ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 55 : ร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์

    ร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์
    เพียงได้ฟังคำพูดของเซี่ยกัง ฉู่หว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้วขึ้นมาในทันที เธอแน่นอนว่าไม่ได้เชื่อในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
    เธอรู้จักระบบการจัดการของร้านอาหารนี้เป็นอย่างดี ไม่มีทางที่พนักงานจะทำผิดพลาดได้
    ในความคิดของเธอ สาเหตุที่เซี่ยกังต้องการให้เธอและหลินเฉินออกจากห้องนี้ไป เกรงว่าจะเป็นเพราะต้องการให้ใครบางคนที่มีฐานะเข้ามาใช้
    “คุณแน่ใจว่าต้องการให้พวกฉันออกไป?” ฉู่หว่านเอ๋อร์ถามเสียงเย็นชา
    เซี่ยกังแม้จะชื่นชอบในความสวยของฉู่หว่านเอ๋อร์ แต่ถ้าเทียบกับความสัมพันธ์อันดีกับขาใหญ่ที่เขาจะให้เขามาใช้ห้องนี้นั้น มันเทียบกันไม่ได้เลย
    “แน่นอน เชิญพวกคุณออกไป” ฉู่หว่านเอ๋อร์มองไปที่หลินเฉิน ซึ่งเขาก็พนักหน้า ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ต้อนรับ เขาก็ไม่คิดที่จะอยู่ต่อ
    ร้านอาหารมีอีกมากมาย ไม่ใช่มีเพียงแค่ร้านเดียว เขาพลันลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
    ฉู่หว่านเอ๋อร์เดินตามหลินเฉินออกไป แต่ก่อนไปเธอไม่ลืมที่จะหันหน้ามาบอกกับเซี่ยกัง “เชิญสนุกกับงานผู้จัดการวันสุดท้ายของคุณ”
    เมื่อพูดจบ เธอก็เดินจากไป จากคำพูดของเธอ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ใช่คนที่จะมาถูกรังแกได้โดยง่าย เธอตัดสินใจที่จะทำการปิดร้านอาหารแห่งนี้
    ด้วยอำนาจตระกูลฉู่ของเธอ การปิดร้านอาหารแห่งนี้ ไม่ใช่เรื่องยากเลย กลับกันด้วยซ้ำ มันง่ายเป็นอย่างมาก
    “ไร้สาระ” เซี่ยกังแน่นอนว่าไม่เชื่อในสิ่งที่ฉู่หว่านเอ๋อร์บอก เขารีบเรียกพนักงานมาเคลียร์ห้อง เพื่อรอต้อนรับคนสำคัญ
    “ต้องขอโทษคุณหลินด้วย ที่ทำให้ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เป็นฉันเลือกร้านอาหารไม่ดีเอง” ในระหว่างที่เดินอยู่ ฉู่หว่านเอ๋อร์ก็ขอโทษออกมา
    “ไม่ต้องคิดมาก ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” หลินเฉินไม่ใส่ใจเลยสักนิด
    “ฉู่หว่านเอ๋อร์?” ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านข้าง
    ฉู่หว่านเอ๋อร์หันไปมอง “เซี่ยงเฟิน”
    เธอมองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งมีอายุรุ่นเดียวกันกับเธอ อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างจะหล่อเหลา อยู่ในชุดสูทสีขาว
    เธอไม่มีทางที่จะจำอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายคือคนจากหนึ่งในตระกูลใหญ่ ซึ่งก็คือตระกูลเซี่ยง ตระกูลเซี่ยงในเซี่ยงไฮ้ถือเป็นตระกูลใหญ่อันดับหนึ่ง!
    “บังเอิญจริงที่ได้เจอเธอที่นี่” เซี่ยงเฟินยิ้มกรุ้มกริ่ม เขาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่หลงใหลในความงามของฉู่หว่านเอ๋อร์เช่นเดียวกัน เขาเคยตามจีบเธออยู่พักหนึ่ง แต่ไม่สำเร็จ เขาจึงได้ล้มเลิกไป
    เขาก็คิดไม่ถึงเลยว่า จะบังเอิญได้มาเจอกับเธอที่ร้านอาหารแห่งนี้
    ฉู่หว่านเอ๋อร์ไม่ให้ความสนใจต่อเซี่ยงเฟินเลยสักนิด เธอเดินตามหลินเฉินไปต่อ
    ดวงตาของเซี่ยงเฟินหรี่ลงจนแคบเป็นเส้นตรง เขามองอย่างเย็นชาไปที่แผ่นหลังของหลินเฉิน
    ‘ฉู่หว่านเอ๋อร์ ปฏิเสธฉันแล้วหาขยะแบบนี้มาเป็นแฟนเนี่ยนะ!’ บอกตามตรงว่าภายในใจของเขามีความโกรธผุดขึ้นมา
    จากการมองดู เขาก็คิดเอาเองว่าหลินเฉินต้องเป็นแฟนของฉู่หว่านเอ๋อร์อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้น เป็นไปไม่ได้ที่ฉู่หว่านเอ๋อร์จะยอมเดินตามผู้ชายคนไหนไปราวกับลูกแมวน้อยแบบนี้
    “อากู้ หาข้อมูลของผู้ชายคนนั้นมาให้ฉัน” เซี่ยงเฟินพูดกับบอดี้การ์ดที่มาด้วยกันกับเขา
    บอดี้การ์ดมีชื่อว่าเซี่ยงกู้ เป็นคนของตระกูลเซี่ยง ทั้งยังเป็นผู้ฝึกตนระดับปลดปล่อยขั้นปลาย เมื่อได้ฟังคำสั่งของเซี่ยงเฟินเขาก็พยักหน้ารับในทันที
    หลินเฉินที่เดินออกมาถึงหน้าร้านอาหารแล้ว เขาต้องชะงัก เมื่อเขาถูกดึงดูดโดยบางอย่าง เขามองไปอย่างรวดเร็ว
    ในที่ห่างออกไปจากหลินเฉินไม่ไกล หญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งมีอายุสิบแปดปี ใบหน้าสวยงาม สวมใส่ชุดเก่าๆ กำลังก้มศีรษะขอโทษชายหนุ่มในชุดสูทอยู่
    “ขอโทษฉันแล้วได้อะไร ชดใช้มาซะ เธอทำสูทของฉันเปื้อน” ชายหนุ่มในชุดสูทพูดอย่างโมโห มองไปที่ชุดสูทของเขาตอนนี้จะเห็นได้ชัดว่ามันเปื้อนคาบน้ำหวานอยู่
    “ฉัน...” ใบหน้าของหญิงสาวซีดขาว เธอไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี จะให้เธอชดใช้ เธอจะไปมีปัญญาได้ยังไง ครอบครัวของเธอฐานะยากจนมาก แม้แต่เงินจะรักษาแม่ที่ป่วยอยู่ของเธอยังแทบไม่มี
    “อะไร จะไม่ชดใช้อย่างนั้นเหรอ?” ชายหนุ่มหงุดหงิดมากขึ้น เมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาว
    หลินเฉินที่มองดูอยู่ พลันก้าวเดินเข้ามา “เท่าไหร่ เดี๋ยวฉันจ่ายแทนเธอเอง”
    ชายหนุ่มในชุดสูทและหญิงสาวมองที่หลินเฉินพร้อมกัน
    ฉู่หว่านเอ๋อร์ประหลาดใจที่หลินเฉินอยู่ๆ ก็เดินเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร เดินตามมาหยุดลงที่ข้างหลังหลินเฉิน
    “จะชดใช้แทน? ก็ดี จ่ายมาพันหยวน” ชายหนุ่มดวงตาเป็นประกายขึ้นมาในทันที
    หลินเฉินไม่ได้พูดอะไร หยิบเงินพันหยวนออกมา ก่อนที่จะส่งให้กับชายหนุ่ม
    เมื่อชายหนุ่มได้เงินแล้ว เขาก็เดินจากไปด้วยอารมณ์ที่ดีเยี่ยม
    “ฉันขอโทษที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อน” หญิงสาวก้มหน้าขอโทษหลินเฉินและรู้สึกขอบคุณเขาที่ช่วยเธอ “เงินของคุณ ฉันจะหามาใช้ให้อย่างแน่นอนค่ะ”
    ถึงแม้ว่าครอบครัวของเธอจะยากจน แต่เธอก็ถูกสอนมาเป็นอย่างดีว่า เมื่อได้รับการช่วยเหลือต้องตอบแทนบุญคุณ
    หลินเฉินโบกมือไปมา “ไม่จำเป็น คุณชื่ออะไร?”
    หญิงสาวตอบออกมาตามตรง “ฉันชื่อเซี่ยนจื่อเสวียน”
    “เป็นชื่อที่ดี” หลินเฉินพยักหน้าให้ “สนใจเป็นศิษย์ของฉันไหม?”
    เซี่ยนจื่อเสวียนตกตะลึงไป เธอคิดไม่ถึงว่าหลินเฉินจะพูดออกมาแบบนี้ และอย่าว่าแต่เธอเลยที่ตกตะลึง แม้แต่ฉู่หว่านเอ๋อร์ก็ตกตะลึงไป
    เธอมองหลินเฉินสลับกับเซี่ยนจื่อเสวียน ทันใดนั้นหัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นมา เธอรู้มาจากปู่ของเธอว่าหลินเฉินเป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
    การที่เขาจะรับศิษย์ สิ่งที่สอนแน่นอนว่าต้องเป็นการฝึกตน ในความคิดของเธอ ถ้าหากหญิงสาวตรงหน้ายอมรับ เธอก็จะกลายเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน เรียกได้ว่ามีอนาคตไร้สิ้นสุดรอคอยเธออยู่!
    หลินเฉินยืนรอคำตอบอย่างเงียบๆ ในขณะที่ดวงตาของเขาสั่นไหว มีระลอกคลื่นผันผวนมากมาย
    เหตุผลที่เขาต้องการรับเซี่ยนจื่อเสวียนเป็นลูกศิษย์ มันเป็นเพราะว่าเธอมีร่างกายที่ไม่ธรรมดา ร่างกายของเธอคือร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์
    ภายในร่างกายของเธอมีเพลิงที่สามารถแผดเผาได้แม้แต่สวรรค์นรก!
    อันที่จริง นี่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่หลินเฉินอยากที่จะรับเซี่ยนจื่อเสวียนเป็นลูกศิษย์ ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งด้วย นั่นคือคำสัญญาที่เขาเคยมอบไว้ให้กับอาจารย์ของเขา ก่อนที่อาจารย์ของเขาจะล่วงลับไป อาจารย์ของเขาเองก็มีร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน
    ร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์นั้นหายากเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ที่โลกอมตะที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานยังปรากฏออกมาเพียงสองคนเท่านั้น
    หลินเฉินคิดไม่ถึงเลยว่าที่โลก จะปรากฏออกมาคนหนึ่งเช่นนี้
    “ฉัน...” เซี่ยนจื่อเสวียนไม่รู้จะตอบอะไรออกมาดี บอกตามตรงว่าเธอรู้สึกงุนงงกับคำพูดของหลินเฉินมาก
    สนใจเป็นศิษย์ของเขาไหมเหรอ?
    เป็นศิษย์แบบไหน?
    เขาจะสอนอะไรให้เธอ?
    “ไม่จำเป็นต้องรีบให้คำตอบ คิดได้แล้วค่อยตอบก็ได้” หลินเฉินแน่นอนว่าไม่มีความคิดบีบบังคับ หากว่าเซี่ยนจื่อเสวียนไม่เต็มใจ
    จบบทที่ 55