ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    54 ช่วยเจียวเหล่งนึ่ง ด้วยเงินตำลึงเดียว

               “ ช้าก่อน  ท่านหลงซานกู่  ถ้าขืนเรายังเสนอราคาเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ  ข้าว่าอีกหลายชั่วยามก็คงไม่ได้ผู้ชนะเป็นแน่ เพราะท่านกับข้าคงไม่มีใครยอมแพ้ใครอยู่แล้ว”          ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอต่อตาเฒ่า หลังจากที่อีกฝ่ายเรียกราคาสูงถึง 100,000 ตำลึงเพื่อหวังปิดเกมเสียที           “ ข้าว่าเอาเช่นนี้ดีหรือไม่ เราทั้งคู่มาตัดสินกันด้วยการเขียนตัวเลขที่ต้องการประมูลรอบสุดท้ายลงในกระดาษ ใครให้จำนวนที่มากกว่าก็เป็นผู้ชนะ และเป็นฝ่ายได้ครอบครัวแม่นางเจียวไป แต่ข้ามีข้อแม้เพิ่มเติมคือ ผู้ที่ประมูลแพ้จะต้องเสียเงินจำนวนที่ตนประมูลให้กับผู้ชนะ ท่านเห็นเป็นเช่นไร”                 “ ประเสริฐ  ถ้าเช่นนั้นตกลงตามนี้  เด็ก ๆ เอากระดาษกับพู่กันมา”          หลงซานกู่รีบรับปากในทันที เพราะว่าตอนนี้เขาเริ่มเสียดายเงินจำนวนมหาศาลที่ต้องจ่ายเพื่อการประมูลครั้งนี้ ขืนปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปไม่แน่ว่าตนอาจจะต้องจ่ายถึง 1,000,000 ตำลึงก็เป็นได้  ดังนั้นข้อเสนอนี้ของอีกฝ่ายนับว่าเป็นผลดีต่อตนเป็นอย่างยิ่ง  อีกอย่างตนยังจะได้เงินของอีกฝ่ายที่เป็นฝ่ายแพ้มาชดเชยจำนวนที่ตนต้องจ่ายไป เรียกว่างานนี้อีกฝ่ายเตะหมูเข้าปากหมา ส่วนตัวเขาเองกลับได้ถึงสองเด้งเลยทีเดียว  คิดได้เช่นนั้นเขาจึงหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจและรู้สึกสมเพชในความเขลาของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้             “ ขอเชิญท่านทั้งสองเขียนตัวเลขที่ต้องการประมูลได้เลยเจ้าค่ะ”         แม่เล้าประกาศให้ผู้ประมูลทั้งสองลงมือใส่จำนวนเงินที่ต้องการประมูล โดยหลงซานกู่เหลือบมองชายหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนที่จะลงมือเขียนตัวเลขลงไป เมื่อพับเสร็จจึงส่งให้กับแม่เล้า  ในขณะอีกฝ่ายก็ก้มหน้าใส่ตัวเลขลงไป เสร็จแล้วจึงพับส่งให้กับแม่เล้าเช่นกัน  หลังจากเปิดดูใบประมูลแล้ว แม่เล้าทำสีหน้าตกใจที่เห็นตัวเลขดังกล่าว ก่อนจะทำการประกาศให้ทุกคนได้รับทราบ        “ การประมูลในคืนนี้ ท่านหลงซานกู่เสนอราคาคุณหนูเจียวอยู่ที่ 300,000 ตำลึง”           เสียงฮือฮาดังมาจากทุกทิศทาง เมื่อผู้ชมได้ยินราคาที่หลงซานกู่เสนอ เพราะไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อนว่าราคาค่าตัวคุณหนูเจียวผู้นี้จะสูงลิ่วขนาดนี้  พร้อมทั้งพากันหันไปมองหลงซานกู่กันเป็นจุดเดียว ในขณะที่เจ้าตัวเองนั่งทำหน้าภูมิใจและมั่นใจว่าตนเองจะต้องชนะการประลองในคืนนี้อย่างแน่นอน  และถึงแม้ว่าตาเฒ่าผู้นี้จะสุดแสนเสียดายเงินก้อนนี้อยู่พอสมควร แต่เมื่อนึกแล้วเขาก็ตัดใจได้ เพราะเงินเหล่านี้ล้วนมาจากทรัพย์สินของเจี๋ยวอู๋จี้ที่เขาแอบประมูลมาในราคาที่ถูกเหมือนได้เปล่า  ดังนั้นจึงเปรียบเสมือนอัฐยายซื้อขนมยายนั่นเอง ยังไม่นับเงินที่เขาจะได้จากผู้แพ้ ซึ่งอย่างน้อย ๆ ก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 100,000 ตำลึงแน่นอน  สรุปว่างานนี้เขาจ่ายออกไปเพียงแค่ 200,000 ตำลึงเท่านั้น       หลังจากโชว์ใบเสนอราคาของหลงซานกู่ให้ทุกคนได้เห็นตามกติกาแล้ว  แม่เล้าก็เปิดใบเสนอราคาของอีกฝ่ายบ้าง        “ ส่วนคุณชายเจียงกัดหลูท่านนี้  เสนอราคาคุณหนูเจียวอยู่ที่...อยู่ที่..เอ่อ...”       อ่านมาถึงตรงนี้แม่เล้ารุ่นใหญ่กลับพูดจาตะกุกตะกัก พร้อมทั้งมีอาการตกตะลึงราวกับไม่อยากจะเชื่อในตัวเลขที่ตนเองเห็นบนใบเสนอราคา  ในขณะที่ชายหนุ่มเจ้าของใบเสนอราคากลับนั่งทำหน้าผิดหวัง ราวกับคนหมดอาลัยตายอยากตลอดเวลา หลังจากที่ได้ยินเสียงประกาศจำนวน 300,000 ตำลึงของอีกฝ่าย      ทางด้านผู้ชมที่อยู่ในหอ เมื่อได้เห็นสีหน้าอันเศร้าสร้อยของชายหนุ่ม ก็พอจะคาดเดาได้ว่าผลการประมูลคืนนี้เป็นเช่นไร ดังนั้นจึงพากันผิดหวังที่คุณหนูเจียวไม่ได้จับคู่กับคุณชายรูปงามผู้นี้  แต่กลับต้องกลายเป็นดอกไม้งามปักกองขี้ควายแทน        “ มามา(แม่เล้า)  เป็นอย่างไร เหตุใดท่านจึงไม่ยอมประกาศราคาของคุณชายเจียงกัดหลูเล่า หรือว่าเขาให้ราคาที่ต่ำจนน่าเกลียด จนท่านไม่กล้าจะเอ่ยวาจาออกมา ฮ่าฮ่าฮ่า”       หลงซานกู่เร่งรัดให้มามาประกาศราคาของอีกฝ่ายโดยเร็ว เพราะว่าตนอยากจะเชยชมบุตรีผู้เลอโฉมของคู่อริอย่างเจียวอู๋จี้เต็มแก่แล้ว  เพียงแค่คิดตัวเขาก็เกิดอาการคึกคักกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันตา พร้อมทั้งยังตั้งใจว่าจะเชยชมนางทั้งคืนจนเช้า ให้คุ้มกับ 200,000 ตำลึงที่ตนเองต้องสูญเสียไป                 “ ราคา ราคาที่คุณชายเจียงกัดหลูเสนออยู่ที่ อยู่ที่สามแสน....”             “ เป็นไปไม่ได้  ข้าไม่เชื่อ   ข้าไม่เชื่อว่ามันจะมีเงินมากพอที่จะเสนอราคาเท่ากับข้าได้”          หลงซานกู่ถึงกับตกตะลึงจนแทบจะตกเก้าอี้เมื่อได้ยินราคาที่มามาประกาศ  เพราะเขาไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะมีเงินมากขนาดที่จะเสนอราคา 300,000 เช่นเดียวกับเขาได้  จากนั้นจึงขอดูใบเสนอราคาของอีกฝ่าย พร้อมทั้งเตรียมที่จะประมูลตัดสินกันใหม่อีกรอบเพื่อเป็นการชิงดำอีกครั้ง  รวมทั้งรู้สึกเจ็บปวดใจที่รู้ว่าตนจะต้องสูญเสียเงินเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยเป็นแน่      ทางด้านผู้ชมทั้งหมดต่างพากันฮือฮาและจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่ หลังจากที่ได้ยินราคาที่ชายหนุ่มเสนอมา  พร้อมทั้งต่างมีสีหน้าที่ยินดีที่คุณหนูเจียวยังไม่ตกเป็นของตาเฒ่าผู้นี้ง่าย ๆ  จากนั้นจึงพากันหันไปจับจ้องที่มามา เพื่อให้นางโชว์แผ่นใบเสนอราคานั้นให้ทุกคนดูตามกติกา        “ ราคา ราคาที่คุณชายเจียงกัดหลูเสนออยู่ที่ อยู่ที่สามแสน....กับอีกหนึ่งตำลึง”      “ สรุป ผู้ที่ชนะการประมูลในคืนนี้ และได้ครอบครองคุณหนูเจียวก็คือคุณชายเจียงกัดหลู   ยินดีด้วยเจ้าค่ะ”     มามาประกาศออกมาด้วยสีหน้าที่โล่งใจ เพราะจริง ๆ แล้วนางก็แอบลุ้นให้คุณชายผู้นี้เป็นผู้ครอบครองคุณหนูเจียวเช่นกัน  จากนั้นจึงพาตัวนางมาส่งให้กับชายหนุ่มผู้ชนะการประลอง           “ บ้าสิ้นดี  ข้าไม่ยอมรับ เรามาประมูลกันใหม่อีกครั้ง เจ้าต้องเล่นไม่ซื่อแน่ ๆ”          หลงซานกู่มีท่าทีที่โมโหสุดขีด และไม่ยอมรับผลการแข่งขัน  พร้อมทั้งสั่งให้คนของตนที่กระจายอยู่ทั้งหอเตรียมลงมือกับอีกฝ่าย        จริง ๆ แล้วเมื่อครู่อีกฝ่ายเล่นไม่ซื่อจริง ๆ เพราะเขาแอบใช้วิชาตาทิพย์จึงทำให้เห็นใบเสนอราคาของหลงซานกู่ จากนั้นเขาจึงเสนอราคาบ้างโดยเพิ่มให้มากกว่าตาเฒ่าเพียงหนึ่งตำลึงเท่านั้น      ยิ่งไปกว่านั้น ชายหนุ่มผู้นี้ก็มิใช่เจียงกัดหลูตัวจริงอีกด้วย หากแต่คือซ่งเส้าเหลียงหรือเสียมหลอหลงที่แปลงโฉมเป็นกุนซือของตนมาร่วมประลองนั่นเอง      “ ขอบคุณท่านหลงซานที่เมตตาและส่งเสริมผู้เยาว์ทั้งสอง โปรดรับการคำนับจากพวกเราด้วย”      เสียมหลอหลงในคราบของเจียงกัดหลู จูงมือเจียวเหล่งนึ่งที่เดินตามมาอย่างเขินอาย มาคำนับผู้อาวุโสที่เพิ่งพ่ายแพ้การประมูลอย่างเจ็บแสบ  ท่ามกลางสายตาที่สะใจสุด ๆ ของผู้ชมเกือบทั้งหมด  เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้มีบารมีที่สุดของอำเภอต้องประสบกับความปราชัยเช่นนี้     “ เจ้า เจ้า ฮึ่ม เจ้าบังอาจมาเยาะเย้ยข้า  ยังไงเจียวเหล่งนึ่งก็ต้องเป็นของข้า  พวกเจ้าอย่าหมายว่าจะออกจากที่นี่ได้ เด็ก ๆ”       หลงซานกู่ถึงกับเลือดขึ้นหน้าด้วยความอับอายสุดขีด เมื่อถูกชายหนุ่มรุ่นลูกหยามเกียรติถึงเพียงนี้  ก่อนจะสั่งให้คนของตนเข้ามาล้อมกรอบไม่ให้อีกฝ่ายออกจากหอแห่งนี้ได้      “ ท่านพ่อ คนของเราล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว รับรองแม้แต่ยุงซักตัวก็มิอาจหลุดรอดออกไปได้อย่างแน่นอนขอรับ”      เป็นหลงซานผิงที่พาบรรดาสมุนมาล้อมหอเอาไว้ หลังจากที่เขาได้รับรายงานจากลูกน้อง จึงรีบพากลุ่มชายฉกรรจ์นับร้อยเพื่อมาจัดการกับอีกฝ่าย            “ มามา ก่อนอื่นท่านรับเงินค่าตัวของว่าที่ภรรยาของข้าไปก่อน”       อาหลงยื่นเงินหนึ่งตำลึงให้กับมามา ท่ามกลางความแปลกใจของทุกคนที่เห็นเขากล่าววาจาล้อเล่นเช่นนี้      “ เอ่อ คุณชายเจ้าคะ   ราคาที่ท่านประมูลคือ 300,001 ตำลึงมิใช่หรือ  เหตุใดท่านให้ข้ามาเพียงแค่หนึ่งตำลึงเท่านั้น  ท่านช่างมีอารมณ์ขันจริง ๆ”      แม่เล้าเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างใจคอไม่ดี  เพราะนางเริ่มจะได้คิดแล้วว่าคุณชายผู้นี้อาจจะไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นจริง ๆ ก็ได้ รวมทั้งคุณหนูเจียวและผู้ชมคนอื่น ๆ ก็เริ่มคิดเช่นนั้นเหมือนกัน  ถ้าเช่นนั้นมิเท่ากับว่าตาเฒ่าหลงซานจะเป็นผู้ได้นางไปครอบครองแทนหรือ เพราะเขาสามารถจ่ายเงินจำนวนนี้ได้อย่างแน่นอน       “ ฮ่า ๆ ข้านึกแล้วว่าเจ้ามันบ่มีไก๊ เจ้าไม่มีเงิน แต่ยังบังอาจกล้ามาก่อกวนการประมูลของท่านพ่อข้าเช่นนั้นรึ เด็ก ๆ จัดการสั่งสอนเจ้าคนไม่รู้สำนึกผู้นี้ เอาให้มันกลับบ้านไม่ถูก แต่อย่าให้ถึงตายนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”     หลงซานคนลูกหัวเราะเยาะอีกฝ่าย ก่อนจะสั่งให้คนของตนจัดการสั่งสอนคู่อริของบิดาตนให้ได้หลาบจำไปจนชั่วชีวิต     “ ช้าก่อนคุณชาย  ท่านอย่าเพิ่งใจร้อน  มามา นี่คือตั๋วเงิน 100,000 ตำลึง ท่านลองตรวจดูว่าเป็นของจริงหรือไม่?”     อาหลงส่งตั๋วแลกเงินใบละ 100,000 ตำลึง จำนวน 10 ใบให้แม่เล้าตรวจสอบ หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว นางจึงบอกต่อทุกคนว่าตั๋วแลกเงินทั้งหมดนี้เป็นของจริงอย่างแน่นอน จากนั้นจึงส่งมันคืนให้กับเจ้าของตั๋ว  ท่ามกลางความประหลาดใจและโล่งใจของคนส่วนใหญ่ที่เห็นว่าเขาเป็นผู้มีฐานะจริง  ไม่ใช่พวกแอบอ้างหรือ 18 มงกุฎ  เพราะเพียงแค่ตั๋วแลกเงินเหล่านี้ เขาก็มั่งคั่งถึง 1,000,000 ตำลึงเลยทีเดียว  ถือว่าน่าจะร่ำรวยไม่แพ้หลงซานกู่แต่อย่างใด     “ มามา  หนึ่งตำลึงคือส่วนที่ข้าต้องจ่ายให้กับท่าน  ส่วนอีก 300,000 ตำลึง แน่นอนว่าท่านหลงซานกู่จะเป็นคนจ่ายให้กับข้า เพราะท่านแพ้การประมูลให้กับข้า ดังนั้นเงิน 300,000 ตำลึงที่ท่านเสนอราคามา จึงต้องตกเป็นของผู้ชนะเช่นข้าตามข้อตกลง  ท่านว่าถูกต้องหรือไม่?”     นายอำเภอหนุ่ม กล่าวกับมามา ก่อนจะหันไปถามสองพ่อลูกที่กำลังยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับ และมีท่าทางโกรธแค้นอีกฝ่ายอย่างสุดขีด และสั่งให้สมุนของตนลงมือสั่งสอนอีกฝ่ายทันที              “ #$!@%&*#$!@%&*#$!@%&#$!@%&*”       แต่ก่อนที่สมุนเหล่านั้นจะลงมือ  จู่ ๆ ชายหนุ่มผู้นี้ก็ปล่อยมือที่กุมมือคุณหนูเจียวไว้ ก่อนจะส่งเสียงคำรามออกมา ทำเอาทุกคนตกอกตกใจกันยกใหญ่  โดยเฉพาะหลงซานผิงที่ถึงกับหน้าถอดสี เพราะเคยรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของวิชานี้เป็นอย่างดี                        “ เจ้า เจ้า เป็นสหายของซ่งเส้าเหลียงเช่นนั้นรึ”     หลงซานผิงชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบหันไปกระซิบบอกบิดาของตนที่ยืนทำหน้าประหลาดใจ  แต่พอได้ฟังวาจาของบุตรชาย หลงซานกู่ถึงกับกระอักเลือดออกมาทันที          “ ผิงเอ๋ออ เจ้าว่าอย่างไรนะ มันเป็น... อั่ก ๆ อั่ก ๆ”         “ ท่านพ่อ ท่านพ่อ พวกเจ้ายืนเซ่ออยู่ทำไม รีบประคองท่านพ่อกลับบ้านเร็วสิ   ฮึ่ม  พวกเจ้า ฝากไว้ก่อนเถอะ แค้นนี้ข้าต้องชำระคืนแก่พวกเจ้าอย่างสาสมแน่”        หลงซานผู้ลูกและบรรดาสมุนรีบประคองคนพ่อที่กระอักโลหิตด้วยความแค้นเจียนตาย  ถอนกำลังกลับอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมที่จะฝากคำพูดอาฆาตมาดร้ายต่ออีกฝ่ายไว้                                          “ แปะ ๆ ๆ ๆ ๆ”       เป็นชาวบ้านที่มาร่วมชมการประมูลพากันตบมือให้กับชายหนุ่ม ที่เขาเป็นบุคคลแรกที่สามารถโค่นหลงซานพ่อลูกคู่นี้ลงได้ หลังจากที่คนทั้งคู่ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา รวมทั้งข่มเหงรังแกชาวบ้านมาตลอด  โดยเฉพาะการฉุดคร่าหญิงสาว เป็นสิ่งที่เดรัจฉานสองตัวนี้โปรดปรานยิ่งนัก ทำให้มีหญิงสาวนับร้อยที่ต้องตกเป็นเหยื่อกามของพวกมัน      “ คุณชายเจียง จากนี้ท่านกับคุณหนูเจียวต้องระวังตัวด้วย  หลงซานพ่อลูกคู่นี้ต้องไม่ยอมละเว้นพวกท่านแน่ พวกมันต้องเอาคืนพวกท่านอย่างแน่นอน”     หญิงสาวนางหนึ่งเอ่ยเตือนคนทั้งสองด้วยความหวังดี เพราะตัวนางเองก็เคยถูกพ่อลูกคู่นี้ย่ำยีมาแล้ว เพียงแต่นางไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้  วันนี้เมื่อได้เห็นพวกมันต้องพ่ายแพ้อย่างย่อยยับจนคนพ่อถึงกับกระอักโลหิตออกมา ทำให้นางรู้สึกสาแก่ใจ และรู้สึกขอบคุณชายหนุ่มตรงหน้าผู้นี้อย่างมาก          “ ขอบคุณทุกท่านที่ห่วงใย ข้ากับว่าที่ภรรยาขอตัวก่อน ทุกท่านรักษาตัวด้วย”     เสียมหลอหลงกับคุณหนูเจียวเอ่ยขอบคุณทุกคน ก่อนจะจูงมือนางออกไปจากหอเพื่อขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้  ในขณะที่เจียวเหล่งนึ่งเอง กลับหน้าแดงตลอดเวลาตั้งแต่ที่ถูกเขาเรียกตนเองเป็นภรรยา และจูงมือถือแขนนางตลอดเวลา       “ ขอบคุณคุณชายเจียง ที่ช่วยให้คนอาภัพเช่นข้ามิต้องตกนรกทั้งเป็นกับคนชั่วที่วางแผนทำร้ายท่านพ่อของข้า”       เจียวเหล่งนึ่ง ย่อตัวคำนับอีกฝ่ายจากใจจริง ก่อนที่เขาจะเข้าไปประคองนางให้ลุกขึ้น และพานางขึ้นรถม้าที่มีหวังฮั่นเป็นคนขับ เพื่อเดินทางกลับที่พักของตน            บ้านสกุลหลงซาน         “ เจ้าบอกว่าไอ้หนุ่มคนนั้นมีวิชาเรียกเสือร้ายได้ เป็นเรื่องจริงรึผิงเอ๋อ?”     เจ้าบ้านหลงซานกู่ที่เพิ่งจะทุเลาจากการกระอักโลหิต เอ่ยถามบุตรชายของตนอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีเรื่องเช่นนี้จริง ก่อนที่หลงซานผู้ลูกจะทำหน้าสยองเมื่อนึกถึงวินาทีที่ตนต้องเผชิญหน้ากับเหล่านักล่าหน้าขนพวกนั้น  พร้อมทั้งบอกว่าโชคดีที่ตนพาทุกคนออกมาจากที่นั่นได้ทันเวลา มิฉะนั้นอาจจะต้องตกเป็นอาหารอันโอชะของพวกมันเป็นแน่     “ โธ่ ท่านพ่อ ลูกจะโกหกท่านไปเพื่ออะไร  เจ้าคนนี้มันต้องเป็นสหายกับซ่งเส้าเหลียงที่ถูกข้าส่งมันเข้าคุกแน่ ๆ ขอรับ เพราะพวกมันต่างรู้วิชานี้เหมือน ๆ กัน”          “ แล้วเจ้าจะจัดการกับซ่งเส้าเหลียงกับพวกที่อยู่ในคุกเช่นไร?”   “ ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ เรื่องนี้เฉิงจินกับหยวนเซียวจะเป็นคนจัดการกับพวกมันเอง  พวกเราแค่รอชมพวกมันโดนประหารก็พอขอรับ”     หลงซานผิงเอ่ยกับบิดาของตน ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยแววตาที่ชั่วร้าย จากนั้นจึงเรียกให้บรรดาสาวงามที่ตนไปฉุดคร่ามาออกมาปรนนิบัติตนกับผู้เป็นบิดา รวมทั้งวางแผนปรึกษากันเพื่อจะเอาคืนเจ้าหนุ่มเจียงกัดหลูอย่างสาสม และแย่งชิงเจียวเหล่งนึ่งมาเป็นของตนให้ได้             หลงซาน มาร์ท                         “ เรามาถึงที่พักแล้ว  เชิญคุณหนูเจียวเข้าไปด้านใน”       อาหลงเอ่ยกับสาวงามที่นั่งอยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะช่วยพยุงนางลงจากรถม้าเพื่อเข้าไปด้านหลังร้านสะดวกซื้อที่เขามอบหมายให้หลินซู่เฟินจัดตั้งขึ้น ในขณะที่หวังฮั่นเองขอตัวนำรถม้าไปเก็บอีกทาง     “ อ้าว ท่านกุนซือ ท่านออกไปข้างนอกตั้งแต่เมื่อใด  เมื่อครู่ข้ายังเห็นท่านอยู่หลังร้านอยู่เลย  หรือว่าท่านหายตัวได้”     เสี่ยวหลาน สาวใช้คนสนิทของหลินซู่เฟิน ซึ่งควบตำแหน่งเถ้าแก่เนี้ยร้านหลงซาน มาร์ทแห่งนี้ด้วยเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ  ก่อนที่นางจะสังเกตเห็นสาวงามนางหนึ่งที่มีรูปโฉมไม่แพ้คุณหนูของนางเดินตามหลังเขามาด้วย    “ เอ่อ...ท่านกุนซือ แม่นางท่านนี้คือ... อย่าบอกนะว่านางก็เป็นผู้หญิงของคุณชายเสียมหลอ?”   “ เสี่ยวหลาน มีเรื่องอันใดกัน ทำไมเจ้าถึงได้ส่งเสียงดังโหวกเหวกโวยวายเช่นนี้?”    เจียงกัดหลูที่เดินออกมาจากด้านหลังร้าน เอ่ยถามเถ้าแก่เนี้ยนางนี้ด้วยความสงสัย  ก่อนที่คุณหนูเจียวจะตกตะลึงพรึงเพริดยิ่งกว่า เพราะตอนนี้เหมือนกับว่านางเห็นว่ามีเจียงกัดหลูถึงสองคน                       “ คุณชายเจียง ท่านมีพี่น้องฝาแฝดเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?”................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วครับ มาแบบต่อเนื่องเช่นเคยสำหรับตอนที่ 54 เพื่อให้ไรท์ที่น่ารักทุกท่านได้อ่านแบบต่อเนื่องและไม่ต้องคอยนาน  สำหรับตอนนี้เรื่องราวก็เข้มข้นมากขึ้น เพราะว่าอาหลงของเราต้องใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาหลายวิชา ในการออกไปปฏิบัติภารกิจช่วยคุณหนูเจียวให้พ้นเงื้อมมือของตาเฒ่าหลงซาน   และสามารถช่วยนางออกมาได้อย่างน่าใจหายใจคว่ำ  ส่วนเรื่องราวจากนี้จะเป็นเช่นไร รอลุ้นและรออ่านได้ในตอนต่อไปได้เลยอย่างต่อเนื่อง ไม่เกินพรุ่งนี้แน่นอนครับ      ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ  ขอบคุณจริง ๆ ครับ...................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ข้าต้องการการตั้งเป้าที่สูงพอ  เพื่อระหว่างดำเนินการให้ได้มันมา  ข้าจะเปลี่ยนเป็นที่คุ้มค่าที่ได้เป็น”                     

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน ที่คุณอ่าน