ท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟกระดาษที่แกว่งไกว กลิ่นหอมกำยานราคาถูกอบอวลไปทั่วห้องหอพักในหอนางโลม ‘บุปผาโปรย’ เสียงดนตรีพิณที่แว่วมาจากโถงด้านล่างนั้นช่างขัดกับบรรยากาศมาคุภายในห้องชั้นบนสุดแห่งนี้เหลือเกิน
บนเตียงไม้สลักลายัคาบแก้วที่ดูหรูหราแต่ร่องรอยการดูแลกลับย่ำแย่ ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนแผ่หราไม่ได้สติ เสื้อผ้าชุดไหมสีม่วงหลุดลุ่ยส่งกลิ่นสุราแรงคลุ้ง
“ตายไปซะ... ไอ้ขยะกงจื่อสี่!”
เสียงคำรามต่ำดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏกายของชายชุดดำสามคน พวกมันพุ่งทะลุหน้าต่างเข้ามาราวกับเงาปีศาจ ดาบเหล็กกล้าสะท้อนแสงจันทร์เป็ประกายเย็นเยียบเป้าหมายคือลำคอของชายที่กำลังหลับใหล
ในวินาทีนั้นเอง... ดวงตาที่ควรจะพร่ามัวด้วยฤทธิ์สุรากลับเบิกโพล่งขึ้น!
‘เฮือก!’
จงเทียน สะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกเหมือนตกจากที่สูง สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โชว์ตาราง Excel ค้างไว้ในเวลาตีสาม ก่อนที่หัวใจจะบีบคั้นจนเขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงาน แต่วินาทีนี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่หน้าจอ 24 นิ้ว แต่มันคือปลายดาบที่พุ่งเข้ามาหมายจะปลิดชีวิต!
“เชี่ย!”
สัญชาตญาณเอาตัวรอดของพนักงานออฟฟิศที่ต้องคอย ‘หลบ’ งานและ ‘เลี่ยง’ ความผิดจากเ้านายมาตลอดสิบปี ทำให้ร่างกายของเขาขยับไปเอง จงเทียนถีบตัวเข้ากับเสาเตียงอย่างแรง ส่งร่างที่ดูอ้อนแอ้นของเขากลิ้งหลุนๆ ตกลงไปกองกับพื้นในท่าทางที่ดูไม่จืด
เคร้ง! ดาบฟันลงบนหมอนปักลวดลายจนนุ่นกระจายฟุ้ง
“ที่นี่ที่ไหน? แล้วพวกแกเป็ใคร! ล้อกันเล่นรึเปล่าเนี่ย!” จงเทียนะโลั่น หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ทันใดนั้น ความทรงจำมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวจนเขาต้องกุมขมับ
เขาไม่ได้อยู่ในห้องเช่ารูหนูที่กรุงเทพฯ อีกต่อไป แต่นี่คือโลกของผู้ฝึกยุทธ์ และร่างที่เขาสิงอยู่คือ ‘กงจื่อสี่’ ลูกชายคนที่สี่ของเ้าสำนักมารทมิฬ ผู้ที่วันๆ เอาแต่ใช้เงินซื้อความสุขจนเป็ที่รังเกียจของคนทั้งพรรค
“ยังจะทำไก๋อีกรึ? เ้าสำราญหัวขวดอย่างเ้า ตายไปพรรคมารทมิฬก็ไม่สึกหรอหรอก!” นักฆ่าคนหนึ่งแค่นเสียงหัวเราะ “พี่ใหญ่ของเ้าสั่งมา... เขาบอกว่าไม่อยากให้เ้าอยู่จนเห็นวันสถาปนาเ้าสำนักคนใหม่!”
[ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะวิกฤตระดับสีแดง... ระบบสมดุลมาร์ เริ่มต้นการติดตั้ง 10%... 50%... 100%] [ตรวจพบว่าโฮสต์มีการตอบสนองที่ลนลานเกินไป: ค่าความสงบ -20, พลังกายภาพลดลง 10%]
ระบบ? มีระบบด้วยเหรอ! แต่นี่มันระบบบ้าอะไร ทำไมมันมาลดพลังตูตอนจะโดนฆ่าวะ! จงเทียนในร่างกงจื่อสี่สบถในใจอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่นักฆ่าทั้งสามเริ่มล้อมกรอบเขาไว้ทุกทิศทาง
[คำเตือนจากระบบ: ศาสตร์แห่งมาร์ที่แท้จริงคือความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว หากโฮสต์ยังสู้รบปรบมืออย่างลนลาน ระบบจะทำการทำลายดวงิญญาเพื่อหาโฮสต์ใหม่ที่ ‘นิ่ง’ กว่านี้]
[ภารกิจบังคับ: จงรอดพ้นจากการลอบสังหารด้วยวิธีที่ ‘เกียจคร้าน’ ที่สุด] [รางวัล: ปลดล็อกขั้นที่ 1 ‘จิตว่างวางวาย’]
กงจื่อสี่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขามองดูคมดาบที่กำลังจะฟันลงมาอีกรอบ หากเป็นิยายเื่อื่น พระเอกคงจะหยิบดาบขึ้นมาสู้คืนอย่างสง่างาม แต่เขา... เขาเกลียดความรุนแรง และที่สำคัญ เขาี้เีเกินกว่าจะออกแรงวิ่งหนีในห้องแคบๆ นี้แล้ว
‘เอาวะ... ี้เีก็ี้เี!’
แทนที่จะลุกขึ้นยืน กงจื่อสี่กลับตัดสินใจนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นไม้เย็นเฉียบอย่างหน้าตาเฉย เขาหยิบจอกเหล้าที่ตกอยู่ข้างๆ ขึ้นมาปัดฝุ่น แล้วรินเหล้าที่เหลืออยู่ครึ่งขวดลงไปช้าๆ
“พวกเ้า... ใจเย็นๆ ก่อนได้ไหม?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ราวกับคนพึ่งตื่น “พี่ใหญ่ให้ทองพวกเ้าเท่าไหร่? บอกมาสิ ข้าจะให้เพิ่มเป็สามเท่า... แต่ขออย่างเดียว ตอนนี้ข้าง่วงมาก ขอนอนต่ออีกสิบนาที แล้วพวกเ้าค่อยมาปาดคอข้าตอนหลับได้ไหม?”
นักฆ่าทั้งสามชะงักฝีเท้าทันที พวกมันมองหน้ากันอย่างงุนงง ในสายตาของพวกมัน กงจื่อสี่คนนี้ดูเปลี่ยนไป ไม่ใช่คนขี้ขลาดที่ร้องขอชีวิตจนน้ำตาไหลพราก แต่กลับดูเป็คนเสียสติที่เห็นความตายเป็เื่น่าเบื่อ
“มันเล่นแง่! อย่าไปฟังมัน ฆ่า!”
[ติ๊ง! โฮสต์แสดงพฤติกรรม ‘ี้เีสู้’ ท่ามกลางความเป็ตาย] [ความแม่นยำของศัตรูลดลง 85% เนื่องจากความสับสนและจิตสังหารที่แปรปรวน] [ปลดล็อกทักษะ Passive: กายาไร้ัั (ระดับเริ่มต้น)]
นักฆ่าคนแรกกระโจนเข้าใส่ ฟันดาบวิถีโค้งหมายจะแยกไหล่ของเขาออกเป็สองซีก แต่ในวินาทีที่ดาบจะถึงตัว กงจื่อสี่กลับรู้สึกว่าร่างกายมันเบาหวิว เขาเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยเพราะรู้สึก ‘เมื่อยหลัง’ พอดี ทำให้ดาบฟันถูกเพียงอากาศธาตุ!
ฟุ่บ!
“อะไรกัน!” นักฆ่าสบถ ออกแรงฟันต่อเนื่องอีกสามกระบวนท่า ทว่ากงจื่อสี่ที่นั่งปัดฝุ่นเสื้อผ้าบ้าง เกาหลังบ้าง หรือแม้กระทั่งก้มลงไปเก็บถั่วที่ตกบนพื้นขึ้นมากิน กลับหลบพ้นทุกวิถีดาบอย่างน่าประหลาด ราวกับเขามีตาหลัง หรือไม่ก็ร่างกายนี้กำลังขยับไปตามกระแสลมเอง
“ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่อยากสู้... มันเหนื่อย” กงจื่อสี่พูดพลางหาวหวอด “รู้ไหมว่าการแกว่งดาบหนึ่งครั้งใช้พลังงานกี่แคลอรี่? ทำไมพวกเ้าไม่ออมแรงไว้ไปทำอย่างอื่นบ้าง?”
[ติ๊ง! ศัตรูเกิดภาวะ ‘หัวร้อน’ ถึงขีดสุด] [ได้รับแต้มหมั่นไส้: +100, +150, +200] [เงื่อนไขครบถ้วน... ปลดล็อก: ลมปราณมารเกียจคร้าน ขั้นที่ 1]
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนไป ความหนาวเหน็บสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างของกงจื่อสี่ ควันสีดำจางๆ เริ่มวนเวียนรอบตัวเขาคล้ายกับัตัวเล็กที่กำลังบิดี้เี
“ข้าจะถลกหนังเ้า!” นักฆ่าทั้งสามรุมเข้ามาพร้อมกันจากสามทิศทาง คราวนี้พวกมันใส่พลังปราณลงในดาบจนเกิดแสงสีแดงฉาน
กงจื่อสี่ไม่ได้ขยับหนี เขาเพียงแค่ถอนหายใจยาวๆ “เฮ้อ... กะจะนอนดีๆ ซะหน่อย ทำไมมันวุ่นวายแบบนี้นะ”
เขาสะบัดมือเบาๆ ราวกับไล่แมลงวัน ทว่าแรงสะบัดนั้นกลับปลดปล่อยคลื่นลมปราณสีดำทมิฬที่อัดแน่นไปด้วยความหนักแน่นและเฉยเมยออกมาเป็วงกว้าง!
ตูมมมมมม!
แรงะเินั้นไม่ได้ทำลายข้าวของ แต่มันพุ่งเป้าไปที่สิ่งมีชีวิตที่มีจิตสังหาร นักฆ่าทั้งสามกระเด็นปลิวออกจากห้องทะลุฝาผนังไม้จนแตกละเอียด ร่างของพวกมันร่วงหล่นจากชั้นสามลงสู่พื้นถนนด้านล่างเสียงดัง ตุ้บ! ก่อนจะสลบเหมือดไปในทันที
ความเงียบกลับคืนมาสู่ห้องอีกครั้ง กงจื่อสี่มองดูรอยโหว่ขนาดใหญ่ที่ผนังห้องด้วยสายตาว่างเปล่า
“หน้าต่างพังหมดเลย... หวังว่าเ้าของหอนางโลมจะไม่มาเก็บเงินข้านะ” เขากระซิบกับตัวเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนพื้นไม้ซุงที่ยังเหลืออยู่ ไม่คิดแม้แต่จะตามไปซ้ำศัตรู
[ภารกิจสำเร็จ: รอดชีวิตมาได้โดยการใช้แรงไม่ถึง 1% ของร่างกาย] [รางวัล: ปรับพื้นฐานร่างกายใหม่, ปลดล็อกหน้าต่างระบบบริหารพรรค] [ฉายาปัจจุบัน: ขยะที่โลกไม่ลืม]
“ระบบ... คราวหน้าช่วยขอรางวัลที่เป็ ‘เตียงนุ่มๆ’ แทนได้ไหม?” กงจื่อสี่บ่นพึมพำขณะที่เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง
โลกก่อนเขาต้องทำงานจนตาย โลกนี้เขาได้รับโอกาสใหม่ในร่างลูกชายเ้าสำนักมารผู้ร่ำรวย... ใครจะอยากไปฝึกวิชาให้เหนื่อย? ใครจะอยากไปกู้โลกให้ลำบาก?
เขาจะเป็ทายาทพรรคมารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยการ... ไม่ทำอะไรเลย!
ทว่า กงจื่อสี่ไม่รู้เลยว่า แรงะเิเมื่อครู่ได้ปลุกเหล้ายอดฝีมือในเมืองหลวงพรรคมารให้ตื่นขึ้น และชื่อของ ‘คุณชายสี่ขยะสังคม’ กำลังจะกลายเป็ฝันร้ายที่ทุกคนต้องจดจำ
Wisan-Mars