ดวงตะวันกำลังจะลับฟ้าถนนการค้าสายหลักของเมืองฉางอันเต็มไปด้วยโคมไฟหลากสีสัน หลายรูปทรงแขวนเอาไว้ทุกหนแห่ง
ร้านค้าต่างๆเปิดต้อนรับลูกค้าอย่างอึกทึกครื้นเครงและยามที่ดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่กลางฟากฟ้า ความครึกครื้นของเทศกาลหยวนเซียวก็ได้กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง
บนเหลาสุราใจกลางถนนสายการค้าซือหาน จิวหรง เฟยเซียงและเกาซินกำลังนั่งรับประทานอาหารและชื่นชมบรรยากาศของงานเทศกาลที่กำลังเริ่มขึ้นหลังจากรับประทานอาหารกันเรียบร้อย เฟยเซียงเหลือบมองท้องฟ้าและเอ่ย “ยังพอมีเวลา...พี่หญิง พวกเราไปเดินเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวกันเถอะ”
ซือหานมองไปที่สตรีทั้งสองก่อนจะเอ่ยถามออกไป“พวกเราไม่เดินด้วยกันหรอกหรือ?”
เฟยเซียงยิ้มอ่อน ใบหน้าของนางนั้นใสสะอาดและบริสุทธิ์แตกต่างจากภาพที่เขาได้เห็นในวันนี้ราวกับเป็คนละคน
“ไม่ได้หรอกพี่เขย...พวกผู้หญิงจะซื้อของใช้ส่วนตัวกันไม่สะดวกให้พวกผู้ชายเห็นหรอกนะ เอาเป็ว่า พี่เขยนั่งดื่มกับพี่เกาไปพลางๆ ไม่เกินหนึ่งชั่วยามข้าจะพาตัวพี่หญิงมาคืนให้ท่าน”
ซือหานพยักหน้าขึ้นลงเขาไม่ได้ติดขัดอะไร แต่ทว่าชั่วอึดใจในหัวของเขากลับคิดถึงคำว่า ‘ของใช้ส่วนตัว’
‘ของใช้ส่วนตัวของสตรีที่ไม่้าให้บุรุษเห็นหรือว่าจะเป็ชุดชั้นในแบบชาวเปอร์เซียหรือไม่ก็แก่นกายเทียมที่แอบซ่อนไว้’คิดได้แบบนั้นซือหานสะบัดไปหน้าไปมาเขารีบไล่ความคิดหมุกหมุนออกไปจากหัว
หากไม่ใช่เพราะภาพการร่วมรักของเกาซินและเฟยเซียงยังวนเวียนอยู่ในหัวตลอดมาเขาคงไม่กล้ามีความคิดพวกนี้อย่างแน่นอน
ซือหานและเกาซินนั่งร่ำสุรากันอยู่บนชั้นสอง ทั้งคู่ค่อนข้างคุยกันถูกคอ ประกอบกับสุราเข้าปากพวกเขาก็ได้พูดคุยกันอยู่หลายเื่
“ท่านเกาคิดอย่างไรกับเฟยเซียงหรือ?”ซือหานเอ่ยถามด้วยความสงสัย จากภาพที่เห็นในวันนี้ หากพวกเขาจะเข้าพิธีแต่งงานกันในอนาคตก็ไม่ใช่เื่แปลก
ได้ยินเช่นนั้น เกาซินยกสุราขึ้นดื่มเขาหัวเราะเบาๆ
“เหตุใดถึงถามเช่นนี้ละข้าและเฟยเซียงเป็สหายกันมาั้แ่เด็กพวกเราทั้งคู่ไม่มีความคิดที่จะอยู่ร่วมชายคาเดียวกันสักครั้ง นางเป็สหายเป็น้องที่ดีของข้าและข้าก็เป็มิตรสหายที่ดีของนาง”
ฟังคำพูดของอีกฝ่ายในใจซือหานอยากร้องะโออกมาเสียงดัง ‘โกหก!! ก็เ้าจัดหนักนางไปตั้งขนาดนั้น ยังตีหน้าซื่อเล่าความว่าเป็สหายกันอีกงั้นเหรอ??’
เขายังคงเอ่ยถามหยั่งเชิงออกไป“น่าสนใจนะ อยู่กับสาวงามอันดับสี่ของเมืองหลวง แต่กลับไม่หวั่นไหวแบบนี้หาได้ยากจริงๆ”
เกาซินหัวเราะออกมา“ฮาฮ่าๆ ถ้าท่านได้รู้จักกับนางั้แ่เด็กๆ ท่านต้องไม่พูดคำนี้ออกมาอย่างแน่นอนและอีกอย่าง ถึงพวกเราสองคนจะเหมาะสมกันในสายตาของคนอื่น ทว่าเราทั้งคู่รู้ดีข้าไม่มีทางทิ้งชายแดน เลือกแต่งงานและเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง เช่นเดียวกับนางไม่มีวันจะทิ้งแสงสีในเมืองนี้ไปอยู่ชายแดนกับข้าแน่นอน”
“น้องเกาไม่มีความคิดที่จะอยู่ในเมืองฉางอันแห่งนี้เลยเหรอ??”
เกาซินส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่มีแม้แต่น้อย ข้าเติบโตที่ชายแดนั้แ่เด็กที่นั่นเปรียบเสมือนบ้านของข้าฉางอันที่รุ่งเรืองแห่งนี้ก็เป็ได้แค่สถานที่ท่องเที่ยวเป็ครั้งคราวเท่านั้นและอีกสิบวัน ข้าก็คงต้องบอกลาเมืองหลวงแล้ว” พูดจบเขารินสุราลงจอกให้กับซือหานดื่ม
ซือหานรับสุราแม้ภาพที่เขาเห็น เกาซินจะไม่เหมือนชายชาตินักรบเท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้คุยกันแล้วเขาก็เกิดความรู้สึกเลื่อมใสในตัวอีกฝ่ายขึ้นมา “แผ่นดินถังได้ ตระกูลเกาช่วยปกป้องให้อยู่เย็นเป็สุขข้าขอเป็ตัวแทนของประชาชนขอบคุณน้องชาย”
อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ“ขอบคงขอบคุณอะไรกัน ข้าก็ทำตามหน้าที่เท่านั้น”
ซือหานเอ่ยปาก “อย่าถ่อมตัวเลย ประชาชนในเมืองคงไม่มีสิ่งใดตอบแทนตระกูลเกาได้มากกว่าคำว่าขอบคุณ”
“ตอบแทนได้สิ” ในตอนนั้นเกาซินพึมพำด้วยเสียงแ่เบากับตัวเอง ยากที่ซือหานจะได้ยินอย่างชัดถ้อย
“เมื่อครู่น้องเกาพูดสิ่งใด ข้าได้ยินไม่ชัด?” ซือหานเอ่ยถาม
เกาซินส่ายหน้าเบาๆ“ข้าไม่ได้พูดอะไร พี่หาน ท่านเริ่มจะเมาแล้วนะ ฮาฮ่าๆ”
ซือหานยกสุราขึ้นดื่มอีกจอก“ไม่ต้องห่วง ข้ายังดื่มได้อีกเยอะ”
เขายกจอกสุราพร้อมเอ่ยถามเื่ของเฟยเซียงจากที่ไม่เคยสนใจคิดถามมาก่อน หากแต่ภาพของนางในวันนี้ ทำให้ชายหนุ่มใคร่รู้จักมากขึ้นอีกหน่อย“ท่านกับเฟยเซียง สนิทกันั้แ่เด็กเลยงั้นสินะไม่ใช่ว่าคนหนึ่งอยู่แต่เมืองหลวง อีกคนอยู่ชายแดนมาตลอดหรือ?”
เกาซินตอบกลับ“ตอนข้า ห้าถึงหกขวบ การศึกชายแดนตึงเครียดท่านพ่อห่วงที่ข้ายังเด็กจึงฝากข้าไว้กับท่านลุงหวังพวกเราเลยรู้จักกันั้แ่ตอนนั้น ท่านเชื่อหรือไม่ตอนเด็กๆเฟยเซียงชอบแต่งตัวเป็บุรุษ นางร้องอยากจะเป็บุรุษให้ได้ จนได้ทะเลาะกับท่านลุงหวังนางยังเคยคิดจะตามข้าไปเป็ทหารในกองทัพด้วยนะ แน่นอนว่าท่านลุงหวังไม่ยอมในตอนนั้น ข้าถามนางว่า เ้าหน้าตาสะสวยขนาดนี้ หากเป็บุรุษไปไม่เสียดายแย่เหรอ? พี่ชาย ท่านรู้ไหมนางตอบข้าว่าอะไร”
ซือหานมองไปที่อีกฝ่ายด้วยความรู้สึกสนใจที่จะฟังคำตอบ
เกาซินยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้เขาพูดเชิงกระซิบ “นางบอกกับข้าว่าตัวเองเป็ได้ทั้งหญิงและชาย แล้วแต่ว่าตอนนั้น นาง้าจะเป็อะไร” พูดจบเกาซินดึงตัวกลับก่อนจะหัวเราะออกมา
“ท่านว่านางบ้าหรือไม่ฮาฮ่าๆ”
ระหว่างที่คุยกันซือหานคิดถึงจิวหรงและเฟยเซียง ยิ่งมาได้ยินว่าเฟยเซียงเคยบอกว่าตัวเองเป็ได้ทั้งหญิงและชายความคิดไร้สาระก็ได้ปรากฏขึ้นมาในหัว ภาพที่หญิงสาวผู้งดงามสองคนกำลังเลือกซื้อชุดลามกและภาพที่จิวหรงและเฟยเซียงกำลังสวมใส่ชุดชั้นในเปอร์เซียตัวเล็กแบบมีผ้าผูกกระทั่งคิดไปถึงว่าทั้งคู่กำลังเลือกซื้อแก่นกายเทียมให้กันและกัน
ยิ่งคิดยิ่งไม่อาจปล่อยผ่านได้ซือหานวางจอกสุราในมือพร้อมกล่าว “น้องเกาข้ารู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วนเล็กน้อย ขอตัวสักครู่”
จากนั้น ซือหานรีบวิ่งลงจากเหลาสุราเขาเดินไปบนถนนเส้นที่สามของเส้นการค้า ถนนสายนี้ขายเครื่องใช้ของสตรีเป็หลักโชคดีที่เป็เทศกาลหยวนเซียว ซือหานจึงสามารถเลือกซื้อหน้ากากจากข้างทางมาสวมใส่เพื่อปิดบังตัวตน
ชายหนุ่มกวาดสายตาไปรอบตัวบังเอิญมองไปเจอสตรีทั้งสองคนกำลังเลือกซื้อเครื่องประดับกันอยู่พอดี แม้ตนเองยังบอกไม่ถูกว่ารู้สึกโล่งใจหรือผิดหวังกันแน่ที่ทั้งคู่ไม่เป็ไปตามภาพในหัวของเขา
หลังจากที่หญิงสาวทั้งสองได้เลือกเครื่องประดับที่ถูกใจทั้งคู่ก็เดินเข้าร้านเสื้อผ้า จิวหรงหยิบชุดสีฟ้าอ่อน ส่วนเฟยเซียงเลือกชุดสีแดง พวงนางเดินเข้าไปด้านในเพื่อที่จะลองชุด
ซือหานรีบตามเข้าไปเขาได้บอกกับเถ้าแก่ว่าจะมาเลือกซื้อชุดให้ภรรยา ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว
เถ้าแก่ร้านรีบเอ่ยห้าม“นายท่าน ท่านเลือกมาเลือกชุดให้ภรรยามิใช่หรือเหตุใดถึงต้องเข้าไปลองชุดด้วยเล่า??”
ซือหานชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพูดตอบไปว่า
“พอดีว่าภรรยาของข้ามีขนาดตัวเท่าข้านะนางค่อนข้างเป็คนตัวใหญ่ ถ้าเป็ชุดที่ข้าใส่ได้ นางก็จะใส่ได้พอดีตัว”
เถ้าแก่ร้านมองั้แ่หัวจรดเท้าของอีกฝ่ายโชคดีที่เขามีหน้ากากปิดบังใบหน้าจึงไม่ต้องรับความอับอายมากนัก
เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่ร้านกำลังคิดหนักซือหานหยิบก้อนเงินออกมาและยื่นให้อีกฝ่ายรับไว้ “ข้า้าหาชุดเป็ของขวัญให้กับภรรยาจึงไม่ได้พานางมา เถ้าแก่โปรดช่วยเหลือ”
ได้รับอนุญาตจากเถ้าแก่ร้านซือหานเดินตามเข้าไป เขาพยายามหาช่องทางที่จะมองเข้าไปด้านใน แต่ก็ไม่สำเร็จจึงใช้หูแนบเข้ากับกำแพงเพื่อฟังสิ่งที่ทั้งสองคนพูดคุยกันแทน เวลานี้ซือหานรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็โจรราคะที่กำลังตามติดสาวงามอย่างแท้จริง