เสียงเปิดประตูดังแ่ ๆ ทำให้ผมรู้ว่าเมษากลับเข้ามาในห้องของผมแล้ว ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในห้องน้ำ กับที่จอโปร่งแสงปรากฏตรงหน้า ผมอ่านข้อความที่ระบบส่งมาก่อนหน้าอีกครั้งอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้พลาดอะไรไป
ผมยิ้มกว้างจนแทบหุบไม่ลง ก่อนจะพึมพำในใจ
“50,500 บาท... แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง มันบ้าไปแล้วจริง ๆ”
ความคิดเริ่มเงียบลงเมื่อภาพเหตุการณ์ระหว่างผมกับน้องเมษาเมื่อครู่ย้อนกลับมาในหัว
แม้เราจะไม่ได้ก้าวไปถึงที่สุด แต่สำหรับผมแล้ว...มันก็มากพอที่จะเรียกว่า “สุด ๆ” ั้แ่จำความได้
“การได้มีอะไรกับผู้หญิง...ทำให้ได้เงินเยอะขนาดนี้เลยเหรอ” ผมถามระบบในใจด้วยความสงสัยปนใ
[ใช่ครับ เป็หนึ่งในข้อกำหนดของระบบ ที่จะช่วยให้ท่านได้รับทั้งผลตอบแทนและความสุขไปพร้อมกัน]
ผมชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือระแวงกับกติกาประหลาด ๆ นี้ดี
“แล้วฉันจะใช้สกิล ไว้วางใจ ได้อีกทีตอนไหน” ผมถามด้วยความอยากรู้ สายตาเป็ประกาย รอยยิ้มแทบจะหลุดออกมาเอง
[สกิล ไว้วางใจ ระดับ 1 สามารถใช้ได้วันละครั้ง หรือต้องครบ 24 ชั่วโมง หาก้าเวลาที่น้อยลง ท่านต้องเพิ่มระดับสกิล ไว้วางใจ]
“งั้นก็แปลว่า...” ผมกำลังจะถามต่อ แต่ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงเรียก
ก๊อก ๆ ๆ
“พี่...ทำไมเข้าห้องน้ำนานจัง” เมษาเรียกเสียงด้วยเสียงใส ๆ ของเธอปนบ่นเล็กน้อย
“อะ...เอ่อ แป๊บนะ พี่เผลอเล่นโทรศัพท์เพลินไปหน่อย” ผมรีบโกหกกลบเกลื่อน แล้วก็ลุกขึ้นอาบน้ำต่อทันที
“พี่นี่นะ...” เสียงบ่นแ่ ๆ ของเธอดังลอดเข้ามา ทำให้ผมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
...
ผมออกมาจากห้องน้ำ ท่อนล่างพันผ้าเช็ดตัวไว้ หยดน้ำยังเกาะตามแผ่นอกที่เพิ่งเช็ดลวก ๆ ดวงตากวาดมองไปรอบห้องเงียบสงัด
“กลับห้องแล้วเหรอ...” ผมพึมพำออกมา พลางเช็ดหัวตัวเองที่ยังชื้น
“อยู่นี่ต่างหาก...” เสียงหวานของเมษาดังมาจากเตียงนอน
ผมหันไปมองก็เห็นเธอนอนเอนอยู่บนที่นอนของผม มือถือในมือสว่างวาบเหมือนกำลังพิมพ์ข้อความหาเพื่อนอยู่
“อ้าว...พี่นึกว่ากลับไปแล้ว ใหมด นึกว่าโกรธซะอีก” ผมพูดพลางยิ้มกว้าง เดินเข้าไปใกล้
เธอเงยหน้าขึ้นนิดหน่อย ส่งรอยยิ้มบาง ๆ มาให้ “จะโกรธทำไมกันเล่า...” จากนั้นก็หันกลับไปกดโทรศัพท์ต่อเหมือนตั้งใจไม่ให้ผมเห็นว่าหน้าเริ่มแดง
ผมมองดูเธอที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ไม่รู้ว่าเธอสวมชุดอะไรไว้ข้างใน เธอหันมามองผม สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
“อะไรเหรอคะ...” เธอถามเสียงอ่อน ๆ ดวงตากระพริบถี่เหมือนคนงง ๆ
“เปล่า ๆ ...เห็นนอนกดโทรศัพท์เลยนึกว่าคุยกับแฟนอยู่” ผมตอบพลางหัวเราะเบา ๆ แกล้งทำสีหน้าล้อ ๆ
เมษาหัวเราะคิกออกมา “แฟนที่ไหนกันคะพี่...ไม่มีสักหน่อย พี่ไปแต่งตัวได้แล้ว”
ผมเดินไปหน้าตู้เสื้อผ้า พลางเช็ดตัวให้แห้ง ก่อนหยิบเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นผ้ายืดออกมาเปลี่ยน
เมื่อเปลี่ยนเสร็จ ผมเดินกลับมาที่เตียงนอนอีกครั้ง
ผมก้าวไปฝั่งตรงข้ามที่เมษานอนอยู่ ดีหน่อยที่เตียงขนาดใหญ่พอให้เราทั้งคู่ไม่อึดอัด
สายตาเธอยังคงจับจ้องมาที่ผมเล็กน้อย ดวงตาเป็ประกายแฝงความเขินนิด ๆ
ผมนั่งพิงหัวเตียง ปรับตัวเองให้นั่งสบาย ก่อนเอ่ยถามเมษา “พี่ถามได้ไหม...ทำไมถึงอยากมานอนด้วยแบบนี้ ไม่กลัวพี่ทำอะไรเหรอ”
เธอหันหน้ามามองผม แม้ตัวยังคงนอนหงายอยู่ เธอพยายามกลั้นยิ้ม “ก็ทำไปแล้วไง จะกลัวอะไรอีกล่ะ อีกอย่างหนูไม่อยากอยู่ห้องคนเดียว ไม่มีเพื่อนนี่”
ผมหัวเราะออกมาทันที “อ๋อ”
ผมยิ้ม ยืนมือไปลูบศีรษะเธอเบาๆ “เอาเป็ว่าพี่จะไม่ทำอะไรแบบนั้นกับน้องแล้วนะ เพื่อความสบายใจ”
ผมมองเธอพลางคิด “พูดไปมันก็เท่อยู่หรอก แต่ใจหนึ่งก็ยังอยากทำอยู่”
เมื่อผมพูดจบ เมษาหันขวับมาทันทีจนผมถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
เธอรีบเอ่ยเสียงแ่ ๆ ว่า “นอนดีกว่า...”
แล้วก็พลิกตัวคว้าผ้าห่มมาคลุมไปทั้งตัว ราวกับจะซ่อนสีหน้าแดงจัดที่ไม่อยากให้ผมเห็น
ผมมองภาพนั้นพลางยิ้มมุมปาก หัวใจรู้สึกอุ่นแปลก ๆ ก่อนจะคิดในใจ
“ไม่ตอบแบบนี้...คงมีครั้งต่อไปแน่”
ผมเอนตัวลงนอนข้าง ๆ พลางเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“นอนดึกแบบนี้ พรุ่งนี้จะไปเรียนไหวเหรอ… แต่เมื่อเช้าน้องก็ไม่ได้ไปนิ”
เสียงของเมษาดังลอดออกมาจากในผ้าห่มอย่างอู้อี้
“วันนี้กับพรุ่งนี้ไม่ได้ไปหรอกค่ะ อาจารย์สั่งงานไว้แล้ว”
ผมหันไปมองผ้าห่มที่พองขึ้นตามลมหายใจของเธอ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ พร้อมพูดเพียงสั้น ๆ
“อ่อ...”
ผมขยับตัวนอนตะแคงหันหน้าไปทางเธอ “อ่อ...ลืมถามเลย น้องเรียนสาขาอะไรเหรอ”
เมษาขยับผ้าห่มลงเล็กน้อย โผล่หน้าออกมา ดวงตากลมใสเหลือบมองผมแวบหนึ่งก่อนตอบ
“การตลาดค่ะ... แต่ไม่ค่อยเก่งตัวเลขเท่าไหร่”
ผมยิ้มบาง ๆ “งั้นก็เก่งเื่พูดสินะ ถึงได้คุยเก่ง”
เธอหัวเราะคิก สีหน้าแดงระเรื่อ “พี่นี่ก็... ชมเกินไปแล้ว”
ผมมองเธอที่กำลังเขินแล้วยกยิ้มในใจ
ผมคิดอยู่สักพักก่อนจะพูดออกไปเบา ๆ “พี่นอนก่อนนะ”
เมษาเอียงหน้ามาทางผมเล็กน้อย ดวงตาเป็ประกายแม้ในแสงไฟสลัว “ค่า...ฝันดีนะคะ”