง 1 เมตร ต่อให้ยิงไม่แม่นก็ไม่มีทางพลาดเป้า
มิวสิคล้มลงบนพื้น มือทั้งสองเลือดอาบในขณะกุมท้องที่ถูกยิง
ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ทุกคนเอาแต่หลบอยู่ใต้โต๊ะทานข้าว ไม่เว้นแม้แต่สุภาพบุรุษ ต่างก็หวาดกลัวจนไม่กล้าขยับตัว
....
เบียร์แสบร้อนทั้งใบหน้า โดยเฉพาะดวงตาแทบจะมองไม่เห็นทางเดิน
หล่อนชนเข้ากับโต๊ะในโรงอาหาร ล้มลงกับพื้นในสภาพเท้าพลิก บวกกับความเจ็บปวดตรงใบหน้า ทำให้เธอไม่สามารถหนีไปอย่างที่มิวสิคคาดหวัง
'ปืน'ถูกเล็งมาที่หล่อน พร้อมกับเสียงเย้ยหยันของไอซ์ที่กำลังเสียสติ
“อีดอกเอ้ย ผู้หญิงร่านๆ อย่างมึงไม่สมควรมีชีวิตอยู่ แม่งใครใช้ให้มึงเป็นผู้หญิงของมัน อยู่ดีกินดีในขณะที่กูต้องทนทุกข์ทรมาน ทุกๆ วันต้องอยู่กับไอ้พิการไร้สภาพ บัดซบเอ้ย ที่ของมึงควรจะเป็นของกูสิวะ!”
เบียร์พยามใช้สองมือพยุงร่างกายอันไร้เรี่ยวแรง แต่อนิจจาอีกฝ่ายที่เสียสติโดยสมบูรณ์ไม่ปล่อยให้เธอหนี ขาซ้ายถูกยิงดัง'ปัง'จนเลือดอาบ มองเห็นนักศึกษาสาวดีดดิ้นพร้อมกับร้องครวญครางแทบขาดใจบนพื้น
ไอซ์พยามเล็งไปที่ศีรษะ หวังฆ่าอีกฝ่ายด้วยการยิงเพียงครั้งเดียว แต่นัดที่สองดันเข้าช่องท้อง
เธอหัวเราะบ้าคลั่ง ลั่นไกอีกนัดติดๆ กัน
แต่ในจังหวะนั้นที่กระสุนพุ่งออกไปเป็นครั้งที่สาม ชายหนุ่มสวมถุงมือซ้ายสีดำได้เข้ามากัน อาศัยถุงมือเป็นเกราะกำบัง ได้ยินเสียงเหมือนเหล็กกระทบกัน ถุงมือปราศจากรอยขีดข่วน อย่างกับว่าทำมาจากวัสดุป้องกันกระสุนของทหาร
“ไอ้เจมส์ มาแล้วเหรอวะ ฮ่าฮ่า กว่าจะโผล่หน้าออกมาผู้หญิงของมึงก็ถูกกูเล่นงานจนเสียโฉม เป็นไงละทีนี้ เห็นหน้าอันอัปลักษณ์ของมันแล้วยังกล้ากลับไปเอาลงอีกหรือเปล่า?”
เจมส์ไม่ให้ความสนใจไอซ์ สองมือสั่นเทาในขณะมองคนรักที่ตกอยู่ในสภาพเจียนตาย ใบหน้าเสียโฉม ขาซ้ายถูกยิงจนไม่สามารถเดินได้ นอกจากนั้นรุ่นน้องอีกคนหนึ่งยัง...
“เอาล่ะ รีบคลานเข่าเข้ามาหากูซะสิ จูบรองเท้ากู แล้วก็กลับไปเป็นเป็นเหมือนเมื่อก่อน เหมือนปีที่แล้วที่เราคบกันไงเจมส์” ไอซ์ที่ถือปืนครองความได้เปรียบ ด้วยปืนที่อยู่ในมือ เธอเชื่อว่าสามารถกำราบเขาจนอยู่หมัด
“เจมส์....” เบียร์เอื้อมมือไปจับหน้าชายคนรัก ส่งเสียงเรียกแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ
เจมส์จับมือของเธอแนบแน่บ รับรู้ได้ถึงอารมณ์สั่นไหวของอีกฝ่าย
“ผมอยู่นี่ พี่ไม่เป็นไรแล้ว อีกเดี๋ยวรถฉุกเฉินก็มา รับรองว่าพี่ต้องปลอดภัย ตอนนี้แค่รอก่อน เดี๋ยวผมจัดการยายบ้านี่เสร็จทุกอย่างจะเรียบร้อย”
หล่อนเผยอยิ้มมุมปาก
“ขอบใจนะ พี่เลือกคนไม่ผิดจริงๆ ถึงภายนอกเจมส์จะดูเจ้าชู้ไปบ้างแต่ลึกๆ ข้างในก็มั่นคง ถึงแม้พี่จะตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย แต่เจมส์ยังอยู่ข้างพี่ไม่ไปไหน แต่มิวสิค...เธอต้องมาเป็นแบบนี้ก็เพราะพี่ เพราะพี่อยากให้เธอมาเป็นผู้หญิงของเจมส์แท้ๆ เลย ดังนั้นหลังจากนี้ พี่อยากให้เจมส์ดีกับเธอให้มากๆ นะ เหมือนกับที่ดีกับพี่ เข้าใจไหม”
“ครับ ผมเข้าใจ”
ได้ยินคำมั่นสัญญาจากชายคนรัก คล้ายกับเรื่องหนักใจได้ถูกยกออก จนทำให้เบียร์เผยรอยยิ้มหน่อยนึง ในขณะที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจนยากจะทานทน ก่อนที่ดวงตาจะค่อยๆ ปิดไป
“ร่ำลากันเสร็จแล้วสินะ งั้นก็ดี ตายๆ ไปสักที่น่ารำคาญ!” ไอซ์เดินเข้ามาใกล้ ใช้ปืนจ่อศีรษะแฟนเก่าระคนเสียสติ
“เอาล่ะส่วนมึงแค่กลับไปคบกับกู ทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม เหมือนกับครั้งก่อนไงเจมส์ เหมือนกับครั้งที่เราเคยรัก...”
“หุบปากซะ!”
“อะไรนะ...มึงบอกว่าให้กูหุบปาก นี่มึงรู้หรือเปล่าว่ากำลังพูดอยู่กับใครฮะ!”
ไอซ์แผดเสียงคำราม มือไม้สั่นระริก
เพียงแค่หล่อนขยับปลายนิ้วอีกมิลเดียว ไม่แน่ศีรษะของแฟนเก่าตรงหน้าอาจแหลกกระจุย
เจมที่ถูกปรับสภาพด้วย'เซรุ่ม'ถึงสามครั้ง ปฏิกิริยาตอบสนองย่อมเหนือกว่ามนุษย์ อีกทั้งฝ่ายที่ถือปืนยังไม่ใช่หน่วยงานที่ถูกฝึกมาอย่างดี แค่เขาฉวยโอกาสในเสี้ยววินาทีแล้วใช้สันมือสับคอ เธอก็สลบจนไม่สามารถลุกขึ้นมาคุกคามได้อีกเป็นครั้งที่สอง
...
“เบียร์ มิวสิค...” มองสองคนที่นอนอยู่ปลายเท้า เจมส์เผยใบหน้าเจ็บปวด
ถ้าหากแค่เสียโฉมเขายังพอมีโอกาสทำให้กลับไปเหมือนเดิมได้ แต่นี่ทั้งคู่กลับ...
เจมส์ร้องไห้ทั้งน้ำตา ในขณะเดียวกันรถตำรวจและรถกู้ภัยขับเข้ามาในวิทยาลัย
ก่อนหน้านี้นักศึกษาบางส่วนที่วิ่งหนีออกไปคงโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน พวกเขาถึงได้มากันเร็วขนาดนี้
สมองของชายหนุ่มว่างเปล่า ไม่รับรู้ถึงสิ่งรอบข้าง แม้แต่ตำรวจที่ต้องการสอบปากคำก็ไม่สามารถง้างปากเขาได้ โชคดีที่มีอธิการบดีเข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์
ตอนนี้เขาทำได้เพียงร้องไห้และร้องไห้ กระทั่งหนึ่งชั่วโมงผ่านไปสติสตังค่อยกลับมา
มองถุงมือสีดำที่อยู่ในมือซ้าย ใบหน้ามืดครึ้มเริ่มนึกถึงหนังสือที่อาจพาทั้งสองคนกลับมาได้ เขานั่งอยู่แบบนั้นคนเดียว กระทั่งสองชั่วโมงผ่านไปจึงได้ลุกขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความหวัง
......
เจมส์กลับมาถึงเรือ'เมจิกเชี่ยน'ในตอนบ่ายสามโมงเย็น
ปกติอาจต้องเล่นกับเจ้าลัคกี้ก่อน เพราะมันซนและดื้อจึงมักกระโดดเกาะแข้งเกาะขาคนที่ขึ้นเรือ
แต่วันนี้ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่เห็นมา หรืออาจเพราะสัญชาตญาณที่ทำให้มันรู้ว่าไม่ควรเข้าไปกวนเขาตอนนี้
เข้ามาถึงห้องนอน ซึ่งไว้สำหรับเก็บเครื่องเพชร ของมีค่าและหนังสือการ์ตูน เจมส์เริ่มทำการค้นหาหนังสือจากชั้นวางติดผนัง
เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการค้นหา
ไม่นานเกินรอจึงพบกับสิ่งที่ต้องการ ไม่มีคำว่าลังเลดึงสิ่งนั้นออกจากหน้าหนังสือทันทีที่พบ
มันมีลักษณะเป็นแหวนสีเงิน สลักลวดลายโบราณเก่าแก่ คล้ายกับลัทธินอกรีต
นอกจากนี้บนตัวแหวนยังมีตัวเลข คล้ายกับปฏิทินสลักไว้ ที่สามารถปรับแต่งได้ตามใจเพียงแค่ใช้นิ้วเคลื่อนย้าย
'แหวนกาลเวลา สามารถย้อนเวลาหรือเร่งเวลาไปข้างหน้าได้อย่างใจปรารถนา'
'ผลเสีบด้านลบ 1 วันไปข้างหน้า 1 วันกลับไปข้างหลัง เท่ากับอายุขัยผู้ใช้ 1 ปี'
นี่คือเครื่องรางของขลังจากเรื่อง'ราชันวิญญาณ'เป็นไอเทมที่โผล่มาแทบจะท้ายเรื่อง ซึ่งในเนื้อเรื่องเดิม ผลเสียด้านลบของมันคือความทรงจำของผู้ใช้ที่ถูกแหวนกลืนกิน แต่สำหรับเจมส์...คืออายุขัย 1 ปี
“นี่เท่ากับว่า เราต้องแลกด้วยอายุขัยหนึ่งปีเพื่อย้อนเวลากลับไปเมื่อวาน ก่อนที่เรื่องราวจะเกิดขึ้นสินะ” เจมส์ที่ซึมซับข้อมูลในหัวพึมพำกับตัวเอง
ชายหนุ่มไม่มัวลังเล หลังจากย่อยข้อมูลและผลเสียเริ่มที่จะ'ปรับ'ตัวเลขไปยังเมื่อวานทันที
สำหรับคนอื่นเขาไม่รู้ว่าจะกล้าใช้แหวนกาลเวลาหรือไม่ เพราะอายุขัย 1 ปีที่ต้องเสียไปไม่ใช่น้อยๆ โดยเฉพาะนักธุรกิจที่ถึงคราวแก่ตัวไป มักจะหายาบำรุง ไม่ก็ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยเพื่อยื้อชีวิต
แต่สำหรับเจมส์เบียร์และมิวสิคมีค่าเกินกว่าที่จะทนดูทั้งคู่จากไปเฉยๆ เมื่อมีโอกาสนำทั้งคู่กลับมา แม้จะเสียอายุขัยเพื่อแลกกับเมื่อวานก็ถือว่าคุ้มค่า
ตัวเลขถูกหมุนทวนเข็มไปเมื่อวาน
ในกรณีนี้ห้ามมีข้อผิดพลาดโดยเด็ดขาด เพราะถ้าหากย้อนกลับไปนานหลายวัน เท่ากับเสียอายุขัยไปหลายปี
เมื่อมองดูจนแน่ใจแล้วว่าถูกต้อง เป็นเมื่อวานแน่ๆ เจมส์จึง'กด'ปุ่มบนแหวน
ทันใดนั้นเขารู้สึกว่ารอบกายเริ่มบิดเบี้ยว สายตาพร่ามัว เหมือนกับอยู่ในทะเลดวงดาว
มีจุดแสงสว่างระยิบระยับเต็มไปหมด นอกจากนั้นยังเห็นสายน้ำผืนหนึ่งที่กำลังไหลย้อนทวนกระแส มันเป็นสายน้ำขนาดใหญ่ มีเรื่องราวของโลกและทุกๆ ชีวิตกำลังไหลย้อนกลับ
มันเป็นภาพที่แสนงดงาม ซึ่งเขาไม่เคยสัมผัสหรือเคยเห็นมาก่อน
เจมส์ลอยคว้างอยู่ในสายน้ำแห่งกาลเวลา ร่างกายไร้น้ำหนัก ไม่รับรู้ถึงแรงต้านใดๆ และไม่สามารถว่ายหรือวิ่งได้
ดวงตาเป็นสิ่งเดียวที่พอจะขยับได้ ทำได้เพียงกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยความพรั่นพรึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเผชิญ อยู่เหนือสามัญสำนึก เกินกว่าจะนำไปคิดหรือหาหลักเหตุผลมาอธิบาย
เขาทำได้เพียงปล่อยให้ตัวเองล่องลอยอยู่อย่างนั้น
กระทั่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่มีใครทราบ ภาพทุกอย่างเริ่มมืดลง มืดลงจนมองไม่เห็นสิ่งใด...